ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 851 ฮ่องเต้
ตอนที่ 851 ฮ่องเต้
ลู่เจียวลูบหลังเซียวเหวินอวี๋ ยิ้มกล่าวว่า “เหตุใดจึงกล่าววาจาเหินห่างเช่นนี้”
เซียวเหวินอวี๋ยิ้ม “ทราบแล้ว วันหน้าไม่กล่าวเช่นนี้แล้ว”
กล่าวจบก็ปล่อยลู่เจียว เปลี่ยนเป็นยื่นมือไปจูงลู่เจียวเดินเข้าไปในห้องโถงกลางตระกูลเซี่ย
ลู่เจียวถามเขาอย่างห่วงใย “ระยะนี้ฝ่าบาทมอบราชกิจให้เจ้า เจ้าจัดการไหวหรือไม่ มีอันใดเหน็ดเหนื่อยหรือไม่”
เซียวเหวินอวี๋ยิ้มพลางส่ายหน้า “ท่านแม่วางใจ ไม่มีอันใด ข้าไหว”
ล้วนเป็นเพราะท่านแม่อบรมสั่งสอนเขามา หากไม่ได้ท่านแม่อบรมสั่งสอนเรื่องพวกนั้นมา เขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะจัดการสื่อสารกับบรรดาขุนนางเฒ่าเจ้าเล่ห์พวกนั้นอย่างไร แต่หลังจากท่านแม่อบรมสั่งสอน เขาได้เรียนรู้ที่จะใช้งานขุนนางสามารถ กดขุนนางชั่วเอาไว้ จากนั้นก็ตีขนาบก่อนมอบพุทราหวาน สรุปตอนนี้เขาจัดการราชกิจได้นับว่าราบรื่นดี
ลู่เจียวได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ก็วางใจ
“เจ้าไม่เหนื่อยก็ดี นอกจากราชกิจแล้ว ยังต้องใส่ใจพระชายาเอกกับพระชายารอง”
“อืม ข้าทราบแล้ว”
ตอนนี้รัชทายาทตำหนักบูรพา มีสตรีเพียงสองคน ก็คือพระชายารัชทายาทเผยอวี่กับพระชายารองหวังเมิ่งเหยา
พระชายารัชทายาทมีความสามารถและดำรงจารีตงดงาม พระชายารองหวังก็สงบเสงี่ยม สรุปสตรีทั้งสองไม่ได้ทำให้เซียวเหวินอวี๋รู้สึกไม่ดี แต่กลับรู้สึกดีมาก
ลู่เจียวอบรมเซียวเหวินอวี๋ได้ครู่หนึ่ง เซียวเหวินอวี๋ไม่รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจแม้สักนิด สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นเพราะท่านแม่ห่วงใยเขา เขาจะรำคาญได้อย่างไร
พอลู่เจียวกล่าวจบ เซียวเหวินอวี๋พลันคิดถึงว่าวันหน้าตนเองต้องขึ้นสู่ตำแหน่งฮ่องเต้ ไม่อาจออกจากวังหลวงมาเยี่ยมท่านแม่ได้ตามอำเภอใจอีก เขาจึงมองลู่เจียวกล่าวว่า “ท่านแม่ รอให้ข้าเป็นฮ่องเต้แคว้นต้าโจว ท่านแม่เข้าไปอยู่ในวังดีหรือไม่”
ลู่เจียวตกใจสะดุ้ง รีบปฏิเสธทันที “อยู่ดีๆ มารับแม่เข้าวังไปทำไม อยู่ในวังจะได้ที่ไหนกัน เจ้าคิดเหลวไหลอันใด”
เซียวเหวินอวี๋ออดอ้อนว่า “ท่านแม่เลี้ยงดูข้ามาจนเติบโต ข้ารับท่านแม่ไปอยู่ในวัง วันหน้าแต่งตั้งท่านแม่เป็นไทเฮาเซี่ยวฉือก็ไม่มากเกินไป”
ท่านแม่ที่เลี้ยงดูตนเองมา ย่อมพระราชทานตำแหน่งไทเฮา
ลู่เจียวรีบห้ามเขาไว้ “เซียวเหวินอวี๋ เจ้าอย่าได้ทำเช่นนี้ แม่ไม่สนใจตำแหน่งไทเฮาเซี่ยวฉืออันใด เจ้ารีบหยุดเดี๋ยวนี้”
เซียวเหวินอวี๋มองลู่เจียวสีหน้าไม่เบิกบานใจ “ท่านแม่ ท่านไม่ยินดีเป็นไทเฮาหรือ ตอนนั้นข้าเข้าวังก็เพื่อให้ท่านแม่ได้อยู่เหนือคนนับหมื่นพัน”
ลู่เจียวรีบยิ้มกล่าวว่า “แค่เจ้าคิดเช่นนี้ แม่ก็ดีใจแล้ว แต่อย่าได้ทำเช่นนี้อย่างเด็ดขาด หากเจ้าทำเช่นนี้ คนที่คิดหาเรื่องก็จะโจมตีแม่ ว่าแม่เลี้ยงดูเจ้ามาเพราะมีแผนการในใจ แม่เลี้ยงดูเจ้ามาไม่ได้หวังอันใด ขอเพียงเจ้าเป็นฮ่องเต้ที่ดี เป็นผู้ปกครองปรีชาแห่งแคว้นต้าโจว ก็ทำให้แม่ดีใจยิ่งกว่าพระราชทานตำแหน่งไทเฮาเซี่ยวฉืออันใดให้แม่เสียอีก”
เซียวเหวินอวี๋อึ้งไป ลู่เจียวดึงมือเขามากล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ซื่อเป่า แม่อบรมเลี้ยงดูเจ้ามา ส่งเจ้าเข้าวังไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงจอมปลอม แต่เพราะเจ้าเป็นลูกที่ดี เป็นเด็กดีเชื่อฟังที่ทุกคนชื่นชม”
ลู่เจียวกล่าวจบก็คิดถึงเด็กน้อยขี้ขลาดในตอนนั้น เห็นอยู่ว่ากลัวนางแต่ก็อยากเข้าใกล้ เขาค่อยๆ ยื่นมือน้อยๆ มาลูบนาง
ใจนางอดอ่อนยวบลงไม่ได้ “แม่เลี้ยงเจ้ามา ได้รับความสุขจากการเลี้ยงดูเจ้าแล้ว ดังนั้นเจ้าไม่ต้องเอาแต่คิดหาทางตอบแทนบุญคุณอันใด เจ้าไม่ติดค้างแม่ ไม่ติดค้างตระกูลเซี่ย วันหน้าทำหน้าที่ผู้ปกครองที่ดี ก็ถือว่าได้ตอบแทนแม่และตระกูลเซี่ยที่ดีที่สุดแล้ว คนเขาจะบอกว่าแม่เป็นหญิงมีคุณธรรมจารีตดีงาม อบรมฮ่องเต้ปรีชาแคว้นต้าโจวมา จะได้รับการจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ ไม่เสียทีที่แม่อบรมเลี้ยงดูเจ้ามา”
เซียวเหวินอวี๋ได้ฟังคำพูดลู่เจียวก็ขอบตารื้น เขามองลู่เจียวเป็นนานก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านแม่ ข้ารู้แล้วว่าท่านแม่หวังดีต่อข้า ข้าจดจำไว้แล้ว”
“อืม รีบกลับตำหนักบูรพาได้แล้ว ระยะนี้พระพลานามัยฝ่าบาทไม่ดีนัก เจ้าน่าจะจัดการราชกิจยุ่งมาก น่าจะไม่มีเวลาให้พระชายาเอกกับพระชายารอง มีเวลาก็กลับไปอยู่กับพวกนางให้มากหน่อย”
“ข้าทราบแล้ว” เซียวเหวินอวี๋พยักหน้า ลู่เจียวลุกขึ้นเดินไปส่งเขาพร้อมกับเอ่ยไปด้วยว่า “อีกอย่าง ตระกูลเฉินเป็นตระกูลมารดาเจ้า แม้ไม่ได้เลี้ยงดูเจ้ามา แต่ก็เลี้ยงดูมารดาเจ้ามา ดังนั้นควรพระราชทานสิ่งใดให้พวกเขาก็พระราชทานไป อย่าได้ละเลยพวกเขานัก ไม่เช่นนั้นจะทำให้ขุนนางในราชสำนักกล่าวหาว่าเจ้าลืมบุญคุณ อย่างไรท่านแม่เจ้าก็ให้กำเนิดเจ้ามา”
พอเซียวเหวินอวี๋ได้ฟังก็พยักหน้า เขารู้ว่าท่านแม่เป็นคนมีปัญญาเฉียบแหลม วาจานางล้วนมีคุณค่า
“อืม ข้าทราบแล้ว”
ลู่เจียวเดินไปส่งเขาขึ้นรถม้าที่หน้าประตู มองตามเขาจากไป
ติงเซียงอดยิ้มไม่ได้ “รัชทายาทนับวันยิ่งทรงสง่าราศี”
ลู่เจียวยิ้มพยักหน้าเลิกคิ้วครุ่นคิด ไม่รู้ว่าวันหน้าซื่อเป่าขึ้นครองบัลลังก์แล้ว จะเหมือนตอนนี้หรือไม่ จะเหินห่างเกิดช่องว่างกับตระกูลเซี่ยหรือไม่ อย่างไรผู้ขึ้นดำรงตำแหน่งฮ่องเต้ สุดท้ายก็มักกลายเป็นคนหวาดระแวง นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดท้ายฮ่องเต้ต้องกลายเป็นผู้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย
นางไม่อยากให้ซื่อเป่าเดินไปบนเส้นทางนั้น หากเดินไปบนเส้นทางนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้จิตใจคนตระกูลเซี่ยหนาวเหน็บ แต่ยังทำให้ตนเองทุกข์ทรมานด้วย
ฮ่องเต้เซียวอวี้เลิกยาได้แล้ว แต่พระพลานามัยก็ยังคงอ่อนแอมากดังเดิม
เดิมเขาสุขภาพไม่ดี มาโดนวางยาอีก ทำให้สุขภาพย่ำแย่หมดสิ้นแท้จริง หน้าร้อนมือเท้าก็เย็นราวกับน้ำแข็ง ขยับตัวนิดหน่อยก็หมดแรงเหงื่อออก เรื่องในราชสำนักเขาก็ปล่อยให้รัชทายาทเซียวเหวินอวี๋จัดการอย่างแท้จริงแล้ว
เซียวอวี้มองดูอยู่ข้างๆ พบว่ารัชทายาทเกิดมาเพื่อเป็นฮ่องเต้ แม้ไม่ได้คำแนะนำอบรมชี้แนะจากเขา แต่เขาก็จัดการราชกิจได้ดีมาก
เซียวอวี้เห็นว่าตนเองไม่อาจว่าราชกิจได้อีกต่อไปแล้ว จึงได้มีราชโองการสละราชสมบัติ มอบบัลลังก์ให้แก่รัชทายาทเซียวเหวินอวี๋
รัชทายาทเซียวเหวินอวี๋ ได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่แห่งแคว้นต้าโจวอย่างเป็นทางการ เปลี่ยนเป็นรัชศกเฉิงผิง พระนามฮ่องเต้เฉิงตี้
หลังฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ไม่เพียงแต่พระราชทานความชอบให้ขุนนางภักดี แต่ยังเปิดการสอบคัดเลือกขุนนางใต้หล้าเพิ่มเติม
บัณฑิตใต้หล้าได้ข่าวนี้ ต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญ ทุกคนต่างส่งเสียงร้องยินดี
ขุนนางในราชสำนักกับราษฎรเมืองหลวงต่างดีใจกันอย่างมาก ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นสู่บัลลังก์ก็เปิดการสอบคัดเลือกขุนนางใต้หล้าเพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่ทรงให้ความสำคัญกับบัณฑิตใต้หล้า นี่เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การยินดี
คนตระกูลเซี่ยย่อมดีใจมาก ซื่อเป่าได้ขึ้นครองราชย์ราบรื่น ตระกูลเซี่ยก็ปลอดภัยแล้ว
ลู่เจียวดีใจให้รางวัลบ่าวรับใช้ ยังสั่งการห้องครัวให้เพิ่มอาหารจานเนื้อสองอย่างให้บ่าวรับใช้ทุกคน
ยามนี้บ่าวรับใช้ตระกูลเซี่ยต่างดีใจยกใหญ่
ตอนนี้คนที่อยู่บ้านก็มีแค่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวและแฝดชายหญิง ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าแยกกันไปอยู่ที่อำเภอชิวและชายแดนกับภรรยาตนเองตามลำดับ
ซานเป่าไปเมืองหนิงโจว แต่พวกเขาย่อมรู้เรื่องซื่อเป่าขึ้นครองราชย์
ลู่เจียวก็ไม่ได้ให้คนส่งจดหมายไปบอก
ณ ตระกูลเซี่ย อู่เป่าน้อยเบิกบานใจไม่อาจบรรยาย สีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
ลู่เจียวเห็นเขาเช่นนี้ก็อดเย้าแหย่ไม่ได้ “พี่สี่เจ้าขึ้นครองราชย์ เจ้าดีใจเช่นนี้ทำไมกัน”
อู่เป่าน้อยแววตาเปล่งประกาย มองลู่เจียวกล่าวว่า “พี่สี่ขึ้นครองราชย์ ข้าก็จะได้ไปร่วมสอบแล้ว ก่อนหน้านี้พี่สี่ยังไม่ขึ้นครองราชย์ ท่านพ่อข้าเป็นรองโส่วฝู่สำนักมนตรี พี่ใหญ่เป็นจ้วงหยวน พี่รองเป็นขุนพลทหาร ตระกูลเราเป็นที่จับตามากเกินไป ข้าไม่อยากเป็นที่จับจ้องของผู้อื่นมากนัก แต่ตอนนี้พี่สี่ได้ขึ้นครองราชย์แล้ว หากตระกูลเรามีข้าเฉลียวฉลาดเพิ่มขึ้นอีกคน อย่างมากผู้อื่นก็คงกล่าวว่าท่านพ่อท่านแม่ข้าอบรมสั่งสอนลูกเป็น จะไม่มีเรื่องอันใดแล้วอย่างไรเล่า”