ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 852 แต่งตั้ง
ตอนที่ 852 แต่งตั้ง
ลู่เจียวได้ฟังวาจาบุตรชายคนเล็กตนก็อดทอดถอนใจไม่ได้ อู่เป่าน้อยแม้ว่าอายุยังน้อย แต่การมองคนและเรื่องราวต่างๆ ล้วนทะลุปรุโปร่ง
“ได้สิ วันหน้าเจ้าอยากทำอันใดก็ไปทำ มีพี่สี่กับท่านพ่อเจ้าอยู่ เจ้าตัวน้อยไม่ต้องคิดมากอันใด”
“ทราบแล้ว ท่านแม่”
ลู่เจียวกล่าวจบ นอกประตูมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นเดินเข้าประตูมา พอเข้ามาก็เอ่ยกับลู่เจียว ว่า “เจียวเจียวเร็ว เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเต็มยศไปรับราชโองการด้านหน้า”
ลู่เจียวอึ้งไปครู่หนึ่ง กล่าวว่า “ราชโองการอันใด”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มกล่าวว่า “รับแล้วก็รู้เอง”
ลู่เจียวเห็นท่าทางมีเลศนัยของเขาก็ได้แต่ลุกขึ้นเดินเข้าห้องไปแต่งตัว แม้เป็นราชโองการซื่อเป่า นางทำตัวตามสบายได้ แต่ลู่เจียวไม่อยากให้ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์นาง ยังคงแต่งกายตามยศ จากนั้นก็พาแฝดชายหญิงตามเซี่ยอวิ๋นจิ่นออกไปรับราชโองการที่เรือนด้านหน้า
ผู้ที่นำราชโองการมายังตระกูลเซี่ยก็คือโจวโย่วจิ่นคนสนิทข้างพระวรกายฝ่าบาท วันนี้โจวโย่วจิ่นสถานะไม่ธรรมดาเหมือนก่อนแล้ว
เขาเป็นมหาขันทีคนสนิทฝ่าบาท เรียกได้ว่ามีเกียรติยศยิ่ง แต่พอเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียว เขาก็ยังคงดำรงธรรมเนียมดังเช่นเมื่อก่อน โจวโย่วจิ่นติดตามฝ่าบาทมานาน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าฝ่าบาทให้ความสำคัญกับตระกูลเซี่ยและบิดามารดาเลี้ยงเพียงใด ดังนั้นโจวโย่วจิ่นยามพบกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวก็ยังคงดำรงท่าทีสงบเสงี่ยมดังเดิม
“ใต้เท้าเซี่ย ฮูหยินเซี่ย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวยิ้มแสดงท่าทางบอกให้โจวโย่วจิ่นอย่าได้เกรงใจ
โจวโย่วจิ่นแสดงท่าทางบอกให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวรับราชโองการ เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวพาทุกคนคุกเข่ารับราชโองการ
โจวเส้ากงในกลุ่มคนมองบุตรชายตนเอง ในใจไม่รู้ว่าดีใจหรือเศร้าใจ ปวดร้าวหรือหวานล้ำ
แม้ว่าบุตรชายเขาได้เป็นคนเหนือคน แต่อย่างไรก็ไม่ครบบริบูรณ์
โจวเส้ากงน้ำตารื้น
โจวโย่วจิ่นย่อมเห็นสีหน้าบิดา ได้แต่ยิ้มเล็กน้อย เริ่มประกาศราชโองการ
“ราชโองการ ฮ่องเต้มีราชโองการ ลู่เจียว ภรรยาใต้เท้าเซี่ยรองโส่วฝู่สำนักมนตรีเป็นผู้ดำรงจารีตงดงาม ความประพฤติสูงส่ง ดำรงมารยาทอันดีงาม เป็นแบบอย่างแห่งสตรีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าโจว มีพระคุณเลี้ยงดูฮ่องเต้เจริญชันษา บัดนี้พระราชทานตำแหน่งฮูหยินเหนืออันดับหนึ่ง พระราชทานนามแห่งแคว้นโจวเป็นบรรดาศักดิ์ ฮูหยินโจวกั๋ว”
ลู่เจียวนิ่งอึ้ง คิดไม่ถึงว่าซื่อเป่าไม่ได้พระราชทานตำแหน่งไทเฮาให้นาง แต่กลับพระราชทานแต่งตั้งนางเป็นฮูหยินเหนืออันดับหนึ่ง ยังพระราชทานนามแห่งแคว้นโจวเป็นบรรดาศักดิ์ เช่นนั้นวันหน้านางก็คือ ฮูหยินคนแรกที่ได้รับพระราชทานนามแห่งแคว้นโจวเป็นบรรดาศักดิ์
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นลู่เจียวนิ่งอึ้ง ก็รีบยื่นมือไปแตะลู่เจียวให้รีบขอบพระทัย “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา หม่อมฉันขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณ”
นางประสานมือนอบน้อมรับราชโองการ
โจวโย่วจิ่นรีบเข้าไปแสดงความยินดีกับลู่เจียว “บ่าวขอแสดงความยินดีกับฮูหยินโจวกั๋ว ฝ่าบาทมีรับสั่งมาถึงฮูหยินด้วย”
ลู่เจียวพอได้ฟังว่า นอกจากราชโองการ ยังมีรับสั่งก็รีบถามนอบน้อมว่า “ขอโจวกงกงโปรดกล่าว”
โจวโย่วจิ่นยิ้มดึงตราประทับชิ้นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ด้านบนแกะสลักอักษรไว้ว่า ‘ดั่งเราเสด็จ’
“นี่คือสิ่งที่ฝ่าบาทพระราชทานแด่ฮูหยินโจวกั๋ว วันหน้าหากมีผู้ใดมีตาแต่ไร้แววมาล่วงเกินฮูหยิน ฮูหยินใช้ตราประทับนี้ลงโทษคนผู้นั้นในที่นั้นได้ทันที อีกอย่าง มีตราประทับนี้ ฮูหยินอยากเข้าวังเมื่อใดก็เข้าได้ตลอดเวลา”
ลู่เจียวไม่รู้ว่าควรกล่าวอันใดจริงๆ รีบยกสองมือประคองรับตราประทับ ขอบพระทัยในพระเมตตา “ขอโจวกงกงทูลฝ่าบาท พรุ่งนี้ข้าจะเข้าวังไปขอบพระทัยในพระเมตตา”
“ขอรับ บ่าวจะนำวาจานี้ไปทูลต่อฝ่าบาท”
โจวโย่วจิ่นกล่าวจบก็แสดงท่าทางบอกให้คนตระกูลเซี่ยรับของพระราชทาน ครั้งนี้ฝ่าบาทพระราชทานแต่งตั้งแล้ว ยังพระราชทานของอีกกองหนึ่ง เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบบอกให้พ่อบ้านเซียวรับของพระราชทานไว้
โจวโย่วจิ่นเห็นคนตระกูลเซี่ยรับของพระราชทานแล้วก็หันหลังเตรียมกลับ เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบเรียกโจวเส้ากงให้ไปส่งโจวโย่วจิ่น
โจวเส้ากงรับคำสั่งไปส่ง ได้เห็นบุตรชายท่าทางมีสง่าราศีแล้ว โจวเส้ากงก็ไม่รู้ว่าควรกล่าวอันใด เป็นนานกว่าจะเอ่ยออกมาว่า “โย่วจิ่น เจ้าไม่นึกเสียใจภายหลังจริงหรือ”
โจวโย่วจิ่นยิ้ม “ท่านพ่อ ข้าไม่เคยนึกเสียใจภายหลัง ตอนนี้ชีวิตข้าดีมาก”
โจวเส้ากงได้ฟัง ก็หันหน้าไปมองเขา กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “โย่วจิ่น เจ้าเดินมาถึงวันนี้ไม่ง่าย วันหน้าเจ้าต้องจดจำให้ดีเรื่องหนึ่ง ทุกอย่างที่เจ้ามีในวันนี้เพราะฝ่าบาทพระราชทาน เจ้าต้องจงรักภักดีต่อฝ่าบาทไปชั่วชีวิต อย่าได้ทรยศต่อฝ่าบาท อีกอย่าง เจ้าอย่าได้ได้ใจจนลืมตัว ต้องดำรงท่าทีสงบนิ่งและสุขุมเอาไว้”
โจวโย่วจิ่นมองบิดาตนเอง คิดถึงว่าระยะนี้ตนเองเหมือนจะรู้สึกตัวลอยเท้าไม่ติดพื้นอยู่บ้างจริงๆ เพราะเขาเป็นขันทีคนสนิทฝ่าบาท ขันทีและนางกำนัลในวังมักพากันมาเอาใจเขา ทำให้เขาได้ใจจนลืมตัว ความจริงตอนนี้ฝ่าบาทเพิ่งจะขึ้นครองราชย์ รากฐานยังไม่มั่นคง เขาไม่อาจลืมตัวได้
โจวโย่วจิ่นเก็บสีหน้าดำรงท่าทีสงบนิ่ง น้อมรับคำด้วยความเคารพ “ท่านพ่อ ข้ารู้แล้ว”
“เอาละ กลับเข้าวังเถอะ”
“ขอรับ ท่านพ่อ”
โจวโย่วจิ่นออกจากตระกูลเซี่ยกลับเข้าวัง
ตระกูลเซี่ย ลู่เจียวถือราชโองการมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “เรื่องนี้เจ้าน่าจะรู้ก่อนแล้วกระมัง เหตุใดไม่ทูลห้ามฝ่าบาท”
เรื่องนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นรู้จริง ยังเป็นความคิดของเขาอีกด้วย
“ฝ่าบาททรงคิดพระราชทานแต่งตั้งเจ้า หากไม่พระราชทานอันใดสักหน่อย ทรงรู้สึกไม่สบายใจ เอาแค่คิดถึงเรื่องนี้ วันนี้ประชุมท้องพระโรงยามเช้าแล้วทรงตามข้าเข้าไปหารือเรื่องนี้ เดิมคิดพระราชทานแต่งตั้งเจ้าเป็นไทเฮาเซี่ยวฉือแห่งแคว้นต้าโจว แต่เจ้าไม่เห็นด้วย เขาได้แต่ยกเลิกไป แต่ไม่พระราชทานอันใดให้เจ้าเลย เขาก็กินไม่ได้นอนไม่ไหลับ ยังคิดแต่เรื่องจะพระราชทานสิ่งใดให้เจ้าดี”
“ต่อมาข้าเสนอให้ทรงพระราชทานแต่งตั้งเจ้าเป็นฮูหยินเหนืออันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าโจว พระราชทานบรรดาศักดิ์โจวกั๋ว เช่นนี้ก็นับว่าได้ทำให้สมพระทัยฝ่าบาทที่คิดตอบแทนบุญคุณที่เจ้าอบรมเลี้ยงดูมา ยังทำให้ขุนนางในราชสำนักไม่อาจมีคำคัดค้าน และไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์เจ้าและฝ่าบาทอีกด้วย”
“พอข้าเสนอ ฝ่าบาททรงตรัสทันทีว่าข้อเสนอนี้ดี จากนั้นก็มีราชโองการ”
ลู่เจียวมองราชโองการในมือกับตราประทับของฝ่าบาท ก็อดถอนใจไม่ได้ “เจ้าลูกคนนี้ บอกเขาแล้ว ไม่ต้องการของนอกกาย แต่ก็ยังจะต้องให้ให้ได้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมือไปโอบไหล่ลู่เจียว ยิ้มกล่าวว่า “นี่เป็นความปรารถนาดีของเขา เจ้าควรดีใจรับไว้ก็พอ พรุ่งนี้เข้าวังขอบพระทัยในพระเมตตา จะต้องเบิกบานใจหน่อย อย่าได้ทำให้เขาเสียความตั้งใจ”
ลู่เจียวคิดแล้วก็รู้สึกว่าควรเป็นเช่นนี้ คนเขายินดีพระราชทานให้ นางก็ปฏิเสธไม่ได้อีก ไม่เช่นนั้นจะเป็นการไม่เหมาะ
“ได้ ข้ารู้แล้ว”
วันรุ่งขึ้น ลู่เจียวแต่งตัวเข้าวังไปขอบพระทัยในพระเมตตา ไปเข้าเฝ้าฮองเฮาที่ตำหนักคุนหนิงกงก่อน
ฮองเฮาเผยอวี่เป็นหลานสาวเผยโส่วฝู่ เผยอวี่เห็นลู่เจียว ก็ไม่รอให้ลู่เจียวคำนับ รีบเข้าไปประคองลู่เจียวขึ้นมาด้วยตนเอง “ฮูหยินโจวกั๋ว ไม่ต้องมากพิธี รีบนั่ง”
ลู่เจียวยิ้มมองเผยอวี่กล่าวว่า “ฮองเฮา ทรงเกรงใจเกินไปแล้ว”
เผยอวี่กล่าวอย่างซุกซนว่า “ท่านอบรมเลี้ยงดูฝ่าบาทมาจนโต อย่าว่าแต่ข้า แม้แต่ฝ่าบาทก็จะต้องทำเช่นนี้ วันหน้าฮูหยินก็เห็นข้าเป็นดังสะใภ้ตนเองก็พอ อย่าได้มีธรรมเนียมอันใดกับข้า หากท่านเข้าวังมา พวกเราก็ล้วนพูดคุยกันเบิกบานใจ หากฮูหยินมีธุระใดก็มาพบข้าได้ทันที”
ฮองเฮากล่าวจบ ยังคว้าแขนเสื้อลู่เจียวแสดงท่าทางออดอ้อนขึ้นมา