ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 853 รับพระสนม
ตอนที่ 853 รับพระสนม
ลู่เจียวยิ้มมองนาง แม้เผยอวี่เป็นหลานสาวที่ตระกูลเผยบรรจงอบรมสั่งสอนมา แต่อย่างไรก็อายุเพียงแค่สิบหก ยามนี้ออดอ้อนขึ้นมาก็เหมือนหญิงสาวตัวน้อย
ลู่เจียวเห็นแล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได้ ตอนนี้ฮองเฮาดีเพียงใด ก็ขอให้วันหน้าอย่าได้ถูกวังหลังทำลายความดีงามแท้จริงนี้ทิ้ง
ลู่เจียวครุ่นคิดแล้วก็ยิ้มเอ่ยว่า “ในเมื่อฮองเฮาทรงเห็นใจหม่อมฉัน เช่นนั้นหม่อมฉันก็ขอน้อมรับพระเมตตา”
เผยอวี่กำลังอยากจะเอ่ยต่อ เสียงขันทีนอกตำหนักก็ดังเข้ามา “ฝ่าบาทเสด็จ”
เผยอวี่กับลู่เจียวลุกขึ้นเดินไปหน้าประตูตำหนัก เซียวเหวินอวี๋ในฉลองพระองค์มังกรสีเหลืองทองเดินก้าวเข้ามา
เขาเห็นฮองเฮาสนิทสนมกับลู่เจียวไม่เลว เซียวเหวินอวี๋ก็รู้สึกพอใจฮองเฮาอยู่มาก
เผยอวี่เห็นท่าทางเขา ก็รู้ว่าตนเองก่อนหน้านี้ทำได้ถูกต้อง ในใจก็ยิ่งตัดสินใจแน่วแน่
แม้ว่าลู่เจียวไม่ใช่แม่สามีแท้จริงของนาง แต่วันหน้านางก็จะปฏิบัติต่อนางดังแม่สามี เชื่อว่าฝ่าบาทจะต้องดีพระทัยเป็นแน่
เผยอวี่คิดไปก็อมยิ้มถวายบังคมเซียวเหวินอวี๋ไป “ถวายบังคมฝ่าบาท”
ลู่เจียวถวายบังคมเซียวเหวินอวี๋ “ถวายบังคมฝ่าบาท”
เซียวเหวินอวี๋ยื่นมือไปจูงฮองเฮา จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าลู่เจียว ประคองนางขึ้นมา “ท่านแม่ ท่านอย่าได้มากพิธี วันหน้ายามไม่มีผู้อื่น พวกเราก็อยู่ร่วมกันผ่อนคลายเหมือนเมื่อก่อน”
ลู่เจียวกระตุกมุมปาก กล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ได้ ตามเจ้า แต่ต่อหน้าขุนนางในราชสำนัก อย่าได้ทำผิดธรรมเนียม”
“ทราบแล้วท่านแม่ ข้าประคองท่านแม่นั่ง”
เผยอวี่คิดไม่ถึงว่าฝ่าบาทที่ปกติดำรงท่าทีเย็นเยียบเคร่งขรึม ยามอยู่ส่วนตัวกับฮูหยินโจวกั๋วถึงกับปฏิบัติต่อกันเช่นนี้
นางพลันไม่ทันได้ตั้งสติ
จนกระทั่งลู่เจียวเรียกนาง “ฮองเฮาก็มานั่งด้วยกัน”
เผยอวี่ได้สติ ยิ้มเดินเข้าไป แต่ไม่ได้นั่งลง หากเงยหน้ามองเซียวเหวินอวี๋อย่างระมัดระวัง เซียวเหวินอวี๋อมยิ้มเอ่ยขึ้นว่า “ฮองเฮาก็มานั่งด้วยกัน”
เผยอวี่แอบสะดุ้งในใจ ท่าทีฝ่าบาทต่อนางกับฮูหยินโจวกั๋วต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
เขาสนิทกับฮูหยินโจวกั๋ว แต่กับนางกลับมีระยะห่าง
เผยอวี่ไม่กล้าแสดงออก เพียงแต่ยิ้มขอบพระทัยในพระเมตตาก่อนจะลงนั่งข้างลู่เจียว
ลู่เจียวมองเซียวเหวินอวี๋กล่าวว่า “วันนี้แม่เข้าวังมาขอบพระทัยในพระเมตตาของฝ่าบาทที่พระราชทานตำแหน่งฮูหยินเหนืออันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าโจว โอย แม่ได้เสวยวาสนาสุขเพราะบุตรชายแล้ว”
ลู่เจียวตั้งใจแสดงท่าทางเกินจริง เซียวเหวินอวี๋พลันยิ้มกว้าง ในใจดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“ข้าไม่ได้บอกไว้หรือว่าจะให้ท่านแม่มีชีวิตอย่างไร วันหน้าท่านแม่ต้องการสิ่งใด ก็บอกข้ามาได้เลย”
“ตอนนี้แม่ไม่ขาดแคลนอันใด หากจะขาด ก็น่าจะขาดหลานชายสักคน”
กล่าวจบก็กะพริบตาปริบๆ หยอกซื่อเป่า ซื่อเป่าถูกลู่เจียวหยอกเอาขำ ยิ้มกล่าวว่า “ต้าเป่า เอ้อร์เป่ารวมข้า พวกเราสามคนย่อมต้องทำให้ท่านแม่ได้สมหวังอย่างแน่นอน”
ซื่อเป่ากล่าวจบก็ถามอย่างห่วงใยลู่เจียว “ท่านแม่ ท่านกินอาหารเช้ามาแล้วหรือยัง”
“กินก่อนมาแล้ว”
“ข้ายังไม่ได้กิน ท่านแม่กินเป็นเพื่อนข้าอีกหน่อย”
ลู่เจียวได้แต่ยอมตามใจ “ได้ เช่นนั้นก็กินเป็นเพื่อนบุตรชายอีกสักหน่อย”
เซียวเหวินอวี๋มองไปยังฮองเฮาเผยอวี่ เผยอวี่กำลังฟังจนนิ่งอึ้งอยู่
ที่แท้ยามฝ่าบาทกับฮูหยินโจวกั๋วอยู่ร่วมกันเป็นเช่นนี้ กล่าวตามตรง หากไม่ได้เห็นกับตา นางไม่มีทางนึกภาพออกเป็นแน่
นางยังคิดว่าฮูหยินโจวกั๋วอบรมฝ่าบาทได้เก่งกาจเช่นนี้ ส่วนตัวน่าจะเป็นคนเข้มงวดมาก คิดไม่ถึงว่ากลับเป็นคนสบายๆ เช่นนี้
แม้ตระกูลเผยเองก็ไม่ได้มีท่าทีสบายๆ เหมือนพวกเขาสองแม่ลูก
เผยอวี่เป็นบุตรี อยู่ตระกูลเผยไม่ว่าวาจาหรือกิริยามารยาทหากผิดพลาดเพียงนิด ก็จะถูกตำหนิลงโทษ ไหนเลยจะมีท่ามีผ่อนคลายสบายๆ เหมือนฮูหยินโจวกั๋วกับฝ่าบาทเช่นนี้
มิน่าฝ่าบาทชอบให้ฮูหยินโจวกั๋วเข้าวัง คนเช่นพวกนางไม่อาจทำเช่นนี้ได้จริงๆ
ฝ่าบาทจัดการราชกิจ ความจริงก็คงคิดอยากผ่อนคลายบ้าง ต่อหน้าผู้อื่นอาจแสดงท่าทีสบายๆ เช่นนี้ไม่ได้ แต่กระทำต่อหน้าฮูหยินโจวกั๋ว
เผยอวี่พลันเข้าใจความรักที่ฝ่าบาทมีต่อฮูหยินโจวกั๋วแล้ว
เซียวเหวินอวี๋เห็นเผยอวี่นิ่งไม่ขยับก็อดเลิกคิ้วไม่ได้ ลู่เจียวแตะเผยอวี่ กล่าวว่า “ฮองเฮา ฝ่าบาทยังไม่ได้เสวยพระกระยาหารเช้า”
เผยอวี่ได้สติรีบลุกขึ้นทูลว่า “หม่อมฉันจะไปสั่งให้บ่าวเตรียมพระกระยาหารเพคะ”
เซียวเหวินอวี๋หันไปคุยกับลู่เจียวต่อ ไม่ได้สนใจถือสาเผยอวี่ที่เสียมารยาท
เผยอวี่ลุกขึ้นไปสั่งการให้คนเตรียมพระกระยาหารเช้า
เซียวเหวินอวี๋กล่าวกับลู่เจียวว่า “ท่านแม่ ข้าเพิ่งจะขึ้นครองราชย์ ต้องดำรงสมดุลราชสำนักให้มั่นคง จำเป็นต้องรับพระสนม”
เซียวเหวินอวี๋กล่าวจบก็มองลู่เจียวอย่างรู้สึกร้อนตัว เขารู้ว่ามารดาไม่ชอบผู้ชายรับอนุ
แม้ว่าลู่เจียวไม่เห็นด้วย แต่กลับรู้ว่าแม้ว่าตอนนี้ซื่อเป่าเป็นฮ่องเต้แคว้นต้าโจว แต่เขาเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ยังไม่อาจกุมอำนาจแผ่นดินแคว้นต้าโจวได้มั่นคง
บรรดาขุนนางและชนชั้นสูงศักดิ์ในราชสำนัก ภายนอกเหมือนฟังคำสั่งเขา แต่ลับหลังไม่แน่ว่าจะแอบวางแผนต่อต้านก็เป็นได้
ดังนั้นการรับพระสนมเป็นวิธีการที่ได้ประโยชน์ในการทำให้ราชสำนักมั่นคงที่สุดในตอนนี้
ลู่เจียวถอนหายใจกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องที่ทำอันใดไม่ได้ เจ้าสมควรทำอันใดก็ทำไปเถอะ แต่แม่ต้องบอกกับเจ้าสักสองสามคำ แม้รับพระสนมมา ก็อย่าได้ละเลยฮองเฮากับพระสนมซูเฟย พวกนางสองคนเป็นคนดี ต้องดีต่อพวกนางให้มาก”
“โดยเฉพาะฮองเฮา นางเป็นภรรยาเอก เจ้าต้องเคารพนาง ปกป้องนาง ดีที่สุดก็ควรให้นางเป็นผู้ให้กำเนิดรัชทายาท เช่นนี้จึงจะไม่มีอุบายมากมายต้องเผชิญ”
เหมือนฮองเฮากับอ๋องจิ่นก่อนหน้านี้ เหตุใดคอยเอาแต่หาเรื่องวางอุบายพวกเขา ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นสายเลือดสายตรงหรือ ดังนั้นหากรัชทายาทถือกำเนิดจากฮองเฮา ผู้อื่นแม้มีใจคิด แต่ไม่มีจุดยืน ก็น่าจะวางอุบายกันน้อยลง
“วันหน้าเจ้าต้องให้โอรสเจ้าได้รู้จุดยืนของตนเองเสียแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้วางอุบายกันไปมา หากจะเป็นเช่นนี้ สู้อย่าให้กำเนิดเสียดีกว่า”
เซียวเหวินอวี๋ได้ฟังวาจาลู่เจียว ก็คิดจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง กล่าวว่า “ท่านแม่ หากพระสนมที่รับมาอุปนิสัยไม่ดี ข้าก็จะไม่ให้นางได้มีทายาทสืบราชวงศ์ นับประสาอันใดกับการนี้ก็แค่ชั่วคราว”
เซียวเหวินอวี๋คุยกับลู่เจียวกระจ่างเรื่องรับพระสนมว่าเป็นกลอุบายชั่วคราวเพื่อสร้างอำนาจให้มั่นคงก่อน รอให้เขากุมอำนาจแผ่นดินมั่นคง ก็จะไม่รับพระสนมง่ายดายอีก
“อืม เจ้าคิดเช่นนี้เป็นเรื่องดีมาก”
เซียวเหวินอวี๋ได้ยินว่าลู่เจียวไม่ได้ตำหนิเขาเรื่องรับพระสนม ในใจพลันผ่อนคลายลง ยิ้มมองลู่เจียวกล่าวว่า “ท่านแม่ แต่ไรมาสายตาท่านก็ดีมาก เรื่องรับพระสนมครั้งนี้มอบให้ท่านแม่ช่วยจัดการก็แล้วกัน”
ลู่เจียวไม่เห็นด้วย ถลึงตาใส่เขา กล่าวว่า “ในวังมีฮองเฮา ให้แม่มาจัดการอันใด”
นางเพิ่งกล่าวจบ เผยอวี่ก็เดินเข้ามารับคำกล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าอายุยังน้อย ขอท่านแม่ช่วยจัดการด้วยเพคะ”
พอเผยอวี่เอ่ย เซียวเหวินอวี๋กับลู่เจียวอึ้งไปทันที ฮองเฮาถึงกับเรียกลู่เจียวว่าท่านแม่
เผยอวี่เห็นพวกเขาทั้งสองคนมองมาก็นิ่งอึ้งไปทันที จากนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเก้อเขินว่า “ข้า ข้าเรียกฮูหยินโจวกั๋วว่าท่านแม่ได้หรือไม่”
เซียวเหวินอวี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้คัดค้าน “ได้ เจ้าเป็นภรรยาเรา เรียกท่านแม่ได้ไม่มีปัญหา”
เผยอวี่พลันยิ้มเดินไปข้างกายลู่เจียวดึงมือนางมากุมอย่างสนิทสนม กล่าวว่า “ท่านแม่ เรื่องรับพระสนม ขอท่านแม่โปรดช่วยดำเนินการด้วย ข้าอายุยังน้อย ยังมองคนไม่ปรุโปร่ง แม้ว่าฝ่าบาทรับพระสนมเพื่อสร้างสมดุลความมั่นคงในราชสำนัก แต่หากคนที่รับเข้าวังเป็นสตรีที่รู้จักสงบเสงี่ยมหน่อยก็คงดี หากรับพวกพฤติกรรมไม่ใสสะอาดนักมา ใช่ว่าจะสร้างความยุ่งยากให้ข้ากับฝ่าบาทหรือ”