novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 139 เปี่ยมไปด้วยความภักดีและความกล้าหาญ

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 139 เปี่ยมไปด้วยความภักดีและความกล้าหาญ
Prev
Next

ตอนที่ 139 เปี่ยมไปด้วยความภักดีและความกล้าหาญ
หลิวจี้เป็นเพียงคนเกียจคร้าน แต่หาใช่คนโง่ไม่ การดื่มเหล้าเอาใจผู้อื่นย่อมทำได้

แต่การพนันน่ะหรือ? นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันทำเด็ดขาด!

แล้วยังเงาหลังนั้น ใช่ฉินเหยาหรือไม่กันแน่?

เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ หลิวจี้ก็นอนไม่หลับตลอดคืน

ยิ่งเมื่อตื่นเช้าในวันถัดมา เขาก็ไปหาสารถีเพื่อขอค่าใช้จ่ายแต่กลับไม่ได้แม้แต่เหวินเดียว ความกังวลที่กดทับอยู่พลันปะทุออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

โชคดีนักที่เขายังมีเงินส่วนตัวอยู่บ้าง อย่างน้อยก็พอจะประคองตัวไปได้อีกครึ่งเดือน

ฝานซิ่วไฉไม่เรียกหาเขาอีกเลย เขาถูกขับออกจากวงสังคมของคนพวกนั้นอย่างสิ้นเชิง

หลังจากนั้น หลิวจี้ก็ส่งจดหมายกลับบ้านหลายฉบับทว่ากลับไม่มีแม้แต่ฉบับเดียวที่ได้รับการตอบกลับ

ทุกค่ำคืนที่เงียบสงัด หลิวจี้มักรู้สึกอ้างว้างราวกับว่าตนเองถูกทั้งโลกทอดทิ้ง

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงนอนไม่หลับติดกันหลายคืน เพียงไม่กี่วันร่างกายก็ซูบผอมซีดเผือด ราวกับตัวละครในนิทานที่ถูกปีศาจดูดกลืนพลังชีวิตจนเหือดแห้ง ทำให้ฝานซิ่วไฉ และพรรคพวกพากันตกใจไม่น้อย

พวกตนก็แค่ไม่พาเขาไปเที่ยวเล่นด้วยเท่านั้นเอง ต้องเป็นถึงขนาดนี้เลยหรือ

จดหมายอีกฉบับถูกส่งมาจากสำนักศึกษาในอำเภอและถูกส่งต่อมายังเรือนเก่าตระกูลหลิว

นางจางเป็นผู้รับจดหมาย แต่เพราะนางอ่านหนังสือไม่ออกเลยแม้แต่ตัวเดียว จึงต้องนำไปถามเอ้อร์หลางซึ่งกำลังเล่นอยู่ใต้ชายคากับจินเป่าและจินฮวา

เอ้อร์หลางเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนกล่าวว่า “อ้อ นี่เป็นจดหมายจากสำนักศึกษาที่ท่านพ่อส่งมาให้ท่านแม่น่ะ”

นางจางพยักหน้า “เช่นนั้นข้าจะเก็บไว้ก่อนแล้วค่อยส่งให้แม่เจ้าพร้อมกันทีหลัง”

เอ้อร์หลางไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยสักนิด เขายังคงเล่นต่อสู้โดยใช้กิ่งไม้เป็นอาวุธกับจินเป่าและจินฮวาต่อไป

นางจางส่ายหัวอย่างจนใจ ก่อนเดินเข้าไปในเรือน และวางจดหมายฉบับใหม่นี้รวมกับจดหมายอีกสองฉบับที่ส่งมาเมื่อสองวันก่อนหน้า

สองวันก่อน ฉินเหยาพาต้าหลางขึ้นเขาไปแล้ว จดหมายนี้จึงต้องรอให้พวกเขาแม่ลูกกลับมาก่อนจึงจะเปิดได้

เอ้อร์หลางและคู่แฝดชายหญิงถูกฉินเหยาส่งมาที่เรือนเก่า ทว่าในยามค่ำคืน นางเหอหรือหลิวเฝยจะพาพวกเขาทั้งสามกลับไปนอนบ้าน

ไก่และม้าในบ้านต้องช่วยกันให้อาหาร อีกทั้งต้องตรวจสอบกลอนประตูให้แน่นหนา เพื่อป้องกันพวกมือไวที่มาแอบลักขโมย

นางเหอไม่เคยเข้าใจความคิดของฉินเหยาเลย นางจะขึ้นเขาก็ขึ้นไปเถิด แต่พาเด็กไปด้วยทำไมกัน

ต้าหลางเพิ่งอายุเท่าไหร่กัน เด็กชายวัยเพียงเก้าขวบจะออกล่าสัตว์ได้หรือ

ทุกครั้งที่เอ้อร์หลางได้ยินท่านป้าใหญ่บ่น เขาก็จะคอยแก้ต่างแทนเสมอว่า “ท่านแม่พาพี่ใหญ่ไปฝึกฝนในสถานการณ์จริง คราวนี้ไม่ได้ไปล่าสัตว์ เป็นเพียงแค่การฝึกฝนเท่านั้น”

แน่นอน หากล่าได้ ท่านแม่บอกว่าจะนำกลับมาเพิ่มอาหารมื้อพิเศษให้พวกเขาด้วย~

เอ้อร์หลางและคู่แฝดมั่นใจในความสามารถด้านการต่อสู้ของท่านแม่ของตน ดังนั้นคราวนี้พอฉินเหยาต้องออกจากบ้านเข้าป่า พวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับเมื่อปีก่อน

แต่ต้าหลางที่อยู่บนเขานั้น จิตใจเริ่มจะรับไม่ไหวเสียแล้ว

วันนั้น ฉินเหยากลับมาจากตัวอำเภอ ให้อาหารม้าเสร็จแล้วบอกเขาว่า “เตรียมตัวให้ดี มะรืนนี้เราจะขึ้นเขา”

ต้าหลางตื่นเต้นจนคว้ามีดพร้าขึ้นมาผ่าฟืนในห้องเก็บฟืนเสียงดังตึงตัง จนกระทั่งความตื่นเต้นจางลง เขาก็เริ่มเตรียมการทันที

“เมื่อขึ้นเขาไปแล้ว การลงมาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเตรียมหินจุดไฟและเครื่องครัวให้พร้อม ยังมีกระบอกไม้ไผ่ สิ่งของกันหนาวและของจำเป็นอื่นๆ สุดท้ายจึงค่อยเป็นอาวุธของเจ้า”

“ของมีมาก แต่กำลังมีจำกัด ดังนั้นจึงต้องลดแล้วลดอีก เอาไปเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น”

ฉินเหยาสอนเขาทีละขั้นตอนว่าควรเตรียมเสบียงขึ้นเขาอย่างไร หม้อนั้นต้องนำไปด้วย เพราะแหล่งน้ำบนเขาอาจไม่สะอาดเสมอไป หากต้มให้เดือดก่อนดื่มก็จะช่วยลดโอกาสท้องเสียได้มาก

อาหารสุกยังสามารถฆ่าปรสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยให้ได้อาหารที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ

บนเขาความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนสูง โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ กลางวันร้อน กลางคืนเย็น ยามเช้ามีหมอกน้ำค้าง ดังนั้นเสื้อผ้าที่สามารถคลุมได้ทั้งตัวและสวมใส่ง่ายจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเตรียมเสบียงสำหรับการอยู่รอดเรียบร้อยแล้วจึงค่อยตรวจสอบอาวุธ

ก่อนอื่นต้องเตรียนลูกธนูและลูกกระสุนให้เพียงพอ

พกมีดพร้าและกริชติดตัวไว้ อันหนึ่งใช้สำหรับเปิดทาง อีกอันหนึ่งใช้ป้องกันตัว

เชือกที่แข็งแรงก็เป็นของจำเป็นเช่นกัน ใช้สำหรับมัดเหยื่อและอาจช่วยชีวิตในช่วงเวลาสำคัญได้

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วสองแม่ลูกก็สะพายห่อสัมภาระคนละใบขึ้นเขาไปภายใต้สายตาเปี่ยมด้วยความคาดหวังของต้าหลาง

ครึ่งชั่วยามแรกของการขึ้นเขาเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุด ต้าหลางสะพายห่อสัมภาระหนักกว่าสิบจิน แล้ววิ่งนำไปตลอดทาง

บริเวณรอบนอกมีเพียงพุ่มไม้เตี้ยๆ ต้นไม้ขึ้นห่างกัน ทำให้เดินสะดวก

อีกทั้งมีชาวบ้านเข้าออกอยู่เสมอ จนเกิดเป็นเส้นทางชัดเจน เพียงแค่เดินตามทางก็พอ

เด็กที่ขึ้นเขาครั้งแรกยังไร้เดียงสา คิดว่าเส้นทางข้างหน้าคงเป็นแบบนี้ตลอด ยังไม่รู้ถึงความยากลำบากที่แท้จริง

ดังนั้น เมื่อกำแพงหนาทึบของเถาวัลย์ หญ้าป่าและกิ่งไม้นานาชนิดขวางอยู่เบื้องหน้า ปฏิกิริยาแรกของต้าหลางก็คือหันไปบอกฉินเหยาว่า

“ท่านน้า พวกเราคงเดินผิดทางแล้วกระมัง ที่นี่ไม่มีทางเดินเลย”

ฉินเหยายิ้มพลางเดินไปข้างหน้า ยกมีดพร้าขึ้นฟันเถาวัลย์และหญ้าป่าที่เติบโตจนพันแน่นในรอบปี จากนั้นก้มตัวมุดเข้าไป

“ตามข้ามา ปิดผ้าคลุมหน้าไว้ อย่าให้แมลงพิษกัดเจ้า” นางกำชับก่อนเดินลึกเข้าไปอีกสองถึงสามเมตร

ดวงตาของต้าหลางเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะดึงผ้าคลุมหน้าที่พันคออยู่ขึ้นมาปิดใบหน้าครึ่งล่าง จากนั้นก็แหวกกิ่งไม้หักตรงหน้าแล้วเดินตามเข้าไป

ไม่รู้ว่าเดินเช่นนี้มานานเท่าใด ทัศนวิสัยพลันมืดมัวลง ต้าหลางสะดุ้งตกใจทุกครั้งเพราะเสียงร้องประหลาดที่ดังขึ้นเป็นระยะข้างหู

จู่ๆ พื้นใต้เท้าก็ลื่นไถล ทำให้ร่างเขาล้มลงอย่างฉับพลันต้องรีบยื่นมือออกไปค้ำยันพื้นไว้ จึงไม่ถึงกับล้มไปทั้งตัว

เดี๋ยวก่อน… ใต้ฝ่ามือเล็กๆ ของเขา จู่ๆ ก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสเย็นลื่นแปลกประหลาด

ต้าหลางขนลุกซู่ไปทั้งศีรษะ “ท่านน้า!!!”

ฉินเหยาหมุนตัวกลับมาอย่างว่องไว พุ่งตัวลงมาในชั่วพริบตา มือข้างหนึ่งคว้าตัวเด็กชายขึ้นจากพื้น มืออีกข้างหนึ่งเงื้อมีดพร้าฟันออกไปดุจสายฟ้า เห็นเพียงแสงสีเงินวาบผ่านไป งูสีดำลำตัวกว้างราวสองนิ้วตัวหนึ่งถูกฟันจนขาดสองท่อน ห้อยลงมาจากกิ่งไม้เหนือศีรษะ

หางงูห้อยลงมากวาดผ่านแก้มของต้าหลางไปเบาๆ เด็กชายที่อยู่ในอ้อมแขนฉินเหยาถึงกับกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกตัว

“งูนี่ช่างโชคร้ายจริง นอนหลับอยู่ดีๆ ในรังกลับถูกเจ้าใช้มือฟาดจนรังพัง”

ฉินเหยาพยายามพูดติดตลกเพื่อให้เด็กชายผ่อนคลายลง ทว่ากลับไม่ได้ผลเลย

หลังจากเหตุการณ์นี้ ทุกครั้งที่ต้าหลางต้องมุดผ่านพงหญ้า เขาจะเบิกตากว้าง คอยสังเกตพื้นและรอบด้านเสมอ ไม่มีวันเดินตามฉินเหยาอย่างไร้กังวลเหมือนก่อนอีก

งูดำได้ทิ้งเงามืดบางอย่างไว้ในใจของต้าหลางแล้ว

แม้ฉินเหยาจะย้ำกับเขาหลายครั้งว่า งูตัวนั้นไม่มีพิษ และในฤดูกาลนี้ งูจะเคลื่อนไหวเชื่องช้าและไม่ออกจากโพรงง่ายๆ

แต่ตราบใดที่เห็นวัตถุสีดำเป็นเส้นยาว ต้าหลางจะหยุดชะงักทันทีแม้จะอยู่ไกล จากนั้นจึงตรวจสอบให้แน่ใจจึงกล้าเดินต่อไป

เมื่อฉินเหยาเห็นเช่นนี้จึงเหลากิ่งไม้ยาวให้หนุ่มน้อยอันหนึ่ง “นี่เรียกว่าตีให้งูตื่น ตีลงไปก่อนให้งูตกใจหนีไปก่อนก็ไม่เป็นไรแล้ว”

ดังนั้นไม้ท่อนนี้จึงกลายเป็นยันต์ป้องชีวิตในใจของต้าหลางไป

เวลากินต้องกอดไว้ เวลาพักก็ต้องกอดไว้ ตอนกลางคืนเมื่อสองแม่ลูกนอนอยู่ในถ้ำบนเขาก็ยังต้องกอดไว้

แม้แต่เวลาจะไปห้องส้วม ก็ยิ่งต้องกอดไว้!

ฉินเหยาเห็นแล้วก็คิดว่า แบบนี้ไม่ได้การ งูตัวเล็กแค่นี้ยังทำให้เขาหวาดกลัวถึงเพียงนี้ หากเจอพวกสัตว์เลื้อยคลานไร้ขนที่ดูน่าขยะแขยงกว่านี้ หรือแมลงขนาดมหึมา แล้วจะยังล่าสัตว์ได้หรือไม่

ฉินเหยาจำไม่ได้แล้วว่า เริ่มแรกนั้นนางก้าวข้ามความกลัวที่มีต่อสัตว์เลื้อยคลานในป่าไปได้อย่างไร แต่สิ่งที่นางรู้ก็คือ ความหวาดกลัวส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากความไม่รู้

ดังนั้น นางจึงตัดสินใจหยุดพักที่จุดตั้งค่ายในถ้ำบนเขาสองวันแล้วพาหนุ่มน้อยผู้ถือไม้ไปแทงรังงูที่อยู่ใกล้ๆ แล้วค่อยๆ ผ่าดูทีละตัว อธิบายให้เขาฟังว่างูชนิดใดมีเขี้ยวพิษ งูชนิดใดชอบล่ากบและหนู

หรือบางครั้งก็ลากงูหลามขนาดเท่าแขนผู้ใหญ่ออกมา ผ่าออกเป็นแปดท่อน แล้วบอกว่าพวกมันใช้ร่างรัดเหยื่อให้ตายก่อนจะกลืนลงท้องทั้งตัว

เมื่อเห็นสีหน้าของต้าหลางค่อยๆ สงบลง ฉินเหยาก็ลอบยินดีในใจ

แต่กลับไม่รู้ว่าเด็กนั้นได้ตกใจจนสมองทึ่มทื่อไปเสียแล้ว

เมื่อเห็นว่าแม่เลี้ยงยังคิดจะพาเขาไปแทงรังงูที่ใหญ่กว่านี้อีก คืนที่สามของการขึ้นเขา ต้าหลางก็ตัดสินใจโยนไม้สำหรับตีงูทิ้งแล้วกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ท่านน้า ข้าไม่กลัวแล้ว พวกเราไปต่อเถอะ”

ตอนนี้ทั่วร่างของเขา ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว นอกจากความกล้าหาญ!

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 139 เปี่ยมไปด้วยความภักดีและความกล้าหาญ"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

01139-the-bloodline-system
The Bloodline System
March 24, 2022
WN-สืบล่าหาผู้ใช้ศาสตร์ความตาย-193×278
สืบล่าหาผู้ใช้ศาสตร์ความตาย
October 26, 2024
N1lN39-193×278
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
March 5, 2026
ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน-1068×1702
ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน
December 16, 2025
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF