ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 463 เหมือนคนตกอยู่ในห้วงรัก
ตอนที่ 463 เหมือนคนตกอยู่ในห้วงรัก
หลินเซี่ยกลัวว่าผ่านข้ามคืนไปแล้วอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลง จึงไปที่โรงแรมพร้อมกับเฉินเจียเหอในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นเพื่อรับอู๋เซิ่งหง และพาเขาไปที่สำนักงานของทนายซุน สัญญาจึงได้รับการลงนามอย่างสมบูรณ์โดยมีทนายซุนเป็นพยาน
จากนั้น พวกเขาก็โอนเงินไปที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์เซิ่งฟง
ในที่สุดเรื่องการลงทุนก็ถือเป็นอันได้ข้อสรุป
วันนี้หลินเซี่ยต้องแต่งหน้าให้เซี่ยอวี่และเจียงอวี่เฟยเพื่อเตรียมบันทึกเทปการประกวดนางแบบ ทำให้เธอไม่มีเวลาอยู่กับอู๋เซิ่งหงอีกต่อไป
ดีที่เถ้าแก่อู๋บอกว่าเขาอยากไปเยี่ยมเยียนสหายเก่า ไม่ต้องการคนร่วมทาง ปล่อยให้พวกเขาไปทำธุระของตัวเองตามเดิม
ทั้งคู่บอกลาเขาว่า “เถ้าแก่อู๋ พวกเราขอตัวไปทำงานกันก่อนนะคะ มีอะไรโทรมาได้ตลอด”
อู๋เซิ่งหงตอบกลับว่า “เข้าใจแล้ว เสี่ยวหลิน ผมจะเดินทางกลับเชินเฉิงภายในเย็นนี้ ไว้ไปถึงที่นั่นแล้วจะโทรหาคุณอีกครั้งนะ”
คราวนี้อู๋เซิ่งหงมาเยี่ยมอดีตเพื่อนร่วมงานของเขา ซึ่งบังเอิญว่างงานและอยู่ที่บ้านพอดี อู๋เซิ่งหงจึงเสนอให้อีกฝ่ายติดตามเขากลับไปที่เชินเฉิง อดีตเพื่อนร่วมงานเห็นด้วย ดังนั้นขากลับรอบนี้เขาจึงมีเพื่อนไปด้วยกัน
เฉินเจียเหอแยกไปทำงาน ขณะที่หลินเซี่ยรีบไปที่ร้านใหม่
ต่อไปนี้งานแต่งหน้าทั้งหมดจะถูกย้ายมาที่ร้านใหม่
สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานีโทรทัศน์มาหน่อย หลังจากแต่งหน้าเสร็จแล้ว ทุกคนสามารถเดินตรงไปยังสถานีโทรทัศน์ได้ภายในสิบนาที
เย่เชี่ยนกับเจียงอวี่เฟยไปที่ร้านก่อนเวลาเพื่อรอเธอ
วันนี้เย่เชี่ยนกลายเป็นพี่เลี้ยงส่วนตัวของเจียงอวี่เฟย
หลังจากที่หลินเซี่ยแต่งหน้าให้เจียงอวี่เฟยเสร็จ เธอก็เก็บเสื้อผ้าทั้งหมดยัดใส่กระเป๋า แล้วมอบหมายให้อยู่ภายใต้การดูแลของเย่เชี่ยน
“เอาล่ะ พวกคุณไปได้เลยนะคะ วันนี้ฉันให้เสี่ยวเยี่ยนติดตามอวี่เฟยแล้ว หากต้องการแต่งหน้าเพิ่มก็ลองขอให้เสี่ยวเยี่ยนช่วยแต่งหน้าแทน ฝีมือการแต่งหน้าของหล่อนจัดว่ารอดอยู่ค่ะ”
หลินเซี่ยส่งหลินเยี่ยนไปที่นั่นด้วย จะได้ติดตามพวกหล่อนไปดูโลกภายนอก
หลินเยี่ยนรู้สึกกังวล ถึงอย่างนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตารอ หล่อนไม่เคยเห็นห้องส่งที่ใช้บันทึกเทปรายการมาก่อน ดังนั้นในใจจึงเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียงอวี่เฟยพูดกับหลินเยี่ยนว่า “เสี่ยวเยี่ยน ฉันฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเธอแล้วนะ”
หลินเยี่ยนรับกระเป๋าใบใหญ่จากมือเย่เชี่ยนอย่างกระตือรือร้น “อย่ากังวลเลยค่ะ มันเป็นหน้าที่ของฉัน”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปก่อนนะ”
ทันทีที่พวกหล่อนจากไป เซี่ยอวี่และลินดาก็มาถึง
ลินดาสวมชุดสูทสีดำ หน้าตาดูไม่มีความสุขเท่าใด
หลินเซี่ยเห็นหล่อนทำหน้าบูดตั้งแต่เช้า จึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “พี่ลินดา ทำไมอารมณ์ไม่ดีแต่เช้าเลยล่ะคะ?”
“เซี่ยเซี่ย เธอก็ดูหน้าตาหล่อนซะสิ” ลินดาถอดแว่นกันแดดของเซี่ยอวี่ออก
หลินเซี่ยหน้าเจื่อนทันทีเมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของเซี่ยอวี่ที่ดูราวกับหมีแพนด้า
เธอยิ้มและหยอกล้อเล่นว่า “คุณอา เมื่อคืนอยู่โยงจับขโมยเหรอคะ?”
เซี่ยอวี่มองดูตัวเองในกระจกและพึมพำว่า “ฉันน่าจะเป็นโรคนอนไม่หลับ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหานี้เลยนะ ไม่รู้ว่าช่วงนี้เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า? เลยกลายเป็นแบบนี้หลังจากไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน”
ลินดาพูดเสริมว่า “คุณผู้หญิง อายุคุณไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะคะ ถึงคุณจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน หรืออายุน้อยกว่าเพื่อนในวงการคนอื่น ๆ แต่ระบบการเผาผลาญของร่างกายโกงอายุตามไม่ได้นะ ฉันบอกให้คุณเข้านอนเร็วและพักผ่อนให้เต็มที่แล้ว คุณก็ยังไม่ฟัง”
เซี่ยอวี่โต้กลับ “ฉันพยายามนอนแล้ว แต่มันนอนไม่หลับ”
เมื่อคืนหล่อนพยายามข่มตานอนแทบตาย แต่สมองกลับไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งการ ควบคุมอะไรไม่ได้เลย
หลินเซี่ยมองท่าทางของหล่อนแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“อาคะ พอเห็นคุณเป็นแบบนี้ ดูเหมือนคนที่ตกอยู่ในห้วงรักยังไงก็ไม่รู้”
ดวงตาเซี่ยอวี่กะพริบปริบอย่างมีพิรุธ ก่อนจะหันหลังกลับอย่างไม่สบายใจ “อย่าพูดไร้สาระน่า”
หลินเซี่ยหรือจะมองไม่ออก ถึงอย่างไรเธอก็เคยใช้ชีวิตมาสองชาติ แถมยังเคยมีประสบการณ์มาก่อน ไม่แปลกที่เธอจะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
ลินดาถามเธอว่า “เซี่ยเซี่ย ช่วยแต่งหน้าปกปิดให้ทีได้ไหม? วันนี้หล่อนมีนัดให้สัมภาษณ์สื่อ ฉะนั้นหล่อนจะต้องมีภาพลักษณ์ออกมาดีที่สุดเพื่อโฆษณาผลงานการรับบท วันนี้ผู้กำกับเหยียนก็จะมาที่ห้องส่งด้วยเหมือนกัน เพราะว่าเขาอยากติดต่อพูดคุยกับเรา แต่ฉันว่าจริง ๆ แล้วเขาแค่อยากมาสังเกตการณ์และอุปนิสัยของเซี่ยอวี่ทุกด้านอย่างใกล้ชิดมากกว่า เพื่อดูว่าคาแรคเตอร์ของหล่อนตรงกับบทบาทที่พวกเขากำลังตามหาหรือเปล่า ได้ยินมาว่าผู้เข้าแข่งขันหลายคนต่างก็พยายามเข้าหาผู้กำกับเหยียน เราต้องกลบข้อบกพร่องทุกอย่าง ต้องไม่ให้เขาเห็นหล่อนอยู่ในสภาพอดนอนแบบนี้ ไม่งั้นโอกาสรับบทได้หลุดลอยแน่”
หลินเซี่ยรับคำ “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเองค่ะ”
เธอขอให้เซี่ยอวี่ไปล้างหน้าอีกครั้ง จากนั้นจึงเริ่มประทินผิว แต่งหน้า และจัดแต่งทรงผม
พอกลบริ้วรอยบนผิวอย่างแนบเนียนแล้ว ขั้นตอนอื่น ๆ จึงมีประสิทธิภาพมาก
หลังจากแต่งหน้าเสร็จ หล่อนก็เปลี่ยนไปสวมชุดสูทสีแดงกับรองเท้าส้นสูง ทำให้ออร่าของหล่อนกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้งในทันที
เซี่ยอวี่ปรับอารมณ์ตัวเองอย่างรวดเร็ว มองดูสภาพปัจจุบันของตัวเองในกระจก จากนั้นก็สะบัดผมด้วยความพึงพอใจ “สมแล้วที่หลานสาวฉันเป็นช่างแต่งหน้ามือทอง”
ลินดาพอใจกับการแต่งหน้าและภาพรวมของเซี่ยอวี่เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเทียบกับตอนที่เข้ามาตอนแรก ออร่าของหล่อนแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ร่างกายของเซี่ยอวี่ตรงหน้าเปล่งประกายด้วยความมั่นใจ
ยากที่จะละสายตา
ลินดาดูนาฬิกาแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ”
หลินเซี่ยถามลินดา “พี่ลินดาคะ พ่อของอวี่เฟยและพี่สาวหวังก็จะมาเป็นผู้ชมในวันนี้ด้วย คุณได้ลงทะเบียนให้พวกเขาแล้วหรือยังคะ?”
“ลงทะเบียนแล้วล่ะ”
หลินเซี่ยจึงโทรหาเจียงกั๋วเซิ่ง บอกว่าถ้าพวกเขาไปถึงห้องส่งแล้วให้บอกชื่อของตัวเองได้เลย
ขณะที่พวกเธอกำลังจะออกเดินทาง เฉินเจียวั่งก็มาหา
เขาสวมกางเกงยีนส์ ท่อนบนเป็นเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตอ่อนเยาว์สมวัย ทรงผมของเขาในวันนี้เหมือนถูกจัดแต่งด้วยสเปรย์ ทำให้ดูนุ่มสลวยอยู่ทรง
“น้องเขยเล็ก ลมอะไรหอบนายมาที่นี่กัน?” หลินเซี่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ใบหน้าที่หล่อเหลาของเฉินเจียวั่งดูเย่อหยิ่งขณะพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่าวันนี้ตรงกับรอบชิงชนะเลิศของการประกวดนางแบบ ฉันว่างพอดี เลยจะมาขอตามไปเป็นผู้ชมด้วย”
เมื่อได้ยินแบบนั้น หลินเซี่ยก็มองเขาด้วยสายตาราวกับจะตั้งคำถาม “เฮ้ รอบนี้ฉันจำได้ว่าไม่ได้ชวนนายเลยนะ นายเต็มใจมาเองเลยเหรอเนี่ย”
“ตกลงฉันไปได้ไหม?” เฉินเจียวั่งถามด้วยสีหน้าเย็นชา
“แน่นอนสิยะ” หลินเซี่ยพูด “อวี่เฟยล่วงหน้าไปก่อนแล้ว นายไปที่นั่นพร้อมกับพวกเราก็แล้วกัน พอไปถึงสถานีเมื่อไหร่นายค่อยแยกไปหาหล่อนก็ได้”
“ใครบอกว่าฉันมาหาหล่อน? ฉันมาเพราะอยากดูการประกวดต่างหาก”
เวลางวดเข้ามาทุกที ดังนั้นหลินเซี่ยจึงไม่ต่อล้อต่อเถียงกับคนปากแข็งอย่างเขา “เอาล่ะ ไปขึ้นรถกันเถอะ นายช่วยเป็นบอกี้การ์ดจำเป็นให้อาฉันหน่อยแล้วกัน มาได้จังหวะพอดีเลย”
เซี่ยอวี่เข้าไปในสถานีทางประตูด้านหลัง เดินตรงไปที่เลานจ์รับรอง
หลินเซี่ยคุ้นเคยกับถนนที่นี่แล้ว เซี่ยอวี่เองก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอจึงขอตัวพาเฉินเจียวั่งไปหาเจียงอวี่เฟย แต่ตามหาอยู่นานก็ไม่เจอหล่อนอยู่ในห้องแต่งตัว
เจียงอวี่เฟยแสตนด์บายรออยู่หลังเวทีแล้ว
หล่อนเห็นเพียงเย่เชี่ยนพร้อมด้วยพ่อแม่ของหล่อน รวมถึงเย่ไป๋ที่นั่งอยู่ท่ามกลางเก้าอี้ผู้ชม
เย่ไป๋เห็นเฉินเจียวั่งมาที่นี่เช่นกัน จึงเข้ามาทักทายด้วยท่าทางที่สนิทสนมคุ้นเคย
หลินเซี่ยยิ้มและทักทายครอบครัวของพวกเขาเช่นกัน
หลินเซี่ยมองไปที่เย่ไป๋และถามว่า “หมอเย่ คุณก็มาด้วยเหรอคะ?”
เย่ไป๋ตอบว่า “อืม วันนี้อวี่เฟยประกวดรอบชิงชนะเลิศ ทั้งครอบครัวของเราเลยมาที่นี่เพื่อเป็นกำลังใจให้หล่อน”
เขาไม่ได้พูดถึงเซี่ยอวี่เลย
เย่เชี่ยนก็พูดว่า “เซี่ยเซี่ย พี่ชายฉันรีบบินกลับมาจากทริปประชุมสัมมนาเพื่อเชียร์อวี่เฟยโดยเฉพาะเลยนะ”
“พี่เซี่ยอวี่อยู่ไหนเหรอ?” เย่เชี่ยนมองไปรอบ ๆ และถามด้วยความสงสัย “พี่เซี่ยอวี่อยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
หลินเซี่ยตอบว่า “อยู่สิ แต่หล่อนเตรียมตัวอยู่ในห้องรับรอง”
“เซี่ยอวี่เป็นกรรมการผู้ตัดสิน พวกเราคงไม่ได้เจอหล่อนเร็ว ๆ นี้แน่นอน อีกไม่นานหล่อนก็จะขึ้นเวทีแล้ว เราทำได้แค่เฝ้าดูจากฝั่งผู้ชม”
แม่ของเย่ไป๋มองไปที่หลินเซี่ยและเตือนว่า “เซี่ยเซี่ย ถ้ากลับเข้าไปหลังเวทีแล้วช่วยบอกเซี่ยอวี่ทีนะ เราทุกคนกำลังเฝ้าดูหล่อนอยู่ในกลุ่มผู้ชม เย่ไป๋ก็รีบกลับมาหาหล่อนเป็นพิเศษด้วย”
“ค่ะ ฉันจะบอกหล่อนตามนี้”
หลินเซี่ยบอกกับพวกเขาว่า “จริงสิ ลุงเจียงกับพี่สาวหวังน่าจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ รบกวนหมอเย่ช่วยดูแลพวกเขาด้วยนะคะ พวกเขาไม่เคยมาเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อน ฉันกลัวว่าพวกเขาจะทำตัวไม่ถูกค่ะ”
“เจียงกั๋วเซิ่งจะมาเหรอ? เขามาทำอะไรที่นี่?” พ่อของเย่ไป๋ระมัดระวังทันที “คงไม่ได้มาก่อปัญหาหรอกใช่ไหม”
หลินเซี่ยอธิบายว่า “ลุงเย่ ลุงเจียงตั้งใจมาที่นี่เพื่อสนับสนุนอวี่เฟยค่ะ เขาเปลี่ยนความคิดแล้ว”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
โชคดีเจอช่างแต่งหน้าอย่างเซี่ยเซี่ยไป ไม่งั้นสภาพคุณอาแย่แน่ค่ะ ตกอยู่ในห้วงรักจนนอนไม่หลับขนาดนั้น
ขอให้พ่ออวี่เฟยเปิดใจอย่างเต็มร้อยในครั้งนี้นะคะ
ไหหม่า(海馬)