ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 655 กล้าเดิมพันก็ต้องกล้ายอมรับความพ่ายแพ้
ตอนที่ 655 กล้าเดิมพันก็ต้องกล้ายอมรับความพ่ายแพ้
เสิ่นอวี้หลงเพิ่งรู้สึกตัว สมองทำงานช้ามาก ได้ยินคุณตาของตนเองแนะนำว่านี่คือลูกติดของพี่เขย เขาก็เงียบไปนานกว่าจะเข้าใจความหมาย พี่สาวของเขาแต่งกับพ่อม่าย?
ผู้ชายตรงหน้ารูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา แต่ท่าทางเคร่งขรึมเอาจริงเอาจังมาก ดูเหมือนอายุมากกว่าพี่สาวของเขาหลายปีทีเดียว
หู่จือได้ยินผู้เฒ่าเซี่ยเอ่ยถึงตัวเอง เขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้เสิ่นอวี้หลงเกินไป จึงแนะนำตัวเองจากไกล ๆ “น้าครับ น้าจำผมได้ไหม? ผมคือหู่จือ เป็นหลานชายของน้า ผมพูดอะไรกับน้าไว้เยอะมาก ผมเป็นคนเขย่าปลุกน้าเอง”
ตอนนี้หู่จือแน่ใจแล้วว่าตัวเองเป็นคนเขย่าปลุกจนเสิ่นอวี้หลงตื่นขึ้นมา
เสิ่นอวี้หลงได้ยินคำพูดของหู่จือ มุมปากก็แย้มขึ้นเป็นรอยยิ้ม มองดูหู่จือแล้วรู้สึกสนิทสนมขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เสิ่นอวี้หลงพูด “ฉันเหมือนจะฝันไป ในฝันมีคนเรียกฉันว่าน้า แต่ฉันตื่นขึ้นมาไม่ได้ เธอเป็นคนเรียกฉันสินะ?”
หู่จือรีบพูดรับ “ใช่แล้ว ผมเองครับ ตอนนี้น้ามีผมเป็นหลานคนเดียว น้องสาวผมยังอยู่ในท้องแม่ ยังไม่ได้ออกมา รอจนน้องผมเกิด น้าก็จะมีหลานสองคนแล้ว”
คำพูดของหู่จือทำให้ทุกคนในห้องหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจ บรรยากาศของสถานที่ที่มีเด็กมักจะสดใสร่าเริงเช่นนี้เสมอ
“เห็นทีอวี้หลงของพวกเราคงอาการดีขึ้นมากแล้ว ทุกคนก็วางใจได้เสียที กลับไปพักผ่อนเถอะ ให้เขาพักผ่อนอย่างเต็มที่”
หลินเซี่ยเข้ามาบอกลาเสิ่นอวี้หลง “อวี้หลง พวกเราไปก่อนนะ พรุ่งนี้พวกเราค่อยมาหาใหม่”
“ครับ”
ทุกคนทยอยออกไป เสิ่นอวี้หลงนอนอยู่บนเตียง ร่างกายกลับมามีเรี่ยวแรงทีละนิด จากนั้นเขาก็ตระหนักถึงเรื่องหนึ่ง
“แม่ พวกเราอยู่ที่ไหน? พ่อผมล่ะ?” เขาหันไปถามเซี่ยหลาน
วันนี้เสิ่นอวี้หลงเพิ่งฟื้น เซี่ยหลานยังไม่กล้าบอกเรื่องที่ตนเองกับเสิ่นเถี่ยจวินหย่ากัน รวมถึงเรื่องที่เสิ่นเถี่ยจวินเข้าคุกด้วย
เซี่ยหลานหลุบตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบว่า
“พ่อไปทำงานต่างเมือง แม่งานยุ่ง ตาเลยรับลูกมาดูแลที่นี่ ตอนนี้พวกเราอยู่บ้านน้าของลูกน่ะ”
เสิ่นอวี้หลงถาม “ถ้าอย่างนั้นแม่ช่วยบอกพ่อกับคุณปู่ว่าผมฟื้นแล้วได้ไหมครับ?”
“ลูกพักผ่อนให้ดีเถอะ เดี๋ยวแม่บอกพวกเขาเอง”
“ครับ”
เสิ่นอวี้หลงยังอ่อนแอมาก จึงหลับตาลงพักผ่อน
เซี่ยหลานจัดผ้าห่มให้ลูกชาย เมื่อหันไปอีกทาง ใบหน้าก็ฉายแววขมขื่น
หล่อนไม่รู้ว่าหลังจากนี้ตนเองจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาอย่างไรดี
ในสถานการณ์ตอนนี้ ลูกชายหล่อนไม่สามารถรับแรงกระตุ้นหรือเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจใดๆ ได้เลย
หล่อนไม่กล้าพูดถึงเรื่องพวกนั้นของที่บ้านแม้แต่คำเดียว
เนื่องจากเสิ่นอวี้หลงฟื้นแล้ว ในที่สุดเมฆดำที่ปกคลุมเหนือศีรษะของเซี่ยหลานกับคนตระกูลเซี่ยก็สลายไปเสียที
ระหว่างทางกลับบ้าน หลินเซี่ยรู้สึกดีใจมาก
ตอนพวกเธอกลับถึงบ้าน ฟ้าก็มืดแล้ว
เมื่อเข้าไปในบ้าน สายตาของเฉินเจียซิ่งกับเฉินเจียวั่งก็เคลื่อนมาอยู่บนหน้าของเฉินเจียเหอทันที
เฉินเจิ้นเจียงเห็นเฉินเจียเหอจูงมือหลินเซี่ยเดินเข้ามาก็ค่อยวางใจได้
ทั้งคู่ออกไปแต่เช้าตรู่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา สิ่งที่เฉินเจิ้นเจียงกังวลใจที่สุดก็คือเฉินเจียเหอไม่รู้หนักรู้เบา ถูกคนที่บ้านพ่อตากรอกเหล้าจนเมามาย
ถ้าเขาดื่มจนเมาแล้ว รูปร่างใหญ่โตแบบนั้น จะให้หญิงท้องคนหนึ่งกับเด็กน้อยคนหนึ่งแบกเขากลับมาอย่างไร
เฉินเจียเหอเห็นน้องชายสองคนจ้องตัวเอง เขาก็ลูบจมูกถามว่า “พวกนายมองอะไร?”
“ไม่ได้มองอะไร”
เฉินเจียซิ่งเดินเข้ามาดมตัวเขา
เฉินเจียเหอเบี่ยงร่างหนีอย่างรังเกียจ “ทำอะไรของนาย?”
เฉินเจียซิ่งทำจมูกฟุดฟิด สีหน้าตกใจ ถามอย่างสงสัย “พี่ใหญ่ พี่ไม่ได้ดื่มเหล้า?”
เฉินเจียเหอตอบ “เปล่า”
เฉินเจียซิ่งไม่ยอมแพ้ ขยับเข้ามาดมอีก แต่เฉินเจียเหอก็หลบได้อีกครั้ง
เขามีสีหน้าตกใจมาก หันไปถามหลินเซี่ยกับหู่จือ “พี่สะใภ้ พี่ผมไม่ได้ดื่มเหล้าจริง ๆ?”
หลินเซี่ยตอบ “ไม่ได้ดื่ม วันนี้มีเรื่องเล็กน้อย ทุกคนเลยไม่ได้ดื่ม”
เฉินเจียซิ่งได้ยินคำพูดของหลินเซี่ยแล้วก็แทบลมจับ
เฉินเจียวั่งกลับมองเฉินเจียซิ่งด้วยสีหน้าของผู้ชนะ
สองพี่น้องอยู่เฉย ๆ ที่บ้านไม่มีอะไรทำ จึงเดิมพันกันว่าวันนี้พี่ใหญ่ของพวกเขาจะเมากลับบ้านมาหรือเปล่า?
เงินเดิมพันคือหนึ่งร้อยหยวน
เฉินเจียซิ่งได้ยินว่าพี่ใหญ่ของตนเองไม่ได้ดื่มเหล้าแม้แต่หยดเดียวก็ปวดใจจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่
ดื่มนิดหน่อยก็ยังดี ขอเพียงพี่สะใภ้ของเขายืนยันว่าพี่ใหญ่ดื่มเหล้า เขาก็สามารถบิดพลิ้วไม่ให้เงินเดิมพันเจ้าสามได้แล้ว
เฉินเจียซิ่งกังวลว่าพี่สะใภ้ของเขาฉลาดมาก อาจมองเจตนาของเขาออกแต่แรกจึงตั้งใจปิดบัง เขาหันเหสายตาไปทางหู่จือ
หู่จือส่ายหน้าเหมือนกัน “พ่อผมไม่ได้ดื่มเหล้า”
หลินเซี่ยมองสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปมาของเฉินเจียซิ่งแล้วก็มุ่นคิ้ว
นายคนนี้เป็นอะไรไป? ทำไมถึงอยากให้เฉินเจียเหอดื่มขนาดนี้?
ขณะกำลังคิดอยู่ มือของเฉินเจียวั่งก็ยื่นมาตรงหน้าเฉินเจียซิ่ง
“จ่ายร้อยหยวนมาเสียดี ๆ”
เห็นการกระทำของเฉินเจียวั่ง เฉินเจียเหอกับหลินเซี่ยก็เข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องอะไร
“จะรีบไปทำไม” เฉินเจียซิ่งไม่อยากจ่ายจึงกระแอมทีหนึ่ง ล้วงกระเป๋ากางเกงลูบเงินไปมาอยู่นานก็ยังไม่ยอมควักออกมา
เห็นเขาทำท่าแบบนั้น คุณย่าเฉินก็เอ่ยเสียงเข้ม “เจ้ารอง เธออย่าคิดเบี้ยวเชียวนะ ย่ากับปู่ของเธอเป็นพยานได้ กล้าเดิมพันก็ต้องกล้ายอมรับความพ่ายแพ้”
เฉินเจียซิ่งทำเป็นหูทวนลม ยังทำท่าล้วงกระเป๋าอยู่เหมือนเดิม
เห็นได้ชัดว่าคิดจะแกล้งทำเป็นลืม ๆ ให้ผ่านไปแบบนี้
คนทั้งบ้านจ้องมองเขานิ่ง ๆ ดูเขาแสดงละคร
หยางหงเสียทนมองต่อไปไม่ได้ ล้วงเงินร้อยหยวนออกมาให้เขา
“เอาให้เจ้าสามเถอะ”
การกระทำของหยางหงเสียไม่ได้ทำให้เฉินเจียซิ่งดีใจเลยสักนิด เขามองภรรยาผู้โง่เขลาของตัวเองอย่างเคือง ๆ ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
ภรรยาของเขาอยู่ฝ่ายใครกันแน่?
เขาไม่ล้วงออกมา เดี๋ยวเจ้าสามก็ปล่อยเขาไปเอง อย่างมากก็โดนบ่นไม่กี่คำ
ภรรยาของเขากลับล้วงเงินออกมาแล้ว วันนี้เขาคงเบี้ยวไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องให้ไปอยู่ดี
เงินของภรรยาก็คือเงินของเขา ขนแกะก็งอกออกมาจากตัวแกะนี่นา
หยางหงเสียยื่นเงินมาถึงตรงหน้า เฉินเจียซิ่งจึงจำใจรับเงินมาอย่างอิดออด
มือของเฉินเจียวั่งยังยื่นค้างไว้อยู่ เขาได้แต่ส่งเงินให้เฉินเจียวั่งอย่างตัดใจไม่ได้
เฉินเจียซิ่งรู้สึกเสียดายเงินมาก เขาตีหน้าหนาพยายามลดความสูญเสีย “เจ้าสาม คืนเงินให้ฉันห้าสิบหยวนได้ไหม? เงินเดิมพันเท่านี้เยอะเกินไปแล้ว เท่ากับเงินเดือนครึ่งหนึ่งของฉันเลยนะ”
“พี่เป็นคนเสนอให้เดิมพันกันเอง ลูกผู้ชายต้องแพ้ให้เป็น” เฉินเจียวั่งยัดเงินใส่กระเป๋าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เฉินเจียซิ่งเสียทรัพย์ครั้งใหญ่ มองเฉินเจียเหออย่างไม่พอใจ “พี่ใหญ่ พี่ไปทั้งวัน ทำไมถึงไม่ได้ดื่มเหล้ากลับมาเลยล่ะ? วันนี้ทั้งวันมัวแต่ทำอะไรกันอยู่?”
เขากับหยางหงเสียไปเยี่ยมบ้านพ่อตาไม่ถึงบ่ายโมงก็กลับมาแล้ว
“วันนี้พวกเรามีเรื่องอื่นกันน่ะ”
ก่อนหน้านี้มัวแต่สนใจพวกเฉินเจียซิ่งจนไม่ได้พูดเรื่องสำคัญ คราวนี้หลินเซี่ยจึงเอ่ยอย่างดีใจ “ขอบอกข่าวดีกับทุกคน อวี้หลงน้องชายของฉันฟื้นแล้วค่ะ”
ได้ยินคำพูดของหลินเซี่ย คนตระกูลเฉินอึ้งไปเล็กน้อย
เฉินเจิ้นเจียงเอ่ยถามอย่างตกตะลึง “เสิ่นอวี้หลงฟื้นแล้ว จู่ ๆ วันนี้ก็ฟื้นขึ้นมา? นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
หู่จือ “ถูกผมเขย่าปลุกจนตื่นเองครับ”
ทุกคน “??”
ถูกหู่จือเขย่าปลุกจนตื่น?
เด็กคนนี้ไปก่อเรื่องอะไรอีกแล้วหรือเปล่า?
พวกผู้อาวุโสกังวลใจขึ้นมาทันที
หลินเซี่ยยิ้มพูด “เปล่าค่ะ แค่บังเอิญเท่านั้น หู่จือเป็นคนแรกที่พบว่าเขาฟื้นแล้ว รู้สึกตัวตอนบ่ายโมงครึ่งนี่เอง ผู้อาวุโสเย่กับหมอเย่ก็มาเหมือนกัน ผู้อาวุโสเย่ตรวจอาการเบื้องต้นให้แล้ว ตอนนี้ฟื้นตัวได้ไม่เลว มีสติแจ่มใสดี ทั้งยังจำคนได้ แต่ยังลงจากเตียงไม่ได้ชั่วคราว หลังจากนี้ยังต้องค่อย ๆ ฟื้นฟูสุขภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไป”
เมื่อได้ยินหลินเซี่ยอธิบายอย่างละเอียด คนตระกูลเฉินค่อยวางใจได้
ผู้เฒ่าเฉินถอนหายใจ สีหน้าปลื้มปีติ “ดีจริง ๆ เด็กคนนี้ฟื้นขึ้นมาได้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ เด็กหนุ่มที่ยังอายุน้อยขนาดนั้นไม่ได้สติมาปีกว่า คนในครอบครัวคงเป็นห่วงมาก ฟื้นได้นับเป็นเรื่องดี ผู้อาวุโสเย่เป็นหมอเทวดาจริง ๆ”
คุณย่าเฉินก็เข้ามาร่วมวงด้วย “ใช่แล้ว หมอแผนจีนเย่สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นหมอเทวดาจริง ๆ ดูสิเจียวั่งได้เขารักษาไม่กี่ที อาการก็ไม่กำเริบอีกเลย พ่อของเซี่ยเซี่ยได้เขารักษาก็ฟื้นฟูความทรงจำขึ้นมาได้ ตอนนี้แม้แต่พ่อหนุ่มอวี้หลงก็รู้สึกตัวแล้ว วิชาแพทย์ของผู้อาวุโสเย่ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“พวกเราโชคดีที่ได้เจอหมอที่เก่งกาจเช่นนี้”
เฉินเจิ้นเจียงรู้ว่าพ่อของเขามีการคบหากับผู้อาวุโสเย่ กอปรกับหลินเซี่ยก็มีการไปมาหาสู่กับบ้านเซี่ย เสิ่นอวี้หลงยังพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเซี่ย จึงคิดว่าพวกเขาควรแวะไปเยี่ยมสักหน่อย
เขาหันไปพูดกับเฉินเจียเหอ “เจียเหอ ถ้าสะดวกเมื่อไหร่ก็พาคุณปู่ไปเยี่ยมทางนั้นหน่อยนะ”
เฉินเจียเหอครุ่นคิดแล้วตอบว่า “พ่อ รอให้ผ่านไปอีกสักหน่อยก็แล้วกัน เสิ่นอวี้หลงเพิ่งฟื้น จำเป็นต้องพักผ่อน รอให้ไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลเสร็จแล้ว รอดูอาการอีกหน่อย พวกเราค่อยไปเยี่ยมเขา”
“เจียเหอพูดถูก อย่าเพิ่งไปรบกวนเลย”
ผู้เฒ่าเฉินรู้สึกยินดีแทนผู้เฒ่าเซี่ยจากใจจริง
ในที่สุดผู้เฒ่าเซี่ยก็ฉลองปีใหม่อย่างเต็มที่ได้เสียที
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เจียซิ่งกล้าทำกล้ารับหน่อย เรื่องนี้ต้องโทษตัวเองล่ะว่าทำไมถึงกล้าเดิมพันสูงขนาดนั้น
ไหหม่า(海馬)