ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 760 ตัดสินคนอื่นด้วยความคิดตัวเอง
ตอนที่ 760 ตัดสินคนอื่นด้วยความคิดตัวเอง
หลินเซี่ยกับเฉินเจียเหอต่างรู้สึกประหลาดใจ เพราะไม่เคยได้ยินโจวลี่หรงพูดถึงเรื่องกลับบ้านเกิดมาก่อน
ทำไมจู่ๆ ถึงถือกระเป๋าเดินทางมาแบบนี้?
โจวลี่หรงมองเฉินเจียเหอ แล้วอธิบายว่า
“เมื่อคืนฉันคุยกับพ่อเธอแล้ว สรุปได้ว่าฉันควรกลับไปเยี่ยมบ้าน ฉันเกษียณแล้ว มีเวลาว่างเยอะ อยากกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อแม่”
หลังจากได้ยินโจวเจี้ยนกั๋วพูดว่าพ่อแม่สุขภาพไม่ค่อยดี โจวลี่หรงก็รู้สึกกังวลใจมาก
แม้พ่อแม่จะยังแข็งแรงดี แต่ทั้งคู่มีอายุขนาดนี้แล้ว ใครจะไปรู้ว่าจะจากกันไปวันไหน
หล่อนออกมาจากบ้านเกิดตั้งแต่ยังวัยรุ่น ตลอดหลายปีมานี้ไม่ค่อยได้กลับไปอยู่กับพ่อแม่เท่าใดเลย
หล่อนทำหน้าที่ในบทบาทของลูกสาวได้ไม่ดีเลย
ช่วงนี้โจวลี่หรงรู้สึกท้อแท้มาก
ในด้านหน้าที่การงาน หล่อนก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรจนกระทั่งเกษียณ ในด้านหน่วยงาน คนรุ่นหลังต่างเคารพแต่ไม่อยากใกล้ชิดหล่อน
ที่บ้านก็เช่นกัน ลูกๆ ของหล่อนเองก็ไม่มีใครสนิทกับหล่อนเลย
ตอนนี้หล่อนไม่อยากให้มีอะไรติดค้างในใจเกี่ยวกับเรื่องของพ่อแม่อีกแล้ว
ในเมื่อโจวลี่หรงจะกลับบ้านเกิด เฉินเจียเหอก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ เขามองแม่ด้วยสายตาอ่อนโยนลง แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“ดีแล้วครับ งั้นก็กลับไปอยู่เป็นเพื่อนพวกคุณน้าสักพัก ไปอยู่เป็นเพื่อนพวกเขา แม่บอกกับตายายไปเลยครับปลายปีนี้หน่วยงานของเราหยุด ฉันจะพาเซี่ยเซี่ยกับลูกกลับไป พวกท่านต้องดูแลสุขภาพให้ดีๆ นะ”
หลิวกุ้ยอิงเห็นโจวลี่หรงมา ก็รีบไปตักข้าวในครัวมาให้
“แม่คะ เชิญนั่งกินข้าวค่ะ”
โจวลี่หรงยืนอย่างเกร็งๆ หลินเซี่ยยิ้มแล้วเชิญหล่อนอีกครั้ง “แม่ นั่งกินข้าวเถอะค่ะ”
“อืม” พอสะใภ้พูด โจวลี่หรงก็ตอบรับอย่างว่าง่าย
หล่อนมองดูเด็กๆ แล้วก็นั่งลงข้างๆ หู่จือ
เห็นได้ชัดว่าเขากลัวโจวลี่หรงมากจริงๆ
“หู่จือ กินเยอะๆ นะ”
โจวลี่หรงคีบกับข้าวใส่ชามให้หู่จืออย่างเป็นธรรมชาติ หู่จือส่งเสียงตอบรับอย่างหวาดกลัว
แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าว
ทุกคนในครอบครัวเซี่ยเป็นคนใจกว้างและชอบพูดคุย การมาของโจวลี่หรง นอกจากจะส่งผลกระทบต่อหู่จือแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่สะดวกอะไร ทุกคนยังคงพูดคุยกันอย่างมีความสุข
บางทีอาจเป็นเพราะน้องชายและน้องสะใภ้อยู่ด้วย วันนี้โจวลี่หรงจึงดูเหมือนจะใจดีกว่าปกติมาก
หล่อนสามารถเข้าร่วมการสนทนากับทุกคนได้ บรรยากาศดูกลมกลืนและผ่อนคลายมาก
หลังอาหาร หู่จือดึงหลินเซี่ย วิ่งเข้าไปในห้องนอน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า “แม่ครับ คือว่า ผมไม่กลับบ้านนอกแล้วได้ไหมครับ?”
“ทำไมล่ะ?” หลินเซี่ยลูบหัวเขาแล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เธอคิดถึงปู่ทวดกับย่าทวดเหรอ?”
ย่าของเขาก็จะกลับไปด้วย เขากลัวนิดหน่อย
เขากลัวย่าจะดุเขา
หลินเซี่ยมองดูศีรษะที่ก้มลงของหู่จือแล้วก็รู้สึกปวดหัวเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ท่าทีของโจวลี่หรงที่มีต่อหู่จือได้เปลี่ยนไปมากแล้ว หู่จือเองก็ยอมรับคุณย่าคนนี้จากใจจริง
แต่ผลสุดท้าย พอเสี่ยวหู่ลูกชายของเธอเกิด โจวลี่หรงก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
ตอนนี้ความสัมพันธ์ก็กลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง
หู่จือกำลังจะขึ้นชั้นประถมแล้ว เขาฉลาดขึ้นและอ่อนไหวมากขึ้น
เขารับรู้ได้ถึงท่าทีที่แตกต่างของผู้ใหญ่ที่มีต่อเขากับน้องชาย
หู่จือคงจะมีปมในใจ กลัวที่จะอยู่ใกล้ชิดกับโจวลี่หรง
ตอนนี้โจวลี่หรงต้องการกลับบ้านเกิด หู่จือคงไม่อยากกลับไปแน่ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่ที่บ้านนอกก็รอหู่จือกลับไปเยี่ยม
แน่นอนว่าพวกท่านก็คงอยากให้โจวลี่หรงลูกสาวคนนี้กลับไปด้วย
สำหรับผู้สูงอายุแล้ว ทุกคนคือคนที่พวกท่านรักและผูกพันมากที่สุด
แต่หลินเซี่ยก็อดกังวลไม่ได้ว่า ถ้าพวกเธอไม่อยู่ โจวลี่หรงจะทำไม่ดีกับหู่จือหรือเปล่า?
“หู่จือ ปู่ทวดกับย่าทวดสุขภาพไม่ค่อยดี พวกท่านรักลูกมาก ลูกไม่อยากกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพวกท่านในช่วงปิดเทอมเหรอ?”
เธอปลอบหู่จือก่อน เดี๋ยวค่อยให้เฉินเจียเหอไปคุยกับโจวลี่หรง ให้ทำตัวดีๆ กับหู่จือหน่อย
หลินเซี่ยมองดูหู่จือ แล้วพูดกับเขาด้วยท่าทีจริงจังว่า “จริงๆ แล้ว ย่าก็รักลูกมากนะ เพียงแต่ท่านเป็นคนแบบนั้นเพราะงานที่ท่านทำมาก่อน ย่าถึงได้ดูจริงจังแบบนี้”
“ย่าทำงานอะไรเหรอครับ?” หู่จือรู้แค่ว่าย่าเป็นข้าราชการ
หลินเซี่ยอธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็นว่า “ย่าทำงานที่สหพันธ์สตรี งานของย่ายิ่งใหญ่มาก เป็นการบริการผู้หญิงอย่างพวกเรา เราต้องเคารพย่านะ”
เขาส่งเสียง “โอ” ในใจยังคงมีความกังวล
เขาเคารพที่ย่าทำงานเพื่อประชาชน แต่ติดที่ย่าไม่ชอบเขา ชอบดุเขา
หลินเซี่ยไม่ได้อยากกดดันหู่จือมากเกินไป เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หู่จือ ลูกลองคิดดูดีๆ นะ ถ้าอยากกลับก็กลับไปอยู่กับปู่ทวดที่บ้านนอกสักพัก ถ้าไม่อยากกลับก็ไม่เป็นไร แม่สนับสนุนลูก”
“ขอบคุณครับแม่”
หู่จือยังตัดสินใจไม่ได้
ในใจขัดแย้งกันมาก
ด้านหนึ่งก็คิดถึงปู่ทวดกับย่าทวด คิดถึงเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน และตั๊กแตนจิ้งหรีดในทุ่งนา
แต่อีกด้านหนึ่งก็กลัวย่า
เสี่ยวหู่ดูเหมือนจะตื่นแล้ว หลินเซี่ยรีบวิ่งไปอุ้มลูกในห้องนอน
หู่จือเดินคอตก เข้าไปในห้องนั่งเล่นด้วยความรู้สึกขัดแย้งในใจ
หู่จือเรียก “ย่า” ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“หู่จือ เก็บของเสร็จหรือยัง?” โจวลี่หรงมองหู่จือแล้วถามด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นหู่จือก็ได้ยินเสียงอันอ่อนโยนของโจวลี่หรง เขาพลันสะดุ้ง
เขาเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มบนใบหน้าของโจวลี่หรง ใบหน้าเล็กๆ ของเขานิ่งงัน ไม่รู้ว่าจะตอบเธอยังไง
“หู่จือ พวกเรากลับบ้านปู่ย่าทวดด้วยกันไหม?” โจวลี่หรงนั่งยองๆ ลง มองเขาแล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิม “ก่อนหน้านี้ย่าทำตัวไม่ดีเอง ย่าไม่น่าดุเธอเลย จริงๆ แล้วในใจย่ารักเธอเหมือนกับที่รักเสี่ยวหู่ เพียงแต่เธอเป็นพี่ชาย ย่าถึงได้เข้มงวดกับเธอมากหน่อย ย่าดุเธอก็เพราะอยากสั่งสอนเธอ เข้าใจไหม?”
หู่จือมองโจวลี่หรงอย่างหวาดกลัวขณะฟังคำอธิบายของหล่อน แต่ในใจก็ยังไม่คลายความระแวง
โจวลี่หรงเอื้อมมือไปจับมือเขา แต่หู่จือกลับถอยหลังหลบ
“ต่อไปนี้ย่าจะพยายามเป็นคนอ่อนโยนและใจดีเหมือนกับคุณยายของเธอ ดีไหม?” โจวลี่หรงมองเขาแล้วถามอย่างระมัดระวัง
เมื่อได้ยินดังนั้น ในที่สุดหู่จือก็กล้าสบตากับหล่อน เขารวบรวมความกล้าแล้วถามว่า “จริงเหรอครับ?”
พูดตามตรง เขาไม่ค่อยไว้ใจโจวลี่หรงเท่าใด
ก่อนหน้านี้หล่อนก็เคยกลายเป็นคุณย่าที่อ่อนโยน แต่หลังจากนั้นหล่อนก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
“จริงสิ ย่าขอเอาตัวเองเป็นประกันว่ามีคุณสมบัติเรียนรู้ที่จะเป็นคุณย่าที่ดีเลย”
หู่จือมองหล่อนอย่างไม่ค่อยเชื่ออยู่นาน ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้อง
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เห็นผลลัพธ์ของนิสัยตัวเองแล้วสินะสหายโจว ขอให้เข้ากับหลานได้นะคะ
ไหหม่า(海馬)
………………..