ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 763 ตระกูลเย่มารับเจ้าสาว
ตอนที่ 763 ตระกูลเย่มารับเจ้าสาว
หลี่เหม่ยเฟิ่งลงจากรถได้ก็ตรงดิ่งไปหาคุณแม่เซี่ยที่ยืนอยู่หน้าประตูทันที “แม่สามีคะ เสี่ยวอวี่ล่ะ”
คุณแม่เซี่ยเหลือบมองไปทางห้องของเซี่ยอวี่ สีหน้าดูเคอะเขิน “น่าจะกำลังอ่านบทอยู่ในห้องจ้ะ”
หญิงชรารู้สึกอายเกินกว่าจะพูดออกไปว่าดาราดังของบ้านตอนนี้ใช้ชีวิตเหมือนหมูตัวหนึ่ง
ไม่สนใจแต่งตัว ไม่แต่งหน้าทำผม
ใส่ชุดนอนทั้งวัน ผมเผ้ารุงรัง ไม่กอดเสี่ยวหู่ก็หลับเป็นเพื่อนเสี่ยวหู่
เสี่ยวหู่นอนนานแค่ไหน หล่อนก็หลับเป็นเพื่อนไปนานเท่านั้น
คนท้องมักจะง่วงนอน แต่คนที่ง่วงขนาดนี้ก็หาได้ยาก
ตอนนี้เย่ไป๋กับเย่เจิ้งหัวถือกล่องของขวัญสีแดงสดห่ออย่างสวยงามหลายกล่อง เข้ามาในลานบ้าน
เห็นเย่ไป๋วางของลงแล้วจะวิ่งไปที่ห้องของเซี่ยอวี่ คุณแม่เซี่ยจึงพูดขึ้น “พวกเธอไปที่ห้องโถงก่อนเถอะ ปล่อยให้ฉันไปเรียกหล่อนเอง เสี่ยวหู่หลับอยู่ในห้อง เดี๋ยวเขาจะตื่น”
คุณแม่เซี่ยค่อยๆ ผลักประตูเข้ามา เห็นเสี่ยวหู่หลับอยู่กลางเตียง ส่วนเซี่ยอวี่นอนกอดเขาอยู่ด้านข้าง นอนหลับสบายกันทั้งคู่
คุณแม่เซี่ยไม่กล้าส่งเสียงดัง กลัวว่าเหลนจะตื่น จึงตรงเข้าไปหยิกเซี่ยอวี่อย่างแรง
เซี่ยอวี่สะดุ้งตื่น สูดหายใจลึก แล้วลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียปนตกใจ “แม่ทำอะไรเนี่ย?”
“เย่ไป๋พาพ่อแม่เขามาสู่ขอแกแล้ว” คุณแม่เซี่ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เซี่ยอวี่ได้ฟังก็มึนงง
คุณแม่เซี่ยมองหล่อนอย่างเอือมระอา ก่อนจะเอ็ด “ยังไม่รีบลุกไปแต่งตัวอีก”
เซี่ยอวี่ลุกขึ้นนั่งสะบัดผม หาวแล้วพูดอย่างเฉื่อยชา “จะแต่งตัวไปทำไม”
คุณแม่เซี่ยขมวดคิ้ว “ลุกไปล้างหน้าล้างตาซะ ดูสิ ขี้ตายังติดอยู่บนหน้าอยู่เลย ถ้าเขาเห็นแกเป็นแบบนี้ ระวังเขาจะยกเลิกงานแต่งเถอะ”
“รีบเอาชุดนี้มาใส่ ล้างหน้า แต่งหน้าซะ”
คุณแม่เซี่ยทนดูต่อไปไม่ไหวกับสภาพนี้ของเซี่ยอวี่
ถึงจะเป็นลูกสาวแท้ๆ แต่วันปกติก็เห็นเซี่ยอวี่แต่งหน้าแต่งตัวสวยงามทันสมัย พอมาวันนี้จู่ๆ ก็ปล่อยตัวโทรม พวกเขาเลยไม่ค่อยชิน
ที่สำคัญคือคนเขาพูดกันว่าผู้หญิงต้องแต่งตัวสวยเพื่อคนที่ตัวเองชอบ แต่หล่อนกลับไม่รู้จักทำตัวเองให้ดูดีเพื่อเย่ไป๋เอาเสียเลย
พอหลอกหนุ่มหล่อมาได้แล้ว ก็เผยธาตุแท้ออกมาเลยสินะ
คุณแม่เซี่ยรีบหาเสื้อผ้าให้เซี่ยอวี่ แล้วยังเตรียมน้ำล้างหน้าให้เสร็จสรรพ
เซี่ยอวี่เลยต้องลุกจากเตียงมาทำธุระส่วนตัว
หล่อนเคยได้ยินมาว่าคนท้องแต่งหน้าไม่ดีต่อเด็กในท้อง เลยไม่แต่งหน้าเวลาอยู่บ้านเท่าไหร่
ถึงแม้ใบหน้าจะไร้เครื่องสำอาง แต่ความงามของหล่อนก็ยังคงเปล่งประกาย
เมื่อหล่อนถอดชุดนอนออกแล้วสวมชุดกระโปรงยาวที่พลิ้วไสวราวกับเทพธิดา เสริมด้วยการจัดแต่งทรงผม หล่อนก็ดูสง่างามขึ้นมาทันที
คุณแม่เซี่ยแสดงท่าทางพึงพอใจอย่างมาก ดึงหล่อนออกไปข้างนอก พร้อมกับเรียกหลินเซี่ยให้มาดูแลเด็ก
ทันทีที่เย่ไป๋เห็นเซี่ยอวี่เดินเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นยืน แม้ว่าทั้งสองจะคบกันมานานแล้ว แต่ทุกครั้งที่เขาเห็นหล่อน หัวใจของเขาก็ยังคงเต้นแรง “เสี่ยวอวี่ พวกเรามารับคุณแล้ว”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความเสน่หา
เซี่ยอวี่มองตอบเขา หัวใจของหล่อนเองก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
“นี่คือ…” หล่อนถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นถุงสีแดงขนาดใหญ่หลายใบที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชา
“นี่คือของหมั้นที่เราเตรียมไว้ให้” เย่ไป๋มองหล่อนพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้หญิงคนอื่นควรได้รับ ครอบครัวของเขาล้วนเตรียมไว้ให้หล่อนทั้งหมด
บนโต๊ะยังมีธนบัตรใหม่เอี่ยมที่ห่อด้วยกระดาษสีแดงอีกด้วย
“ตั้งหลายปึกเชียว”
“ดูท่าทางน่าจะมีหลายพันอยู่”
“พวกคุณบอกว่าไม่ต้องจัดงานแต่ง พวกเราก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ แต่สินสอดทองหมั้นนี่ต้องให้ ตามธรรมเนียมของเมืองไห่เฉิงเรา ถ้ามันดูไม่พอก็อย่าว่ากันนะ”
ว่าแล้วพวกเขาก็เพิ่มเงินสินสอดเข้าไปอีกมากมายบนพื้นฐานของจำนวนปกติ
ยกตัวอย่างเช่นของหมั้นแบบนี้ ราคาตามท้องตลาดตอนนี้ก็ปาเข้าไปพันกว่าถึงสองพันแล้ว
แถมยังมีเครื่องประดับต่างๆ อีก
แหวนทอง ต่างหู แล้วก็กำไลล้วนมีหมด
ว่าแล้วเย่ไป๋ก็หยิบของออกมาจากกล่อง วางเรียงรายบนโต๊ะ
หลี่เหม่ยเฟิ่งยิ้มพลางพูดว่า “จริงๆ แล้วฉันอยากจะพาเสี่ยวอวี่ไปเลือกด้วยกัน แต่คิดว่าถ้าเธอรู้ว่าพวกเรากำลังเลือกเครื่องประดับให้ เธอต้องไม่อยากให้ซื้อแน่ๆ พวกเราทั้งบ้านก็เลยไปดูกันเอง ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากพวกเรานะ”
“เสี่ยวอวี่ ลองดูสิ” หลี่เหม่ยเฟิ่งหยิบต่างหูจากกล่องเครื่องประดับอย่างกระตือรือร้น พร้อมกับเชื้อเชิญให้เซี่ยอวี่ลองสวม
ในฐานะนักแสดง เซี่ยอวี่คุ้นเคยกับเครื่องประดับเป็นอย่างดี เพียงแค่เหลือบมอง หล่อนก็สามารถแยกแยะของจริงกับของปลอมได้ทันที
ในขณะนี้ นอกจากความซาบซึ้งใจ สิ่งที่หล่อนรู้สึกได้มากที่สุดคือความประหลาดใจ
หล่อนเคยคิดว่าพ่อแม่ของเย่ไป๋ใช้ชีวิตเรียบง่ายและมัธยัสถ์ ไม่นึกเลยว่าพวกเขามีกำลังทรัพย์มากขนาดนี้ ซื้อเครื่องประดับได้สบายๆ แถมยังซื้อมาหลายชิ้นอีกด้วย
ดูเหมือนว่าเพื่อที่จะแต่งงานกับหล่อนผู้เป็นดาราสาวคนนี้ ครอบครัวของเย่ไป๋ทุ่มทุนเป็นอย่างมาก ทีแรกหล่อนเสนอว่าจะไม่จัดงานแต่งงานเพราะไม่อยากฟุ่มเฟือย เกรงว่าจะเป็นการสร้างความลำบากใจให้กับพวกเขา
เมื่อมองไปที่เครื่องประดับเหล่านี้ เซี่ยอวี่ก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาบ้าง
“มา ฉันใส่ให้เอง”
หลี่เหม่ยเฟิ่งแสดงออกอย่างกระตือรือร้น หล่อนปัดปอยผมของเซี่ยอวี่ขึ้น และกำลังจะสวมต่างหูให้ พอดีวันนี้เซี่ยอวี่ไม่ได้แต่งหน้า และไม่ได้สวมเครื่องประดับใดๆ บนใบหู
หลี่เหม่ยเฟิ่งจึงสวมต่างหูให้หล่อนอย่างเบามือ จากนั้นก็ให้ลองสวมแหวน ซึ่งประดับด้วยไพลินสีน้ำเงิน
หลินเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับตะลึงงัน
แหวนนี้ดูเก่าแก่ ทั้งยังดูหนักมาก
จากนั้นก็สวมกำไลเข้าที่ข้อมือ เซี่ยอวี่ก็ดูเปล่งประกายขึ้นมาทันที
“ในถุงนี้เป็นเสื้อผ้า ปกติเราเห็นเสี่ยวอวี่จะแต่งตัวทันสมัย แต่แบบเสื้อผ้าที่เมืองไห่เฉิงส่วนใหญ่มันดูเชยไปหน่อย พวกเราก็เลยเลือกอยู่นาน และเลือกมาได้แค่สองชุดนี้ หลังจากนี้เธอค่อยไปเลือกซื้อเองนะ”
“ขอบคุณคุณลุงเย่กับคุณป้าหลี่ มากๆ เลยค่ะ ฉันซึ้งใจจริงๆ”
เซี่ยอวี่มองครอบครัวของเย่ไป๋ แล้วจู่ๆ น้ำตาก็คลอเบ้า อยากจะร้องไห้ขึ้นมา
ไม่ใช่เพราะเครื่องประดับเหล่านี้มีค่ามากมายสำหรับหล่อน
แต่เป็นเพราะรู้สึกอบอุ่นใจกับความใส่ใจที่พวกเขามีให้
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ครอบครัวสามีดีมากเลย ต้องทำบุญมาขนาดไหนถึงเจอครอบครัวสามีแบบนี้
ไหหม่า(海馬)