ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 765 เธอจะแต่งงานแบบนี้จริงๆ เหรอ?
ตอนที่ 765 เธอจะแต่งงานแบบนี้จริงๆ เหรอ?
ตอนนี้ทุกคนกำลังรอเซี่ยไห่กับลินดา พอพวกเขามาถึง เย่ไป๋ก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “เซี่ยไห่กับลินดามาแล้ว ไปกันเถอะ พวกเรารีบไปกินข้าวกัน”
เซี่ยไห่ไม่มีโอกาสได้คุยกับเซี่ยอวี่เลย ตอนนี้หล่อนถูกเย่ไป๋จูงมือขึ้นรถของเขาไปแล้ว
เซี่ยไห่กับลินดาต่างคนต่างขับรถมา พวกเขาพาครอบครัวของตัวเองไปที่โรงแรมด้วยกัน
ครอบครัวเย่จองห้องอาหารในโรงแรมเมืองไห่เฉิงซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปีที่แล้ว เป็นห้องส่วนตัวชั้นบนสุด มีความเป็นส่วนตัวมาก
อาหารที่สั่งก็ดูดีมีระดับมาก
เหมือนกับงานเลี้ยงฉลองแต่งงานไม่มีผิด
ระหว่างที่ทุกคนกำลังทักทายกันหลังจากนั่งลง เซี่ยไห่ก็เรียกเซี่ยอวี่ไปคุยกันเงียบ ๆ เขาจ้องหน้าพี่สาวแล้วถามว่า
“พี่ พี่แต่งงานแบบนี้จริง ๆ เหรอ?”
“แล้วจะให้เป็นแบบไหนล่ะ ในเมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว ฉันยังจะอยู่บ้านพ่อแม่ได้อีกเหรอ?” เซี่ยอวี่มองเซี่ยไห่อย่างสงสัยแล้วถามกลับ
เย่ไป๋นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ไม่รู้จะตอบคำถามของเซี่ยไห่อย่างไร
คุณแม่เซี่ยรีบอธิบาย “เชิญนั่งก่อนสิ วันนี้ครอบครัวของเย่ไป๋ ให้สินสอดพี่สาวแกตั้งห้าพันหยวน แล้วยังซื้อเครื่องประดับให้ด้วยนะ ใส่ใจมากเลยล่ะ”
“เสี่ยวอวี่ รีบเอาเครื่องประดับออกมาให้น้องชายดูสิ”
เซี่ยอวี่แสดงท่าทางเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดผม เผยให้เห็นต่างหูคู่ใหญ่ ก่อนยกมือขึ้นอวดแหวนและกำไลเพชรที่ส่องประกาย
เซี่ยไห่พอจะดูของเป็นอยู่บ้าง เมื่อเห็นเครื่องประดับเหล่านี้ ประกอบกับที่ได้ยินว่าให้สินสอดไปห้าพันหยวน เขาก็หรี่ตาลง มองครอบครัวของเย่ไป๋ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
ตอนแรกเขานึกว่าเป็นแค่ครอบครัวปัญญาชนธรรมดาๆ
ไม่คิดว่าจะมีฐานะดีขนาดนี้
ที่สำคัญคือยอมทุ่มทุนมาก
ถึงแม้ฐานะทางการเงินจะเทียบกับครอบครัวนักธุรกิจอย่างพวกเขาไม่ได้ แต่ก็นับว่าเป็นครอบครัวชนชั้นกลางที่มั่งคั่งในเมืองไห่เฉิงเลยทีเดียว
คุณแม่เซี่ยกลัวว่าเซี่ยไห่จะจู้จี้กับครอบครัวของเย่ไป๋โดยใช้มาตรฐานแบบนักธุรกิจของพวกเขาไปตัดสินอีกฝ่าย จนทำให้ทุกคนลำบากใจ
โชคดีที่หลังจากเซี่ยไห่นั่งลง เขาก็ไม่ได้พูดอะไรกับครอบครัวของเย่ไป๋อีก
เขานั่งลงข้างๆ เฉินเจียเหอ แล้วกระซิบถามเขาว่า “พ่อเย่ไป๋เขียนบทละครได้เงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“พวกเขาหาเลี้ยงชีพด้วยความสามารถ” เฉินเจียเหออธิบายกับเขาด้วยเสียงเบา “ขายลิขสิทธิ์ไปหลายเรื่องแล้ว ทั้งมีชื่อเสียงและได้เงินเดือนด้วย”
เนื่องจากพ่อของเย่ไป๋เคยทำงานในหน่วยงานด้านวัฒนธรรมมาก่อน ต่อมาเขาจึงลาออกจากงานประจำ มานั่งทำงานที่บ้าน
เขาเสริมว่า “เย่ไป๋เองก็หาเงินได้เยอะ ทั้งครอบครัวมีเงินเดือน ฐานะทางการเงินมั่นคง”
เซี่ยไห่ ตอบรับ “อ้อ”
วันนี้เย่ไป๋และเซี่ยอวี่ได้จัดพิธีเปลี่ยนสรรพนามเรียกพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยมีสมาชิกในครอบครัวเป็นสักขีพยาน
“ต่อไปนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ”
ทั้งเย่เจิ้งหัวและหลี่เหม่ยเฟิ่งต่างเตรียมตัวมาอย่างดี พวกเขาล้วนมีของกำนัลเตรียมไว้ให้เซี่ยอวี่ เมื่อหล่อนเปลี่ยนมาเรียกพวกเขาว่าพ่อแม่ หล่อนก็ยื่นน้ำชาให้พวกเขาพร้อมรับของกำนัลนั้นไว้ด้วยความเคารพ
จากนั้นเย่ไป๋กับเซี่ยอวี่ก็รินเหล้าให้ทุกคน
เฉินเจียเหอมองเย่ไป๋ในชุดสูทที่ดูสง่าผ่าเผย เดินถือแก้วเหล้าเข้ามาใกล้ พลางคิดในใจ “หึ แกก็มีวันนี้เหมือนกัน”
เขาต้องแก้แค้นให้ได้
แต่พอคิดอีกที พวกเขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่าอยู่ดี
เรื่องนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้
แล้วเขาจะแก้แค้นได้อย่างไร?
สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ ก็คงมีแต่ต้องให้เขา “ดื่ม” เยอะ ๆ ล่ะมั้ง?
แบบนี้ก็นับว่าแก้แค้นไม่ได้อยู่ดี
เฉินเจียเหอโดนลำดับญาติกดเอาไว้อย่างอยู่หมัด ไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือเลยสักนิด
ไหนจะผู้ใหญ่ที่อยู่ในงานอีก เขาจึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าพ่อตาและคนอื่น ๆ
หลินเซี่ยมองเฉินเจียเหอที่เหมือนจะกลั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้จนหน้าแดงก่ำหลังจากดื่มเหล้าเสร็จ
เธอที่อยู่ข้าง ๆ กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
นับตั้งแต่เฉินเจียเหอแต่งงานกับเธอแล้ว ชีวิตข้างนอกก็ลำบากไม่น้อยเลยจริง ๆ
เซี่ยอวี่มองผู้ชายที่สุขุมมาโดยตลอดกลับทำตัวลิงโลดขนาดนี้ในวันนี้ ทำให้รู้สึกเหมือนเขากำลังเหลิงในชัยชนะ
บางครั้ง การแข่งขันกันเองระหว่างผู้ชายก็เป็นเรื่องยากจะเข้าใจสำหรับเธอจริงๆ
การที่ถูกสหายพี่น้องเรียกว่า “คุณอา” ไม่รู้สึกแปลกแถมยังดูภูมิใจอีกเหรอเนี่ย?
ถ้าอยู่ ๆ เธอโดนน้องสาวเรียกว่า “คุณป้า” อะไรเทือก ๆ นั้น เธอคงเป็นบ้าตายแน่
อยู่ ๆ ก็กลายเป็นระดับคุณป้าไปเสียแล้ว
หลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จ เซี่ยอวี่ก็จะไปบ้านตระกูลเย่
ลินดาหาโอกาสเรียกหล่อนไว้ แล้วพูดว่า “ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะ แล้วก็ฉันอยากจะถามหน่อยว่า เธอจะไปอยู่บ้านตระกูลเย่นานแค่ไหน เรื่องงานเราจะติดต่อกันยังไง?”
อีกอย่างคู่รักคงอยากจะอยู่ด้วยกันสองคน หล่อนไม่รู้ว่าจะติดต่อเซี่ยอวี่อย่างไรไม่ให้เป็นการรบกวน
“พรุ่งนี้เช้าฉันก็กลับบ้านแล้ว ถึงตอนนั้นมีเรื่องอะไรค่อยคุยกันที่บ้านก็ได้”
ได้ยินที่เซี่ยอวี่พูด ลินดาก็ประหลาดใจ “พรุ่งนี้เช้า?”
เซี่ยอวี่ตอบกลับ “ใช่แล้ว พรุ่งนี้เช้าเสี่ยวไป๋ต้องไปทำงาน เขาจะแวะไปส่งฉันที่บ้าน”
ไม่งั้นอยู่แต่บ้านตระกูลเย่ก็คงจะเบื่อแย่
เย่ไป๋ไม่ได้อยู่บ้าน การที่หล่อนอยู่กับพ่อแม่เขาก็ค่อนข้างจะน่าอึดอัดใจอยู่บ้าง
ตามหลักการแล้ว ด้วยวัยขนาดหล่อน เรื่องทักษะการใช้ชีวิตก็น่าจะต้องดูแลตัวเองได้แล้ว แต่ตัวหล่อนกลับทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง
ทำอาหารก็ไม่ได้ เรื่องขี้เกียจไม่ต้องพูดถึง เอาเป็นว่าโรคที่ดารามักจะเป็นหล่อนก็เป็นหมด
เพราะแบบนั้นหล่อนเลยค่อนข้างกลัวการอยู่กับครอบครัวของเย่ไป๋นานๆ
หล่อนกลัวว่าพวกเขาจะมองเห็นว่าที่จริงแล้วหล่อนไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่พวกเขาคิด
ถ้าฟิลเตอร์แตกเมื่อใด พวกเขาก็ต้องผิดหวังแน่ๆ
ดังนั้นเซี่ยอวี่เลยเลือกที่จะไม่สนิทสนมกับพวกเขามากเกินไป
ปล่อยให้ฟิลเตอร์นี้คงอยู่แบบนี้ต่อไป
“งั้นพรุ่งนี้ฉันไปหาเธอ เราคุยเรื่องงานกัน”
ลินดาได้ยินเซี่ยไห่พูด หลินเซี่ยก็ตกลงไปเป็นสไตลิสต์ให้กับกองถ่าย เธอคุยกับผู้กำกับเหยียนแล้ว เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นที่แน่นอน
รออีกไม่กี่วัน ทีมงานหลักของกองถ่ายจะย้ายไปที่ไห่เฉิงทั้งหมด ถึงตอนนั้นก็เริ่มถ่ายทำได้เลย
หลังกินข้าวเสร็จและเดินออกมาจากโรงแรม ตอนที่เซี่ยอวี่กำลังจะขึ้นรถของเย่ไป๋ คุณแม่เซี่ยก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
ถึงจะเร่งเร้าให้ลูกสาวแต่งงานเร็วๆ แต่พอถึงตอนนี้จริงๆ ในฐานะแม่ ก็ยังคงมีหลายสิ่งที่ทำใจไม่ได้
“เย่ไป๋ เธอต้องดูแลหล่อนให้ดีๆ นะ” คุณแม่เซี่ยจับมือเย่ไป๋ไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งจับมือเซี่ยอวี่ พร้อมกับกำชับพวกเขาว่า “พวกเธออายุไม่ใช่น้อยๆ กันแล้ว ต้องใช้ชีวิตให้ดีๆ นะ”
“ถึงเซี่ยอวี่จะอายุมากกว่าเธอ แต่จิตใจหล่อนยังไม่เป็นผู้ใหญ่นัก ซ้ำยังค่อนข้างซื่อบื้อ ทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็น พวกเธอต้องคอยถ้อยทีถ้อยอาศัยกันหน่อยนะ”
เซี่ยอวี่ “…”
นี่แม่แท้ๆ หรือเปล่า ทำไมต้องแฉเรื่องของหล่อนด้วย
เห็นคุณแม่เซี่ยยังคงทำใจลำบากจับมือเซี่ยอวี่ไว้ไม่ยอมปล่อย หลี่เหม่ยเฟิ่งจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “คุณแม่ยายคะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ พวกเรารับเสี่ยวอวี่เข้าบ้าน ไม่ได้ให้ไปทำงานอะไร ชีวิตของเสี่ยวอวี่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย หล่อนแค่ทำตัวของหล่อนให้ดีก็พอ พวกเราเข้าใจงานของหล่อนดี จะไม่ทำให้หล่อนต้องกดดันอะไรเลย”
หลังจากปลอบคุณแม่เซี่ยแล้ว อารมณ์ของนางก็สงบลง
ตอนที่เซี่ยอวี่กำลังจะขึ้นรถ ก็เห็นเซี่ยไห่หันหลังให้พลางเงยหน้าขึ้น ราวกับกำลังร้องไห้
หล่อนหยุดชะงัก มองไปที่ลินดา
ลินดากางมือออก เป็นเชิงว่าทำอะไรไม่ได้
เซี่ยอวี่ไม่มีทางเลือก เดินเข้าไปหาเซี่ยไห่แล้วดึงแขนเขา
เซี่ยไห่หันกลับมา เขากำลังร้องไห้จริงๆ ด้วย
“นายร้องไห้ทำไม” ปกติเซี่ยไห่เป็นคนไม่ยี่หระต่อสิ่งใด เหมือนไม่เคยสนใจใคร
เขามักจะทะเลาะกับเซี่ยอวี่ ไม่ทะเลาะกันสักวันก็เหมือนคันปากยุบยิบ
แต่เซี่ยอวี่รู้จักน้องชายปากร้ายใจดีคนนี้ดีกว่าใคร
“ร้องไห้ทำไม” เซี่ยอวี่เหลือบมองเขา น้ำเสียงเย็นชา “เห็นฉันแต่งงานก่อนเลยไม่พอใจรึไง”
“ไม่พอใจก็ขยันหน่อยสิ ร้องไห้แล้วได้อะไร”
เซี่ยไห่ปาดน้ำตา ในเวลานี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมาต่อปากต่อคำกับหล่อน
เขามองเซี่ยอวี่ พูดอย่างจริงจังว่า “พี่ ถ้าพี่อยู่ที่บ้านตระกูลเย่แล้วโดนรังแก อย่าเก็บไว้คนเดียว โทรหาผมนะ ผมจะไปรับพี่กลับบ้าน”
ครอบครัวเย่ที่อยู่ไม่ไกล “!!!”
เซี่ยอวี่จ้องเขา “อย่าพูดเป็นลางสิ ฉันเพิ่งแต่งงานเองนะ จะแช่งให้ฉันกับเสี่ยวไป๋ทะเลาะกันเหรอ ฉันจะกลับบ้านให้ไปรับก็ได้ แต่ไม่ใช่หลังจากทะเลาะกันหรอกนะ”
เซี่ยไห่หัวเราะแหะๆ “ผมก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ให้พี่รู้ว่าบ้านเรามีพี่ชายน้องชาย พวกเราจะเป็นที่พึ่งให้พี่เอง”
เซี่ยอวี่กอดเขา ตบไหล่เบาๆ รู้สึกซาบซึ้งใจตามไปด้วย “ตอนฉันไม่อยู่ นายดูแลแม่ พี่ใหญ่ แล้วก็พี่สะใภ้ด้วยล่ะ”
เซี่ยไห่รู้สึกแสบร้อนจมูก แต่ปากก็ยังไม่วายค่อนแขวะ “พูดเหมือนตอนอยู่บ้านพี่ทำอะไรเป็นอย่างนั้นแหละ”
ในที่สุดเซี่ยอวี่ก็ทนไม่ไหว จึงเตะเขาไปทีหนึ่ง
“ฉันไปแล้วนะ”
เซี่ยอวี่เตะเขาแล้วก็ขึ้นรถไป
พอเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น เซี่ยไห่ก็โบกมือสุดแรงไปที่รถของเย่ไป๋ พร้อมกับตะโกนว่า “พี่สาว ขอให้พี่มีความสุขมากๆ นะ”
เซี่ยอวี่ที่นั่งอยู่ในรถน้ำตาไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เย่เจิ้งหัวกับหลี่เหม่ยเฟิ่งที่นั่งอยู่เบาะหลังก็รู้สึกตื้นตันใจไปกับภาพความรักของทั้งคู่
นี่แหละคือความรักของคนในครอบครัว
เฉินเจียเหอที่กำลังอุ้มลูกอยู่ มองเซี่ยไห่ที่แสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับพูดกับหลินเซี่ยเบาๆ ว่า “อารอง อาหญิงได้แต่งงานเพราะความรักแล้ว แบบนี้ต้องมีความสุขมากแน่ๆ”
“หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ” เซี่ยไห่ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะมองไปที่ใครบางคนแวบหนึ่ง แล้วถอนหายใจอีกครั้ง “เฮ้อ พวกนายต่างก็สมหวังในความรักกันหมดแล้ว เมื่อไหร่ฉันจะได้เป็นเจ้าบ่าวกับเขาล่ะเนี่ย?”
ลินดา “…”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
พี่น้องกันตัดกันไม่ขาดหรอก ต่อให้ทะเลาะกันก็รักและผูกพันกันอยู่ดี
ไหหม่า(海馬)