ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 768 สินเดิม
ตอนที่ 768 สินเดิม
หยางหงเสียสบตากับเฉินเจียซิ่งที่มองมาด้วยแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความรักและรู้สึกผิด หล่อนกล่าวอย่างรีบร้อน “เจียซิ่ง ฉันไม่ได้ลำบากเลยสักนิด งานตอนนี้เบากว่าตอนเป็นผู้ดูแลฝ่ายการตลาดเยอะเลย พี่สะใภ้ก็ให้เงินเดือนดี เราเป็นสามีภรรยากัน อย่าคิดแบบนั้นสิ ครอบครัวต้องช่วยกันสร้าง ไม่ใช่ปล่อยให้คุณเหนื่อยอยู่คนเดียว ถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย อยู่บ้านเฉยๆให้คุณเลี้ยงดู ฉันคงรู้สึกไม่ดีแน่ๆ ฉันไม่อยากให้คุณต้องลำบาก”
เฉินเจียซิ่งลูบหัวหล่อนด้วยความซาบซึ้งใจ “ผมโชคดีจริงๆ ที่ได้ภรรยาที่เข้าใจแบบนี้”
“เอ่อ…” เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับเธอว่า “ต่อไปถ้ามีคนถามเรื่องเงินเดือนของเรา คุณอย่าไปบอกความจริงกับใครล่ะ”
“ทำไมล่ะ” หยางหงเสีย มองเขาอย่างสงสัย
เฉินเจียซิ่งกระแอมเบาๆ ก่อนจะบอกเหตุผล “ถ้ารู้ว่าพี่สะใภ้ให้เงินเดือนคุณสูง อาจจะมีคนอิจฉา ริษยา และอาจจะมาขอให้พี่สะใภ้หางานให้ เหมือนกับอาสะใภ้รองของผมนั่นแหละ เห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำตัวให้ติดดินเข้าไว้”
หยางหงเสียครุ่นคิดตามคำพูดของเฉินเจียซิ่งและพบว่ามีเหตุผล ป้องกันไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องไปสร้างความลำบากใจให้พี่สะใภ้
หล่อนพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ก็ได้ ฉันเข้าใจแล้ว”
เห็นหยางหงเสียว่านอนสอนง่ายแบบนี้ เฉินเจียซิ่งก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะจูงมือหล่อนกลับบ้าน
เดิมทีเซี่ยอวี่ตั้งใจว่าในทุกวันที่เย่ไป๋ไปทำงาน หล่อนจะขอให้เย่ไป๋ไปส่งหล่อนที่บ้านแม่
ปรากฏว่าหลังจากที่ไปอยู่บ้านตระกูลเย่ได้สองวัน หล่อนก็สนิทสนมกับพ่อแม่สามี จนไม่ได้กลับบ้านตามเวลาทุกวันอีกเลย
เย่เจิ้งหัวในฐานะที่เป็นเจ้าของบทประพันธ์ดั้งเดิมยังมีส่วนร่วมในการดัดแปลงบท จึงถือว่าเป็นหนึ่งในทีมเขียนบทด้วย
พอเขารู้ว่าเซี่ยอวี่จะมาร่วมแสดงในผลงานของเขา สองวันมานี้เขาจึงใช้เวลาที่บ้านพูดคุยกับเซี่ยอวี่เกี่ยวกับบทบาท
เย่เจิ้งหัวบอกว่าบทบาทหว่านหลินในหนังสือของเขาเหมาะกับเซี่ยอวี่มากที่สุด เขาจึงจะพยายามผลักดันให้บทนี้เป็นของหล่อน รอให้หล่อนคลอดลูกแล้วค่อยเริ่มถ่ายทำ
ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเตรียมงาน เขาหวังว่าเซี่ยอวี่จะเข้าใจบทบาทนี้ล่วงหน้าได้ เมื่อถึงเวลาคัดเลือกนักแสดง หล่อนจะได้ทดสอบหน้ากล้อง ผู้กำกับและทีมงานจะได้ประทับใจ ยอมเลื่อนเวลาถ่ายทำเพื่อรอหล่อน
ดังนั้น เซี่ยอวี่จึงหมั่นศึกษาบทละครทุกวัน และคอยถามเย่เจิ้งหัวเกี่ยวกับข้อสงสัยในบทบาท
หลี่เหม่ยเฟิ่งก็ดูแลเอาใจใส่หล่อนอย่างดี ทำอาหารอร่อยๆ ให้กินไม่ซ้ำกันเลย
ส่วนเย่เชี่ยนที่กลับมาจากที่ทำงานก็มักจะซื้อของอร่อยๆ มาฝากพี่สะใภ้เสมอ
ทุกคนในครอบครัวเย่ต่างดูแลเอาใจใส่หล่อนเป็นอย่างดี เพียงไม่กี่วัน เซี่ยอวี่ก็สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัวนี้ได้
ส่วนเรื่องที่หล่อนเคยกังวลว่าตัวเองมีประสบการณ์ชีวิตน้อย ไม่มีความรู้เรื่องการครัว การเรือน เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในครอบครัวเย่เลยสักนิด
หลี่เหม่ยเฟิ่งเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงแบบแม่บ้านแม่เรือน หล่อนเคยทำงานในคณะศิลปะ จึงดูแลตัวเองเป็นอย่างดี มีบุคลิกที่งดงาม
เธอทำอาหารเป็น แต่จะไม่ยอมตัวติดอยู่แต่ในครัว เช่น บางครั้งถ้าไม่อยากทำอาหาร ก็จะปรึกษาคนในครอบครัว แล้วโทรสั่งร้านอาหารหน้าปากซอยให้มาส่ง
หล่อนจะไม่ยอมขลุกอยู่ในครัว ปล่อยให้รุ่นลูกหลานต้องมากดดัน ว่าจะช่วยก็ไม่กล้า จะไม่ช่วยก็ดูไม่ดี
ส่วนเซี่ยเหลยและเซี่ยไห่ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเซี่ยอวี่และเย่ไป๋จะไม่จัดงานแต่งงานแบบดั้งเดิม พวกเขาก็เตรียมของขวัญแต่งงานให้เซี่ยอวี่
ตามธรรมเนียมแล้ว เมื่อลูกสาวแต่งงาน แม่จะต้องเป็นคนเย็บผ้าห่มให้เป็นของขวัญ
แต่เมื่อเซี่ยอวี่ได้ยินแม่บอกว่าจะเย็บผ้าห่มให้ หล่อนก็ตกใจมาก ปฏิเสธทันทีโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“ผ้าห่มนวมมันหนัก จะให้ฉันใช้แบบนี้ไม่ได้หรอก เชยจะตาย ฉันไม่เอา”
คุณแม่เซี่ยรู้สึกเกรงใจ เลยเสนอว่า “งั้นพาไปซื้อเสื้อผ้าดีไหม แต่งงานต้องมีเสื้อผ้าใหม่สิ”
“ไม่เอา ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ห้างสรรพสินค้าในเมืองไห่เฉิงไม่มีแบบเสื้อผ้าถูกใจฉันสักร้าน”
เซี่ยอวี่เป็นสาวทันสมัย เธอประกาศกร้าวเลยว่า ไม่ชอบของที่ทางบ้านจะซื้อให้สักอย่าง บอกให้พวกเขาเลิกเตรียมได้แล้ว
เซี่ยเหลยกับเซี่ยไห่ไม่ฟังความเห็นของหล่อน สองพี่น้องตรงไปที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าสามอย่างที่เป็นสินค้านำเข้ามาให้
ทีวีจอใหญ่ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า
เซี่ยไห่ยังแถมเครื่องเล่นวีซีดีกับแผ่นหนังยอดฮิตให้หล่อนอีกด้วย
หลินเซี่ยกับเฉินเจียเหอได้ยินพ่อกับอาเตรียมของขวัญแต่งงานให้กับอาหญิง พวกเขาก็เลยปรึกษากันว่าควรจะให้อะไรกับเซี่ยอวี่ดี
การให้เงินสดเป็นของขวัญดูไม่ค่อยใส่ใจเท่าใด พวกเขาไม่ได้จัดงานแต่งงาน การให้ซองแดงดูเป็นทางการเกินไป อีกอย่างฐานะทางการเงินของเซี่ยอวี่ก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองขนาดนั้น ควรซื้อของขวัญที่ดูตั้งใจมากกว่า
หลินเซี่ยลงมือตัดเย็บเสื้อผ้าให้หล่อนสองชุด เป็นแบบที่เธอจำได้ว่าเซี่ยอวี่ชอบ เธอใช้ผ้าอย่างดี ซื้อตามท้องตลาดไม่ได้แน่นอน ไม่ซ้ำใครแน่
จากนั้น เฉินเจียเหอและหลินเซี่ยก็ซื้อเครื่องปรับอากาศยี่ห้อชุนหลานให้พวกเขาอีกหนึ่งเครื่อง
จากนั้นเซี่ยไห่ก็ขับรถกระบะ บรรทุกเซี่ยเหลยกับเฉินเจียเหอไปส่งของด้วยตัวเอง
เย่ไป๋กับเซี่ยอวี่เห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขนลงมาจากรถ ต่างก็ตกตะลึง
“ทำไมซื้อมาเยอะแยะขนาดนี้?”
เซี่ยไห่ชี้ไปที่เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นแล้วพูดว่า “สามอย่างนี้ พี่ชายกับผมในฐานะครอบครัวฝ่ายหญิงขอมอบเป็นของขวัญให้พี่สาว”
เซี่ยไห่อธิบายต่อ “ส่วนแอร์เครื่องนั้น เฉินเจียเหอกับหลินเซี่ยซื้อมาให้พวกนาย”
“สวรรค์เถอะ ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย?” เซี่ยอวี่มองพี่ชาย น้องชาย และหลานเขยที่ตั้งใจเอื้อเฟื้อนำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้ ก็แกล้งทำเป็นบ่นไปอย่างนั้น แต่ในใจซาบซึ้งจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องซื้ออะไรมาให้ทั้งนั้น ซื้อมาฉันก็ไม่ชอบหรอก”
“ทำไมจะไม่ชอบล่ะ พวกเราเลือกแต่รุ่นใหม่ล่าสุด ราคาแพงที่สุดทั้งนั้น เสียเงินไปตั้งเยอะ อย่ามาขัดความยินดีของพวกเรานะ”
เซี่ยอวี่แม้ปากจะบ่น แต่หัวใจของหล่อนอบอุ่นไปด้วยความซาบซึ้ง
เซี่ยไห่โบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องขอบคุณหรอกพี่ เอ้า! เจียเหอ รีบมาช่วยกันยกของเร็ว”
เซี่ยไห่แกล้งยื่นเครื่องซักผ้าที่หนักที่สุดให้เย่ไป๋
เย่ไป๋พยายามยกอยู่สองสามครั้งแต่ก็ไม่ขยับ เขารู้สึกอายเล็กน้อย
สุดท้ายเฉินเจียเหอก็เข้ามาช่วย “มาช่วยกันยกดีกว่า ระวังอย่าทำตกนะ”
เย่ไป๋กับเฉินเจียเหอ ช่วยกันยกเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนเซี่ยไห่ยืนกอดอกเหมือนคุณชาย แล้วยังหันไปบ่นกับเซี่ยอวี่ อีกว่า “พี่แต่งงานที ทำเอาผมหมดตัวเลยนะเนี่ย”
เซี่ยอวี่ “!!!”
หล่อนก็ได้ฟังลินดาเล่าเรื่องที่พวกเขาไปหาผู้กำกับเหยียนมาแล้วเหมือนกัน
เดิมทีเซี่ยอวี่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ ร่างกายหล่อนจริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถตามคนอื่นทัน
แต่ลินดาบอกว่า เซี่ยไห่ไม่อยากให้หล่อนต้องลำบาก กลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไป
เขายอมเสียเงินก็เพราะไม่อยากให้หล่อนต้องเหนื่อยต้องทรมาน
น้องชายเป็นห่วงหล่อนขนาดนี้ เซี่ยอวี่จึงมองเขา เอ่ยปากอย่างซาบซึ้งใจ “ขอบคุณนะอาไห่”
เซี่ยอวี่ไม่ได้กวนเขา แต่เซี่ยไห่กลับไม่ค่อยคุ้นชินกับคำเรียกนี้
ของที่บ้านตระกูลเซี่ยให้นำมาด้วยตอนแต่งงานดูหรูหราอลังการมาก จนบ้านตระกูลเย่แน่นขนัดไปหมด
ในบ้านเขามีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว นอกจากเครื่องปรับอากาศ อีกหลายๆ อย่างล้วนยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในตอนนี้
เย่ไป๋บอกว่าจะเก็บเอาไว้ก่อน รอตอนที่พวกเขาย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ ค่อยขนไป
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ฝ่ายบ้านแม่ไม่ยอมน้อยหน้า จัดให้แบบยิ่งใหญ่อลังการเลย
ไหหม่า(海馬)
………………..