ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 769 มีปมกับแซ่ “เสิ่น”
………………..
ตอนที่ 769 มีปมกับแซ่ “เสิ่น”
หลังจากหลินเซี่ยพักอยู่บ้านตระกูลเซี่ยได้หลายวัน ในวันที่เธอตัดสินใจจะกลับบ้าน เสิ่นอวี้หลงก็โทรมาหาเธอพอดี
เขาโทรมาถามว่า เธอจะพาลูกไปที่บ้านเมื่อใด
ที่จริงเสิ่นอวี้หลงอยากให้หลินเซี่ยพาลูกกลับบ้านมาสักพักแล้ว ยิ่งได้ยินว่าหลังจากอยู่เดือนแล้วควรจะต้องพาภรรยากลับบ้านตามประเพณี เขาก็ยิ่งอยากให้หลินเซี่ยกลับไป
ดูเหมือนว่ามีเพียงแค่ตอนที่หลินเซี่ยอุ้มลูกกลับไปเยี่ยมบ้านเท่านั้น จึงจะพิสูจน์ได้ว่าพวกเขายังเป็นบ้านแม่ของหลินเซี่ยอยู่
หลังจากถามเสร็จ เสิ่นอวี้หลงก็รออย่างใจจดใจจ่ออยู่ปลายสาย หลินเซี่ยก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้ จึงตอบตกลง
“อวี้หลง พรุ่งนี้ฉันจะพาลูกไปหานะ”
เมื่อได้รับคำตอบตกลงจากหลินเซี่ย น้ำเสียงของเสิ่นอวี้หลงก็เปี่ยมไปด้วยความดีใจ “เยี่ยมเลย พี่สาว งั้นพรุ่งนี้ผมไปช่วยอุ้มหลานดีไหมครับ”
หลินเซี่ยตอบกลับ “ไม่ต้องหรอก นายไม่ต้องมาเลย รออยู่ที่บ้านเเละกัน พรุ่งนี้ฉันไปหา”
หลินเซี่ยได้ยินน้ำเสียงเปี่ยมสุขของเสิ่นอวี้หลง ในใจเธอก็รู้สึกอบอุ่น
มีญาติเพิ่มขึ้นมาอีกคน มีน้องชายเพิ่มขึ้นมาอีกคน สำหรับเธอแล้วเท่ากับมีสายใยรักจากครอบครัวเพิ่มมาอีกหนึ่ง
“พรุ่งนี้จะไปบ้านหมอเซี่ยเหรอ” เฉินเจียเหอถามหลินเซี่ย
หลินเซี่ยวางโทรศัพท์มือถือลงแล้วถอนหายใจ “อวี้หลงเขารออยู่ ถ้าฉันไม่ไปเขาต้องน้อยใจแน่ๆ”
เฉินเจียเหอกล่าว “ตกลง งั้นพรุ่งนี้ก็ไปหาเขาหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมไปส่งคุณแล้วก็ลูกเอง เย็นเลิกงานแล้วจะไปรับ”
“ตกลงค่ะ”
เช้าตรู่ของอีกวัน หลินเซี่ยกับเฉินเจียเหอก็ตื่นกันแต่เช้า เริ่มจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ของลูก เธอพบว่าตั้งแต่มีลูก การออกไปไหนมาไหนแต่ละครั้งช่างไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเตรียมของมากมาย ใช้เวลาเตรียมตัวนานสองนาน จนเธอเองยังไม่ได้ล้างหน้าเลย
ทุกอย่างล้วนทำเพื่อลูกน้อยทั้งนั้น
เช้าวันนั้น เซี่ยเหลยกับหลิวกุ้ยอิงเพิ่งเตรียมอาหารเช้าเสร็จ กำลังจะไปร้านอาหาร ก็เห็นหลินเซี่ยแต่งตัวเรียบร้อยอุ้มลูกออกมา เซี่ยเหลยมองเธออย่างสงสัยและถามว่า “เซี่ยเซี่ย เช้าขนาดนี้ยังไม่กลับไปอีกหรือ? บอกแล้วไงว่าให้พี่ชายลูกไปส่งตอนสายๆ ก็ได้”
หลินเซี่ย ยิ้มและตอบว่า “พ่อคะ แม่คะ เมื่อคืนอวี้หลงโทรมา บอกว่าอยากให้ฉันอุ้มหลานไปหา เจียเหอเองก็ต้องไปทำงานพอดี เลยจะไปส่งพวกเราค่ะ”
เซี่ยเหลยมองนาฬิกาแล้วพูดว่า “แต่ไม่เห็นต้องรีบไปเช้าขนาดนี้เลยนี่”
“เจียเหอไปทำงานพอดี เขาก็เลยแวะไปส่งฉันได้ค่ะ ตอนนี้ก็ไม่เช้าแล้วด้วย ฉันไปเช้าหน่อย อยู่คุยกันนานหน่อย บ่ายๆ ก็กลับแล้วค่ะ”
จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวฝ่ายชายของหลินเซี่ยกับเซี่ยหลานนั้นค่อนข้างพิเศษ หลินเซี่ยไม่อยากทำให้ทุกคนลำบากใจ จึงไม่ให้ครอบครัวมาส่ง
ถ้าบังเอิญเจอเซี่ยหลานเข้า ทุกคนคงจะลำบากใจกันน่าดู
สำหรับเธอแล้ว ทั้งสองฝ่ายถือเป็นครอบครัว แต่สำหรับทั้งสองฝ่ายแล้ว ถ้าไม่เจอกันได้ก็อย่าพยายามเจอกันเลยจะดีกว่า
เฉินเจียเหอพูดว่า “พ่อครับ แม่ครับ ผมผ่านทางนั้นพอดี เดี๋ยวไปส่งเซี่ยเซี่ยเองครับ”
“ก็ดี งั้นมากินข้าวเช้าก่อน ไปกันหลังกินข้าวเสร็จก็ได้”
หลังกินอาหารเสร็จ เฉินเจียเหอก็เข้าไปในบ้าน แล้วออกมาพร้อมกับกระเป๋าเป้
หลิวกุ้ยอิงถามด้วยความเป็นห่วงว่า “เอาของใช้ของหลานใส่กระเป๋าไปครบหรือยัง?”
หลินเซี่ยตอบว่า “แม่ ฉันเก็บของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋าไปหมดแล้วค่ะ ส่วนของอย่างอื่นเอาไว้ที่บ้านก่อน อีกไม่กี่วันฉันจะพาหลานมาอีก ค่อยมาเอาที่เหลือก็ได้ค่ะ”
หลินเซี่ยพูดจบ พ่อกับแม่ของเธอก็ดีใจ
อีกสองวันลูกสาวจะพาหลานชายมาอยู่ด้วย นี่เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับพวกเขามาก
ปกติเฉินเจียเหอขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน แต่เนื่องจากกลัวลูกจะหนาว วันนี้เขาจึงเรียกรถแท็กซี่เป็นพิเศษ
เขาไปส่งหลินเซี่ยกับลูกที่บ้านของเซี่ยหลานก่อน
ตอนเช้าตรู่ เสิ่นอวี้หลงรออยู่ที่ชั้นล่างของตึก เขายืนออกกำลังกายพลางมองไปที่ประตูทางเข้าเป็นระยะ
เมื่อเห็นเฉินเจียเหออุ้มลูกน้อยโดยมีหลินเซี่ยเดินตามหลังมา ดวงตาของเสิ่นอวี้หลงก็เป็นประกายขึ้นมาทันที รีบวิ่งเข้าไปหาพวกเขาทันที
“พี่เขย พี่สาว”
เสิ่นอวี้หลงทักทายพวกเขาด้วยน้ำเสียงร่าเริง
จากนั้น เขาก็ยื่นมือออกไปหาเฉินเจียเหอ “พี่เขย ผมขออุ้มหลานหน่อย”
เมื่อเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเสิ่นอวี้หลง เฉินเจียเหอกลับชะงักไปเล็กน้อย
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “อวี้หลง นายช่วยพี่สาวถือกระเป๋าเถอะ กลับถึงบ้านค่อยอุ้ม นายต้องทำความคุ้นเคยกับหลานก่อน ไม่งั้นเขาจะร้องไห้เอา”
“อ้อ งั้นก็ได้” เสิ่นอวี้หลงกำลังจะรับกระเป๋าเป้ของหลินเซี่ย แต่หลินเซี่ยให้เพียงกระเป๋าถือใบเล็กแก่เขา จากนั้นพี่น้องทั้งสองก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานขณะเดินขึ้นไปชั้นบน
“แม่อยู่ที่บ้านไหม?” หลินเซี่ยถามเขา
เสิ่นอวี้หลงตอบกลับมาว่า “แม่ทำงานกะกลางคืน เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
“แล้วแม่รู้หรือยังว่าเรากำลังมา” หลินเซี่ยถามต่อ
เสิ่นอวี้หลงหัวเราะเขินๆ “ผมยังไม่ได้บอกแม่เลย ผมโทรหาพี่เมื่อคืนแค่ลองถามดูเฉยๆ ไม่คิดว่าพี่จะมาจริงๆ เดี๋ยวค่อยเซอร์ไพรส์แม่ละกัน”
พอถึงบ้าน บ้านก็ถูกทำความสะอาดอย่างเรียบร้อย เสิ่นอวี้หลงกล่าวว่า “พี่ ผมทำความสะอาดห้องที่ผมอยู่เรียบร้อยแล้ว พี่กับหลานเข้าไปพักได้เลย”
หลินเซี่ยมองน้องชายที่กำลังมองเธอด้วยแววตาคาดหวัง เธอก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก
ไม่อยากบอกเขาเลยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะค้างคืนที่นี่
“มา นั่งบนโซฟากันก่อน เอ้า นายอุ้มหลานหน่อย”
หลินเซี่ยดึงเสิ่นอวี้หลงให้นั่งลงบนโซฟา เธอรับลูกชายมาจากเฉินเจียเหอ แล้วให้เสิ่นอวี้หลงอุ้ม
เขารีบล้างมือแล้วเช็ดให้แห้ง ก่อนจะกลับมานั่งอุ้มหลานชาย
เขาสัมผัสเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องทะนุถนอม
“คุณไปทำงานเถอะค่ะ” หลินเซี่ยเหลือบมองนาฬิกา เห็นว่าเวลาล่วงเลยมามากแล้ว กลัวว่าเฉินเจียเหอจะไปทำงานสาย จึงเอ่ยเตือน
แต่เฉินเจียเหอกลับนั่งลงกับพวกเขาโดยไม่คิดจะไปไหน
“แม่กลับมาตอนกี่โมง?” เฉินเจียเหอถามเสิ่นอวี้หลงพร้อมกับมองเขา
เสิ่นอวี้หลงตอบ “แม่ผมกลับประมาณแปดโมงครึ่งครับ พี่เขย รอแม่ผมมีอะไรหรือเปล่าครับ?”
เสิ่นอวี้หลงเห็นเฉินเจียเหอนั่งนิ่งไม่ไปทำงาน จึงรู้ว่าเฉินเจียเหอรอแม่ของเขาอยู่ เลยเอ่ยปากถาม
เฉินเจียเหอยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก”
แต่ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
หลินเซี่ยเหลือบมองเขา เธอจะไม่เข้าใจเฉินเจียเหอได้อย่างไรกัน
ตั้งแต่ที่รู้ว่าเสิ่นอวี้หลงไปมาหาสู่และคอยดูแลผู้เฒ่าเสิ่นอยู่บ่อยครั้ง เขาก็เต็มไปด้วยความระแวงเสิ่นอวี้หลง
เขาเตือนหลินเซี่ยหลายต่อหลายครั้งว่าเธอสามารถไปมาหาสู่กับเซี่ยหลานได้ แต่ต้องไม่ลืมที่จะระวังตัวไว้
เฉินเจียเหอค่อนข้างกลัวคนแซ่เสิ่น
แน่นอนว่าหลินเซี่ยก็รับฟังความคิดเห็นของเขา
เธอจะระมัดระวังตัวในการอยู่ร่วมกับคนอื่น
“ไม่เป็นไรหรอก นายกลับไปก่อนเถอะ แม่น่าจะกลับมาเร็วๆ นี้”
เสิ่นอวี้หลงมองหลินเซี่ยและเฉินเจียเหอด้วยความงุนงง
หลินเซี่ยยิ้มและอธิบายกับเสิ่นอวี้หลงว่า “พี่เขยกลัวว่าถ้าเดี๋ยวเสี่ยวหู่ร้องไห้งอแง พวกเราจะรับมือไม่ไหว”
“ไม่เป็นไร ผมอุ้มเอง ช่วงนี้ผมก็กำลังหัดอุ้มเด็กอยู่”
เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นอวี้หลง หลินเซี่ยก็มองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ “แล้วนายจะหัดยังไง”
“กอดหมอนไง” เสิ่นอวี้หลงตอบอย่างรวดเร็ว “เอาหมอนมาทำเป็นเด็กกอดฝึกซ้อม”
ระหว่างที่พูด เขาก็วิ่งเข้าไปในบ้าน หยิบหมอนออกมากอดอย่างคล่องแคล่ว “กอดแบบนี้ใช่ไหม?”
เขากอดหมอนโยกไปมา
“เจ้าหนู เด็กทารกกับหมอนมันไม่เหมือนกันนะ”
เฉินเจียเหอเห็นเสิ่นอวี้หลงกอดหมอนก็รู้สึกตลก แต่ก็ค่อนข้างซึ้งใจ
เจ้าเด็กนี่ เพื่อจะกอดหลานก็ทุ่มเทขนาดนี้เลยเหรอ
เฉินเจียเหอดูเวลาแล้วเห็นว่าใกล้จะสายแล้ว จึงลุกขึ้น สั่งหลินเซี่ยสองสามคำ แล้วก็จากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
หวังว่าอวี้หลงจะผ่าเหล่าผ่ากอตระกูลเสิ่นนะ พี่เหอก็คือระแวงไปหมดแล้ว
ไหหม่า(海馬)
………………..