ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 772 ความคิดของปีศาจน้อย
ตอนที่ 772 ความคิดของปีศาจน้อย
เซี่ยหลานเอ่ยความคิดของตัวเองออกไป “ผอ.หยาง ฉันยังหวังให้คุณลองหาทางให้เด็กคนนี้ได้รับอุปการะน่ะค่ะ”
“คงไม่มีใครรับเลี้ยงหรอก คุณลองกลับมาดูก็ได้” ผู้อำนวยการหยางกล่าว “สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเรามีภาระค่าใช้จ่ายเยอะเหมือนกัน เด็กกำพร้าถูกทิ้งก็ต้องพึ่งพาพวกเรา เด็กที่มีพ่อแม่แบบนี้ พวกคุณรับกลับไปเลี้ยงเองดีกว่า จะได้แบ่งเบาภาระของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พวกคุณก็น่าจะเข้าใจงานของพวกเรานะ จริงไหม”
“ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะคะผอ.หยาง ฉันจะหาเวลาไปค่ะ”
หลินเซี่ยและเสิ่นอวี้หลงต่างก็กำลังฟังเซี่ยหลานคุยโทรศัพท์
รอจนเซี่ยหลานวางสาย เสิ่นอวี้หลงก็ไม่เกรงใจ ถามอย่างขุ่นเคือง “แม่ คนพวกนั้นโทรมาหาแม่ทำไม?”
เซี่ยหลานกลัวว่าเสิ่นอวี้หลงจะโกรธ เลยอ้ำอึ้งไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ท่าทางลังเลของหล่อนกลับทำให้เสิ่นอวี้หลงโมโหมากขึ้นไปอีก “ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว แม่จะปิดบังอะไรอีก? พี่สาวผมก็รู้เรื่องนี้แล้ว ไม่เห็นต้องปิดบังพวกเราเลย?”
พอถูกเสิ่นอวี้หลงตวาดใส่ เซี่ยหลานเลยได้แต่หันไปมองพวกเขาแล้วพูดว่า “ผอ.หยางบอกว่า เด็กคนนั้นพอมีคนจะรับเลี้ยงก็ร้องไห้ คนอื่นอุ้มไปไม่ได้เลย เราจะทำยังไงกันดี จะรับหล่อนกลับมาดีไหม?”
เสิ่นอวี้หลงมีสีหน้าไม่พอใจ รีบพูดอย่างเด็ดขาด “แม่ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ บ้านหลังนี้มีหล่อนเมื่อไหร่ก็ไม่มีผมเมื่อนั้น ถ้าแม่คิดจะรับหล่อนมาเลี้ยง ผมจะหนีออกจากบ้าน แม่ก็อย่าคิดว่าจะมีลูกชายคนนี้อีก”
เสิ่นอวี้หลงไม่เคยเห็นหน้าเสิ่นอวี้อิ๋ง แน่นอนว่าไม่มีความรู้สึกผูกพันธ์อะไรกับลูกนอกสมรสของหล่อน
เขาไม่มีทางยอมให้เซี่ยหลานรับเด็กคนนั้นกลับมาเด็ดขาด
เด็กคนนี้ถือเป็นเรื่องน่าอับอายของตระกูลเสิ่น
“แม่ก็ไม่ได้คิดจะรับหล่อนกลับมาหรอก” เซี่ยหลานรีบอธิบาย เพราะกลัวลูกชายจะโกรธ
หล่อนนึกถึงคำพูดของผู้อำนวยการหยางเมื่อครู่นี้แล้วก็ยังคงไม่เข้าใจ “แม่แค่สงสัยว่าเด็กอายุยังไม่ถึงขวบทำไมถึงแปลกพิกลแบบนั้น คนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอุ้มแล้วไม่เป็นไร แต่พอคนที่มาอุปการะอุ้มหล่อนกลับร้องไห้หรือไม่ก็เป็นลม จนกระทั่งคนที่มารับอุปการะจากไปแล้วหล่อนถึงกลับมาเป็นปกติ พวกเธอว่ามันยังไงกัน?”
เสิ่นอวี้หลงไม่อยากใส่ใจ “เราจะไปรู้ได้ยังไงล่ะครับ?”
“เมื่อกี้ผอ.หยางบอกว่าพวกเขาคิดว่าเด็กคนนั้นฟังผู้ใหญ่รู้เรื่อง เลยแกล้งเป็นลม นั่นคงจะเป็นไปไม่ได้หรอก น่าขนลุกเกินไปแล้ว”
เซี่ยหลานรู้สึกว่าที่ผู้อำนวยการหยางพูดนั้นฟังดูเหลือเชื่อเกินไป ในเมื่อเสิ่นอวี้หลงบอกว่าอย่าปิดบังพวกเขา เซี่ยหลานจึงอยากฟังความเห็นของหลินเซี่ยกับเสิ่นอวี้หลง
“หึ ผู้หญิงชั้นต่ำก็ตอแหลตั้งแต่เกิดแบบนี้แหละ” เสิ่นอวี้หลงพูด “สมองคงจะผิดปกติ เลยชักตาตั้ง คงพิการทางสมองมั้ง”
ถึงขั้นฟังสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดออกขนาดนี้ นี่หล่อนกับชายโฉดนั่นให้กำเนิดเด็กอัจฉริยะฟ้าประทานมาหรือไง?
หลินเซี่ยนั่งอยู่ด้านข้าง ฟังเซี่ยหลานคุยกับเสิ่นอวี้หลง และไม่ได้ออกความคิดเห็นใดๆ
นั่นไม่ใช่เด็กปัญญาอ่อนเลยสักนิด
แต่หล่อนฉลาดเป็นกรดเลยล่ะ
ก่อนหน้านี้หลินเซี่ยก็รู้สึกประหลาดใจในเรื่องที่เสิ่นเสี่ยวอวี้เกิดมาพร้อมความทรงจำชาติก่อน
เพราะทารกพูดไม่ได้ ดูได้เพียงสีหน้าและแววตา เธอจึงไม่กล้าฟันธงว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้องหรือไม่
พอได้ยินเซี่ยหลานพูด เธอก็แน่ใจกับการคาดเดาของตัวเอง
ยัยเด็กแสบนั่นมันมีความทรงจำชาติที่แล้วจริงๆ
มันไม่ได้อยากให้ใครรับไปเลี้ยงหรอก
ถึงได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดแบบนั้น
ครั้งที่แล้วเธอไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และพูดสิ่งที่อยากพูดกับหล่อนไปหมดแล้ว ชีวิตนี้ไม่มีทางเกี่ยวข้องอะไรกับหล่อนอีก
ถ้าจะมี ก็คงเป็นศัตรูกัน
จนถึงตอนนี้หล่อนยังไม่หมดหวังอีกเหรอ?
หลินเซี่ยคิด ยัยเด็กเปรตคนนั้นอาจจะอยากให้เซี่ยหลานพากลับไปยังตระกูลเสิ่น
กลับไปหาเสิ่นอวี้อิ๋ง
ตอนนี้เธอรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าเสิ่นเสี่ยวอวี้เกิดใหม่ได้อย่างไร?
หรือว่าในชาติที่แล้วหล่อนก็ตายด้วย?
“เซี่ยเซี่ย เธอคิดยังไงกับเรื่องนี้?” เซี่ยหลานเหลือบมองหลินเซี่ยอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันรู้ดีว่าการพูดเรื่องนี้กับเธอมันไม่ค่อยเหมาะสม แต่ในเมื่อเธอได้ยินแล้ว ฉันก็อยากรับฟังความเห็นของเธอบ้าง”
หลินเซี่ยได้สติก็หันกลับมามองเซี่ยหลาน แล้วถามกลับไปว่า “แม่หมายความว่าแม่จะรับหลานมาเลี้ยงเองจริง ๆ เหรอคะ?”
เซี่ยหลานส่ายหน้าอย่างขมขื่น “จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ แม่จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปเลี้ยงเด็กตัวเล็ก ๆ อีก”
เพราะสภาพร่างกายของเสิ่นอวี้อิ๋งคงไม่อาจมีลูกได้อีกแล้ว
เพื่อที่จะให้เสิ่นอวี้อิ๋งได้มีทายาทสืบสกุล พวกเขาจึงวางแผนกันไว้ว่าจะรอให้อีกสักสองปี รอให้เรื่องราวทุกอย่างมันเงียบลงเสียก่อน แล้วค่อยไปรับตัวเด็กกลับมา
หรือไม่ก็ให้เสิ่นอวี้อิ๋งหาแฟนที่ไม่ได้สนใจว่าหล่อนมีลูกไม่ได้ แล้วค่อยพาเด็กกลับมาอยู่ด้วยกัน
แม้การกระทำแบบนี้จะค่อนข้างเห็นแก่ตัว แต่ก็เพื่อเสิ่นอวี้อิ๋งลูกสาวของพวกเขา พวกเขาจึงได้แต่ทำแบบนี้
เพราะแบบนี้ หล่อนถึงไม่ยอมทำตามคำขอร้องที่ให้ทิ้งเด็กของเสิ่นอวี้อิ๋ง ยังแอบติดต่อกับผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่เรื่อย ๆ และยังคงจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กับเด็ก เพราะคิดว่านี่เป็นเพียงการฝากเลี้ยงชั่วคราวเท่านั้น
ทว่าเรื่องที่ทำให้หล่อนคาดไม่ถึงที่สุดกลับเป็นเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
เสิ่นอวี้อิ๋งทำให้หล่อนเสียใจอย่างแท้จริง
เสิ่นอวี้หลงฟื้นแล้ว หล่อนต้องทุ่มเทความคิดและเงินทองทั้งหมดไปที่ลูกชาย
จึงไม่มีเงินเหลือพอจะไปดูแลเด็กคนนั้น
แต่ตอนนั้นหล่อนสัญญากับผู้อำนวยการหยางไว้แล้วว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของเสิ่นเสี่ยวอวี้ทุกเดือน
เด็กเล็กต้องกินนมผง ซึ่งต้องใช้เงินมากมายเหลือเกิน
เซี่ยหลานมีเงินเดือนประจำเท่าเดิม นับตั้งแต่ต้องรักษาเสิ่นอวี้หลงจนถึงเรื่องวุ่นวายต่างๆ ในบ้าน ชีวิตของหล่อนก็ลำบากมาก แทบทุกเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาก็ยังต้องไปยืมเงินเซี่ยตงอยู่บ้าง
ขอเพียงลูกชายหายดี ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น เรื่องเงินทองก็เป็นเรื่องเล็ก เพียงประหยัดหน่อยก็ผ่านไปได้
เซี่ยหลานที่เดิมทีก็เริ่มหลุดพ้นจากความมืดมน เมื่อได้อยู่กับลูกชาย ลูกสาว และอุ้มหลานชายตัวน้อย หล่อนก็รู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยา
แต่แล้วโทรศัพท์เพียงหนึ่งสายก็ดึงหล่อนกลับสู่ห้วงทุกข์อีกครา
ทำไมบาปที่คนตระกูลเสิ่นก่อกลับต้องให้หล่อนเป็นคนชดใช้?
เสิ่นอวี้หลงเห็นเซี่ยหลานหลุบตาลงคล้ายครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ จึงเอ่ยเตือน “แม่ อย่าไปสนใจเด็กนอกสมรสนั่นอีกเลย พวกเราไม่มีเงินเลี้ยงดูมันหรอก”
“แม่กลัวว่าถ้าไม่จ่ายค่าเลี้ยงดู ทางสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะพาตัวหล่อนมาส่งที่นี่น่ะสิ”
ยิ่งคิด เซี่ยหลานก็ยิ่งเคลือบแคลงใจในสิ่งที่ผู้อำนวยการหยางพูดทางโทรศัพท์เมื่อครู่
แถมยังแกล้งเป็นลมอีก?
เรื่องทั้งหมดนี้มันเรื่องจริงหรือ?
เสิ่นอวี้หลงได้ยินดังนั้นก็เดือดดาล พูดอย่างเหลืออด “งั้นอุ้มมันออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วโยนทิ้งไปเลย”
หลินเซี่ย “!!!”
เซี่ยหลาน “!!!”
หลินเซี่ยมองเสิ่นอวี้หลงด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ตกใจกับคำพูดเมื่อครู่ของเขา
ปฏิเสธไม่ได้ว่านิสัยบางอย่างของเสิ่นอวี้หลงช่างเหมือนกับเสิ่นเถี่ยจวินเสียจริง
ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่เขาเสียผลประโยชน์ หรือมีสิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจ เขามักจะมีปฏิกิริยารุนแรง
หลินเซี่ยซึ่งไม่ได้พูดอะไรหันไปบอกเซี่ยหลานว่า “ในเมื่อผอ.หยางบอกว่าหล่อนฟังผู้ใหญ่รู้เรื่อง งั้นแม่ก็บอกเด็กคนนั้นไปสิคะว่าแม่ของหล่อนติดคุกอยู่ ส่วนพ่อที่แท้จริงเป็นใครก็ไม่รู้ คนอื่นไม่มีหน้าที่หรือความสามารถที่จะเลี้ยงดูหล่อนหรอก ลองดูสิว่าหล่อนจะร้องไห้หรือมีปฏิกิริยาอะไรบ้างไหม?”
ครั้งที่แล้วหลินเซี่ยเคยพูดถึงเรื่องเสิ่นอวี้อิ๋งต่อหน้าเสิ่นเสี่ยวอวี้ ถ้าเสิ่นเสี่ยวอวี้กลับชาติมาเกิดใหม่จริง หล่อนคงไม่เชื่อคำพูดนี้แน่
เพราะแบบนั้น หล่อนถึงพยายามอย่างหนักที่จะกลับไปหาคนที่ตนคุ้นเคย
ไม่สู้ให้เซี่ยหลานไปบอกเรื่องนี้กับเสิ่นอวี้หลง ปล่อยให้ปีศาจน้อยคนนั้นหมดหวังไปเสีย
ปล่อยให้หล่อนอยู่อย่างสิ้นหวังในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไปเถอะ
เพราะเรื่องนี้เอง บรรยากาศที่เคยรื่นเริงก็ถูกทำลายลง
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ภาวนาอย่าให้อวี้หลงเข้าดาร์กไซด์เด็ดขาด ไม่งั้นกลายเป็นเสิ่นเถี่ยจวิน 2 แน่
วิธีที่เซี่ยเซี่ยเสนอมาก็เด็ดขาดจริง ตัดไฟแต่ต้นลมไปเลย
ไหหม่า(海馬)