ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 773 การแข่งขันออกแบบสถาปัตยกรรมในประเทศ
ตอนที่ 773 การแข่งขันออกแบบสถาปัตยกรรมในประเทศ
ทุกคนต่างได้รับผลกระทบทางอารมณ์กันถ้วนหน้า พอตกบ่ายก็ถึงเวลาที่เฉินเจียเหอเลิกงานแล้วมารับหลินเซี่ยกับลูกกลับบ้าน
เซี่ยหลานอยากให้เธอค้างคืนด้วยกัน แต่หลินเซี่ยบอกว่าอีกไม่กี่วันต้องไปทำงาน ต้องรีบกลับไปเตรียมตัว
เซี่ยหลานเลยทำอาหารมื้อเย็นเลี้ยงส่ง พอกินข้าวเสร็จ พวกเขาก็ล่ำลากัน
เสิ่นอวี้หลงดูไร้เรี่ยวแรงขณะเดินไปส่งพวกเขาที่ชั้นล่าง ต่างจากตอนเช้าที่กระตือรือร้นในการต้อนรับขับสู้อย่างลิบลับ
พอถึงบ้าน เฉินเจียเหอรอหลินเซี่ยกล่อมลูก ๆ เข้านอนเสร็จ ถึงเอ่ยถามว่า “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? ผมรู้สึกว่าแม่กับอวี้หลงดูมีเรื่องไม่สบายใจ”
เฉินเจียเหอมักจะเผลอตัวระแวงทุกครั้งเมื่อต้องติดต่อกับคนตระกูลเสิ่น
“อวี้หลงบอกว่าคุณปู่เสิ่นอยากเจอฉัน ขอให้ฉันอุ้มลูกไปเยี่ยมท่านหน่อย” หลินเซี่ยบอกขณะเปลี่ยนชุดเป็นชุดนอน
พอได้ยินดังนั้น เฉินเจียเหอก็สบถด่าทันที “ตาแก่นั่นเป็นบ้าหรือไง”
“ดูท่าทางเหมือนจะป่วยนะ”
หลินเซี่ยมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา
“ยังจะขำอีก?” เฉินเจียเหอมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง “ครั้งนี้เราจะตามใจเสิ่นอวี้หลงไม่ได้”
หลินเซี่ยกล่าว “วางใจเถอะค่ะ ฉันปฏิเสธอวี้หลงไปแล้ว”
“เซี่ยเซี่ย ถึงยังไงเสิ่นอวี้หลงก็เป็นคนตระกูลเสิ่น ต่อไปอย่าไว้ใจเขามากเกินไป”
หลินเซี่ยรู้ดีถึงท่าทีของเฉินเจียเหอต่อเสิ่นอวี้หลง ตั้งแต่เช้าแล้วที่เขาไม่ยอมให้เสิ่นอวี้หลงอุ้มลูกจากเขาที่ข้างล่าง
ถึงจะสุภาพ แต่ก็เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
เธอพยักหน้า “ฉันรู้ วางใจเถอะค่ะ”
วันต่อมา ผู้เฒ่าเฉินให้คนขับรถมารับหลินเซี่ยกับลูกด้วยตัวเอง
ให้พวกเขาไปพักที่บ้านเขาสักสองสามวัน
อย่างไรเสียที่นั่นก็มีแต่คนแก่คนเฒ่า ต้องรีบพาเด็กเล็กไปเยือนสักหน่อย
วันนี้เฉินเจิ้นเจียงได้หยุดงาน พอได้ยินว่าลูกสะใภ้กลับมา เขาก็รีบเข้าครัวผูกผ้ากันเปื้อนเตรียมทำอาหารด้วยตัวเอง
“พ่อคะ ให้ฉันทำดีกว่าค่ะ” หลินเซี่ยเสนออย่างสุภาพ “ให้ฉันช่วยไหมคะ?”
“ไม่ต้องๆ ตั้งแต่แม่เธอไปเยี่ยมยาย พ่อเลิกงานกลับมาก็ทำกับข้าวเองทุกวัน” เฉินเจิ้นเจียงตอบ “เธอออกไปนั่งคุยกับปู่ย่าข้างนอกเถอะ”
หลินเซี่ยเดินออกมาจากครัว ครั้นไม่เห็นเฉินเจียวั่งในบ้าน จึงถามผู้ใหญ่ว่า “เจียวั่งไปไหนเหรอคะ?”
คุณย่าเฉินตอบพร้อมรอยยิ้ม “ช่วงนี้เขายุ่งมาก ได้ข่าวว่าพ่อของอวี่เฟยแต่งงานกับเสี่ยวหวังแล้ว เจียวั่งเลยไปเป็นเพื่อนอวี่เฟยซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านใหม่”
“หา?”
หลินเซี่ยได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกแปลกใจมาก
เฉินเจียวั่งไปเป็นเพื่อนเจียงอวี่เฟยซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านใหม่เนี่ยนะ?
คืบหน้าใช้ได้เลยนี่
อย่างน้อยก็ได้มีส่วนร่วมในเรื่องของครอบครัวเขาแล้ว
เจียงอวี่เฟยไม่ใช่ว่าไปลงเรียนการแสดงอยู่หรอ?
ยุ่งจนไม่มีเวลามาหาฉันเลย แต่ไปซื้อเฟอร์นิเจอร์กับเฉินเจียวั่งตั้งแต่เมื่อไหร่?
คนพวกนี้พอมีแฟนก็ลืมเพื่อนเหมือนกันหมด
ขณะที่พวกเธอกำลังพูดถึงพวกเขาอยู่ เฉินเจียวั่งก็กลับมา เห็นย่าอุ้มหลานอยู่บนโซฟา เขาก็มองหลานชายด้วยสายตาอ่อนโยนและถามด้วยรอยยิ้ม
“เสี่ยวหู่มาแล้วเหรอ?”
“เจียวั่ง ซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านอวี่เฟยเสร็จแล้วเหรอ?” คุณย่าเฉินเห็นเขาเข้าก็ถามด้วยรอยยิ้ม
เฉินเจียวั่งพยักหน้า
“โอ้ ไปซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเหรอ?”
เฉินเจียวั่งอธิบาย “เจียงอวี่เฟยบอกว่าพ่อของเธอกับน้าหวังเพิ่งจดทะเบียนสมรสกัน แต่ที่บ้านไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลย หล่อนเลยอยากใช้เงินที่ตัวเองหามาได้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่ให้พวกเขา เลยชวนผมไปช่วยเลือก”
หลินเซี่ยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “ดีจัง ในที่สุดอวี่เฟยก็ตอบแทนบุญคุณพ่อได้แล้ว”
คุณย่าเฉินได้ฟังคำอธิบายของเฉินเจียวั่งก็เผยสีหน้าแปลกใจออกมา “ทั้งหมดนั่น อวี่เฟยซื้อเองหมดเลยเหรอ”
เฉินเจียวั่งพยักหน้า “อืม หล่อนซื้อเองทั้งหมด”
ทันใดนั้น คุณย่าเฉินก็เผยสีหน้าเลื่อมใสปนประหลาดใจออกมา “โอ้พระเจ้า อวี่เฟยเป็นแค่นักเรียน จะหาเงินได้มากมายขนาดนั้นเชียวเหรอ”
ตู้เสื้อผ้าทั้งหลัง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รวมแล้วคงเป็นราคาหลายพันหยวนอยู่
ขณะที่คุณย่าเฉินรู้สึกชื่นชมเจียงอวี่เฟย นางก็หันไปมองหลานชายคนเล็กของตัวเองด้วยแววตาเป็นกังวล
เจียงอวี่เฟยช่างยอดเยี่ยม คุณสมบัติเหล่านี้ยิ่งทำให้เจียวั่งต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องฐานะทางการเงินยิ่งเป็นปัญหาใหญ่
คุณย่าเฉินไม่กล้าพูดอะไรที่จะไปบั่นทอนกำลังใจของเฉินเจียวั่ง จึงได้แต่เก็บความกังวลไว้ในใจ
ครู่หนึ่งนางจึงยิ้มพลางเอ่ยถามหลานชายอย่างใคร่รู้ว่า “เจียวั่ง หลานจะไปฝึกงานเมื่อไหร่หรือ”
“ปีหน้าครับคุณย่า” เฉินเจียวั่งตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้น
“แข่งเมื่อไหร่เหรอ?” เฉินเจียวั่งถาม
“น่าจะปีนี้แหละ ลองไปหาดูสิ”
แม้แต่หลินเซี่ยเองก็จำไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่เธอก็ยังคงจำได้ว่ามีการแข่งขันแบบนี้อยู่
“เธอรู้เรื่องระดับประเทศได้ยังไง?” เฉินเจียวั่งเบิกตากว้าง มองหลินเซี่ยอย่างประหลาดใจ
เธอให้เขาไปตรวจสอบ พูดเป็นเล่น เขาจะไปตรวจสอบที่ไหนได้
ตอนนี้ปิดเทอมฤดูร้อนอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงถามจากอาจารย์ได้
หลินเซี่ยอธิบาย
“ฉันมีคอมพิวเตอร์ ฉันเห็นในอินเทอร์เน็ต นายลองไปหาข้อมูลดูสิ ลองค้นไปว่าเข้าร่วมการแข่งขันอะไรเทือกนี้”
สองผู้เฒ่าตระกูลเฉินไม่เข้าใจในเรื่องอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีชั้นสูงที่คนหนุ่มสาวพูดคุยกันเลย พอพวกเขาได้ยินว่าสามารถใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศได้ สายตาที่พวกเขามองหลินเซี่ยก็เต็มไปด้วยความชื่นชม
หลานสะใภ้คนนี้รู้เยอะจริงๆ
ได้โอกาสแบบนี้ ผู้เฒ่าเฉินก็รีบร้อนกว่าใคร พูดกับเฉินเจียวั่งอย่างตื่นเต้น “เจียวั่ง ฟังพี่สะใภ้ของแกสิ แกก็ไปร่วมแข่งขันในอินเทอร์เน็ตได้นะ อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีก็ได้”
เฉินเจิ้นเจียงที่กำลังทำอาหารอยู่เดินออกมาจากครัวพร้อมกับผ้ากันเปื้อน และแสดงความคิดเห็นของเขา “ในอนาคต เครือข่ายเทคโนโลยีนี้จะเป็นแนวโน้มการพัฒนาที่สำคัญ คนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอควรเรียนรู้อยู่เสมอ คว้าโอกาสและตามทันการพัฒนาของยุคสมัยให้ได้”
ตัวเฉินเจียวั่งเองไม่มีคอมพิวเตอร์ วันต่อมาเขาจึงไปหาเฉินเจียเหอที่บ้าน แล้วใช้คอมพิวเตอร์ของหลินเซี่ยค้นหาข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการแข่งขันออกแบบสถาปัตยกรรม
สำหรับนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมที่มีพรสวรรค์ด้านการออกแบบอย่างเขา ข่าวนี้เปรียบเสมือนการประกวดนางแบบที่เจียงอวี่เฟยเข้าร่วมเมื่อปีที่แล้ว
เป็นโอกาสที่หาได้ยาก
เฉินเจียวั่งจึงลงมือวาดภาพแบบร่างตลอดทั้งคืน
ส่วนเซี่ยหลานได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหยางถึงสองครั้งติดๆ กัน หล่อนจึงต้องเดินทางไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งเสิ่นอวี้หลงก็ขอติดตามหล่อนไปด้วย
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
โอกาสดีมาถึงแล้ว ลุยเลยเจียวั่ง
คอมพิวเตอร์ยุคนั้นนี่น่าจะเป็นความทรงจำของเด็กยุค 90 เลยล่ะค่ะ รุ่นที่ต่อโมเด็มกับสายโทรศัพท์บ้าน ระหว่างใช้อินเตอร์เน็ตห้ามใครโทรเข้าโทรศัพท์บ้านเด็ดขาดไม่งั้นเน็ตหลุดต้องต่อใหม่
ไหหม่า(海馬)
………………..