ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 780 ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องใส่
ตอนที่ 780 ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องใส่
หลินเซี่ยรับโทรศัพท์จากเจียงอวี่เฟยขณะที่เธอนั่งอยู่ในรถของลินดา เพื่อไปยังสถานที่ตั้งกองถ่าย
หลิวกุ้ยอิงและเซี่ยเหลยก็ไปกับพวกเขาด้วย
“เซี่ยเซี่ย คุณหมอเซี่ยอุ้มลูกสาวของเสิ่นอวี้อิ๋งไปที่บ้านของหลิวจื้อหมิงแล้ว เมื่อครู่นี้เป็นเรื่องราววุ่นวายใหญ่โตเลยแหละ”
หลินเซี่ยไม่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้
ก่อนหน้านี้เสิ่นอวี้หลงโทรหาเธอแล้ว เธอจึงเตรียมใจไว้เรียบร้อย
หลังได้ยินคำพูดของเจียงอวี่เฟย จึงถามว่า “ตอนนี้แม่กับอวี้หลงเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เสียเปรียบใช่ไหม?”
เทียบกับที่อยู่ของเสิ่นเสี่ยวอวี้แล้ว หลินเซี่ยกังวลเรื่องความปลอดภัยของเซี่ยหลานมากกว่า
“ไม่เป็นไร พ่อฉันกับเพื่อนบ้านช่วยกันพูดอยู่ ไม่ปล่อยให้คุณหมอเซี่ยเสียเปรียบหรอก พวกเขายัดเด็กให้แม่ของหลิวจื้อหมิงแล้ว ตอนนี้เด็กอยู่ที่บ้านตระกูลหลิว” เจียงอวี่เฟยพูดด้วยความตื่นเต้น “แฟนใหม่คนนั้นของหลิวจื้อหมิงก็อยู่ที่นั่นพอดี โมโหจนเดินหนีไปเลย”
หล่อนพูดเสียงเบาลง น้ำเสียงกระซิบกระซาบ “แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ท้องด้วย คาดว่าหล่อนกับหลิวจื้อหมิงคงไม่เลิกรากันง่าย ๆ”
หลิวจื้อหมิงไอ้ชายชั่วนั่นโลภมากเหลือเกิน
เพื่อจะได้เลื่อนตำแหน่ง เขากินไม่เลือกเลยจริง ๆ
“ว้าว พวกเธอออกกองกันแล้วเหรอ?” เจียงอวี่เฟยถาม “พาเสี่ยวหูไปด้วยหรือเปล่า?”
“อืม พาไปด้วย พ่อแม่ฉันก็ไปกับพวกเราด้วย”
“เซี่ยเซี่ย งั้นอีกสองสามวันฉันจะไปเยี่ยมกองถ่ายนะ”
“ได้เลย”
หลังวางสาย หลินเซี่ยก็รู้สึกค่อนข้างสับสน
เสิ่นเสี่ยวอวี้ถูกส่งไปอยู่บ้านสกุลหลิว แล้วพวกเขาจะเลี้ยงหล่อนอย่างไร?
ตอนนี้พวกเขากำลังยุ่งอยู่กับการให้หลิวจื้อหมิงคบผู้หญิงรวย ไม่มีทางที่จะเลี้ยงหล่อนแน่นอน
ในชาติก่อน เสิ่นอวี้อิ๋งคือช่องทางทำมาหากินของหลิวจื้อหมิง เขาอยากใช้เสิ่นเสี่ยวอวี้ผูกมัดเสิ่นอวี้อิ๋งเอาไว้
เสิ่นอวี้อิ๋งกลายเป็นนักโทษ ส่วนเสิ่นเสี่ยวอวี้ก็เป็นแค่เด็กนอกสมรสที่ไม่มีใครเหลียวแล
หลิวจื้อหมิงจะเลี้ยงหล่อนได้อย่างไร
ถึงอย่างนั้นเซี่ยหลานกับเสิ่นอวี้หลงก็เสี่ยงเดิมพันครั้งใหญ่ หากหลิวจื้อหมิงไปตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา
ไม่แน่ว่ายัยเด็กตัวแสบนั่นจะเป็นลูกของใครกันแน่
“เซี่ยเซี่ย ใกล้ถึงแล้ว อยู่ข้างหน้าพอดี”
เสียงของลินดาดึงความคิดของหลินเซี่ยกลับมาจากภวังค์
ลูกของเธออยู่บนรถของเซี่ยไห่ มีหลิวกุ้ยอิงกับเซี่ยเหลยคอยอุ้มเขาไว้ เพื่อสร้างความผูกพันในช่วงนี้ นอกจากเวลาให้นมแล้ว เสี่ยวหู่จะอยู่กับหลิวกุ้ยอิงเกือบตลอด
พอตกกลางคืน หลิวกุ้ยอิงก็นอนเป็นเพื่อนกับหลินเซี่ย ตอนนี้เด็กน้อยค่อนข้างคุ้นเคยกับการมีตัวตนของหลิวกุ้ยอิงแล้ว
เสี่ยวหู่เป็นเด็กที่น่ารักมาก นอกจากจะร้องไห้แค่ตอนหิว เวลาอื่น ๆ ก็มีอารมณ์ค่อนข้างมั่นคง ทำให้ผู้ใหญ่ต่างหลงรักเขาและคอยเล่นกับเขาอยู่เสมอ ซึ่งเสี่ยวหู่แทบจะไม่ร้องไห้หรือโวยวาย และมีความสุขมาก
เมื่อมาถึงที่จอดรถด้านล่างของโรงแรม หลินเซี่ยรีบลงจากรถ รอรถของเซี่ยไห่จอดลงแล้วเธอก็วิ่งไปเปิดประตูรถเพื่อดูลูก
“แม่ เสี่ยวหูไม่ร้องไห้งอแงเหรอคะ” หลินเซี่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
หลิวกุ้ยอิงยิ้มตอบ “ไม่ร้องไห้เลยจ้ะ ดูดีใจมากด้วย มองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถตลอด ว่านอนสอนง่ายมาก”
หลินเซี่ยมองลูกชาย ในใจรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย เจ้าลูกชายตัวดี พอแม่ไม่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ตามหาเลยเหรอ?
เธอรับลูกมาจากมือของหลิวกุ้ยอิง จ้องมองใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกด้วยความน้อยใจ “เจ้าเด็กเหม็น ทำไมใจร้ายกับแม่แบบนี้ล่ะ”
หลิวกุ้ยอิงหัวเราะ “ดูเธอสิ ลูกไม่ร้องไห้งอแงยังไม่ดีใจอีก”
เหตุที่พวกเขาทุกคนพยายามสร้างความผูกพันกับเด็กอยู่ที่บ้านเป็นหลายวัน ก็เพื่อให้ไม่ให้เขาส่งผลกระทบต่อการทำงานของหลินเซี่ยในช่วงเวลาสำคัญไม่ใช่เหรอ?
“ไปกันเถอะ พวกเราพักชั้นสาม”
ลินดากับเซี่ยไห่ถือกระเป๋าเดินทาง ทุกคนขึ้นไปบนตึกด้วยกัน
นี่เป็นโรงแรมที่เพิ่งสร้างเสร็จ มีทั้งหมด 12 ชั้น และมีลิฟต์
สำหรับเมืองไห่เฉิงในปัจจุบัน โรงแรมแห่งนี้ถือว่าหรูหรามาก
เขาถอนหายใจ “นี่มันล้ำสมัยเกินไปแล้ว”
เซี่ยอวี่พูดว่า “ใช่ เกือบทันโรงแรมในฮ่องกงแล้ว ที่นี่กำลังพัฒนาได้ดีมากเลย”
ทุกที่ล้วนกำลังสร้างตึกสูงระฟ้า
ลินดาจองห้องพักสี่ห้องไว้โดยเฉพาะ เซี่ยเหลยกับหลิวกุ้ยอิงพักห้องเดียวกัน ส่วนผู้หญิงสามคนพักคนละห้อง
และทุกห้องเป็นห้องสวีทระดับสูงสุดของโรงแรม
เซี่ยเหลยเดินไปรอบห้อง พลางบ่นว่าหรูหราเกินไป
“เอาล่ะ นายควรรีบกลับไปได้แล้ว”
เซี่ยไห่มองนาฬิกา “ยังไม่มืดเลย ผมไปที่ห้องเต้นรำตอนกลางคืนก็ได้”
โรงแรมนี้อยู่ทางตะวันตกของเมืองไห่เฉิง ซึ่งบ้านของพวกเขาอยู่คนละทิศทางกัน การเดินทางไปกลับจึงต้องใช้เวลากว่าสองชั่วโมง
จากนั้นเขาก็พูดว่า “จริง ๆ แล้วที่ห้องเต้นรำไม่มีอะไรให้ทำหรอก ผมไม่กลับไปก็ได้”
เซี่ยไห่ลูบทรงผม เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง “ผมก็เป็นสปอนเซอร์กองถ่ายนี้ด้วยเหมือนกันนะ ผมไปตรวจสอบกองถ่ายไม่ได้หรือไง”
เซี่ยอวี่ได้ยินคำพูดของเซี่ยไห่ น้ำเสียงของหล่อนก็อ่อนโยนขึ้น “ไว้ค่อยมาตรวจสอบวันหลังก็ได้ พอทุกคนออกมา ที่บ้านก็จะเหลือแค่แม่คนเดียว แม่คงยังไม่ชินสักพัก”
เซี่ยไห่ยังไม่อยากไป “จินซานกับเสี่ยวเยี่ยนจะกลับไปตอนกลางคืน”
เซี่ยเหลยมองมาด้วยสายตาคมกริบ แผ่แรงกดดันเต็มเปี่ยม
เซี่ยไห่ลูบจมูก “ก็ได้ ผมกลับไปก็ได้”
โรงแรมมีสภาพแวดล้อมที่ดีมาก ทุกห้องกว้างขวางและสว่างสดใส มีหน้าต่างชมวิว สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้
ทุกคนเข้าพักอย่างสบายใจ พรุ่งนี้เช้าหลินเซี่ยจะเริ่มงานที่กองถ่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกับเซี่ยอวี่
ในฐานะช่างแต่งหน้า เธอต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปแต่งหน้าให้นักแสดง และเริ่มถ่ายทำในตอนเช้าตรู่
ตอนกลางคืน หลังจากหลินเซี่ยให้นมลูกเสร็จ หลิวกุ้ยอิงก็บอกให้หลินเซี่ยพักผ่อน หล่อนจะอุ้มลูกไปนอนในห้องของพวกเขา
แต่หลินเซี่ยรู้สึกไม่อยากปล่อยมือจากลูก “แม่ ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้ลูกนอนกับฉันเถอะ เดี๋ยวเขาก็ต้องกินนมอีก ตอนเช้าก่อนที่ฉันจะออกไป ฉันจะอุ้มเขาไปให้”
“แม่ ไปจัดของก่อนเถอะ ค่อยว่ากันตอนกลางคืน”
ในช่วงที่ลูกหลับ หลินเซี่ยก็อาบน้ำ เตรียมเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วอุ้มลูกที่เพิ่งตื่นและร้องไห้ต้องการนมมานั่งบนเตียง
หลิวกุ้ยอิงก็จัดกระเป๋าเดินทางที่นำมาเสร็จเรียบร้อย จากนั้นทุกคนจึงรับประทานอาหารด้วยกันที่ห้องอาหารโรงแรม ถึงประมาณ 2 ทุ่มก็กลับเข้าห้องเพื่อพักผ่อน
หลิวกุ้ยอิงยืนกรานจะนอนกับหลินเซี่ยเพื่อช่วยดูแลลูก และกลัวว่าตอนเช้าหลินเซี่ยจะออกไปเร็ว ลูกจะถูกอุ้มไปอุ้มมาจนหนาว
หลิวกุ้ยอิงเพิ่งเข้ามา ตั้งใจจะจัดการลูกเพื่อให้หลินเซี่ยนอนก่อน ทันใดนั้นก็มีคนเคาะประตู
หลิวกุ้ยอิงวิ่งไปเปิดประตู หล่อนแง้มประตูเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบผู้มาใหม่
“เจียเหอ เธอมาที่นี่ทำไม?” หลิวกุ้ยอิงมองชายในชุดทำงานที่เปื้อนฝุ่นและดูเหนื่อยล้าตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
เฉินเจียเหอตอบ “แม่ ผมเลิกงานแล้วเลยแวะมาหาครับ”
หลิวกุ้ยอิงเปิดประตูให้เฉินเจียเหอเดินเข้ามา
เขาถาม “เซี่ยเซี่ยนอนกับลูกแล้วหรือยังครับ”
“ยัง”
หลินเซี่ยได้ยินเสียงของเฉินเจียเหอแล้วรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที เมื่อเธอเห็นเฉินเจียเหอที่ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้า สายตาก็เต็มไปด้วยความเห็นใจ
เฉินเจียเหอสบตากับภรรยาที่มองมาด้วยความเห็นใจ ยิ้มและพูดว่า “ผมขี่มอเตอร์ไซค์ตรงมาจากที่ทำงานเลย”
“คืนนี้ไม่กลับบ้านแล้วหรือคะ” หลินเซี่ยถาม
“อืม ผมจะออกไปทำงานเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงตอนเช้า คงทันเวลาพอดี”
เมื่อเฉินเจียเหอมาถึง หลินเซี่ยจึงบอกหลิวกุ้ยอิงว่า “แม่คะ ไปพักผ่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้เช้าตอนที่ฉันออกไป ฉันจะอุ้มลูกไปให้”
หลิวกุ้ยอิงในตอนนี้กลายเป็นส่วนเกินไปแล้ว ตอบรับ “ได้ พวกเธอก็ไปพักผ่อนเร็ว ๆ นะ”
“เสี่ยวหู่หลับหรือยัง?” เฉินเจียเหอมองเข้าไปในห้องสวีทแล้วถาม
“ยังค่ะ นอนอยู่บนเตียง”
หลินเซี่ยมองเขาด้วยความเห็นใจ “ไปอาบน้ำเร็ว ๆ สิ คุณไม่มีเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเลยนะ”
“ผมตรงมาจากที่ทำงานเลย” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เช้าใส่ชุดนี้ไปที่ทำงานเลยก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยน”
“อย่างน้อยก็ต้องเปลี่ยนกางเกงในสักหน่อยสิ”
“งั้นผมซักตากไว้คืนนี้ พรุ่งนี้เช้าก็แห้งแล้ว” ร่างสูงใหญ่ของเฉินเจียเหอเข้ามาใกล้หลินเซี่ยอย่างกะทันหัน กระซิบหยอกล้อที่ข้างหูของเธอ “ถึงยังไงตอนกลางคืนก็ไม่ต้องใส่อยู่แล้วนี่”
หลินเซี่ย “!!!”
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
หมายความว่าไงคะพี่เหอที่ว่ากลางคืนไม่ใส่น่ะ ปกติพี่นอนแบบไม่ใส่อะไรเลยเหรอ?
ไหหม่า(海馬)
………………..