ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 781 เขาหิวจริง ๆ
ตอนที่ 781 เขาหิวจริง ๆ
ตั้งแต่ช่วงกลางของการตั้งครรภ์จนถึงตอนนี้ เฉินเจียเหอก็ทำตัวเป็นพระมาตลอด เขาไม่เคยร้องขออะไรเกินเลยกับเธอเลยสักครั้ง ทุกอย่างล้วนคำนึงถึงเธอและลูกเป็นหลัก
ตอนนี้หลินเซี่ยคลอดลูกแล้ว ก่อนหน้านี้เธอเคยสงสัยว่าหรือเป็นเพราะเฉินเจียเหออายุมากขึ้น อีกทั้งทำงานหนักเกินไป จึงไม่มีความต้องการด้านนั้นแล้ว กระทั่งหมดความสนใจในตัวเธอหลังคลอดลูกแล้ว
แต่พอได้สบตากับแววตาเจ้าเล่ห์ของเขา บวกกับน้ำเสียงแหบพร่าชวนให้จินตนาการไปไกล เลือดในกายของหลินเซี่ยก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
เธอเองก็กำลังอยู่ในวัยสาวแรกรุ่น
หลินเซี่ยเม้มปากยิ้มบางให้เฉินเจียเหอ พูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวนยิ่งกว่า “ได้ งั้นไม่ใส่ก็ได้”
พูดจบก็ส่งสายตาเจ้าชู้ให้เขาหนึ่งครั้ง แล้วหันไปดูลูก
เฉินเจียเหอได้ยินคำพูดเช่นนั้นของหลินเซี่ย ดวงตาก็พลันลุกโชนขึ้นมาทันที
ไม่ใส่ก็ได้งั้นเหรอ?
เสียงน้ำไหลดังอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานเขาก็เดินออกมาโดยมีผ้าขนหนูสีขาวพันอยู่รอบเอว
ผมของเขาที่เพิ่งสระเสร็จยังไม่แห้งดี ทำให้น้ำหยดลงมาเป็นสาย
หยดน้ำใสแจ๋วไหลจากไรผมลงมาตามแผ่นอก ก่อนจะไหลลงต่ำไปเรื่อยๆ
หลินเซี่ยที่กำลังนั่งดูแลผิวหน้าอยู่ เงยหน้าขึ้นมองร่างกำยำสมชายชาตรีกำลังเดินเข้ามาหาเธอ
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างลืมตัว ก่อนจะแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ราวกับว่าตอนนี้เธอคือหยดน้ำเหล่านั้น
เฉินเจียเหอเดินเข้ามาหาเธอโดยไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ จ้องมองเธอด้วยสายตาอันเร่าร้อน
ราวกับว่ากำลังรอคอยให้เธอเป็นฝ่ายเปิดเกมรุก
หลินเซี่ยมองร่างกายกำยำ ไหล่กว้างสะโพกแคบ กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ของชายหนุ่ม เธอถึงกับหยุดมือที่กำลังละเลงครีมบำรุงบนใบหน้า
บางทีอาจเป็นเพราะอัดอั้นมานาน หรือบางทีอาจเป็นเพราะเปลี่ยนสถานที่ บวกกับบรรยากาศเป็นใจ เธอจึงรู้สึกเหมือนเลือดลมสูบฉีด อยากจะพุ่งตัวเข้าไปกอดเขาเสียเดี๋ยวนั้น
“คุณก็รู้อยู่แก่ใจ” เขาพูดพลางกางแขนออก
“กอดหน่อย”
หลินเซี่ยทำปากแข็ง แต่ร่างกายของเธอกลับซื่อตรงเสียยิ่งกว่า ลุกขึ้นแล้วเข้าไปซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา
จากนั้นก็เอื้อมมือไปสัมผัสกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ นั้นอย่างยั่วยวน
ทุกจุดที่นิ้วมือของเธอสัมผัสราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน
เฉินเจียเหอมองเธอด้วยดวงตาเป็นประกายเร่าร้อน
“ที่รัก เรามาเล่นจ้ำจี้ได้หรือยัง?” เขาถามเธอตรง ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา
หลินเซี่ยรู้สึกอายกับคำถามตรงไปตรงมาของเขา “ฉันนึกว่าคุณไม่มีความต้องการแบบนั้นแล้วซะอีก”
ถ้าเธอไม่ชวน เขาคงนึกถึงเรื่องบนเตียงไม่ออก
เฉินเจียเหอได้ยินดังนั้นก็ยืดตัวตรงแนบชิดเธอมากขึ้น ปล่อยให้เธอรู้สึกถึงความร้อนรุ่มของเขา
เขาใช้จมูกส่ายไปมาเบาๆ บนจมูกเล็กๆ ของเธอ “คุณก็คิดเหมือนกันสินะ”
“ผมอดทนมานานเกือบปีแล้วนะ”
“เมียจ๋า ดูสิ หุ่นผมดีขนาดนี้ คุณไม่มีความคิดอะไรบ้างเลยเหรอ?”
ตอนที่เฉินเจียเหอถามออกไป หัวใจของเขาก็กระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก
หรือว่าเธอจะลืมเรื่องสนุกๆ ระหว่างพวกเขาไปแล้วเพราะมัวแต่เลี้ยงลูก?
เฉินเจียเหอเพิ่งถามจบ ร่างกายก็สั่นสะท้านโดยพลัน เสียงครางต่ำๆ หลุดออกมาจากลำคอโดยไม่รู้ตัว
เขารู้สึกตัว รีบพลิกสถานการณ์เป็นฝ่ายรุก อุ้มเธอไปยังเตียงสีขาวสะอาดตาอย่างรวดเร็ว
พอวางเธอลงบนเตียงได้ เขาก็ตามขึ้นไปทันที
เขาไม่ได้สวมใส่อะไรเลย ส่วนเธอก็ใส่เพียงชุดนอนบางเบา เขาจึงไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรมากมายในการทำให้ร่างกายของเธอซื่อตรงต่อเขา
เธอโอบรอบคอของเขา เอ่ยเสียงกระเส่า “เบาๆ หน่อย เดี๋ยวลูกตื่น”
“ใจเย็นๆ หน่อย ร่างกายฉันยังไม่หายดี”
ก่อนหน้านี้เธอพูดถึงลูก เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร ยังคงจูบไซ้เธอต่อไป แต่คราวนี้ พอได้ยินเธอพูดถึงร่างกายตัวเอง เขาก็หยุดชะงัก
ศีรษะของเฉินเจียเหอที่ซุกอยู่กับซอกคอหลินเซี่ยยกขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา เอ่ยถามเสียงแหบพร่า “ภรรยา ถ้ายังไม่หายดี งั้นผมรออีกหน่อยก็ได้”
“คุณแค่อย่าดุดันแบบนั้นก็พอ” หลินเซี่ยยกมือขึ้น กดศีรษะของเขาลงไปอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยก็ดังขึ้น…
หลินเซี่ยผลักเขาเบา ๆ “ไปอุ้มลูกสิ”
เฉินเจียเหอจึงลุกขึ้น หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้ทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว แล้วก็อุ้มลูกน้อยขึ้นจากเปลโดยที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
เขากอดลูกชายตัวน้อยที่ร้องไห้หน้าแดงก่ำพลางถอนหายใจ “ไอ้ตัวแสบ รออีกสักหน่อยไม่ได้หรือไง?”
“ต่อไปนี้พวกเราต้องโดนขัดจังหวะแบบนี้ทุกครั้งเลยไหม?”
หลินเซี่ยมองสายตาตัดพ้อของเขา ก่อนจะพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม “คงประมาณนั้น คุณนี่ก็นะ พอใจหรือยัง หืม? เล่นกับฉันซะนานขนาดนี้”
บอกแล้วว่าค่อย ๆ ทำ สุดท้ายเขาก็ทำไม่พักเสียที
ดูเหมือนจะหิวจริง ๆ
แน่นอนว่าเธอก็เหมือนกัน
หลินเซี่ยถูกเขารังแกจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว เฉินเจียเหอเห็นใจ จึงอุ้มลูกมาไว้ในอ้อมแขนเธอ แล้วพูดว่า “ลูกรัก รอสักครู่นะ”
เขาเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กออกมา แล้วค่อย ๆ เช็ดหัวจุกนมของลูกชาย
เพราะเต็มไปด้วยน้ำลาย เขาจึงกลัวว่ามันจะไม่สะอาด
หลินเซี่ยนอนตะแคง มองเฉินเจียเหออย่างจนใจ “คุณรีบหน่อยสิ ลูกหิวจะแย่อยู่แล้ว”
เฉินเจียเหอรีบเก็บผ้าขนหนู “ได้แล้วล่ะ”
เขากลัวว่าเธอจะหนาวจึงห่มผ้าห่มให้ เสี่ยวหู่เอาศีรษะถูกับหัวนม ปากน้อยๆ ก็ดูดจนหยุดร้องไห้
หลินเซี่ยมองดูลูกน้อยในอ้อมแขนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะความหิวโหย จึงจ้องมองเฉินเจียเหอที่กำลังจัดที่นอนอย่างไม่พอใจ “ฉันบอกให้คุณใจเย็น ๆ ไง คุณเหมือนหมาป่าหิวโซเลย ดูสิ ทำลูกหิวจนร้องไห้ขนาดนี้”
เขาพูดจบก็ขยับเข้ามาใกล้เธอ น้ำเสียงแฝงแววเย้าหยอก “แล้วก็คุณด้วย ศรีภรรยาของผม ผมรู้สึกว่าคุณน่ะหิวกว่าผมอีก”
ปากเธอก็บอกว่าให้ใจเย็น ๆ พอเขาหยุดเท่านั้นแหละ เธอก็ครางประท้วงออกมา
หลินเซี่ยได้ยินแล้วก็หน้าแดงก่ำ ทำสะบัดสะบิ้งใส่เขาด้วยความเขินอาย
เฉินเจียเหอยักคิ้วให้เธอแล้วยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ
รอจนเธอป้อนนมลูกเสร็จ เขาก็เดินกลับเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูที่พันอยู่รอบเอว
“ผมเตรียมน้ำอาบน้ำไว้ให้แล้ว ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมดูลูกเอง”
เฉินเจียเหออุ้มลูกนั่งอยู่บนเตียง หลินเซี่ยลุกจากเตียง ผลปรากฏว่าเกือบจะขาอ่อนแรงทรุดลงไปกองกับพื้น
หลังจากอาบน้ำสระผมเสร็จ เธอก็หาวออกมาด้วยความง่วง
ถึงทั้งคู่จะปลดปล่อยกันมานานแล้ว แต่โชคดีที่เฉินเจียเหอกลับมาเร็ว ตอนนี้เพิ่งจะสี่ทุ่มกว่า ๆ เท่านั้น
หลังจากเธอเป่าผมเสร็จ ก็เห็นเฉินเจียเหอเพิ่งวางลูกชายลงในเปลเด็กพอดี
“หลับแล้วเหรอ?”
“อืม หลับแล้วล่ะ”
เฉินเจียเหอขยับเข้าใกล้เธอ หลินเซี่ยขยับตัวถอยหลังด้วยความระแวดระวัง
“กลัวอะไร ผมไม่ได้จะกินคุณสักหน่อย” เฉินเจียเหอเอื้อมมือไปคว้ากลุ่มผมนุ่มสลวยของเธอมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะจุมพิตลงบนหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา “อยากให้ผมนวดให้ไหม”
มือของเขาเลื่อนลงไปที่ต้นขาของเธอแล้ว
“เลิกเลยนะ” อีกหน่อยคงนวดไม่หยุดแน่
“งั้นนอนกันเถอะ พรุ่งนี้คุณต้องตื่นเช้า”
เฉินเจียเหอดึงเธอขึ้นไปบนเตียง กอดเธอไว้ในอ้อมแขน ปิดไฟ แล้วเข้านอน
ตีสี่กว่าๆ นาฬิกาปลุกที่ลินดาวางไว้บนโต๊ะก็ดังขึ้น
เฉินเจียเหอที่รู้สึกเหมือนเพิ่งจะล้มตัวลงนอนพลันตกใจกับเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
หลินเซี่ยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทันที เธอยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย “ฉันจะลุกแล้วนะ”
เฉินเจียเหอลุกขึ้นนั่ง เปิดไฟ แล้วดูนาฬิกา
“ไปทำงานเช้าขนาดนี้เลย?” ใบหน้าคมคายของเขาเผยรอยกังวลเล็กน้อย “เซี่ยเซี่ย แบบนี้มันจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า?”
เขาอนุญาตให้หลินเซี่ยมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้าในกองถ่าย แต่เขาไม่คิดว่าเธอจะต้องตื่นเช้ากว่าไก่โห่แบบนี้
แต่หลินเซี่ยกลับอารมณ์ดี เธอฮัมเพลงเบาๆ ขณะแต่งตัว “นี่ไม่เช้าแล้วนะ ตอนนี้ฉันต้องรีบไปกองถ่ายแต่งหน้าให้เหล่านักแสดง พอเห็นแสงแรกของวันก็ต้องเริ่มถ่ายทำกันแล้ว”
“ฉันดูแลเรื่องการแต่งหน้าให้คุณอาเท่านั้น งานไม่เยอะหรอก ฉันชำนาญงานดี งานนี้สำหรับฉันไม่มีอะไรยากเลย คุณวางใจได้ เสร็จงานแล้วฉันจะรีบกลับมาดูลูก กองถ่ายอยู่ในตึกตรงข้ามนี่เอง”
“ผมไม่ได้กังวลว่าคุณจะดูแลลูกไม่ดี แต่เห็นคุณต้องลำบากแบบนี้ ผมก็เป็นห่วง” เฉินเจียเหอมองหน้าเธอแล้วพูด “ในฐานะสามี ผมควรจะพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้คุณมีชีวิตที่ดี ไม่ใช่ปล่อยให้คุณต้องพาลูกออกไปรับจ้างแบบนี้”
“ที่ฉันรับงานนี่ไม่ได้ทำไปเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวนะ ฉันทำเพื่อคว้าโอกาส สร้างธุรกิจใหญ่ คุณควรจะดีใจกับฉันสิ มีอะไรให้น่ากังวล? คนเราน่ะ น่ากลัวที่สุดคือไม่มีความฝัน ไม่งั้นก็ไม่ต่างอะไรกับปลาเค็ม”
หลินเซี่ยพูดไปพลางแต่งตัวไป จนในที่สุดก็ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย มัดผมเป็นหางม้า เตรียมตัวไปล้างหน้า
เธอหันไปบอกเฉินเจียเหอว่า “คุณนอนต่อเถอะ รอตอนเช้าที่คุณออกไปก็ช่วยเอาลูกไปฝากพ่อกับแม่หน่อยนะ พวกเรานำนมผงมาด้วย ลองให้เขาดื่มไปสองวันก่อนแล้ว เขาชอบนมผงมากเลย ฉันไม่อยู่ เขาก็คงไม่อดตายหรอก”
หลินเซี่ยพูดจบก็เข้าห้องน้ำไป เฉินเจียเหอที่นอนไม่หลับแล้วจึงลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ สวมกางเกงในที่ตากไว้เมื่อคืน จากนั้นก็สวมชุดทำงานสีเทาหม่น
เขาเพิ่งแต่งตัวเสร็จก็มีคนมาเคาะประตู
เฉินเจียเหอเดินไปเปิดประตู ก่อนเห็นลินดาในชุดที่ดูทะมัดทะแมงยืนอยู่
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ไม่ได้ใกล้ชิดกันนานพอได้มาใกล้ชิดกันมันก็ไฟลุกแบบนี้แหละน้า อิๆ
ไหหม่า(海馬)