ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 783 ได้รับมอบหมายงานหนักตั้งแต่มาถึง
ตอนที่ 783 ได้รับมอบหมายงานหนักตั้งแต่มาถึง
หลังจากหลินเซี่ยแต่งหน้าให้วังฟางเสร็จ หล่อนก็มองตัวเองในกระจกแล้วพูดอย่างไม่ชอบใจว่า “คิ้วนี่มันหนาไปหน่อยไหม? มันไม่เหมือนกับคิ้วของฉันเลย”
“คุณวังคะ คิ้วนี้ฉันออกแบบมาให้เข้ากับรูปหน้าและการแต่งหน้าของคุณ รวมไปถึงบทบาทที่คุณได้รับ สำหรับลุคโดยรวมแบบนี้ ถ้าเขียนคิ้วบางๆ มันจะไม่เข้ากับการแต่งหน้าเลยค่ะ แถมยังไม่เหมาะกับบทนี้ด้วย เพราะตัวละครตัวนี้ไม่ได้เป็นสาวเรียบร้อยบอบบาง”
แม้หลินเซี่ยจะอธิบายอย่างละเอียด แต่วังฟางก็ยังไม่พอใจ “เธอรู้ได้ยังไงว่าบทของฉันเป็นแบบไหน เป็นแค่ช่างแต่งหน้า คิดว่าตัวเองเป็นผู้กำกับหรือไง?”
“ก่อนที่ฉันจะมาแต่งหน้าให้คุณ ฉันศึกษาบทละครทั้งหมด รวมไปถึงบุคลิกและลักษณะนิสัยของตัวละครแต่ละตัวมาแล้วค่ะ”
หลินเซี่ยอธิบายต่อ “คุณวังรับบทเป็นคู่อริกับนางเอก ฉากนี้คุณต้องทะเลาะกับนางเอกกลางถนน แล้วก็หาเรื่องนางเอกด้วย เดี๋ยวก็โดนนางเอกตบอีก ตอนทะเลาะกันก็ต้องทำหน้าโหดเหี้ยม แสดงออกถึงความก้าวร้าว ถ้าฉันเขียนคิ้วบางๆ ให้คุณ คุณมั่นใจเหรอคะว่าจะแสดงอารมณ์นั้นออกมาได้ ถึงแม้ว่าการแสดงของคุณจะดี แต่การแต่งหน้าก็ต้องสอดคล้องกับบุคลิกของตัวละครด้วย ไม่อย่างนั้นคนดูจะไม่อิน แถมผู้กำกับก็จะมองว่าฉันไม่เป็นมืออาชีพอีก”
วังฟาง “…………”
“เสร็จหรือยัง วังฟางได้เวลาเข้าฉากแล้ว” ทันใดนั้นผู้ช่วยผู้กำกับก็เดินเข้ามา
หลินเซี่ย “…………”
“จริงเหรอ? เสี่ยวหลินยังกำกับการแสดงได้อีก?” ผู้ช่วยผู้กำกับฉินมอง หลินเซี่ย พูดด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้ดูโกรธเลย
หลินเซี่ย เก็บอุปกรณ์แต่งหน้า อธิบายว่า “ไม่ใช่ค่ะ คุณวังแค่มีความเห็นต่างกับการแต่งหน้าของฉัน ฉันเลยอธิบายให้หล่อนฟังว่าทำไมถึงแต่งแบบนี้โดยอิงจากบุคลิกของตัวละครที่หล่อนเล่น”
“ให้ผู้กำกับเหยียนดูแล้วกัน ถ้าไม่พอใจ ค่อยให้ทำใหม่”
ผู้ช่วยผู้กำกับฉินมองวังฟาง แล้วพูดว่า “แต่งแบบนี้ก็สวยดีนะ ผู้กำกับเหยียนต้องพอใจแน่ ๆ คุณหวังออกมาเถอะ”
วังฟางเดินตามผู้ช่วยผู้กำกับฉินออกมา ถามเขาด้วยเสียงเบา “คุณฉินคะ ช่างแต่งหน้าที่พวกคุณพามาเป็นใครเหรอคะ? ดูท่าทางไม่ธรรมดาเลย”
ผู้ช่วยผู้กำกับฉินแนะนำ “หล่อนเป็นหลานสาวของคุณเซี่ยอวี่ เป็นสไตล์ลิสต์ส่วนตัว ตอนนี้คนไม่พอเลยให้หล่อนมาแต่งหน้าให้คุณ ถ้าเป็นปกติคุณเซี่ยอวี่ไม่ยอมให้คนของหล่อนมาบริการคนอื่นหรอก”
วังฟางประหลาดใจ “อ๊า หมายความว่าหล่อนเป็นคนของคุณเซี่ยอวี่?”
“ใช่ รูปลักษณ์ของเธอในละครที่เป็นที่จดจำใช่ไหมล่ะ? คุณหลินเซี่ยเป็นคนทำนะ คุณก็น่าจะเห็นแล้ว หล่อนแต่งหน้าเก่งมาก เร็วด้วย เป็นคนมีความสามารถหาตัวจับยาก”
ผู้กำกับเหยียนดูเสร็จ พยักหน้าอย่างพอใจ “ใช้ได้ เสี่ยวหลินเธอมีฝีมือจริง ๆ”
“เอาล่ะ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม นักแสดงพร้อมแล้ว เรารีบถ่ายทำฉากที่สามกันเถอะ” ผู้กำกับเหยียนพูดกับผู้ช่วยฉิน “คุณฉิน พาคุณหลินไปห้องแต่งหน้าหน่อย ให้หล่อนช่วยแต่งหน้าให้นักแสดงคนอื่นๆ ด้วยนะ เดี๋ยวคุณไปประชุมกับสไตลิสต์คนอื่นๆ ใช้มาตรฐานการแต่งหน้าของคุณหลินนี่แหละ”
ก่อนหน้านี้พวกเขาถ่ายทำฉากที่ตัวละครยังเด็กอยู่ ตอนนี้กลับมาที่เซี่ยงไฮ้ ถ่ายทำฉากวัยกลางคนของตัวละคร ฉากนี้เป็นฉากแรกของวันนี้ ผู้กำกับเหยียนและทีมงานเห็นการแต่งหน้าของเซี่ยอวี่กับวังฟางแล้วก็รู้สึกทึ่งมาก
พวกเขาหวังว่าหลินเซี่ยจะไม่เพียงแต่แต่งหน้าให้เซี่ยอวี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ด้วย
การแต่งหน้าของเธอ ต้องบอกว่ามันดูสะอาดตามากๆ ไม่ได้ดู “เลอะเทอะ” เหมือนกับการแต่งหน้าบางแบบที่ดูพยายามมากเกินไป
เรื่องเสื้อผ้าก็เช่นกัน ดูสบายๆ ไม่ได้หรูหราเกินมนุษย์มนานัก
ทุกคนต่างก็พอใจกับการแต่งหน้าทำผมที่หลินเซี่ยทำให้
หลินเซี่ยเองก็ไม่คิดว่าเธอจะได้รับมอบหมายงานสำคัญเช่นนี้ตั้งแต่เริ่มต้น
สำหรับการตัดสินใจของผู้กำกับ เธอเองก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้
ไม่เพียงแต่จะรับผิดชอบการแต่งหน้าให้เซี่ยอวี่เท่านั้น แต่ยังดูแลการแต่งหน้าทำผมของนักแสดงคนอื่นๆ อีกด้วย รวมไปถึงการแนะนำช่างแต่งหน้าคนอื่นๆ เรียกได้ว่าเธอให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
ลินดาบอกว่าแบบนี้ค่าแต่งหน้าของหลินเซี่ยต้องเพิ่มขึ้นแน่ๆ แต่หลินเซี่ยกลับห้ามลินดาไว้ ไม่ให้หล่อนไปพูดเรื่องค่าใช้จ่ายเร็วเกินไป
ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องการคือโอกาสและความไว้วางใจ ไม่ใช่เงิน
เพราะเป็นการตัดสินใจของผู้กำกับ ถึงแม้คนอื่นๆ จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น ฝีมือของหลินเซี่ยก็เป็นที่ประจักษ์ ตอนเช้าที่เธอแต่งหน้าทำผมให้เซี่ยอวี่กับหวังฟาง ทุกคนในกองก็เห็นกันหมด ฝีมือแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะฝึกกันได้ในวันสองวัน
วันนี้หลินเซี่ยทำงานอย่างหนักและยุ่งมาก
พอเธอเพิ่งจะว่างก็รู้สึกใจคอไม่ดี รีบโทรหาพ่อทันที ผลปรากฏว่าได้ยินเสียงเสี่ยวหู่ร้องไห้มาจากปลายสาย
แม่ลูกผูกพัน นี่เป็นเรื่องจริง
พอได้ยินลูกชายร้องไห้ เธอก็ร้อนใจทันที
“พ่อ เสี่ยวหู่ร้องไห้เหรอคะ” หลินเซี่ยใจหาย ถามอย่างร้อนใจ “เขาหิวหรือเปล่า?”
เซี่ยเหลยบอกว่า “เพิ่งตื่น แม่กำลังชงนมอยู่ เด็กคนนี้น่ะ พอพระอาทิตย์ตกดินก็จะร้องหาแม่ เป็นอะไรที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถ้าลูกทำงานเสร็จแล้วก็กลับมาเถอะ”
“ฉันใกล้เสร็จแล้วค่ะ กำลังจะกลับ”
วันนี้เซี่ยอวี่ถ่ายทำไปสามฉาก จริงๆ แล้วยังมีฉากตอนกลางคืน แต่ลินดาไม่ยอมให้เซี่ยอวี่ถ่ายต่อ บอกให้หล่อนกลับไปพักผ่อน
เพราะเซี่ยไห่จ่ายค่าเสียหายที่เซี่ยอวี่ไม่สามารถถ่ายทำต่อได้ครบแล้ว ดังนั้นหลังจากที่ทีมงานปรึกษากันแล้ว ก็เคารพการตัดสินใจของเซี่ยอวี่
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าทำไมเซี่ยอวี่ถึงขอแบบนั้นก็ตาม
ตอนแรกทางฝ่ายผู้ผลิตก็ไม่เห็นด้วย แต่ช่วยไม่ได้ที่ฉากของเซี่ยอวี่ถ่ายทำไปแล้ว 23% จึงไม่มีทางเปลี่ยนตัวนักแสดงกลางคันได้ อีกทั้งผู้จัดการของหล่อนก็มีท่าทีจริงใจมาก บอกว่าร่างกายของเซี่ยอวี่ไม่สามารถทำงานหนักเกินไปได้ และจะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ทางนี้จึงต้องตกลง
พวกเขาจะถ่ายฉากของคนอื่นก่อน
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก นั่นคือเซี่ยอวี่เป็นตัวเอก ฉากของหล่อนมีมากอยู่แล้ว และฉากคู่ของพระเอกส่วนใหญ่ก็ต้องแสดงกับเซี่ยอวี่
เมื่อเซี่ยอวี่พัก นักแสดงที่ต้องแสดงฉากคู่กับหล่อนก็ต้องพักด้วย
หลินเซี่ยไม่รอเซี่ยอวี่และลินดา เมื่อทำงานเสร็จก็รีบกลับโรงแรมทันที
ครั้นมาถึงหน้าประตูห้อง ก็ได้ยินเสียงเด็กยังร้องไห้อยู่
หลินเซี่ยรีบเคาะประตู เซี่ยเหลยเปิดประตู เมื่อหลินเซี่ยเข้าไป ก็เห็นแม่ของเธออุ้มเด็กอยู่ เด็กร้องไห้สุดเสียง หลิวกุ้ยอิงก็เหงื่อท่วมตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
หลินเซี่ยเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างรุนแรง น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
เธอรีบรับเด็กมาจากมือของหลิวกุ้ยอิงอย่างรวดเร็ว อุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมกอด ปลอบประโลมทั้งน้ำตา “ไม่ร้องนะลูก แม่ขอโทษนะที่มาช้า”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ดูจากทัศนคตินี้ของวังฟาง ก็ไม่แปลกใจล่ะค่ะที่คบกับยัยอวี้อิ๋ง แล้วเล่นละครเล่นหนังเรื่องไหนก็ไม่รุ่ง จนต้องเป็นเมียน้อยคนรวย
กลายเป็นคนคุมเสื้อผ้าหน้าผมนักแสดงตั้งแต่เริ่มงานเลย ทีนี้เหลือแค่บาลานซ์งานกับชีวิตส่วนตัวแล้วล่ะหลินเซี่ย
ไหหม่า(海馬)