ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 785 เซี่ยไห่เกิดในห้องน้ำ
ตอนที่ 785 เซี่ยไห่เกิดในห้องน้ำ
เซี่ยอวี่กลอกตาอย่างไม่พอใจ “พี่ใหญ่ พี่พูดอะไรเนี่ย? ลูกหนูอะไรกัน? พูดอะไรน่าเกลียด ฉันจะไปคลอดลูกเป็นลูกหนูได้ยังไง?”
“ถ้าเธอไม่ยอมกินข้าวดี ๆ ได้รับสารอาหารไม่พอ ก็จะคลอดลูกออกมาเป็นลูกหนูตัวเล็ก ๆ โตมาก็ไม่สูงแถมยังอ่อนแออีก ต่อให้เธอไม่ห่วง ฉันที่เป็นลุงก็ต้องรับผิดชอบหลานอยู่ดี” เซี่ยเหลยพูดตรงไปตรงมาอย่างมีเหตุผล
เซี่ยอวี่ได้ยินแบบนั้นแล้วก็เริ่มรู้สึกกังวล “ใครบอกว่าฉันไม่ห่วงกันล่ะ?”
ถ้าลูกออกมาเป็นลูกหนูตัวเล็ก ๆ เพราะหล่อนได้รับอาหารไม่พอ หล่อนคงต้องเสียใจแย่
หล่อนจึงหยิบขาไก่ขึ้นมากัดอย่างยากลำบาก
ถึงแม้จะไม่ค่อยอยากอาหาร แต่หล่อนก็พยายามยัดเข้าปากและกลืนลงคอไป
เซี่ยเหลยแสดงความเป็นพี่ชายคนโตบนโต๊ะอาหาร คอยดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง “ลินดา เธอก็กินเยอะ ๆ หน่อยนะ วิ่งไปวิ่งมาแบบนี้ก็เหนื่อยแย่”
“พี่ใหญ่ ฉันไม่เหนื่อยหรอกค่ะ”
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากังวลเรื่องการกินอยู่
หลังจากกินอาหารเสร็จ เซี่ยอวี่ก็กลับไปที่ห้องแล้วล้มตัวลงนอน
ส่วนหลินเซี่ยก็นั่งอยู่ข้างๆ ลูกชายและกล่อมเขานอน
เซี่ยเหลยกับหลิวกุ้ยอิงกำชับหลินเซี่ยอีกครั้งว่าหากเด็กคนนั้นร้องไห้อีก ก็ให้เธอเรียกพวกเขา
เวลาประมาณสองทุ่มกว่าๆ ก็มีคนมาเคาะประตู
หลินเซี่ยมองไปทางประตู รู้สึกได้ทันทีว่าเฉินเจียเหออาจจะมาแล้ว
เธอวางลูกชายลงแล้วเดินไปเปิดประตู ก็เห็นร่างสูงใหญ่ของเขายืนอยู่ที่ประตู มือถือของสองถุงใหญ่
“ทำไมคุณถึงมาอีกแล้วล่ะ? ดูสิเหนื่อยขนาดนี้ทำไมไม่กลับบ้านไปพักผ่อน วิ่งไปวิ่งมาแบบนี้เดี๋ยวก็นอนไม่พอหรอก”
“วันนี้ผมนั่งรถของเย่ไป๋มา เลยได้งีบหลับบนรถมาหน่อย” เฉินเจียเหอเดินเข้ามา
หลินเซี่ย ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา “คุณอาเขยก็มาด้วยเหรอคะ?”
“อืม เขาคงคิดถึงภรรยาเขาละมั้ง”
เฉินเจียเหอหยิบของในกระเป๋าออกมา มีทั้งอุปกรณ์อาบน้ำ เสื้อและกางเกงชั้นในสำหรับเปลี่ยน และอีกถุงหนึ่งเป็นของกินที่ซื้อมาให้ หลินเซี่ย
เขาเปิดกระป๋องเนื้อวัวให้หลินเซี่ยที่หิวอีกรอบหลังจากให้นมลูก จากนั้นเธอก็กินเข้าไปสองสามคำ
“คุณโทรหาคุณน้าหรือยังคะ หู่จืออยู่ที่บ้านนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ปรับตัวได้ไหม?”
หลินเซี่ยถามอ้อมๆ จริงๆ แล้วเธออยากรู้มากกว่าว่าหู่จือกับโจวลี่หรงเข้ากันได้หรือไม่?
โจวลี่หรงจะทำสีหน้าไม่พอใจใส่เด็กหรือเปล่า?
เฉินเจียเหอตอบกลับมา “โทรไปแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี เจ้าเด็กนั่นตอนนี้ทำตัวเหมือนม้าที่หลุดจากเชือกเลย ได้ยินมาว่าวันๆ วิ่งเล่นอยู่ข้างนอกอย่างสนุกสนาน”
“แล้วเข้ากับคุณแม่ได้ไหมคะ?” หลินเซี่ยเห็นว่าเฉินเจียเหอไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“ลุงกับพวกเขากลับไปทำงานในเมืองแล้ว บอกแค่ว่าหู่จือมีความสุขมากที่บ้านเกิด น่าจะอยู่ด้วยกันได้ดี”
เฉินเจียเหอตอบเช่นนั้น แต่ในใจเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน
เด็กชายผู้ซุกซนมักทำผิดพลาดได้ ในขณะที่แม่ของเขาเป็นคนเคร่งครัดจริงจัง มักจะถือสาหาความเสมอ
“เอ้อร์เลิ่งจะกลับมาเมื่อไหร่?”
เฉินเจียเหอตอบ
“คงจะอยู่ที่นั่นอีกสักพัก คลินิกยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หมอเย่ก็ออกไปท่องเที่ยว ถ้าเขากลับมาก็ไม่มีอะไรให้ทำ”
“อ้อ” หลินเซี่ยฟังคำพูดของเขาแล้วดูผิดหวังเล็กน้อย
ถ้าเอ้อร์เลิ่งไม่กลับมา หู่จือก็ไม่มีทางกลับมาเร็วๆ นี้
“เป็นไงบ้าง วันนี้งานราบรื่นไหม?” เฉินเจียเหอนั่งลงข้างๆ เธอ โอบกอดเธอแล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลินเซี่ยตอบกลับ “งานไม่มีปัญหาอะไรหรอก แค่ไม่มีเวลาดูลูก พอกลับมาเขาก็ร้องไห้”
หลินเซี่ยพูดไป น้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า
นึกถึงตอนที่เพิ่งเปิดประตูเข้าบ้านแล้วเห็นเด็กน้อยแผดเสียงจ้าปานขาดใจ เธอก็ปวดร้าวหัวใจ รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก
“เจียเหอ คุณว่าฉันทำผิดหรือเปล่าคะ ฉันควรจะอยู่บ้านเลี้ยงลูก ไม่น่าออกมาทำงานเร็วขนาดนี้เลย” หลินเซี่ยไม่รู้ว่าในใจเฉินเจียเหอเห็นด้วยกับเธอหรือเปล่า หรือแค่ไม่อยากขัดใจเธอเท่านั้น
เฉินเจียเหอโอบกอดเธอ พูดเสียงแผ่วเบาว่า “ต่อให้คุณออกมาทำงานอีกสองสามเดือน เขาก็ยังร้องไห้อยู่ดี พอเขาโตขึ้นกว่านี้อาจจะดื้อกว่านี้ก็ได้ ยิ่งโตยิ่งเอาแต่ใจ แล้วก็จะจำคนได้ พอถึงตอนนั้น คุณก็จะยิ่งห่างเขาไม่ได้”
เฉินเจียเหอวิเคราะห์เรื่องนี้ได้ดีกว่าหลินเซี่ย “ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเขาก็อยู่กับเรา คุณเองก็ไม่ได้ไปทำงานต่างถิ่น เจอกันได้ทุกวัน กลางคืนก็นอนด้วยกัน จะรู้สึกผิดทำไม?”
“ที่ทำงานของผมมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงหลายคนที่พอคลอดลูกก็กลับมาทำงานต่อ บางทีต้องทำงานล่วงเวลา ตอนกลางคืนก็ไม่มีเวลาให้ลูก” เฉินเจียเหอกลัวหลินเซี่ยจะเข้าใจความหมายของเขาผิด จึงอธิบายอย่างอ่อนโยนว่า “เซี่ยเซี่ย ที่ผมพูดแบบนี้เพราะหวังว่าคุณจะไม่ต้องแบกรับความกดดันใดๆ ไม่ต้องถูกเรื่องลูกผูกมัด ถ้าร่างกายของคุณไหว ผมสนับสนุนคุณเต็มที่”
“ขอบคุณค่ะ พอคุณพูดแบบนี้ ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย”
ส่วนเซี่ยอวี่นั้นหลับเป็นตาย ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
เย่ไป๋นั่งอยู่ข้างเตียง พอมองหญิงสาวที่หลับสนิทบนเตียงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย เขาก็ได้แต่สงสารจับใจ
การตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียอยู่แล้ว โดยเฉพาะสามเดือนแรกยิ่งต้องพักผ่อนมากๆ
แต่หล่อนกลับต้องออกไปถ่ายหนังข้างนอก
เย่ไป๋รู้สึกผิดและโทษตัวเองที่ไม่ระวัง ทำให้หล่อนต้องตั้งครรภ์ในเวลานี้
ถ้าหล่อนถ่ายหนังเรื่องนี้เสร็จ พวกเขาค่อยมาเตรียมตัวเรื่องลูก หล่อนก็น่าจะสบายกว่านี้
เซี่ยอวี่นอนหลับไปจนถึงสิบเอ็ดโมงกว่า หล่อนพลิกตัวครั้งหนึ่ง
ในขณะที่ยังสะลึมสะลือ หล่อนก็รู้สึกถึงลมหายใจที่คุ้นเคยอยู่ข้างๆ ร่างกายจึงขยับเข้าไปหาความอบอุ่นนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เย่ไป๋กำลังตื่นอยู่ตลอดเวลาและเต็มไปด้วยความคิดมากมายในใจ เมื่อร่างกายที่หอมกรุ่นนุ่มนวลขยับเข้ามาซุกในอ้อมแขนของเขา หัวใจของเขาก็อ่อนยวบจนแทบละลาย เขาโอบกอดหล่อนไว้แนบอก ก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากคู่นั้นอย่างแผ่วเบา
ทว่าสัมผัสของเขานั้นช่างรวดเร็วราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ ทำให้ร่างในอ้อมกอดรู้สึกไม่พอใจ ริมฝีปากนุ่มนิ่มจึงขยับคลึงริมฝีปากของเขาอย่างต้องการมากกว่านี้
เย่ไป๋โดนรั้งไว้เช่นนั้นก็อดใจไม่ไหว เขาจึงจูบตอบในทันที
จูบของเขาอ่อนโยนและลุ่มหลง ไม่อาจถอนตัวจากรสสัมผัส จนหญิงสาวในอ้อมกอดได้สติกลับคืนมา
ทันทีที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หล่อนเบิกตาโพลงพร้อมกับเอ่ยถามเขาว่า “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
เย่ไป๋ “???”
เขาจ้องมองหล่อนด้วยแววตาเร่าร้อน น้ำเสียงแฝงแววอันตราย “เมื่อกี้คุณไม่รู้หรือไงว่าผมคือใคร”
“คุณก็ถามอะไรแปลกๆ” เซี่ยอวี่พูด “ฉันแค่ยังเบลอๆ อยู่ คิดว่าอยู่บ้านตัวเองซะอีก”
หล่อนขยี้ตาแล้วลุกขึ้นนั่ง มองอีกฝ่ายพลางถาม “ใครเปิดประตูให้เข้ามาน่ะ”
“ลินดา”
เย่ไป๋จ้องมองหล่อนด้วยสายตาอ่อนโยน “เหนื่อยไหม?”
เซี่ยอวี่รู้สึกสดชื่นขึ้นมากหลังจากที่ได้นอน “ไม่เหนื่อย แค่ง่วง นอนไม่ค่อยหลับเพราะตื่นเช้าไปหน่อย”
“เสี่ยวอวี่ เห็นคุณทำงานหนักแบบนี้ ผมรู้สึกแย่จัง ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง”
เซี่ยอวี่เห็นสีหน้ารู้สึกผิดของเย่ไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งไป เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
“คุณคิดว่าฉันทำด้วยกระดาษงั้นเหรอ”
หล่อนไม่รู้เลยว่าที่เย่ไป๋เป็นแบบนี้เพราะชีวิตเขาสุขสบายมาตั้งแต่เด็ก หรือเพราะรักหล่อนมากเกินไป ถึงได้คิดว่าหล่อนลำบาก
ไม่ต้องพูดถึงตอนที่หล่อนเพิ่งมาฮ่องกงใหม่ๆ ว่าเจออุปสรรคมากแค่ไหน แค่ช่วงหลังที่เข้าวงการบันเทิงแล้ว มีทรัพยากรที่มั่นคงแล้ว เพื่อที่จะถ่ายหนังแต่ละเรื่อง หล่อนทุ่มเทแค่ไหน
แม้กระทั่งตอนมีรอบเดือน หล่อนยังต้องแช่น้ำโคลนนานหลายชั่วโมง เพราะนักแสดงที่เล่นด้วยเข้าไม่ถึงบทบาท ต้องถ่ายใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนหล่อนต้องแช่อยู่ในน้ำซ้ำๆ
ตอนถ่ายเสร็จ หล่อนปวดท้องจนเป็นตะคริว แขนขาชาไปหมด แถมยังตัวร้อนเป็นไข้ไม่ยอมลด
หรือแม้แต่การรอเข้าฉากท่ามกลางแสงแดดร้อนเปรี้ยงนานหลายชั่วโมง
หล่อนไม่เคยรู้สึกว่ามันลำบากเลย
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้งานออกมาดี เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของบทออกมาให้ดีที่สุด
หล่อนมุ่งมั่นตั้งใจกับงานนี้ จึงรู้สึกว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องธรรมดา
นอกจากความยากลำบากในการทำงานแล้ว ยังมีเรื่องถูกเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้ง ถูกใส่ร้ายป้ายสีแบบไม่มีสาเหตุ ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว และต้องต่อสู้กับพวกผู้บริหารหน้าหม้อที่คิดจะลวนลามหล่อน
เมื่อเทียบกับชีวิตในอดีต หลังจากที่หล่อนได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ชีวิตของหล่อนก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว
อย่างน้อยก็ไม่มีเพื่อนร่วมอาชีพมารังแกหล่อน ไม่มีทีมงานในกองถ่ายมาทำให้หล่อนลำบากใจ
ส่วนความยากลำบากในการทำงาน นั่นก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?
ใครบ้างที่ทำงานแล้วไม่เหนื่อย? ใครบ้างที่ไม่เคยเจอปัญหาในการทำงาน?
มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย
ดังนั้น ยิ่งเย่ไป๋เป็นห่วงหล่อนมากเท่าใด หล่อนก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาอ่อนไหวเกินไปเท่านั้น
เย่ไป๋มองดูสีหน้าของหล่อนด้วยท่าทางจริงจังตลอดเวลา ทำให้เซี่ยอวี่รู้สึกอึดอัดใจ
หล่อนพูดว่า “ฉันแค่ถ่ายทำไม่กี่ฉากเท่านั้นเอง มันจะมีอะไรลำบากกันล่ะ? ตอนแม่ของฉันท้องฉัน หล่อนยังต้องแบกหินแลกกับแต้มค่าแรงเลย”
เซี่ยอวี่พูดเสริมต่อ “ได้ยินมาว่าตอนคลอดเซี่ยไห่แย่กว่าอีก ตอนที่แม่ทำงานไปครึ่งๆ กลางๆ แล้วรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ หล่อนจึงวิ่งไปที่ส้วม จากนั้นก็คลอดเขาออกมาเลย”
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คนตระกูลเซี่ยนี่ชีวิตทรหดกันทุกคนเลยแฮะ รอดมาได้ขนาดนี้ถือว่าบุญเยอะมาก
ไหหม่า(海馬)