ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 789 ฝีปากหญิงชราช่างร้ายกาจอะไรเช่นนี้
ตอนที่ 789 ฝีปากหญิงชราช่างร้ายกาจอะไรเช่นนี้
พอเซี่ยอวี่ได้ยินว่าแม่ของตนมา จึงรีบวิ่งมาหา
“ค่อย ๆ เดินสิ ทำเป็นม้าดีดกะโหลกไปได้ แก่ขนาดนี้แล้วยังไม่สุขุมรอบคอบอีก”
ไม่ได้เจอกันหลายวัน เซี่ยอวี่คิดถึงแม่มาก จึงอยากจะเข้าไปกอด
แต่พอก้าวเข้ามาแล้วก็ได้ยินแม่บ่น โดยเฉพาะคำพูดที่ว่าหล่อนอายุมากแล้ว ทำให้หล่อนทนไม่ไหว
นักแสดงหญิงต่างก็หวงแหนเรื่องอายุและรูปลักษณ์ของตัวเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมาที่หล่อนไม่สามารถรับบทนางเอกได้อีกต่อไปแล้ว
บทละครบางเรื่องกำหนดให้นางเอกมีอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดถึงยี่สิบปี หล่อนตอนนี้เป็นคนวัยกลางคนอายุสามสิบกว่าปี ต่อให้ดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็ไม่อาจให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาแบบเด็กสาวได้
ตอนนี้แม่ยังมาพูดแทงใจดำหล่อนอีก หล่อนจึงโกรธมาก
ความคิดถึงที่มีต่อแม่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธในทันที
“เสี่ยวอวี่ยังเด็กอยู่ แม่อย่าพูดว่าหล่อนอายุเยอะเลย คำนี้มันควรใช้กับแม่มากกว่า” เซี่ยเหลยออกเสียงปกป้องเซี่ยอวี่
คุณแม่เซี่ยจึงพูดว่า “ก็ได้ แม่ใช้คำไม่ถูกเอง แม่หมายถึงให้เธอเดินช้าๆ ระวังท้องหน่อย ไม่รู้จักโตเป็นผู้ใหญ่สักที”
“ฉันระวังอยู่ค่ะ”
เซี่ยอวี่เห็นอาหารบนโต๊ะน่ารับประทาน กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
พอเห็นอาหารที่พี่ชายทำ หล่อนก็อยากอาหารขึ้นมาทันที
เซี่ยเหลยพูดว่า “เซี่ยเซี่ย เอาลูกมาให้พ่ออุ้ม พวกเธอไปกินข้าวกันเถอะ”
“แล้วลินดาล่ะ ไปเรียกมากินข้าวพร้อมกันสิ”
“ฉันไปเรียกเองค่ะ” หลินเซี่ยไปเคาะประตูห้องของลินดา บอกให้หล่อนออกมากินข้าวกับเซี่ยไห่
ในห้อง เซี่ยไห่กำลังง้อแฟนสาวอยู่ พอได้ยินเสียงของหลินเซี่ย เขาก็กลอกตาวูบ
ยัยเด็กนี่ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย
จากนั้นเขาหันไปถามลินดา ว่า “ที่รัก ทำไมคุณถึงเย็นชาใส่ผมแบบนี้ล่ะ”
เซี่ยไห่ไม่เข้าใจเอาเสียเลย
จิตใจผู้หญิงช่างยากแท้หยั่งถึง
ครั้งที่แล้วตอนที่เขากำลังจะไป ลินดายังแสดงความอาลัยอาวรณ์ มองเขาด้วยแววตาเว้าวอน
ทำไมแค่ไม่ได้เจอกันสองวันถึงได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาได้ขนาดนี้
ช่างเดาใจไม่ถูกจริง ๆ
“เย็นชาเหรอ?” ลินดาเหลือบตาขึ้นมอง “เถ้าแก่เซี่ยผู้มีธุระรัดตัวยังสละเวลามาเยี่ยมฉันได้ ฉันจะกล้าเย็นชาได้อย่างไรกัน”
“ไม่ใช่สิ” ลินดาพูดจาประชดประชัน “คุณคงจะมาเยี่ยมพี่สาวกับหลานสาวของคุณต่างหาก”
เซี่ยไห่กำลังกลุ้มใจ ลินดาเริ่มพูดจาดูถูกเขาอีกแล้ว หล่อนรู้อยู่หรอกว่าเขาว่างงาน แต่ก็ยังแกล้งพูดจาประชดประชันว่าเขางานยุ่งตลอดเวลา
แต่พอเขาได้ยินประโยคสุดท้าย เขาก็ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่าอะไรทำให้หล่อนโกรธ
เซี่ยไห่รู้ทันทีว่าลินดากำลังงอน เขาตื่นเต้นดีใจจนแทบบ้า
เขาอุ้มหล่อนขึ้นหมุนไปรอบๆ โดยไม่สนใจว่าหล่อนจะขัดขืน
ลินดางงไปหมดกับท่าทางบ้าๆ บอๆ ของเขา
“เซี่ยไห่ ปล่อยนะ ปล่อยสิ”
“ไม่ปล่อย” เซี่ยไห่อุ้มลินดาหมุนไปสองรอบราวกับโคถึก แล้วยังจูบที่แก้มหล่อนอีก ทำให้หล่อนขัดขืนไม่ได้เลย
“เป็นบ้าอะไรเนี่ย?”
“คิดถึงผมใช่ไหม?” เซี่ยไห่จ้องมองด้วยแววตาคาดหวัง “โกรธที่ผมไม่ยอมมาหาคุณเร็วกว่านี้ใช่ไหม?”
ลินดารู้สึกเหมือนถูกจับได้ถึงความคิดของตน หล่อนหลบสายตาเล็กน้อย “คุณคิดมากไปแล้ว”
เซี่ยไห่พยายามกลั้นยิ้ม “ผมรู้ว่าทั้งเจียเหอและพี่เขยเขามาอยู่เป็นเพื่อนภรรยาของพวกเขา มีแค่ผมที่ไม่ได้มาหาคุณ คุณคงจะน้อยใจ อิจฉาพวกหล่อน และคิดถึงผมมากใช่หรือเปล่า?”
ลินดา “….”
หล่อนเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เหมือนจะงี่เง่าขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย
ปากบอกว่าผู้ชายมาก็มีแต่จะทำให้เสียการงาน แต่ในใจลึกๆ กลับอดคาดหวังไม่ได้
“เมื่อเช้าวานนี้ผมไปที่เมืองหนานเฉิงเพื่อเคลียร์บัญชีของเดือนที่แล้ว เพิ่งจะกลับมาตอนเที่ยงนี่เอง” เซี่ยไห่อธิบาย “ถ้าผมอยู่ที่เมืองไห่เฉิง คุณคิดว่าผมจะอยู่บ้านเฉยๆ โดยไม่มาหาคุณได้ยังไง ผมย้ายมาอยู่ที่นี่นานแล้วนะ”
ลินดา “!!!”
เมื่อเขาอธิบายเช่นนั้น สีหน้าของลินดาก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ปากยังคงเอ่ยเย็นชา “ไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องพวกนี้ ไป กินข้าวกันเถอะ”
หล่อนต้องการจะออกไป แต่เซี่ยไห่กลับดึงรั้งไว้ “ไม่ต้องไปหรอก ข้าวกล่องที่ทุกคนสั่งมาไม่พอสำหรับคนกินจุสองคนหรอก ผมจะพาคุณออกไปกินมื้อใหญ่เอง”
“กินอาหารตะวันตกดีไหม ผมได้ยินมาว่าโรงแรมมีอาหารตะวันตก”
ลินดาอยากจะบอกว่าแบบนี้ไม่เหมาะสม ทำไมถึงต้องแอบคนอื่นออกไปกินอาหารตะวันตกกันเองด้วย การกระทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับคนอื่น
แต่เซี่ยไห่ไม่เปิดโอกาสให้หล่อนปฏิเสธเลย ดึงหล่อนแล้วจะไป
ห้องของหลินเซี่ยอยู่หน้าห้องของลินดา เซี่ยไห่วิ่งไปที่หน้าประตูแล้วตะโกนบอกพวกเขาว่า “พวกเธอกินข้าวกันก่อนนะ ฉันจะพาลินดาออกไปเดินเล่น”
เซี่ยอวี่พูดขึ้นอย่างจงใจ “จะไปเดินเล่นที่ไหน พาพวกเราไปด้วยสิ”
“จะไปด้วยทำไมอีกล่ะ ติดใจที่จะเป็น กขค หรือไง?” เซี่ยไห่กลัวว่าเซี่ยอวี่จะตามมา จึงไม่สนใจจะพูดกับพวกเขาต่อ หันหลังกลับจะเดินออกไป
“ไปเถอะ รีบไปเลย” คุณแม่เซี่ยกำชับ “เดินเล่นให้ทั่ว ๆ ล่ะ ซื้อของอร่อย ๆ ไปฝาก ลินดาด้วย”
“ครับ แม่ รู้แล้วครับ”
ลินดาได้ยินเสียงของคุณแม่เซี่ย จึงมองเซี่ยไห่ด้วยสายตาตำหนิ “คุณน้ามาแล้วทำไมคุณไม่บอกฉัน ฉันจะได้ไปทักทายท่านก่อน”
“กลับมาค่อยทักทายก็ได้ คนกันเองทั้งนั้น จะเกรงใจอะไรนักหนา”
ด้วยความกระตือรือร้นของหญิงชรา ถ้าลินดาเดินเข้าไป หล่อนต้องโดนนางดึงตัวให้นั่งลงแล้วถามสารทุกข์สุกดิบยาวยืดแน่ ๆ
เซี่ยไห่ดึงลินดาเดินจากไป เซี่ยอวี่กับหลินเซี่ยจึงจัดการกับอาหารที่เซี่ยเหลยเอามาอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งคู่ไม่พูดไม่จา ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว
คุณแม่เซี่ยเห็นท่าทางการกินของทั้งคู่แล้วก็อดสงสารไม่ได้
“อยู่โรงแรมหรูขนาดนี้แล้วปล่อยให้พวกเธอหิวได้ยังไง?”
“พี่ใหญ่ อร่อยมาก” เซี่ยอวี่มีท่าทางสดใส อาจจะเป็นเพราะวันนี้เลิกงานเร็ว บวกกับพี่ใหญ่ลงมือทำกับข้าวเอง หล่อนจึงกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
จนกระทั่งอิ่มแปล้ถึงได้หยุด
หลินเซี่ยเองก็เช่นกัน ซดน้ำซุปขาหมูไปตั้งสองถ้วย
เธอคิดว่า คืนนี้น้ำนมต้องมาเต็มที่แน่ ๆ ลูกน้อยมีบุญปากได้กินของอร่อย
คุณแม่เซี่ยอุ้มหลานเล่น พอฟ้าเริ่มมืดจึงคิดว่าจะกลับบ้าน แต่เซี่ยไห่กลับยังไม่มาสักที
ถ้าเซี่ยไห่ไม่มาขับรถมารับ นางก็กลับบ้านไม่ได้
คุณแม่เซี่ยมองท้องฟ้าที่มืดลงทุกทีด้วยความกังวล
“แม่ คืนนี้นอนค้างที่นี่เถอะ นอนกับฉัน”
หลินเซี่ยได้ยินเซี่ยอวี่ พูด ก็ถามขึ้นอย่างไม่ได้คิดว่า “คืนนี้อาเขยไม่มาเหรอคะ”
“เมื่อวานเขามาดูแล้ว วันนี้ไม่มาแล้วล่ะ” เซี่ยอวี่ถึงแม้จะแต่งงานแล้ว แต่ก็ยังเหมือนจะไม่ชิน เผลอคิดว่ายังเป็นเหมือนตอนที่แอบไปค้างบ้านเย่ไป๋อยู่
จากนั้นก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้พวกเขามีทะเบียนสมรสกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องเขินอายอะไรแบบนี้อีก
ต่อให้เย่ไป๋มา ก็แค่เปิดห้องเพิ่มอีกห้องก็เท่านั้น
เซี่ยเหลยหันไปบอกกับแม่เช่นกัน “แม่ ไม่ต้องไปหรอก ให้น้องชายกับลินดาอยู่ต่ออีกหน่อยเถอะ”
คุณแม่เซี่ยได้ยินเซี่ยเหลยพูดดังนั้น ก็พยักหน้าทันที “ตกลง งั้นก็พักอยู่ที่นี่แหละ”
นางจะไปขัดขวางลูกชายกับลูกสะใภ้ในอนาคตได้อย่างไร
เพียงแต่ว่าพอทุกคนในครอบครัวพักโรงแรม ก็ต้องเสียเงินเพิ่มอีก
ทั้งที่บ้านอยู่ในเมืองไห่เฉิงแท้ๆ ยังต้องมาเสียเงินเปล่าแบบนี้อีก
แต่ถ้ามันสะดวกสบายกับเด็กมากขึ้น ได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่ต้องเดินทางไปมา เรื่องนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า
หลังจากเซี่ยไห่กินอาหารเย็นกับลินดาเสร็จ หล่อนก็รีบร้อนจะกลับโรงแรม เพราะกลัวว่าคุณแม่เซี่ยจะรอนาน
แต่เซี่ยไห่บอกว่าคืนนี้คุณแม่เซี่ยไม่คิดจะกลับ จะค้างคืนสนุกสนานกับทุกคน
หญิงชราอยู่บ้านคนเดียวเหงาๆ ไม่ได้หรอก
เซี่ยไห่พูดเช่นนี้ ลินดาก็ส่งเสียงเป็นเชิงเข้าใจ ไม่ได้สงสัยในคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
เซี่ยไห่จึงถือโอกาสชวนลินดาไปเดินเล่นข้างนอก
เขาอยากทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม บอกว่าอยากจะขยายธุรกิจมาเปิดห้องเต้นรำที่นี่
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คำว่าแก่ พูดเบาๆ ก็เจ็บ
คุณแม่เซี่ยท่าจะอยากให้เซี่ยไห่เป็นฝั่งเป็นฝาเร็วๆ ล่ะค่ะ พอเป็นเรื่องของลินดาคืออนุญาตหมดเลย
ไหหม่า(海馬)