ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 790 ชอบคนอายุน้อย
ตอนที่ 790 ชอบคนอายุน้อย
เมื่อลินดาได้ยินเซี่ยไห่พูดว่าจะขยายธุรกิจเปิดห้องเต้นรำเพิ่ม หล่อนก็อดไม่ได้ที่จะมองเขาด้วยความประหลาดใจ “คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม”
เขาใช้เวลาไม่ถึงสองปีเปิดห้องเต้นรำหลายแห่งในไห่เฉิง แล้วยังขยายธุรกิจไปที่หนานเฉิง รวมถึงที่เซินเจิ้น ตอนนี้มีห้าแห่งแล้ว แล้วยังมีคาราโอเกะอีก
เมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งให้เงินสนับสนุนกองถ่ายเพื่อเซี่ยอวี่
ผู้ชายคนนี้มีเงินเท่าใดกันแน่?
เขาดูเอาแต่เที่ยวเล่นทั้งวัน ทำไมถึงร่ำรวยได้ขนาดนี้?
“แน่นอนว่าผมไม่ได้ล้อเล่น ผมวางแผนจะเปิดห้องเต้นรำระดับไฮเอนด์ที่ให้บริการเฉพาะคนรวยใกล้ๆ โรงแรมแห่งนี้ด้วยล่ะ”
เขามาที่นี่หลายครั้งแล้ว จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ได้ยินมาว่าแถวนี้กำลังจะถูกพัฒนา ในอนาคต นอกจากเมืองแห่งภาพยนตร์แล้วก็ยังมีอาคารสำนักงานเหมือนที่พวกเขาลงทุนในเซินเจิ้น ในอนาคตคนที่จะเข้ามาอยู่ที่นี่ล้วนแต่เป็นคนมีความสามารถระดับสูงและเป็นเจ้าของกิจการ
อีกทั้งยังมีโรงแรมหรูด้วย ครั้งล่าสุดที่เขามาที่นี่ เขาได้เห็นกลุ่มชาวต่างชาติในโรงแรมพูดภาษาต่างประเทศกัน แม้เขาจะไม่เข้าใจสักคำ แต่เขาก็สนใจชาวต่างชาติเหล่านั้นมาก
เขาหวังว่าจะสามารถหาเงินจากชาวต่างชาติเหล่านั้นได้
ลินดากลับพูดความคิดของตัวเองออกมาว่า “ฉันคิดว่าคุณควรจะระมัดระวังหน่อย ก่อนอื่นให้บริหารห้องเต้นรำสองสามแห่งนั้นให้ดีก่อน อย่าเพิ่งขยายกิจการมากเกินไป”
การขยายกิจการบ่อยๆ ลงทุนเงินจำนวนมาก หากขาดทุนไม่คุ้มทุน หนี้สินจะยิ่งพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว ดังนั้นไม่ต้องเปิดหลายแห่ง ขอให้มั่นคงก็พอ
“ห้องเต้นรำสองสามแห่งนั้นดำเนินการได้ดีมากนะ ทุกเดือนมีกำไร แค่เปิดก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนเข้า ห้องเต้นรำของเราคิดราคาถูก ใครๆ ก็เข้าได้ ธุรกิจรุ่งเรืองมาก”
เขายังเรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการร้านเสริมสวยของหลินเซี่ย โดยกำหนดระดับและมาตรฐานราคาของห้องเต้นรำตามพื้นที่และกลุ่มคนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
อย่างเช่นห้องเต้นรำที่เปิดแถวถนนฝูฟู่เฉียง รอบๆ นั้นมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่เยอะ ในซอยส่วนใหญ่เป็นผู้เกษียณอายุ ดังนั้นห้องเต้นรำของพวกเขาจึงมุ่งเน้นโฆษณาไปที่ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก ออกแบบคำโฆษณาเฉพาะสำหรับพวกเขา ยังมีการทำแผนสมาชิกสำหรับผู้สูงอายุและตามความชอบของพวกเขา มีแสงไฟและเพลงเฉพาะสำหรับการเต้นรำบางประเภท
จัดแสงไฟและเปิดเพลงตามความต้องการของสมาชิก
ไม่ว่าจะเป็นแทงโก้ บอลรูม และดิสโก้สำหรับผู้สูงอายุ อีกทั้งเพลงไม่ดังเกินไป ผู้สูงอายุก็สามารถตามทันได้
เน้นเรื่องมนุษยสัมพันธ์เป็นหลัก
เขามักจะแวะเวียนไปดูแล พอตกเย็น เหล่าคุณตาคุณยายก็จะแต่งตัวทันสมัยมาเต้นรำกัน
ธุรกิจรุ่งเรืองมาก
แม้เขาจะตั้งราคาไม่แพง แต่ชนะได้ตรงที่มีคนเยอะนี่แหละ
เขายังแวะเวียนไปเต้นรำออกกำลังกายกับเหล่าคุณตาคุณยายพวกนี้อยู่บ่อยๆ ด้วย
มีน้าๆ หลายคนที่สนิทกับเขา หลังจากรู้ว่าเขายังไม่ได้แต่งงาน ก็เลยอยากจะแนะนำแฟนให้เขาอย่างกระตือรือร้น
วัดจากคุณสมบัติของเขาในหมู่ชายโสดแห่งเมืองไห่เฉิง เขานับว่าเป็นระดับเพชรยอดมงกุฎทีเดียว
เซี่ยไห่ครุ่นคิด รอให้ลินดาทำงานช่วงนี้เสร็จ เขาจะต้องพาหล่อนไปที่ห้องเต้นรำแถวถนนฝูฟู่เฉียงให้ได้
ให้หล่อนดูว่าเขาเป็นที่นิยมขนาดไหนเป็นการกดดันหล่อนสักหน่อย เผื่อว่าหล่อนจะยอมแต่งงานกับเขาเร็วขึ้น
วันนี้หล่อนโดนคู่รักข้างห้องกระตุ้นจนเริ่มงอนเขาแล้ว
นี่แหละลางดี
ถ้าเร่งรุกหล่อนอีกสักสองสามครั้ง เขาคงจะได้ครอบครองหัวใจสาวงามแล้ว
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ลินดาได้ยินเสียงหัวเราะในลำคออย่างภาคภูมิใจของเขา จึงทำสีหน้าแปลกๆ เหมือนกำลังมองคนบ้า ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น”คุณหัวเราะอะไร?”
เซี่ยไห่รู้สึกตัวว่าเผลอดีใจจนลืมตัวเกือบหลุดปากพูดความจริงออกมา เขาจึงกระแอมไอเบาๆ แล้วอธิบายว่า “อ๋อ ผมเพิ่งคำนวณรายได้ของเดือนที่แล้วน่ะ เลยรู้สึกดีใจหน่อยๆ”
ลินดา “…”
หล่อนนิ่งงันอยู่นาน จนเมื่อแสงสว่างในดวงตาของเซี่ยไห่ค่อยๆ หม่นลง หล่อนก็พูดขึ้นมาทันที “ฉันก็มีเงิน ตอนซื้อเรามาออกกันคนละครึ่งก็ได้”
คราวนี้เซี่ยไห่ถึงกับพูดไม่ออก
ก่อนหน้านี้ลินดาไม่ตอบตกลงเขาสักที เขาจึงคิดว่าหล่อนไม่อยากแต่งงานด้วย หัวใจก็เย็นชืดไปหมด ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้จากหล่อน
หล่อนจะควักเงินซื้อบ้านกับเขา?
แบบนั้นจะยอมได้อย่างไร?
เขาเป็นผู้ชาย เขาควรจะเป็นคนหาที่อยู่สิ
หล่อนแค่ย้ายเข้าไปอยู่กับเขาก็พอแล้ว
เซี่ยไห่แสดงทัศนคติของตัวเองอย่างหนักแน่น ด้วยท่าทางของลูกผู้ชายเต็มตัว “ไม่ได้ ผมจะเอาเงินผู้หญิงมาใช้ได้ยังไง ผมต้องเป็นคนซื้อบ้านสิ คุณแค่เลือกทำเลเลือกบ้านที่ถูกใจ ส่วนผมจ่ายเงิน คุณย้ายเข้าไปอยู่ก็พอ”
แต่ลินดาก็ยืนกรานในเรื่องนี้เช่นกัน “ออกคนละครึ่ง ไม่งั้นก็เลิกพูด ฉันไม่ย้ายเข้าไปอยู่แน่ ถึงแม้คุณจะเป็นคนซื้อก็ตาม”
หล่อนเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่เป็นอิสระ ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะต้องพึ่งพาอาศัยผู้ชาย หรือแม้แต่จะมาอาศัยอยู่ในบ้านของผู้ชายฟรี ๆ
โดยเฉพาะอีกฝ่ายเป็นเจ้านาย พูดออกไปก็ไม่ค่อยจะดีเท่าใด
ถึงแม้จะแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หล่อนไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรเลย ถ้าแต่งงานกับเขาไปแบบนี้ หล่อนเองก็รู้สึกไม่สบายใจ
หล่อนเป็นคนที่คุ้นเคยกับการเป็นอิสระ พึ่งพาตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงไม่มีความคิดแบบผู้หญิงสมัยก่อนที่แต่งงานแล้วก็อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน รอคอยให้สามีเลี้ยงดู
ในเมื่อเป็นเรือนหอ ก็ควรจะซื้อด้วยกันทั้งสองคน ในอนาคตถ้าทะเลาะกัน หรือเกิดปัญหาอะไรขึ้น หล่อนก็จะได้ไม่ถูกไล่ออกมา
“ที่รัก ไม่ทราบว่าช่วงปีมานี้คุณหาเงินได้เยอะหรือเปล่า?”
เซี่ยไห่ขยับเข้ามาใกล้ ๆ หล่อน พร้อมกับโอบกอดแขนอย่างออดอ้อน “ไม่งั้นคุณซื้อบ้านสักหลังแล้วเลี้ยงดูผมเถอะนะ ผมไม่อยากดิ้นรนแล้ว เหนื่อยจัง”
“ถ้าฉันจะเลี้ยงดูใครสักคน ฉันควรจะเลือกหนุ่มน้อยหน่อยไม่ใช่รึไง? ฉันจะได้ประโยชน์อะไรจากการเลี้ยงดูคุณ?”
เซี่ยไห่ “… ”
หลังจากพูดจบ ลินดาก็เดินก้าวฉับๆ ไปข้างหน้า ทิ้งให้เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังของหล่อน
เซี่ยไห่ยืนนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลาหลายวินาที ก่อนจะรีบวิ่งไล่ตามหล่อนไปพร้อมกับบ่นพึมพำ
“ผมมันบกพร่องตรงไหน? ผมก็ยังหนุ่มยังแน่นดีอยู่ไม่ใช่รึไง?”
“ลินดา คุณหยุดก่อน หยุดเดี๋ยวนี้นะ อธิบายความคิดบ้าๆ นี่ให้ฉันฟังหน่อยสิ”
ลินดาเดินเร็วมาก เซี่ยไห่ตะโกนเรียกพร้อมกับวิ่งไล่ตามหล่อนไปราวกับปีศาจขี้ตื๊อ คอยตอแยหล่อนเพื่อขอคำอธิบาย
“เมื่อกี้คุณหมายความว่ายังไง? ที่บอกว่าจะเลี้ยงดูคนที่อายุน้อยกว่า? ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ คนที่อายุน้อยกว่าจะเทียบกับผมได้ยังไง? แล้วอีกอย่าง ฉันไม่เคยอายุยังน้อยรึไง? คุณอย่ามาทิ้งขว้างกันแบบนี้”
“คุณลองว่ามาสิ ผมแก่ตรงไหน? คุณยังคิดจะเลี้ยงดูคนอื่นที่อายุน้อยกว่าอีก คุณนี่ช่างทะเยอทะยานไม่เบาเลยนะ บอกให้เลยนะ ถึงคุณจะเลี้ยงดูใครได้ คุณก็เลี้ยงดูได้แค่ผมเท่านั้นแหละ”
เพราะความตื่นเต้น น้ำเสียงของเขาจึงดังขึ้น ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดมอง
“คุณหุบปากไปเลย” ลินดาอยากจะมียาวิเศษที่จะทำให้ผู้ชายปากมากคนนี้เป็นใบ้ไปเสียเดี๋ยวนี้
เซี่ยไห่ถูกหล่อนตวาดใส่ จึงเอามือลูบจมูกอย่างอึกอัก แต่ก็ยังไม่หายขุ่นเคือง เขาต้องการคำอธิบายจากหล่อน
การไปเลี้ยงดูเด็กหนุ่มมันหมายความว่ายังไง?
รังเกียจที่เขาแก่แล้วอย่างนั้นเหรอ?
ที่หล่อนผัดผ่อนไม่ยอมแต่งงานกับเขาสักที เป็นเพราะชอบคนหนุ่มกว่างั้นสิ?
ลินดาเดินนำหน้า เซี่ยไห่เดินตามต้อยๆ ไปที่โรงแรมด้วยความโมโห
ทั้งสองเพิ่งจะเดินผ่านไป ชายหญิงคู่หนึ่งที่อยู่ริมถนนก็มองตามไปยังทิศทางที่พวกเขาเดินไป ผู้หญิงคนนั้นมองตามหลังลินดาแล้วสะกิดแขนผู้ชาย “นี่ นั่นผู้จัดการส่วนตัวของคุณเซี่ยอวี่ไม่ใช่เหรอ?”
“เธอรู้จักด้วยเหรอ” ผู้ชายถาม
“ฉันเห็นหล่อนที่กองถ่ายบ่อยๆ น่ะ”
หล่อนเป็นแค่นักแสดงตัวประกอบโนเนม หล่อนรู้จักลินดา แต่ฝ่ายนั้นคงไม่รู้จักหล่อนหรอก
ใครบ้างจะไม่รู้จักผู้จัดการคนดังระดับนั้น
“เหรอ ฉันไม่ทันได้สังเกต”
ผู้หญิงคนนั้นแสร้งทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ “ไม่คิดเลยว่าภายใต้ภาพลักษณ์หญิงแกร่ง เย็นชาและไม่ยุ่งกับใคร พออยู่ลับหลังกล้องแล้วจะใช้ชีวิตโลดโผนได้ขนาดนี้ แถมยังเลี้ยงผู้ชายอีกต่างหาก”
“ก็คนฮ่องกงนี่ พวกเขามีความคิดแบบเปิดกว้าง” ชายหนุ่มกล่าว
ผู้หญิงคนนั้นหันไปมองทางแยกที่ทั้งคู่เพิ่งเดินหายไป พร้อมกับวิจารณ์ “แต่ก็นะ ผู้ชายที่เธอเลี้ยงไว้ก็ดูดีไม่ใช่เล่น รูปหล่อ สุขุม ดูจากการแต่งตัวกับสง่าราศีแล้ว ไม่ธรรมดาแน่นอน”
“เธอก็ได้ยินที่เขาพูดไม่ใช่เหรอ เขาบอกว่าชอบเด็กๆ”
หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มข้างกายอย่างแฝงความเย้าแหย่ “นายก็เด็กนี่ ไหนลองเข้าไปดูสิ เผื่อหล่อนจะสนใจเซ็นสัญญานายเข้าบริษัทก็ได้นะ ถึงตอนนั้นนายก็ดังระเบิดระเบ้อเลย”
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
จะง้อสำเร็จไหมเนี่ยพี่ไห่ แป๊บเดียวกลับมาทะเลาะกันอีกแล้ว
ไหหม่า(海馬)