ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 791 ฉันทำอะไรไม่ได้หากคุณคิดเช่นนั้น
ตอนที่ 791 ฉันทำอะไรไม่ได้หากคุณคิดเช่นนั้น
เซี่ยไห่เดินตามหลังลินดาไปด้วยสีหน้าตัดพ้อ เขาหวังว่าหล่อนจะอธิบายหรือง้อเขาบ้าง แต่ผู้หญิงใจร้ายคนนี้กลับไม่แม้แต่จะชายตามอง
หล่อนเดินเข้าไปในลิฟต์โดยไม่สนใจเขา เขาจึงเดินตามเข้าไป เนื่องจากในลิฟต์ไม่มีคน เขาจึงขวางหล่อนไว้แล้วจ้องมองด้วยแววตาตัดพ้อ
“คุณไม่มีอะไรจะพูดกับผมหน่อยเหรอ? หรือว่าคุณรังเกียจผม?” เซี่ยไห่มองหล่อนด้วยสีหน้าเจ็บปวด รอคำอธิบายจากหล่อน
เขาเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้มาตลอด จนถึงตอนนี้ก็ยังคงคาดคั้นหล่อนด้วยคำพูดแบบนั้น ทำให้ลินดาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
“ถ้าคุณคิดแบบนั้น ฉันก็ทำอะไรไม่ได้”
“ดูเหมือนว่าคุณรังเกียจผมจริงๆ รังเกียจที่ผมอายุเยอะแล้วสินะ? ชอบคนหนุ่มกว่าสินะ?”
ลินดามองเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง โกรธจนตัวสั่น “คุณเลิกงี่เง่าได้ไหม? พูดจาไร้เหตุผลสิ้นดี”
“ผมงี่เง่า ผมไร้เหตุผล?” เซี่ยไห่ได้ยินลินดาพูดแบบนั้น เขาก็ทำสีหน้าเหมือนโดนทำร้าย “ตอนนี้คุณเริ่มรำคาญผมแล้วใช่ไหม? หัวใจของคุณคงไปอยู่กับหนุ่มหล่อคนนั้นแล้วล่ะสิ”
“คุณนี่มันเพี้ยนไปแล้ว”
ลินดาพูดจบก็มาถึงชั้นล่างพอดี หล่อนรีบก้าวออกจากลิฟต์
หล่อนไม่รู้ว่าคุณแม่เซี่ยกลับไปรึยัง จึงเดินไปเคาะประตูห้องเซี่ยอวี่ ถ้าพวกเขายังไม่กลับ หล่อนต้องเข้าไปทักทายก่อน
น่าเบื่อจริง ตั้งแต่มีผู้ชายพวกนี้แล้ว ทำอะไรก็ไม่สะดวกเลย
มาหาเซี่ยอวี่ทีก็ต้องมาเคาะประตูแบบนี้
ผู้ชายพวกนี้นำอะไรมาให้พวกเธอบ้าง นอกจากเรื่องน่าอึดอัด
ลองดูผู้ชายของคนอื่น ทุกคนก็ปกติดี รักกันหวานชื่น มีแต่หล่อนที่เจอหมาบ้าแบบนี้
เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาแต่หาเรื่องหล่อนไม่หยุด
“เปิดประตูเข้ามาได้เลย”
ก่อนปิดประตู หล่อนยังเหลือบมองเขาด้วยหางตาอย่างเคืองขุ่น
เซี่ยไห่ซึ่งกำลังน้อยใจอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนซ้ำเติม
เขาไม่พอใจ จึงตั้งใจจะไปที่ห้องพี่ชายเพื่อร้องเรียนพฤติกรรมของลินดา
แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าหล่อนเป็นแฟนของเขา และพี่ชายก็เป็นพี่ชายของเขา การที่เขาไปฟ้องแฟนตัวเองต่อหน้าครอบครัวดูเหมือนไม่ค่อยเหมาะสมนัก
แบบนั้นไม่เท่ากับว่าเขาให้ทั้งครอบครัวรุมกันต่อว่าลินดาหรอกหรือ?
แล้วแบบนี้หล่อนจะแต่งงานกับเขาได้อย่างไร?
เซี่ยไห่เดินมาถึงหน้าห้องแล้ว แต่สุดท้ายก็ลดมือลง
ตอนนี้ดึกแล้ว เขาไม่อยากรบกวนใคร จึงตั้งใจจะไปเปิดห้องพักเอง ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เป็นสายโทรเข้ามาจากทางห้องบอลรูม แจ้งว่ามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นที่นั่น ต้องการให้เขารีบไปจัดการ
“เข้าใจแล้ว รีบแจ้งตำรวจ ผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้”
เซี่ยไห่วางสาย แล้วรีบลงไปชั้นล่าง ขับรถออกไป
ลินดาเข้ามาในห้องของเซี่ยอวี่ เห็นคุณแม่เซี่ยอยู่จึงทักทาย
เพราะแม่ของตนอยู่ เซี่ยอวี่จึงอยากอยู่คุยกับนางสักคืน จึงโทรหาเย่ไป๋ บอกเขาว่าไม่ต้องมา
ตอนนี้คุณแม่เซี่ยเห็นลินดากลับมา จึงรีบยิ้มต้อนรับ
“ลินดา กินข้าวข้างนอกมาแล้วเหรอ?” นางถามอย่างห่วงใย
ลินดาพยักหน้า “ค่ะคุณน้า หนูกินมาแล้วค่ะ”
“กินแล้วก็ดี”
คุณแม่เซี่ยไม่เห็นเซี่ยไห่เข้ามา จึงถามต่อ “เสี่ยวไห่ล่ะ?”
“น่าจะไปหาพวกพี่ใหญ่มั้งคะ”
ลินดาตอบอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาเป็นประกาย
หากหญิงชราได้เห็นว่าลูกชายของตนเอาแต่ใจและอารมณ์ร้ายขนาดไหน นางก็คงไม่พูดแบบนี้หรอก
ลินดากลัวว่าคุณแม่เซี่ยจะเป็นห่วง จึงไม่พูดอะไรต่อหน้านาง
เมื่อคุณแม่เซี่ยเอ่ยถามไถ่ด้วยความห่วงใย หล่อนก็ตอบกลับอย่างสุภาพ และแสดงความเป็นห่วงต่อสุขภาพร่างกายของนางเช่นกัน
เซี่ยอวี่พูดขึ้นว่า “นี่ก็ดึกแล้ว ปล่อยให้ลินดาไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าพวกเรายังต้องตื่นแต่เช้า”
พวกหล่อนทำงานเหมือนกับคนไปทำงานประจำ ต่อให้ฉากแรกในตอนเช้าจะไม่ใช่ฉากของหล่อน พวกหล่อนก็ต้องมาถึงกองถ่ายตรงเวลา
หากใครมาไม่ทันตอนที่นักแสดงคนอื่น ๆ ซ้อมบท ผู้กำกับก็จะดุเอา
เซี่ยอวี่คุ้นเคยกับการทำงานแบบนี้ แม้ว่าจะตื่นเช้าได้ยาก แต่ก็ไม่เคยขอรับการปฏิบัติพิเศษ
นี่เป็นเรื่องของทัศนคติในการทำงาน
“ใช่แล้วลินดา เธอไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน”
คุณแม่เซี่ยอยากจะถามลินดาว่าเซี่ยไห่พักอยู่ที่ไหน แต่เนื่องจากลินดาและเซี่ยไห่ยังไม่ได้แต่งงานกัน นางจึงกลัวว่าลินดาจะเข้าใจความหมายของตนผิด และทำให้ลินดาอาย ดังนั้นจึงไม่ได้เอ่ยปากถามออกไป
ไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้แต่น้อย
หลังจากที่ลินดากลับเข้าห้องไปแล้ว คุณแม่เซี่ยก็เดินไปที่ห้องของเซี่ยเหลยเพื่อที่จะถามว่าเซี่ยไห่พักอยู่ที่ไหน และสามารถเปิดห้องพักได้หรือไม่
ปรากฏว่าเซี่ยเหลยบอกว่าเซี่ยไห่ไม่ได้มาหา
พวกเขาจึงไปถามหลินเซี่ย แต่หลินเซี่ยก็ไม่เห็นเซี่ยไห่เช่นกัน
คุณแม่เซี่ยรู้สึกกังวลใจ จึงรีบให้เซี่ยอวี่โทรหาเซี่ยไห่
เซี่ยไห่กลัวว่าคนในครอบครัวจะเป็นห่วง จึงไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ไปเที่ยวสถานบันเทิง บอกเพียงแค่ว่าเขามีธุระต้องไปทำ และจะมารับคุณแม่เซี่ยในวันพรุ่งนี้
ลินดาได้ยินเสียงของคุณแม่เซี่ยที่อยู่นอกห้องถามหาเซี่ยไห่อย่างชัดเจน
หล่อนไม่คิดเลยว่าเซี่ยไห่จะเป็นคนที่งี่เง่าขนาดนี้ แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็งอนหนีไป
การดูคนอื่นรักกันมันช่างน่าสนุก แต่พอมาเป็นตัวเองกลับมีแต่ความเหนื่อยใจ
แต่แน่นอนว่าช่วงเวลาอันแสนหวานก็มีอยู่บ้าง
สุดท้ายแล้ว หัวใจของหล่อนก็ยังคงผูกติดอยู่กับผู้ชายเอาแต่ใจคนนั้น
หล่อนนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างไรก็นอนไม่หลับ
หลังจากพลิกตัวไปมาหลายตลบ อารมณ์ของหล่อนก็สงบลง และเริ่มทบทวนตัวเอง
ที่จริงแล้วเซี่ยไห่เป็นคนที่ชอบให้หล่อนพูดจาหวานหูเขา
เขาอยากให้หล่อนเอาใจเขา
ตอนนั้นที่หล่อนพูดแบบนั้นไป มันคงทำให้ผู้ชายวัยกลางคนอย่างเขารู้สึกเสียใจ
สมมติว่าถ้าเซี่ยไห่ชมผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าหล่อน หล่อนก็คงรู้สึกไม่พอใจเหมือนกันแน่
ถึงหล่อนจะไม่ได้แสดงออกชัดเจนเหมือนเซี่ยไห่ แต่จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงไม่ใช่
ลินดานึกถึงเซี่ยอวี่ที่เวลาอยู่ต่อหน้าเย่ไป๋ก็ทำตัวเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน เอ่ยเสียงสองออดอ้อน ต่างจากตอนเป็นนักแสดงสาวมั่นเป็นคนละคน
ทันใดนั้น หล่อนก็รู้สึกว่าการที่ตัวเองเป็นผู้หญิงแบบนี้อาจจะไม่ดีนัก
หลินเซี่ยบอกว่าผู้หญิงขี้อ้อนมักจะโชคดี
บางทีหล่อนควรจะอ่อนโยนและเอาใจเซี่ยไห่บ้าง
คืนนี้เป็นหล่อนเองที่พูดไม่ดี
แต่ตอนนั้นถ้าเซี่ยไห่ไม่โวยวาย หล่อนคงอธิบายให้เขาเข้าใจได้แล้ว
เขาตื่นเต้นจนเสียงดังราวกับกำลังทะเลาะ หล่อนจึงไม่อยากสนใจเขา
ลินดาตัดสินใจโทรหาเซี่ยไห่ แต่ไม่มีคนรับสาย
หล่อนพยายามอย่างยากลำบากเพื่อให้ตัวเองใจอ่อนโทรหาเขา แต่เขากลับไม่รับสาย
ลินดาโกรธจนต้องโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไป แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ล้มตัวลงนอน!
หลินเซี่ยกับแม่ไปที่กองละครแต่เช้า ก่อนไปเซี่ยอวี่กำชับแม่ว่าอย่ารีบร้อนกลับ ให้ช่วยพี่สะใภ้ดูแลหลานก่อน รอเซี่ยไห่มารับค่อยกลับ
ส่วนเซี่ยเหลยต้องไปดูแลร้านอาหารแต่เช้า แม้จะมีพ่อครัวและพนักงานเสิร์ฟ แต่ในฐานะเจ้าของร้าน หากไม่ได้ไปคุมเอง เขาก็ไม่สบายใจ
หลินเซี่ยทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว เธอคิดว่าตัวเองเข้ากับคนอื่นๆ ในห้องแต่งหน้าได้ดี
แต่ในตอนเที่ยง เธอก็รู้สึกคัดนมจนทนไม่ไหว จึงไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมาก็เห็นช่างแต่งหน้าหลายคนกำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกันอยู่
พอเธอเดินเข้าไป พวกเขาก็หยุดพูดทันที แล้วแยกย้ายกันไปทำงาน
แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไร
ตอนแรกหลินเซี่ยไม่ได้สนใจอะไร แต่สักพักผู้ช่วยผู้กำกับฉินก็เรียกเธอไปเติมหน้าให้กับนักแสดงคนหนึ่ง พอเธอกลับมาก็เห็นพวกเขานั่งจับกลุ่มคุยกันอีก ครั้งนี้ก็เหมือนครั้งก่อน พอเห็นเธอกลับมา พวกเขาก็ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็เงียบไป
สัญชาตญาณบอกเธอว่าเรื่องที่พวกเขานินทากันต้องเกี่ยวกับเธอ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำแบบนี้ใส่เธอแน่
ถึงแม้ว่าทุกคนจะยังไม่ได้สนิทกันมากหรือไว้ใจกัน แต่แค่เรื่องนินทาธรรมดา ทำไมต้องหลบเธอด้วย
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
พี่ไห่หายตัวไปไหนเนี่ย เกิดอะไรขึ้นกันนะ
มีใครคิดขัดขาเซี่ยเซี่ยหรือเปล่าเนี่ย
ไหหม่า(海馬)