ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 792 ข่าวลือที่แปลกประหลาด
ตอนที่ 792 ข่าวลือที่แปลกประหลาด
หลินเซี่ยไม่รู้ว่าตนเองคิดมากเกินไปหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าทีมงานคนอื่นๆ กำลังซุบซิบนินทาอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเธออยู่ พอเห็นเธอ พวกเขาก็รีบหยุดพูดทันที
การกระทำของพวกเขาทำให้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเลย
ความอยากรู้อยากเห็นถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที
ประเด็นก็คือเธอไม่ได้ทำอะไรผิด จึงกลัวว่าพวกเขากำลังพูดคุยเรื่องไร้สาระลับหลัง ใส่ร้ายป้ายสีเธอ
ที่นี่คือกองถ่าย มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสื่อ หากมีข่าวเสียหายอะไรออกไป มันจะส่งผลเสียต่ออนาคตของพวกเธอได้
ดังนั้นในตอนพักรับประทานอาหารกลางวัน หลินเซี่ยจึงเดินไปหาหลิวน่า อยากจะถามอะไรหล่อนสักหน่อย
จริงๆ แล้วเธออยากจะไปหาลินดา แต่ดูเหมือนว่าวันนี้หล่อนอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าใด เมื่อกี้เธอเพิ่งเห็นนักแสดงชายอายุน้อยคนหนึ่งกำลังคุยกับหล่อนอยู่ เธอเลยไม่อยากรบกวน
หลินเซี่ยกับหลิวน่านั่งกินข้าวกล่องด้วยกันที่ข้างห้องแต่งหน้า หลิวน่าที่อายุมากกว่าเธอได้ยินว่าเธอยังให้นมลูกอยู่ หล่อนจึงคอยบอกให้เธอกินเยอะๆ ถ้าไม่พอก็ให้ไปขอเพิ่มจากฝ่ายสถานที่ได้
หลินเซี่ยยิ้มแล้วพูดว่า
“พี่น่า พอแล้วค่ะ ฉันกินข้าวเช้ามาแล้ว ยังไม่ค่อยหิวเลย”
“อืม ยังไงก็อย่าอดนะ พนักงานในกองถ่ายพวกเรานิสัยดีคุยง่ายกันทุกคน ถ้าไม่พอก็ขอเพิ่มได้อีกกล่อง นักแสดงบางคนไม่ชินกับข้าวกล่องแบบนี้ก็จะมีเหลือมาบ้างแหละ”
หลินเซี่ยรู้สึกซาบซึ้งกับความเป็นห่วงเป็นใยของหลิวน่า
ชาติที่แล้วตอนที่หลิวน่าสอนเทคนิคการแต่งหน้าให้เธอ หล่อนก็ใจดี ไม่ถือตัวเลย
หลินเซี่ยนึกถึงลูกของหลิวน่าที่กำลังป่วย เธอจึงยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่ายทันที
“พี่น่า หากถ่ายหนังเรื่องนี้จบแล้ว พี่มีงานอื่นต่ออีกไหมคะ”
“ยังไม่รู้เลยจ้ะ” หลิวน่าตอบ
หลินเซี่ยมองหลิวน่าแล้วพูดว่า “พอดีฉันเปิดคอร์สอบรมเสริมสวยและทำผม กำลังต้องการครูสอนด้านการแต่งหน้าและทำผม ถ้าพี่มีเวลา พี่ช่วยไปเป็นครูที่นั่นให้ฉันได้ไหมคะ เวลาค่อนข้างยืดหยุ่น สัปดาห์หนึ่งสอนแค่สามคาบ เรื่องค่าตอบแทน เราคิดเป็นรายชั่วโมง พี่พอจะเจียดเวลามาได้ไหมคะ”
หลินเซี่ยพยักหน้า “อยู่เมืองไห่เฉิงนี่แหละค่ะ พวกเราจัดกันมาหนึ่งรุ่นแล้ว ผลตอบรับดีมาก รุ่นแรกที่เรียนจบบางคนก็กลับบ้านไปเปิดร้าน บางคนก็อยู่ในเมือง หางานที่เหมาะสมทำได้แล้ว บางคนก็ทำงานที่ร้านของฉัน ฉันมีร้านทำผมแต่งหน้าเจ้าสาวอยู่ร้านหนึ่ง ตอนนี้มีร้านตัดผมร้านเสริมสวยสามร้านแล้ว เดี๋ยวถ้าไม่ยุ่งแล้วฉันจะพาพี่ไปดู”
หลิวน่าไม่คิดว่าหลินเซี่ยอายุยังน้อยแต่เก่งขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฝีมือแต่งหน้าถึงดีขนาดนี้ ถึงได้ถูกใจผู้กำกับเหยียนขนาดนั้น
ที่แท้เธอเป็นเจ้าของร้าน ทำอาชีพนี้โดยตรงนี่เอง
สายตาที่หล่อนมองหลินเซี่ยจึงเต็มไปด้วยความชื่นชม
หล่อนตอบรับคำเชิญของหลินเซี่ยอย่างยินดี “ได้เลย ไม่มีปัญหา”
คำตอบของหลิวน่าไม่เกินความคาดหมายของหลินเซี่ยอยู่แล้ว หลิวน่ากำลังขาดเงิน มีโอกาสงานเข้ามาแบบนี้ หล่อนต้องคว้าไว้แน่ๆ
“งั้นก็ตกลง ถ่ายหนังเรื่องนี้เสร็จแล้วเราค่อยคุยกัน”
หลิวน่าตอบตกลงอย่างง่ายดาย หลินเซี่ยมองหล่อนด้วยรอยยิ้มสดใส เอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง
หลิวน่ามองเธอด้วยความซาบซึ้ง เอ่ยจากใจจริง
“ตกลง ขอบใจนะเสี่ยวหลิน ขอบใจมากที่เธอเห็นความสำคัญของฉัน”
หลินเซี่ยมองน้ำตาที่คลอหน่วยของหลิวน่า ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า “พี่หลิว ฉันชื่นชมในการทำงานของพี่มากจริงๆ นะคะ”
“พี่หลิว พูดถึงเรื่องนี้แล้วฉันก็อยากขอบคุณพี่เหมือนกัน ฉันรู้สึกว่าทั้งห้องแต่งหน้านี่มีเพียงพี่คนเดียวเท่านั้นที่เห็นฉันเป็นเพื่อน” หลินเซี่ยพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แววตาฉายความผิดหวัง
หลิวน่ายิ้มบาง “ไม่มีอะไรหรอกมั้ง เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เขาก็เป็นคนดีกันทุกคน”
“แต่พวกเขามักจะชอบนินทาลับหลัง พอฉันเดินเข้าไปใกล้ ทุกคนก็จะเงียบกริบ แล้วพวกเขาก็ระวังตัวฉันอยู่ตลอด จนฉันรู้สึกเหมือนไม่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาได้เลย”
หลินเซี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เธอเงยหน้าขึ้นมองหลิวน่า แล้วถามเสียงเครือ “พี่หลิว พวกเขาไม่ได้กำลังพูดถึงฉันใช่ไหมคะ”
หลิวน่าส่ายหัวทันที “ไม่ใช่ พวกเขาไม่ได้พูดถึงเธอ”
“จริงเหรอคะ พวกเขาไม่ได้พูดถึงฉันจริงๆ นะ?” หลินเซี่ยถามย้ำ
“ใช่ พวกเขาไม่ได้พูดถึงเธอ” หลิวน่าตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หลินเซี่ยมองหน้าหลิวน่า แล้วถามเสียงเบา “พี่หลิว ดูจากสีหน้าพี่แล้ว พี่น่าจะรู้ว่าพวกเขากำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่ใช่ไหมคะ”
หลินเซี่ยได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างผิดหวัง “ดูเหมือนพี่ไม่ได้ถือว่าฉันเป็นเพื่อนเลย”
หลิวน่ารีบพูด “ไม่ใช่นะ ถ้าเธอถือว่าฉันเป็นเพื่อน ฉันจะไม่ถือว่าเธอเป็นเพื่อนได้ยังไง”
หลิวน่ากลัวหลินเซี่ยจะเข้าใจผิดคิดว่าหล่อนกีดกันหลินเซี่ย หล่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริง “พวกเขากำลังพูดถึง… พูดถึงลินดา ผู้จัดการส่วนตัวของคุณเซี่ยอวี่”
“ลินดา?” หลินเซี่ยได้ยินถึงกับประหลาดใจ “ลินดา มีอะไรให้นินทากันคะ?”
“พวกเขาบอกว่า…”
หลิวน่าอ้ำอึ้งพูดไม่ออก เพราะรู้ว่าหลินเซี่ยกับลินดาอยู่ด้วยกัน หล่อนกลัวว่าถ้าพูดออกไป หลินเซี่ยจะนำเรื่องนี้ไปบอกลินดา
ถ้าเรื่องนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา จะกลายเป็นว่ามาจากปากหล่อนหรือเปล่านะ?
หล่อนเพิ่งคิดแบบนั้น คำพูดของหลินเซี่ยก็ทำให้หล่อนคลายกังวล “พี่น่า มีอะไรที่ฉันจะรู้ไม่ได้กันคะ พวกเขานินทากันเอง มันไม่ใช่เรื่องที่พี่เป็นคนเริ่มพูด ไม่เห็นจะมีอะไรที่ฉันควรรู้ไม่ได้ หากมีอะไรฉันจะรับผิดชอบเอง ฉันไม่ให้ใครรู้หรอกว่าเรื่องนี้พี่เป็นคนบอก”
ในเมื่อหลินเซี่ยพูดขนาดนี้แล้ว หลิวน่าจึงยอมเปิดปาก
หลินเซี่ย “???”
หลินเซี่ยได้ยินที่หลิวน่าเล่า สีหน้าของเธอก็สุดจะบรรยาย
มันช่างไร้สาระสิ้นดี
ยิ่งเล่ายิ่งออกทะเล
มุมปากหลินเซี่ยกระตุก ถามหลิวน่าอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“พี่น่า พี่แน่ใจนะว่าไม่ได้ยินผิด?”
หลิวน่าตอบ “เสี่ยวอวิ๋นได้ยินนักแสดงคนหนึ่งกำลังคุยกับนักแสดงอีกคนหนึ่งตอนที่กำลังแต่งหน้าให้ตัวประกอบคนหนึ่ง หล่อนก็เลยเอามาเล่าให้เพื่อนช่างแต่งหน้าคนอื่นๆ ฟัง พวกเขาอาจจะรู้ว่าเธอสนิทกับคุณลินดา ก็เลยไม่กล้าให้เธอได้ยินน่ะ”
“อ้อ เข้าใจแล้ว”
หลินเซี่ยมีเส้นสีดำปรากฏบนหน้าผากหลายเส้น
เรื่องนี้ช่างเหลวไหลเหลือเกิน
เมื่อวานอารองมาที่นี่ บางทีตอนที่เขาออกไปกับลินดา อาจมีคนเห็นเข้าแล้วเข้าใจผิดว่าเขาเป็นหนุ่มน้อยที่ลินดาเลี้ยงดูอยู่หรือเปล่า?
พูดถึงเรื่องนี้ เมื่อดูจากการแต่งตัวอันฉูดฉาดบาดตาของอารองเมื่อวานเทียบกับลินดาที่ดูเป็นผู้ใหญ่และเก่งกาจ มันก็ไม่เหมือนความสัมพันธ์ปกติระหว่างชายหญิงจริงๆ
ช่างไม่เข้ากันเอาเสียเลย
หลังจากกินข้าวเสร็จ หลินเซี่ยก็อยากจะบอกเรื่องนี้กับลินดา แต่ดูเหมือนวันนี้ลินดาจะยุ่งมาก มีคนอยู่รอบตัวตลอดเวลา ทำให้ไม่มีโอกาสได้คุยกับหล่อนตามลำพังเลย
ช่วงบ่าย เซี่ยอวี่ต้องถ่ายฉากร้องไห้ชนิดที่น้ำหูน้ำตาไหลพราก หลินเซี่ยจึงคอยอยู่ข้างๆ เพื่อแต่งหน้าเพิ่มเติมให้หล่อน
เซี่ยอวี่แสดงฉากร้องไห้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก สามารถควบคุมน้ำตาได้ตามใจสั่ง อารมณ์ก็เข้าถึงบทบาทดี ส่วนนักแสดงชายที่แสดงคู่กับหล่อนก็เป็นนักแสดงมากฝีมือในอนาคต ซึ่งตอนนี้ฝีมือการแสดงของเขาเข้าขั้นยอดเยี่ยมแล้ว
พวกเขากำลังถ่ายทำฉากที่นางเอกวัยกลางคนได้กลับมาพบกับรักแรกอีกครั้ง
นักแสดงแสดงอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง บวกกับบรรยากาศโดยรอบ ทำเอาทีมงานที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับน้ำตาคลอ
หลินเซี่ยเองก็ดูไปร้องไห้ไป
ฉากแบบนี้ต้องใช้สมาธิและอารมณ์อย่างมาก พอถ่ายทำเสร็จ ผู้กำกับก็สั่งคัทและให้ช่างแต่งหน้ารีบมาเติมหน้าขณะที่นักแสดงยังจมดิ่งกับบทบาทอยู่ จะได้ถ่ายฉากต่อไปเลย
ตอนที่หลินเซี่ยเดินเข้าไป เธอรู้สึกได้ว่าร่างของเซี่ยอวี่ยังคงสั่นเทา
เห็นได้ชัดว่าหล่อนเข้าถึงบทบาทมาก จนกลายเป็นตัวละครตัวนั้นไปแล้ว
หลินเซี่ยรู้สึกนับถือในความสามารถและความทุ่มเทของนักแสดงรุ่นเดียวกับเซี่ยอวี่เป็นอย่างมาก
เธอไม่กล้ารบกวนอารมณ์ของเซี่ยอวี่ จึงไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เติมหน้าให้เสร็จแล้วก็ถอยออกมา
จากนั้นเซี่ยอวี่ก็เข้าฉากต่อ
หลังจากถ่ายฉากนี้เสร็จก็ยังมีอีกฉากหนึ่ง เป็นฉากที่นักแสดงคนอื่นๆ ยังมาไม่ถึง และเป็นฉากที่มีนักแสดงประกอบจำนวนมาก
ลินดามอบผ้าคลุมไหล่ให้เซี่ยอวี่ บอกให้หล่อนนั่งพักสักครู่ จากนั้นยืนรออยู่ด้านข้าง สักพักก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นเครื่องดื่มให้หล่อน
ลินดามีท่าทางเย็นชา “ไม่ต้องค่ะ ขอบคุณ”
“ผมตั้งใจซื้อมาให้” ชายหนุ่มพูดจบก็ยัดเครื่องดื่มใส่มือลินดาแล้ววิ่งออกไป
เขายังหันกลับมามองหล่อนด้วยสายตาที่มีความหมาย
ลินดายืนนิ่งเหมือนท่อนไม้ไร้อารมณ์ ไม่เข้าใจสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
มีคนคิดจะหาทางไต่เต้าผ่านทางลินดาแล้วสินะ จะเกิดเรื่องยุ่งขึ้นแล้วหรือเปล่า?
ไหหม่า(海馬)