ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 793 หล่อนจะเขี่ยตาแก่นั่นออกไป
ตอนที่ 793 หล่อนจะเขี่ยตาแก่นั่นออกไป
………………..
ตอนที่ 793 หล่อนจะเขี่ยตาแก่นั่นออกไป
หลินเซี่ยมองเห็นเหตุการณ์นี้จากที่ไกลๆ มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
มีคนมาประจบประแจงลินดา?
ลินดาเป็นถึงผู้จัดการคนดัง เป็นที่หมายปองของนักแสดงตัวเล็กๆ มากมาย เพียงแค่ได้สร้างความสัมพันธ์กับหล่อนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีงานไม่มีโอกาส
ไม่ว่าจะเป็นยุคนี้หรือยุคไหน ทุกวงการล้วนเป็นแบบนี้เหมือนกัน
บางทีเรื่องแบบนี้ก็คงเป็นเรื่องปกติ เธอเพิ่งมา จึงอาจจะยังไม่ค่อยเห็นอะไรมากนัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินเซี่ยนึกถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดออกไป ก็อดไม่ได้ที่จะปวดหัว
ถ้าไม่รีบจัดการแก้ไขล่ะก็ จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของลินดาแน่
ทางด้านผู้กำกับเหยียนก็เรียกนักแสดงให้เข้าประจำที่เพื่อเตรียมถ่ายทำ
หลังจากเซี่ยอวี่ถ่ายทำฉากนี้เสร็จ ภารกิจในช่วงกลางวันของหล่อนก็จบลง เหลือเพียงถ่ายทำฉากกลางคืนอีกสองฉากในตอนเย็น
ผู้กำกับเหยียนบอกกับเซี่ยอวี่ว่าให้เลิกกองกลับไปพักผ่อนก่อนได้ แล้วค่อยมาถึงกองถ่ายก่อนเวลาในตอนเย็นก็พอ
แน่นอนว่าหลินเซี่ยก็เลิกกองกลับพร้อมเซี่ยอวี่ด้วย
ผู้กำกับเหยียนสนิทกับเซี่ยอวี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกผู้กำกับตัดบทในหนังเรื่องหน้า เซี่ยอวี่จึงสารภาพเรื่องที่หล่อนตั้งครรภ์กับผู้กำกับเหยียน
ผู้กำกับเป็นคนที่ไว้ใจได้ การบอกความจริงกับเขาย่อมเป็นผลดีกับทุกฝ่าย
ผู้กำกับเหยียนใจดีมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้ว่าหลินเซี่ยยังต้องให้นมลูก จึงบอกกับหลินเซี่ยว่าสามารถแต่งหน้าให้เซี่ยอวี่ที่โรงแรมได้โดยไม่ต้องมาที่กองถ่าย
หลังออกจากกองถ่าย ในที่สุดก็เหลือแค่พวกเขาทั้งสามคน
หลินเซี่ยเก็บเรื่องซุบซิบไว้ทั้งวัน ตอนนี้ในที่สุดก็มีโอกาสได้เล่าแล้ว
“พี่ลินดา พี่ได้ยินข่าวลือที่แพร่สะพัดในกองถ่ายวันนี้หรือเปล่า”
หากเป็นเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับเซี่ยอวี่ หล่อนคงต้องไปจัดการกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าเป็นเรื่องของนักแสดงคนอื่นที่หล่อนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย หล่อนก็ขี้เกียจฟัง
“ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณอาหรอกค่ะ” หลินเซี่ยตอบ
ลินดากำลังขับรถ มองตรงไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อ้อ งั้นไม่ต้องพูดแล้ว ไม่สนใจ”
“คือ…” หลินเซี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พี่ลินดา มันเกี่ยวกับพี่นะคะ”
ลินดาหันมามองหลินเซี่ยแวบหนึ่ง สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง “เกี่ยวกับฉันยังไง?”
ในกองถ่ายจะมีเรื่องซุบซิบอะไรเกี่ยวกับหล่อนเชียว?
เรื่องที่เขากำลังพูดถึงก็เป็นแค่ข่าวลือเกี่ยวกับนักแสดงคนไหนที่จะเซ็นสัญญาด้วย
ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น สักพักข่าวลือก็จะเงียบไปเอง
ลินดาผ่านเรื่องราวใหญ่ๆ มามากแล้ว เรื่องแค่นี้หล่อนไม่ใส่ใจหรอก
และหล่อนก็ไม่ได้อยากฟังมันต่อ
เซี่ยอวี่ที่หลับตาพักผ่อนอยู่คงจะเบื่อ จึงพูดขึ้นมาว่า “เซี่ยเซี่ย ข่าวลืออะไรเหรอ? ทำไมไม่เล่าต่อล่ะ เล่าให้ฟังหน่อยสิ”
หลินเซี่ยมองลินดาที่กำลังขับรถอยู่ จึงหันไปบอกเซี่ยอวี่ที่เบาะหลังว่า “ฉันได้ยินคนในกองถ่ายพูดกันว่าพี่ลินดาเลี้ยงผู้ชายไว้คนหนึ่ง ตอนนี้เบื่อที่เขาแก่แล้ว ก็เลยจะหาเด็กกว่านี้”
พอหลินเซี่ยพูดจบ มือของลินดาที่คุมพวงมาลัยอยู่ก็สั่นจนรถเกือบเสียหลัก
ส่วนเซี่ยอวี่ที่หลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาสำลักอากาศด้วยความตกใจ
หล่อนหัวเราะ “เซี่ยเซี่ย เธอไปได้ยินข่าวลือบ้าๆ นี่มาจากไหนเนี่ย”
ถึงแมว่านักแสดงชายและหญิงในวงการของพวกเขาจะมีหน้าตาดีกว่าคนทั่วไปในสังคมอยู่แล้ว บวกกับนายทุนส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าของธุรกิจร่ำรวย จึงมักจะมีเรื่องราวที่หลุดออกจากค่านิยมปกติอยู่เสมอ
แต่ส่วนใหญ่ที่ลือกันก็จะเป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจคนนั้นคนนี้อยากจะทำความรู้จักกับนักแสดงหญิง
ล่าสุดก็ได้ยินมาว่า มีเถ้าแก่เหมืองคนหนึ่งหอบเงินสดก้อนโตไปหานางเอกของหนังเรื่องหนึ่งถึงกองถ่าย เพียงเพื่อจะได้กินข้าวกับหล่อน
ตอนที่เซี่ยอวี่อยู่ฮ่องกง หล่อนเจอเรื่องแบบนี้บ่อยจนไม่รู้สึกแปลกใจอะไร
แต่ลือกันว่าลินดาเลี้ยงดูผู้ชายเนี่ยนะ…
สีหน้าของลินดาดำคล้ำจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรได้แล้ว
ที่สำคัญ หล่อนรู้ว่าข่าวลือนี้ไม่ได้มาลอยๆ
หรือว่าตอนที่หล่อนทะเลาะกับเซี่ยไห่เมื่อวานนี้จะมีคนได้ยินเข้า?
พูดให้ถูกก็คือเป็นเสียงโวยวายข้างเดียวจากเซี่ยไห่มากกว่า
ถนนเส้นนี้อยู่ใกล้กองถ่ายขนาดนี้ ตอนกลางคืนจะเจอทีมงานก็ไม่แปลกหรอก แถมไอ้บ้านั่นยังเล่นอาละวาดตั้งแต่ถนนยันโรงแรม…
“ลินดา เกิดอะไรขึ้นยะ แกไปเลี้ยงผู้ชายไว้ตอนไหน” เซี่ยอวี่อดแซวไม่ได้ “ถ้าเซี่ยไห่ได้ยินเข้า เขาได้เป็นบ้าแน่”
ลินดาเหนื่อยใจจนพูดไม่ออก
หล่อนใกล้เป็นบ้าเต็มทีแล้ว
เมื่อมาถึงโรงแรม ลินดาก็หวังว่าจะได้เจอเซี่ยไห่
แต่คุณแม่เซี่ยกลับบอกว่าเขามีธุระมาไม่ได้ ให้นางอยู่ต่ออีกวัน พรุ่งนี้เขาจะมารับนางเอง
“ตอนเช้าโทรหาพี่ใหญ่เธอ บอกว่าที่ห้องเต้นรำมีเรื่องนิดหน่อย แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดน่ะ”
ลินดาได้ยินคำพูดของคุณแม่เซี่ยก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ เดินกลับห้องไป
เซี่ยเหลยเดินทางมาส่งข้าวส่งน้ำให้พวกเธอถึงที่พัก พร้อมกับพ่อแม่ของเย่ไป๋ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย
เย็นนี้เย่ไป๋ต้องเข้าเวร เย่เจิ้งหัวกับหลี่เหม่ยเฟิ่งเลยห่อเกี๊ยวมาฝาก เพราะเป็นห่วงกลัวว่าเซี่ยอวี่จะกินไม่อิ่ม
เย่เจิ้งหัวเล่าว่าคืนนี้เขานัดกับผู้กำกับเหยียนไว้ว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน กินเสร็จแล้วค่อยกลับ
เซี่ยอวี่กำลังนั่งคุยกับคุณแม่เซี่ยและหลี่เหม่ยเฟิ่ง ส่วนหลินเซี่ยพอกลับมาถึงก็เอาแต่สนใจลูก ไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่น
ลินดาเดินกลับห้องไปด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว นอนลงบนเตียงพร้อมกับความรู้สึกที่สับสนวุ่นวาย
ไอ้บ้าเซี่ยไห่นั่น ทิ้งปัญหาไว้ให้หล่อนแล้วก็หายหัวไปเลย
เขาติดธุระจริงๆ หรือว่าตั้งใจทำสงครามเย็นกับหล่อนกันแน่? โทรศัพท์สักสายก็ไม่มี
ถ้าเขายังเป็นแบบนี้ต่อไป หล่อนจะถีบหัวส่งเสียเลย
บัณฑิตไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับความรัก คำนี้ช่างไม่ผิดเลย
วันรุ่งขึ้น ลินดาตั้งใจสังเกตในกองถ่าย ก็พบว่ามีคนกำลังซุบซิบนินทาเรื่องนี้อยู่จริงๆ
สิ่งที่ทำให้หล่อนปวดหัวที่สุดคือนักแสดงหนุ่มที่เอาน้ำมาให้เธอดื่มเมื่อวานนี้ วันนี้กลับคอยแต่จะเข้ามาใกล้หล่อน
พอหนุ่มน้อยคนนั้นเข้ามา คนอื่นๆ ก็มองหล่อนด้วยสายตาแปลกๆ พร้อมกับซุบซิบกัน
แม้จะไม่กล้าพูดต่อหน้า แต่หล่อนก็รู้ดีว่าเบื้องหลังพวกเขาจะต้องเอาหล่อนไปสุมหัวนินทาแน่ๆ
มองว่าหล่อนเป็นผู้หญิงวิปริตที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด
เรื่องนี้ต้องรีบให้ความกระจ่างโดยเร็ว
ปล่อยให้ลุกลามต่อไปไม่ได้
หล่อนรู้ดีว่าถ้าข่าวลือแพร่สะพัดไปมาก ต่อให้จะออกมาแก้ข่าวในภายหลัง แต่ก็จะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
รู้ว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับตัวเองแล้วก็รีบเคลียร์เลยค่ะ เดี๋ยวกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วจะเคลียร์ยาก
ไหหม่า(海馬)