ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 795 ถูกพวกอันธพาลสร้างความเดือดร้อน
ตอนที่ 795 ถูกพวกอันธพาลสร้างความเดือดร้อน
เมื่อได้ยินเฉินเจียเหอบอกว่ามีคนก่อเรื่องที่ห้องเต้นรำของเซี่ยไห่ เซี่ยอวี่กับหลินเซี่ยก็แสดงสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาทันที
หลินเซี่ยมองเขาพร้อมกับถามอย่างละเอียดว่า “เกิดอะไรขึ้นคะ มีใครมาก่อเรื่อง?”
เฉินเจียเหออธิบาย “มีกลุ่มอันธพาลจะเข้ามาเก็บค่าคุ้มครองที่ห้องเต้นรำ แต่ลู่เจิ้งอวี่ปฏิเสธ พวกนั้นไม่พอใจ เลยจงใจมากินเหล้าก่อเรื่องทุบทำลายข้าวของในห้องเต้นรำ ฝั่งห้องเต้นรำจึงแจ้งความ เรื่องราวใหญ่โตพอสมควร ช่วงสองสามวันนี้ อารองเลยต้องจัดการเรื่องนี้อยู่”
“จัดการไปถึงไหนแล้ว จับตัวพวกที่ก่อเรื่องได้หรือยังคะ?” หลินเซี่ยถามต่อ
คนอื่นๆ ก็มองไปที่เฉินเจียเหอ รอฟังคำตอบจากเขา
เฉินเจียเหอแสดงสีหน้าเคร่งขรึม “จับได้แล้ว แต่พวกอันธพาลกลุ่มนั้นถูกจ้างวานมา เบื้องหลังพวกเขามีคนใหญ่คนโตหนุนหลังอยู่”
ห้องเต้นรำของเซี่ยไห่ผุดขึ้นทั่วเมืองไห่เฉิง จึงถูกพวกอันธพาลหลายกลุ่มจับตามอง
ถ้าเซี่ยไห่ยอมร่วมหัวจมท้ายกับพวกนั้น หรือยอมจ่ายเงินให้ทุกเดือนในนามของการดูแลความปลอดภัยห้องเต้นรำ เรื่องราวก็คงจะจบลงด้วยดี
เขาเป็นทหารผ่านศึก ยึดมั่นในความถูกต้อง เขาจะยอมให้ตัวเองเข้าไปพัวพันกับพวกอันธพาลได้อย่างไร?
เขาตั้งใจที่จะต่อสู้กับด้านมืดของสังคมอย่างเด็ดขาด
เพราะแบบนี้ เขาจึงถูกแก๊งบางแก๊งผูกใจเจ็บ
“ไม่ต้องห่วง อารองจะจัดการเอง”
หลินเซี่ยเองก็จำได้ว่าในยุคนี้มีอิทธิพลมืดในสังคมระบาดไปทุกหัวระแหง ไหนจะพวกรีดไถเก็บค่าคุ้มครองอีก
แค่หาบเร่แผงลอยขายผักก็ยังโดน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเซี่ยไห่ที่เปิดห้องเต้นรำแบบนี้ พวกอันธพาลคงเล็งเห็นช่องทางทำเงินจากธุรกิจของเขาอยู่นานแล้ว
พวกมันคงหวังจะใช้ข้ออ้างเรื่องการดูแลความปลอดภัยมารีดไถเงินจากร้านอย่างถูกกฎหมาย
เซี่ยไห่ไม่มีทางยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นแน่
ลินดานั่งฟังบทสนทนาอยู่ข้างๆ ในใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ความโกรธในใจค่อย ๆ สลายหายไป
“ลินดา กินเยอะ ๆ หน่อยสิ” เซี่ยเหลยเห็นสีหน้าของลินดาดูเคร่งเครียด ถือตะเกียบไว้ในมืออยู่นานไม่ยอมกินสักที เขากลัวว่าลินดาจะกังวลเรื่องเซี่ยไห่จนกินข้าวไม่ลง จึงพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอก เดี๋ยวเรื่องนี้เสี่ยวไห่จัดการเองได้”
“ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่”
เพราะข่าวที่เฉินเจียเหอนำมา บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจึงเต็มไปด้วยความกังวล
โดยเฉพาะเซี่ยเหลย ในฐานะพี่ใหญ่แล้ว หัวใจของเขาก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
สองปีมานี้เซี่ยไห่โด่งดังมากในเมืองไห่เฉิง เปิดห้องเต้นรำเป็นว่าเล่น แถมยังแย่งธุรกิจของห้องเต้นรำเจ้าอื่น ๆ จนต้องปิดตัวลง แน่นอนว่าต้องมีคนไม่พอใจ
ช่วงนี้เซี่ยเหลยนอนไม่หลับเลย เมื่ออายุมากขึ้น สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงความสงบสุข ไม่ว่าจะหาเงินได้มากเท่าใดก็ไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยของคนในครอบครัว
เขาเป็นห่วงเซี่ยไห่มาก กลัวว่าน้องชายจะไปมีเรื่องมีราว
หลังอาหาร เย่ไป๋กลับห้องไปกับเซี่ยอวี่ เซี่ยอวี่ก็เป็นห่วงเซี่ยไห่เช่นกัน ก่อนนอนจึงโทรหาเขา
“เซี่ยไห่ ยังไม่เสร็จงานอีกเหรอ” วันนี้เซี่ยอวี่พูดกับเซี่ยไห่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าทุกที
เสียงของเซี่ยไห่ยังคงสบายๆ เหมือนอย่างเคย “พี่สาว ผมก็ไม่ได้ยุ่งอะไร แค่กำลังจิบชาอยู่ครับ”
พอเซี่ยไห่ได้ยินคำพูดของเซี่ยอวี่ เสียงของเขาก็ดังขึ้นทันที “พี่สาว พี่หมายความว่าไง?”
“นายมาที่นี่ก่อนเถอะ ค่อยคุยกัน”
เซี่ยไห่รีบพูดอย่างร้อนรน “ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
“พรุ่งนี้เช้าค่อยมา ตอนนี้อย่าเพิ่งมารบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเรา”
“ครับ”
หลังจากที่หลินเซี่ยนอนลง เธอก็ได้เล่าข่าวลือในกองถ่ายสองสามวันนี้ให้เฉินเจียเหอฟัง
เฉินเจียเหอฟังแล้วถึงกับมุมปากกระตุก
เขาแสดงความคิดเห็นออกมา “เซี่ยเซี่ย ไม่ใช่ว่าผมมีอคตินะ แต่ผมรู้สึกว่าวงการบันเทิงมันค่อนข้างวุ่นวาย”
สำหรับคำว่า “ถูกเลี้ยงดู” นั้น เฉินเจียเหอแทบไม่เคยได้ยินคำนี้ในสารบบของเขามาก่อนเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงเป็นฝ่ายเลี้ยงดูผู้ชายอีก
ทำไมถึงมีข่าวลือแบบนี้ออกมาได้นะ?
หลินเซี่ยเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของเฉินเจียเหอ แต่เมื่อเทียบกับยุคหลังแล้ว บรรยากาศโดยรวมของวงการบันเทิงในยุคนี้ยังถือว่าดีอยู่
แน่นอนว่ายังมีเรื่องวุ่นวายอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยนักแสดงก็ยังมีความเป็นมืออาชีพ
“ไม่ว่าจะอยู่ในวงการไหน ขอแค่เรายึดมั่นในจุดยืนของตัวเอง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ปัญหาก็จะไม่เกิด”
เฉินเจียเหอเห็นด้วยกับคำพูดของหลินเซี่ย
“ถ้าในใจมีความโลภ ก็จะต้านทานสิ่งเย้ายวนไม่ได้”
หลินเซี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปบอกกับเฉินเจียเหอว่า “โทรเรียกอารองให้ฉันหน่อยสิ ให้เขามาช่วยยืนยันว่าข่าวลือนี้ไม่เป็นความจริง ไม่งั้นมันจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของลินดา และอาจจะลามไปถึงชื่อเสียงของอาหญิงฉันด้วย”
ทุกๆ วันที่อยู่ในกองถ่าย เธอได้ยินพวกเขากระซิบกระซาบซุบซิบกัน แล้วยังมีนักแสดงชายรุ่นเยาว์เข้ามาตีสนิทกับลินดา ทำให้เธอรู้สึกไม่สงบใจเอาเสียเลย
“งั้นเดี๋ยวผมโทรหาเขาเอง”
ตอนที่เฉินเจียเหอโทรหา ดูเหมือนเซี่ยไห่จะกำลังยุ่งอยู่
พอเซี่ยไห่พูดจาไม่ดีกับเขา เฉินเจียเหอก็ไม่อยากจะคุยด้วย จึงยื่นโทรศัพท์ให้หลินเซี่ย “คุณคุยกับเขาเองละกัน”
หลินเซี่ยเรียก “อารอง”
เซี่ยไห่ได้ยินเสียงของเธอ จึงรีบถามว่า “เซี่ยเซี่ย ลินดาเป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้น หล่อนจะเลิกกับฉันเหรอ?”
หลินเซี่ยไม่เคยได้ยินเรื่องที่ลินดาจะเลิกกับเซี่ยไห่มาก่อน เธอจึงบอกว่า “อารองมาที่นี่ก่อนเถอะค่อยคุยกัน”
“ตกลง”
เมื่อหลินเซี่ยได้ยินเซี่ยไห่ตอบตกลง เธอจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
ตราบใดที่เธอเรียก “อารอง” เข้ามาแล้วให้ลินดาพาเขาไปที่กองถ่ายสักรอบ ข่าวลือก็จะหายไปเอง
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ในที่สุดเธอก็จัดการเรื่องสำคัญได้สำเร็จ หลินเซี่ยจึงหาวหวอด จากนั้นจึงมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม “นอนกันเถอะ”
ส่วนลินดาที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทราก็ถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงเคาะประตู
หล่อนลุกขึ้นไปเปิดประตู ก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู
ใบหน้าของเขาซีดเซียว มีหนวดเคราขึ้นเขียว ดวงตาแดงก่ำ
ผมก็ไม่ได้หวีเรียบเป็นทรง “หวีเสยสลิคแบค” เหมือนอย่างเคย แต่ปล่อยลงมาปรกหน้าผากอย่างลวก ๆ
เสื้อเชิ้ตของเขาติดกระดุมไม่เรียบร้อย ดูหลวมโคร่ง
“คุณ…”
เซี่ยไห่เห็นลินดา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นน้อยใจและโศกเศร้าทันที
ลินดาไม่รู้จะพูดอะไรดี เซี่ยไห่ก็ไม่พูดอะไร ทั้งสองคนจึงจ้องตากันอยู่สักพัก
ทันใดนั้น เซี่ยไห่ก็ก้าวเข้ามากอดหล่อนไว้
“คุณจะเลิกกับผมหรือ?”
ลินดา “????”
“คุณหมายความว่ายังไงกันแน่? ผมทำอะไรผิดที่ทำให้คุณต้องเลิกกับผม?”
วันนั้นเขาก็แค่อารมณ์พลุ่งพล่านไปหน่อย ที่ตะคอกใส่หล่อนไปสองประโยคก็เพราะถูกคำพูดของหล่อนกระตุ้นอารมณ์ไม่ใช่หรือ?
ทำไมหล่อนถึงใจร้อนแบบนี้?
จะเลิกกับเขาเพราะเรื่องแค่นี้เหรอ?
หรือเป็นเพราะเขาไม่ได้ติดต่อหล่อนสองวัน? หล่อนเลยโกรธ?
“คุณเข้ามาข้างในก่อน”
ตอนนี้ท้องฟ้ายังไม่สว่าง ผู้คนยังคงหลับไหล ชั้นนี้ไม่ได้มีแค่ครอบครัวของพวกเขาพักอยู่ แขกคนอื่น ๆ ก็อยู่ตามห้องอื่น ๆ เช่นกัน
เซี่ยไห่ถูกจูงเข้ามาในห้อง หลังปิดประตูลง เซี่ยไห่ที่ตามหลังอยู่ก็ยังคงคาดคั้นถามหล่อน “คุณพูดมาสิ คุณหมายความว่ายังไงกันแน่”
ความจริงแล้ว ลินดาเคยคิดที่จะเลิกกับเขา
นั่นเป็นเพราะเขาหายไปโดยไม่ส่งข่าวคราว หล่อนจึงคิดว่าเขาโกรธแล้วจงใจหายไป ไม่ติดต่อหล่อน
หล่อนรู้สึกว่าเขายังเด็กเกินไป การคบกับคนแบบนี้มันน่าเหนื่อยใจอย่างยิ่ง
แต่พอเมื่อคืนนี้หล่อนรู้ถึงเหตุผลที่เขาไม่ได้มา ความคิดนั้นก็หายไป
ในใจมีแต่ความกังวล
เดิมทีหล่อนไม่ได้โกรธแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับเดินตามหลังพลางบ่นไม่หยุด หล่อนก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา “คุณยังกล้ามาถามฉันอีกเหรอ คุณรู้ไหมว่าคุณทำให้ฉันดูแย่แค่ไหน?”
ลินดามองเขาด้วยความโกรธ “คุณเป็นผู้ชายตัวโตแท้ ๆ แต่อารมณ์ไม่มั่นคงเอาเสียเลย โวยวายเรื่องเล็ก ๆ กลางถนนไปแบบนั้น ถ้ามีคนประสงค์ร้ายได้ยินเข้าก็จะแย่ คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ในกองถ่ายเขาลือกันว่ายังไงบ้าง?”
“มีคนปล่อยข่าวลือว่าฉันเลี้ยงผู้ชาย แถมชอบเด็กๆ ด้วย ตอนนี้เลยมีนักแสดงหนุ่มคนหนึ่งในกองถ่ายคอยมาทำดีกับฉันตลอด มันทำให้ฉันลำบากใจมาก”
เซี่ยไห่ “…”
“ผมขอโทษ”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เคลียร์กันให้จบๆ อย่าปล่อยคาไว้นะ เดี๋ยวชื่อเสียงลินดาเสียหายหมด
ไหหม่า(海馬)
………………..