ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 797 ความชั่วร้ายไม่มีทางอยู่เหนือความดี
ตอนที่ 797 ความชั่วร้ายไม่มีทางอยู่เหนือความดี
เซี่ยไห่จูงมือลินดาเดินตรงไปหาผู้กำกับเหยียน
เมื่อผู้กำกับเหยียนเห็นเซี่ยไห่ เขาก็รีบเข้ามาต้อนรับอย่างยินดี
“เถ้าแก่เซี่ย ลมอะไรหอบคุณมาที่นี่ได้ครับเนี่ย” เขาเอ่ยทักทายพร้อมกับยื่นมือออกไปจับมือเซี่ยไห่ด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ผู้กำกับเหยียน วันนี้ผมแวะมาดูงานที่นี่พอดี เลยถือโอกาสมาเยี่ยมกองถ่ายด้วยน่ะครับ” เซี่ยไห่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
เมื่อได้ยินว่าเซี่ยไห่มาดูงาน ผู้กำกับเหยียนมองเขาด้วยสายตาที่เคารพนับถือมากขึ้น
เถ้าแก่เซี่ยนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ
เขาต้องรักษาสายสัมพันธ์นี้ไว้ให้ดี เผื่อว่าภาพยนตร์เรื่องหน้าจะได้เถ้าแก่เซี่ยมาร่วมลงทุนด้วย
“พี่สาวผมถ่ายทำราบรื่นดีไหมครับ” เซี่ยไห่เหลือบมองเซี่ยอวี่ที่นั่งหลับตาพักอยู่บนเก้าอี้ เขาไม่กล้ารบกวน จึงหันไปถามผู้กำกับเหยียนด้วยรอยยิ้ม
ผู้กำกับเหยียนตอบกลับ “การถ่ายทำราบรื่นดีครับ คุณเซี่ยอวี่หล่อนแสดงเก่งมาก แถมยังทุ่มเทกับงานสุด ๆ ทำให้การถ่ายทำของเราดำเนินไปอย่างราบรื่นครับ”
เมื่อเซี่ยไห่ได้ยินคำพูดของผู้กำกับเหยียน เขาก็รู้สึกวางใจ
ผู้กำกับเหยียนเห็นผู้ช่วยกำลังช่วยกันขนของลงจากรถ เขาก็ยิ้มและพูดว่า “เถ้าแก่เซี่ย คุณนี่ช่างเกรงใจจริงๆ แล้วยังต้องลงทุนลงแรงอีก”
“ผมแค่ซื้อเครื่องดื่มเย็นๆ กับขนมขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ราคาไม่เท่าไหร่หรอกครับ”
“เถ้าแก่เซี่ย คุณใจดีเกินไปแล้ว” ผู้กำกับเหยียนเอ่ยเชิญเซี่ยไห่อย่างกระตือรือร้น “ไปสิ ไปคุยกันในโรงถ่ายดีกว่า”
เซี่ยไห่ส่ายหัวพร้อมกับยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ ผู้กำกับเหยียน พี่สาวผมกับแฟนผมอยู่ที่นี่ ผมขออยู่เป็นเพื่อนพวกหล่อนดีกว่า”
เซี่ยไห่พูดพลางจับมือลินดาไว้แน่น ลินดาก็ไม่ได้ขัดขืน ยืนเคียงข้างเขาอย่างนั้น
เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนต่างมองมาด้วยแววตาที่มีความหมายบางอย่าง
แม้แต่นักแสดงสาวรุ่นเยาว์บางคนก็ยังก้มมองดูเสื้อผ้าของตัวเอง
เริ่ม…สงสัยกับชีวิต
เดี๋ยวนี้พวกเจ้าของบริษัทชอบผู้หญิงแบบนี้กันเหรอ?
“ตกลงครับ เถ้าแก่เซี่ย งั้นเชิญคุณเดินชมรอบๆ ได้ตามสบายเลยนะครับ มีอะไรก็เรียกผมได้เลย”
ผู้กำกับเหยียนรู้ว่าเซี่ยไห่เป็นอารองของหลินเซี่ย ดังนั้นในเวลานี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความมีน้ำใจต่อพนักงาน เขาจึงเอ่ยปากเรียกหลินเซี่ยออกมา
ตอนนี้ ช่างแต่งหน้าในห้องแต่งหน้าทั้งหมดได้รับเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวอย่างช็อกโกแลตและบิสกิตที่เซี่ยไห่นำมาฝากแล้ว พอพวกเขาได้ยินมาว่าเป็นแฟนของลินดาที่ชื่อว่าเถ้าแก่เซี่ยเป็นคนส่งมาให้ ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจ
เมื่อสองวันก่อน มีข่าวลือว่าลินดาเลี้ยงต้อยหนุ่มน้อย วันนี้แฟนของหล่อนก็มาแล้ว?
ช่างแต่งหน้าสองคนที่ว่างอยู่พอดีจึงวิ่งออกไปดู
หลินเซี่ยกำลังทำผมให้นักแสดงคนหนึ่ง เธอได้ยินว่าเซี่ยไห่มาแล้วก็รู้สึกโล่งใจ
มาแล้วก็ดี
ผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งแอบออกไปมองแฟนของลินดาเดินเข้ามา แล้วบ่นกับหญิงสาวที่กำลังเก็บอุปกรณ์แต่งหน้าว่า “เสี่ยวอวิ๋น ข่าวสารเธอนี่ไม่เห็นแม่นเลย แฟนของลินดาเป็นเถ้าแก่ ไม่ใช่เด็กเลี้ยงของลินดาซักหน่อย”
“ฉันก็ได้ยินพวกนักแสดงพูดกันมาอีกที”
ในตอนนั้นเอง ผู้ช่วยผู้กำกับฉินก็เดินเข้ามา เขามองหลินเซี่ยพร้อมกับเอ่ยปากขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวหลิน เถ้าแก่เซี่ยมาแล้ว ปล่อยให้คนอื่นทำงานไปเถอะ เธอออกมาดูหน่อย”
“ผู้ช่วยผู้กำกับฉิน อารองของฉันมาแล้วก็ให้เขารอไปก่อนเถอะ ฉันเสร็จงานแล้วจะรีบตามไป” หลินเซี่ยไม่ได้รีบร้อนที่จะไปพบเซี่ยไห่ พวกเขาเพิ่งเจอกันเมื่อเช้านี้ ตอนนี้เป็นเวลาทำงาน เธอมีกฎของเธอ
ทันทีที่ผู้ช่วยผู้กำกับฉินออกไป ก็มีคนมามุงดูหลินเซี่ย พวกเขามองเธอด้วยความประหลาดใจ “เสี่ยวหลิน เถ้าแก่คนนั้นเป็นอารองของเธอเหรอ?”
หลินเซี่ยพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม “ใช่ค่ะ เขาเป็นอารองของฉัน”
อีกฝ่ายถามต่อ “คุณเซี่ยอวี่ เป็นอาหญิงของเธอใช่ไหม?”
หลินเซี่ยพยักหน้าอีกครั้ง “ใช่แล้ว เถ้าแก่เซี่ยเป็นลูกคนสุดท้องของบ้าน”
เมื่อหลินเซี่ยตอบคำถามแบบนั้น พนักงานในห้องแต่งหน้าต่างก็หันมามองเธอ พวกเขาเริ่มวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอ
ดังนั้น…
“โอ้ พระเจ้า แฟนของลินดาเป็นน้องชายของคุณเซี่ยอวี่อย่างนั้นเหรอ พวกเขายังกล้ากุข่าวลือที่มันบิดเบือนความจริงขนาดนั้นได้อีกเหรอ?”
“เมื่อกี้ฉันยังคิดอยู่เลยว่าลินดาตั้งใจหาชุดให้ผู้ชายคนนั้นใส่หรือเปล่านะ ในเมื่อเขาเป็นน้องชายของเซี่ยอวี่ งั้นเขาก็ต้องเป็นเศรษฐีตัวจริงเสียงจริงแน่ ๆ”
หลินเซี่ยได้ยินพวกเขากำลังพูดคุยกัน แต่ทำเพียงยิ้มแล้วก็ทำงานของตัวเอง ตั้งใจจะแต่งหน้าให้กับนักแสดงคนต่อไป
เพราะหน้าตาของเธอกับเซี่ยอวี่นั้นดูคล้ายกันมาก
แต่หลินเซี่ยไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้ เธอเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง ผลงานของเธอเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดี เธอสามารถยืนหยัดอยู่ที่นี่ได้ด้วยความสามารถของตัวเอง
ตอนที่หลินเซี่ยแต่งหน้าเสร็จแล้วเดินออกมา เซี่ยไห่กับลินดาก็ยืนดูนักแสดงคนอื่น ๆ แสดงอยู่
ท่าทางของเซี่ยไห่ในตอนนี้แตกต่างจากตอนปกติโดยสิ้นเชิง
เขายืนอยู่ตรงนั้น ดูมีสง่าราศี
การแต่งตัวของเขาก็ดูเป็นทางการ สมกับเป็นเศรษฐีจริง ๆ
เพราะกำลังถ่ายทำอยู่ หลินเซี่ยจึงไม่กล้าส่งเสียงดัง เธอเดินเข้าไปยืนข้างๆ เซี่ยไห่
เซี่ยไห่เห็นหลินเซี่ยก็ยิ้มให้เธอ แล้วก็หันไปดูนักแสดงถ่ายทำต่อ
สมาชิกทุกคนในครอบครัวนี้หน้าตางดงาม เซี่ยไห่กับหลินเซี่ยยืนอยู่ตรงนั้น เทียบกับนักแสดงบางคนในกอง ทั้งคู่ก็ดูกลมกลืนไปกับพวกเขาด้วย
หนุ่มน้อยที่เคยพยายามเอาใจลินดาถึงกับอับอายไม่กล้าออกมา
เขาอยากดังจนเสียสติไปแล้ว
ถึงกับเชื่อข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง
ตอนนี้ เขากลายเป็นตัวตลกของคนทั้งกองถ่ายไปแล้ว
เซี่ยไห่ไม่รีบร้อนกลับ เขายังคงอยู่ที่กองถ่ายเพื่อดูนักแสดงถ่ายทำ
จริงๆ แล้วเซี่ยอวี่มีถ่ายทำอีกฉากในตอนบ่าย แต่เพราะเถ้าแก่เซี่ยลงทุนเพื่อพี่สาวของเขา ผู้กำกับเหยียนจึงเกรงว่างานของเซี่ยอวี่จะหนักเกินไปจนเซี่ยไห่จะตำหนิ จึงเสนอให้เซี่ยอวี่พัก
แต่เซี่ยอวี่กลับไม่ยอม
หากหล่อนพัก คนอื่นก็ต้องหยุดงานกันหมด
สำหรับฉากที่ถ่ายทำในตอนนี้ หล่อนไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลย
ละครยุคปัจจุบันมีข้อดีตรงนี้ ไม่ค่อยเปลืองแรงกาย ขอเพียงแค่มีสมาธิและฝีมือการแสดงก็พอแล้ว
เพื่อเอาใจผู้สนับสนุนรายใหญ่อย่างเขา ผู้กำกับเหยียนจึงแสดงออกอย่างกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่เป็นไร ปล่อยให้หล่อนถ่ายไปเถอะ”
เซี่ยไห่อยู่ที่กองถ่ายสองชั่วโมง เขาก็พอจะเข้าใจละครที่พี่สาวของเขากำลังถ่ายทำอยู่บ้าง
ตอนเช้าเขาเห็นหล่อนถ่ายไปสองฉาก ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าเหนื่อยเลย จัดแต่งทรงผมเสร็จก็เข้าฉากแสดงได้เลย
นางเอกน่าจะเป็นผู้หญิงเก่งที่ฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ไม่เปิดประชุมในห้องทำงาน ก็ขึ้นไปคุยจี๋จ๋ากับพระเอกบนแฟลต หรือไม่ก็อบรมสั่งสอนลูกๆ
เซี่ยไห่รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าบทแบบนี้ไม่ต้องให้เซี่ยอวี่เข้าฉากก็ได้
เซี่ยไห่อยู่เป็นเพื่อนหล่อนจนถึงบ่าย รอจนเซี่ยอวี่เลิกงาน พวกเขาก็พากันกลับ
ผู้กำกับเหยียนไปส่งผู้สนับสนุนคนนี้ถึงลานจอดรถ มองพวกเขาขับรถออกไปแล้วยังโบกมือลาไม่หยุด
วันนี้เซี่ยไห่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม ไม่เพียงแต่แก้ข่าวลือได้แล้ว ยังทำให้ทั้งกองถ่ายมองลินดาผู้จัดการจากฮ่องกงคนนี้ต่างไปจากเดิม
เรื่องความรักก็เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถ
การที่คบกับแฟนดีๆ ได้ แสดงว่าลินดาต้องไม่ธรรมดา
ลินดาก็พอใจกับการกระทำของเซี่ยไห่มากเช่นกัน
แววตาที่หล่อนมองเขาก็อ่อนโยนลงมาก
ถ้าเขาเป็นแบบนี้ได้ตลอด หล่อนคงไม่พูดเรื่องเลิกกับเขาอีก
ตอนเย็นระหว่างกินข้าวกัน หลินเซี่ยก็ถามเซี่ยไห่เรื่องห้องเต้นรำอีก
“อารอง พวกเราได้ยินว่าเกิดเรื่องขึ้นที่ห้องเต้นรำของคุณ คุณจัดการเรียบร้อยแล้วหรือคะ?”
เซี่ยไห่เอ่ยปากอย่างไม่ใส่ใจ “จัดการเรียบร้อยแล้ว เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
หลินเซี่ยนึกถึงยุคสมัยนี้ในชาติก่อน และกลุ่มอิทธิพลชั่วร้ายในเมืองไห่เฉิง เธอเตือนว่า “อย่าประมาทไปค่ะ ฉันได้ยินมาว่าพวกนักเลงในเมืองไห่เฉิงนั้นโหดร้ายมาก ถ้าคุณไปทำให้พวกเขาโกรธ พวกเขาอาจจะแก้แค้นห้องเต้นรำของคุณลับๆ ก็ได้ คุณควรจะระวังไว้หน่อย”
“ฉันเซี่ยไห่ดูเป็นคนกินพืชรึไง?”
เซี่ยไห่ไม่แสดงท่าทีกังวลแม้แต่น้อย “มารสูงชั่วหนึ่ง ธรรมะสูงเหนือชั่ว จำไว้ว่าไม่ว่าเมื่อไหร่ความชั่วก็ไม่อาจเอาชนะความดีได้ ฉันเซี่ยไห่มีพื้นฐานเป็นทหาร ฉันจะกลัวพวกนักเลงพวกนั้นหรือ?”
เซี่ยอวี่มองดูสีหน้าที่ดูน่าต่อยของเขา “คุณอย่าเหลิงไปหน่อยเลย ระวังตัวไว้จะดีกว่า”
เซี่ยไห่ยิ้มมุมปาก พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “วางใจเถอะ ฉันมีวิธีจัดการกับพวกเขาอยู่แล้ว พวกเธอคอยดูเถอะ ต่อไปจะไม่มีใครกล้ามาก่อเรื่องที่ห้องเต้นรำของฉันอีกแน่นอน”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เซี่ยไห่ก็ผ่านเรื่องใหญ่ๆ มามากมาย เมื่อเขาบอกว่ามีวิธีแก้ปัญหา ทุกคนก็ไม่พูดอะไรอีก
แม้ปกติเซี่ยไห่จะดูเหมือนคนไม่เอาไหน แต่ในเรื่องงานเขามีความกล้าหาญและมีวิธีการจัดการที่ดีมาก
หลังจากกินข้าวเสร็จ หลินเซี่ยกำลังจะไปเล่นกับลูก ๆ แต่มีโทรศัพท์เข้ามาพอดี พอได้ยินเสียงปลายสายก็ดีใจมาก “คุณลุงอู๋เหรอคะ?”
“เสี่ยวหลิน ผมเอง” เสียงร่าเริงของอู๋เซิ่งหงดังมาจากปลายสาย “เสี่ยวหลิน เธอกับเถ้าแก่เซี่ยจะมาเซินเจิ้นเมื่อไหร่ แวะมาดูตึกของพวกเรากันหน่อยสิ”
หลินเซี่ยก็รู้สึกตื่นเต้นมากเช่นกันที่ได้ยินเสียงของอู๋เซิ่งหง “ลุงอู๋ สร้างเสร็จแล้วเหรอคะ?”
“ใช่ เดือนหน้าวันที่ 1 จะทำพิธีปิดยอดตึก เธอกับเถ้าแก่เซี่ยก็ถือเป็นผู้ถือหุ้นของพวกเรา ยังไงก็ต้องมาเข้าร่วมพิธีปิดยอดตึกให้ได้นะ” อู๋เซิ่งหงกล่าวผ่านโทรศัพท์
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เคลียร์ข่าวลือในกองถ่ายแบบชนะใสๆ ไปได้แล้ว ต่อไปก็เอาใจช่วยพี่ไห่ในการต่อสู้กับอำนาจมืดนะคะ
ไหหม่า(海馬)