ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 799 ฉากปิดกล้องที่ซาบซึ้งตรึงใจ
ตอนที่ 799 ฉากปิดกล้องที่ซาบซึ้งตรึงใจ
หลินเซี่ยกำลังวุ่นอยู่กับการแต่งหน้าขั้นสุดท้ายให้เซี่ยอวี่
ฉากสุดท้ายเป็นฉากฝนตก
เป็นฉากที่นางเอกต้องฝ่าสายฝนพาลูกสาวไปหาหมอ
ผู้กำกับเหยียนตั้งใจเก็บฉากนี้ไว้ถ่ายทำเป็นฉากสุดท้ายเพื่อประหยัดต้นทุน โดยคอยให้ฝนตกจริง ๆ
แน่นอนว่าเพื่อให้ได้ผลที่สมจริงด้วย
แต่น่าเสียดายที่สองสามวันที่ผ่านมาอากาศแจ่มใส ไม่มีวี่แววของฝนเลย
ในเมื่อต้องใช้เครื่องฉีดน้ำช่วยในการถ่ายทำ ฉากนี้จึงจำเป็นต้องเลื่อนไปเป็นฉากสุดท้าย
สิ่งที่ผู้กำกับเหยียนกังวลคือ หากเซี่ยอวี่เปียกฝนแล้วเกิดเป็นไข้หวัดหรือมีไข้ขึ้นมา จะส่งผลกระทบต่อการถ่ายทำในภายหลัง…
ตอนนี้ทุกอย่างเเละฉากพร้อมแล้ว รวมถึงนักแสดงเด็กที่เล่นเป็นลูกสาวของเซี่ยอวี่ก็มาถึงแล้ว
ก่อนถ่ายทำ ผู้กำกับเหยียนได้พูดคุยกับเซี่ยอวี่และลินดาถึงรายละเอียดการถ่ายทำ โดยคำนึงถึงสุขภาพร่างกายของเซี่ยอวี่เป็นสำคัญ
เซี่ยอวี่บอกว่าหล่อนไม่มีปัญหาอะไร สามารถแสดงฉากนี้ได้อย่างเต็มที่
ผู้กำกับเหยียนจึงได้พูดคุยกับหล่อนเกี่ยวกับรายละเอียดในการถ่ายทำที่คำนึงถึงสุขภาพร่างกายของเซี่ยอวี่ โดยเสนอว่าอาจจะใช้รถเข็นเด็กเล็กช่วยในการถ่ายทำฉากที่ต้องวิ่งฝ่าสายฝน
แต่เซี่ยอวี่ปฏิเสธ หล่อนคิดว่าควรจะถ่ายทำไปตามบท ฉากนี้เป็นฉากสำคัญ การใช้วิธีอื่นอาจจะไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง
ตอนแรกเย่ไป๋และเซี่ยไห่ต่างก็รู้สึกยินดีที่เซี่ยอวี่ใกล้จะถ่ายทำเสร็จแล้ว
เย่ไป๋มาดูเซี่ยอวี่ถ่ายทำเป็นครั้งแรก เขาตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นมาก
พอมาถึงก็เห็นทีมงานกำลังวุ่นวายกับการเตรียมรถน้ำที่มีอุปกรณ์ฉีดน้ำอยู่ด้านบน
เย่ไป๋เห็นพวกเขากำลังเตรียมตัวทำฉากฝนตก เขาก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที
เมื่อสอบถามก็ได้ความว่าเป็นฉากของเซี่ยอวี่
เย่ไป๋จึงเป็นห่วงว่าร่างกายของเซี่ยอวี่จะรับไม่ไหว
หลังจากหลินเซี่ยแต่งหน้าให้เซี่ยอวี่เสร็จ สีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความกังวล บอกว่าเซี่ยอวี่ต้องแบกนักแสดงเด็กวิ่งฝ่าสายฝน
เย่ไป๋ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นทันที
เซี่ยไห่รีบพูดขึ้นว่า “แบบนี้ไม่ได้นะ พี่สาวผมจะแบกไหวเหรอ เด็กคนนั้นตัวสูงกว่าหู่จืออีก”
เขาหันไปถามลินดาว่า “ลินดา ผู้กำกับเหยียนไม่รู้เรื่องที่พี่สาวผมท้องเหรอ”
ลินดาตอบกลับ “รู้ค่ะ แต่ฉากนี้สำคัญมาก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพียงเพราะเซี่ยอวี่ท้อง ฉากก่อนหน้าถ่ายทำเสร็จหมดแล้ว ถ้าไม่มีฉากนี้ การตัดต่อจะต่อกันไม่ติด”
เซี่ยอวี่เตรียมตัวเสร็จแล้ว เย่ไป๋เดินเข้าไปหาหล่อนด้วยสีหน้ากังวล เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เซี่ยอวี่ คุณไหวไหมถ้าจะถ่ายฉากนี้”
เซี่ยอวี่ตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ไม่เป็นไรหรอก แค่สองนาทีก็ถ่ายเสร็จแล้ว ไม่ต้องห่วง”
เซี่ยไห่เดินไปหาผู้กำกับเหยียนทันที
“ผู้กำกับเหยียน พี่สาวผมท้อง คุณรู้หรือเปล่า”
“ไม่เป็นไร เด็กแค่นี้ แค่แบกเอง ฉันไหว ตอนแม่ท้องนาย ไม่ใช่ก็แบกฉันเหมือนกัน”
“เทียบกันไม่ได้หรอก”
ลินดาก็เป็นกังวล จึงคิดจะหยุดถ่ายทำไว้ก่อน “เซี่ยอวี่ อย่าฝืนเลย ฉันไปหาวิธีอื่นก่อน”
“ไม่ต้องลำบากแล้ว ถ่ายให้เสร็จ ๆ ไป ทุกคนรออยู่ เสียเวลาเปล่า”
เซี่ยอวี่พูดด้วยท่าทางหนักแน่น “ผู้กำกับเหยียน เริ่มกันเลยค่ะ”
ผู้กำกับเหยียนเหลือบมองเซี่ยไห่และเย่ไป๋อย่างกระอักกระอ่วน
สุดท้ายก็ตัดสินใจถ่ายทำตามเวลา “เอาล่ะ สาวน้อย เดี๋ยวหนูปีนหลังคุณน้าเซี่ยนะ หลับตาด้วย ทำท่าว่าตัวร้อนเป็นไข้อยู่”
ส่วนเซี่ยอวี่พูดกับพวกเขาว่า “ถ้าพวกคุณทนดูไม่ได้ก็ไปรอในรถก่อนก็ได้ ถ่ายฉากนี้เสร็จฉันจะเรียก”
แต่ก็ไม่มีใครไป ทุกคนยังคงยืนมองหล่อนอยู่ตรงนั้น
ทุกอย่างพร้อมแล้ว ทั้งตำแหน่งของกล้องและรถฉีดน้ำ เมื่อเริ่มเปิดใช้งานรถฉีดน้ำ สายฝนก็เทลงมา เซี่ยอวี่ก้มตัวลง แบกหนูน้อยไว้บนหลัง แล้วเริ่มวิ่งฝ่าสายฝน
“ลูกจ๋า อย่าเพิ่งหลับนะลูก คุยกับแม่อยู่เรื่อยๆ นะ”
หนูน้อยสวมเสื้อกันฝนอยู่ ส่วนเซี่ยอวี่นั้นสวมเพียงเสื้อแจ็กเก็ตบางๆ สวมรองเท้าผ้าใบ เดินฝ่าสายฝนไป
ในบทนั้นเขียนไว้ว่า เนื่องจากพื้นถนนที่ลื่นเพราะสายฝน ประกอบกับเซี่ยอวี่ใส่รองเท้าผ้าใบ วิ่งอย่างรีบร้อน ทำให้หล่อนลื่นล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
ผู้เป็นแม่พยายามปกป้องไม่ให้ลูกล้มลงไปกระแทกพื้น โดยเอาตัวเองรองรับแรงกระแทกไว้ไม่ให้ลูกต้องเจ็บ
ผู้กำกับเหยียนคำนึงถึงสภาพร่างกายของเซี่ยอวี่ จึงบอกให้ตัดฉากที่ล้มออกไป ให้หล่อนวิ่งตรงไปที่หน้าบ้านหมอแล้วค่อยสั่งคัต
แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าเซี่ยอวี่หกล้มจริงๆ หรือแกล้งแสดง ขณะที่หล่อนกำลังวิ่งแบกเด็กน้อยไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ เท้าของหล่อนก็ลื่น ทำให้เข่ากระแทกลงกับพื้นทั้งร่างล้มลง แต่สองมือของหล่อนก็ยังคงกอดเด็กไว้แน่น ไม่ยอมให้เด็กตกลงไป
เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าหล่อเหลาของเย่ไป๋ก็ปรากฏอาการตกใจสุดขีด เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะประคองหล่อนขึ้นมา
แต่กลับถูกผู้กำกับเหยียนร้องห้ามไว้ “คุณหมอเย่ ใจเย็นๆ ก่อน”
ผู้กำกับเหยียนไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ถ่ายต่อ เขาเพียงแต่จ้องมองไปที่เซี่ยอวี่
เย่ไป๋กำลังจะพุ่งตัวออกไป แต่เขาก็เห็นเซี่ยอวี่ลุกขึ้นยืนได้แล้ว หล่อนพยายามหายใจอย่างยากลำบากท่ามกลางสายฝน และแบกเด็กน้อยวิ่งต่อไป
“แม่คะ แม่เจ็บไหม”
“ไม่เป็นไรจ้ะ แม่ไม่เป็นไร ลูกจ๋าอดทนไว้นะ อีกเดี๋ยวก็ถึงบ้านคุณหมอแล้ว”
หล่อนแบกเด็กน้อยฝ่าฟันอุปสรรคไปข้างหน้า เมื่อได้เห็นภาพแบบนี้ ไม่ใช่แค่เย่ไป๋กับเซี่ยไห่เท่านั้น แม้แต่ทีมงานในกองถ่ายต่างก็รู้สึกประทับใจในตัวหล่อนเช่นกัน
ต้องยอมรับว่ามันมีเหตุผลที่หล่อนสามารถเป็นนักแสดงยอดเยี่ยมได้
ด้วยฝีมือการแสดงและความทุ่มเทแบบนี้ ถ้าหล่อนไม่ประสบความสำเร็จ แล้วใครจะประสบความสำเร็จ?
“คุณหมอ คุณหมอ เปิดประตูเร็วเข้า…”
เซี่ยอวี่พูดบทสุดท้ายจบ
“คัท”
พร้อมกับเสียงคัทของผู้กำกับ
“เสี่ยวอวี่ เป็นยังไงบ้าง? ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
บนใบหน้าของเซี่ยอวี่เต็มไปด้วยน้ำ ไม่รู้ว่าเป็นน้ำฝน เหงื่อ หรือน้ำตา ผมก็เปียกชุ่มไปหมด
เย่ไป๋กำลังจะถอดเสื้อของตัวเอง แต่ลินดาได้นำผ้าห่มมาคลุมให้หล่อนแล้ว
เย่ไป๋อุ้มหล่อนขึ้นแนบอก แล้วเดินก้าวฉับๆ ไปยังห้องพัก
เซี่ยไห่ หลินเซี่ย และเฉินเจียเหอ ต่างก็กรูกันเข้ามา
“รีบเปลี่ยนเสื้อเปียกออกเถอะ”
หลินเซี่ยหยิบชุดลำลองของเซี่ยอวี่มา
“พวกคุณออกไปก่อนเถอะ ฉันเปลี่ยนเสื้อให้คุณอาเอง”
แต่เย่ไป๋กลับรับเสื้อมาจากหลินเซี่ย แล้วหันไปบอกเธอว่า “เซี่ยเซี่ย ผมทำให้เอง”
หลินเซี่ยถึงกับชะงักไป ก่อนจะค่อยๆ นึกขึ้นได้ว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง
เธอรีบส่งเสื้อผ้าให้เย่ไป๋ แล้วรีบเดินออกไปพร้อมกับเฉินเจียเหอ
เย่ไป๋เปลี่ยนเสื้อผ้าให้หล่อน เช็ดผมให้ ส่วนหลินเซี่ยรีบหยิบไดร์เป่าผมที่เสียบปลั๊กเตรียมเอาไว้แล้วเข้ามา
มีเย่ไป๋อยู่ทั้งที เธอไม่ต้องลงมือทำอะไรเองเลย
ทุกคนรออยู่ข้างนอก
ส่วนเซี่ยไห่ผู้ซึ่งมีอารมณ์รุนแรง ก็วิ่งไปต่อว่าผู้กำกับเหยียน
ในขณะนั้นผู้กำกับเหยียนกำลังดูฉากที่เพิ่งถ่ายทำเสร็จ เขาพอใจกับการแสดงของเซี่ยอวี่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เขาบอกว่าจะตัดฉากที่เซี่ยอวี่ต้องล้มออก แต่เพื่อความสมบูรณ์แบบของงานศิลปะ เซี่ยอวี่ก็ยังคงยืนยันที่จะแสดงฉากนั้นอย่างยากลำบาก
และหล่อนก็แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ผู้กำกับเหยียนรู้สึกทั้งชื่นชมและขอบคุณเซี่ยอวี่
การได้ร่วมงานกับนักแสดงแบบนี้ ทำให้เขาซึ่งเป็นผู้กำกับไม่ต้องเหนื่อยมาก
“เถ้าแก่เซี่ยครับ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ คุณก็เห็นแล้วว่าพวกเรากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องคุณเซี่ยอวี่ แต่หล่อนยืนกรานที่จะทุ่มเทให้กับงานและต้องการนำเสนอการแสดงที่สมบูรณ์แบบ”
เซี่ยไห่ได้แต่เงียบ แม้จะโกรธและสงสารพี่สาว แต่เขาก็อยู่ในเหตุการณ์ตลอด เขาจึงไม่สามารถตำหนิผู้กำกับได้
เย่ไป๋ช่วยเป่าผมให้เซี่ยอวี่จนแห้ง หล่อนสวมเสื้อผ้าของตัวเอง พร้อมกับพันผ้าห่มผืนหนึ่งเดินออกมาจากห้องพัก
“ยินดีกับคุณเซี่ยอวี่ด้วยนะครับที่ถ่ายทำเสร็จแล้ว”
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งโรงถ่าย
“ขอบคุณทุกคนมากค่ะ” เซี่ยอวี่โค้งคำนับให้กับผู้กำกับและทีมงานทุกคน “ขอบคุณทุกคนสำหรับความอดทนและดูแลฉันเป็นอย่างดีในช่วงเวลานี้ หวังว่าเราจะมีโอกาสร่วมงานกันอีกในภาพยนตร์เรื่องหน้านะคะ”
ตอนนี้เย่ไป๋ต้องรีบพาเซี่ยอวี่กลับไปตรวจร่างกาย เพราะหล่อนเพิ่งลื่นล้มในฉากฝนตก
“ผู้กำกับเหยียนคะ ฉันขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนนะคะ”
ผู้กำกับเหยียนกล่าวว่า “ได้ครับ คุณรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ รอให้เราถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จสิ้นและจัดงานเลี้ยงปิดกล้องเมื่อไหร่ ผมจะไปเชิญคุณด้วยตัวเอง”
เมื่อเซี่ยอวี่ถ่ายทำเสร็จ หลินเซี่ยก็ต้องตามหล่อนกลับไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฉากที่เหลืออยู่ไม่มากนัก และเป็นฉากของตัวประกอบ ช่างแต่งหน้าคนอื่น ๆ สามารถทำได้อย่างแน่นอน
หลินเซี่ยและหลิวน่าได้แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกัน เธอจึงบอกหลิวน่าว่าให้โทรหาเธอหลังจากทำงานที่นี่เสร็จแล้ว
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
สะดุ้งแทนเลยค่ะตอนที่คุณอาล้ม ดีที่ไม่กระทบกระเทือนมาก
ไหหม่า(海馬)