ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 801 สนุกสนานเต็มที่
ตอนที่ 801 สนุกสนานเต็มที่
ลู่เจิ้งอวี่กำลังจะกลับเข้าห้องเต้นรำ พลันเหลือบเห็นหลินเซี่ยที่อุ้มลูกยืนอยู่ตรงนั้นกำลังมองเขาอยู่
เขารู้สึกเขินอายทันที เกาหัวแกรกๆ หลุดจากท่าทางน่าเกรงขามเมื่อครู่ ใบหน้าเผยรอยยิ้มเซ่อๆ “พี่สะใภ้ มาแล้วเหรอครับ?”
หลินเซี่ยอุ้มลูกเดินเข้าไปหา ถามเขาว่า “เสี่ยวลู่ พวกผู้ชายกลุ่มนี้เป็นยามที่ห้องเต้นรำของพวกนายจ้างมาเหรอ?”
ลู่เจิ้งอวี่ตอบว่า “ใช่ครับพี่สะใภ้ นี่เป็นคนที่ลูกพี่เซี่ยหาตัวมาปกป้องห้องเต้นรำโดยเฉพาะ พวกเขาเก่งมากเลย เคยเป็นทหารผ่านศึกกันหมด”
เป็นทหารผ่านศึกกันหมด ไม่แปลกใจเลยที่แข็งแรงกันขนาดนี้ ดูเหมือนได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพทีเดียว
เธอยิ้มและพูดว่า “อารองของฉันมีวิธีจริงๆ ”
ลู่เจิ้งอวี่แนะนำด้วยท่าทางภาคภูมิใจ “นี่เป็นแค่กลุ่มแรกเท่านั้นะครับ ผมกำลังฝึกอบรมพวกเขาอยู่ ข้างหลังยังกำลังรับสมัครอีก ต่อไปแต่ละห้องเต้นรำจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 4 คน”
“ดีมากเลย มีพวกเขาอยู่ คงไม่มีใครกล้ามาก่อเรื่องแล้วล่ะ”
ลู่เจิ้งอวี่หัวเราะ “ผมก็เคยเป็นทหารนะ ขอแค่ฝึกพวกเขาไม่กี่วันก็พอ”
ช่วงนี้ลู่เจิ้งอวี่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ขนาดเวลาเดินยังต้องกระโดด
ตอนที่เขาอยู่ในกองทัพ เขาเป็นทหารที่อายุน้อยที่สุด มีแต่คนอื่นคอยฝึกเขา ไม่คิดเลยว่าหลังจากปลดประจำการมาหลายปี เขายังจะมีโอกาสได้เป็นครูฝึกสอนสหายร่วมรบ
“พี่สะใภ้ ผมไปทำงานก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ”
หลินเซี่ยอุ้มลูกไปที่ร้านอาหารก่อน เซี่ยอวี่ก็อยู่ที่นั่นพอดีและกำลังนั่งกินผลไม้อยู่
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหาร ในร้านอาหารจึงไม่มีลูกค้า มีเพียงครอบครัวของพวกเขานั่งอยู่ที่นั่น
ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังรอเธออยู่
ทันทีที่หลินเซี่ยเข้ามา หลิวกุ้ยอิงก็รีบรับเด็กไปอุ้ม
คุณแม่เซี่ยและเซี่ยอวี่ต่างก็รุมล้อมเด็กน้อย
เธอเหลือบมองผู้หญิงสามคนที่พากันห้อมล้อมลูกชายตัวน้อยของเธอ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
นี่เธอตกกระป๋องแล้วอย่างนั้นเหรอ?
ทำไมไม่มีใครสนใจเธอเลยสักคน?
หลินเซี่ยนึกถึงร้านเสริมสวยขึ้นมา ในเมื่อตอนนี้พวกหล่อนสนใจแต่ลูกชาย ไม่มีใครสนใจเธอ เธอจึงบอกหลิวกุ้ยอิงสองสามประโยคแล้วออกไปยังร้านเสริมสวย
ที่ร้านเสริมสวย อาจารย์หวังกำลังง่วนอยู่กับการตัดผมให้ลูกค้า ส่วนเสี่ยวลี่กำลังสระผมให้ลูกค้าอีกราย
ตอนนี้ที่ร้านมีแค่อาจารย์หวังกับเสี่ยวลี่สองคน ส่วนชุนฟางถูกย้ายไปประจำที่ร้านสาขาตรงถนนฟู่เฉียง
เพราะร้านสาขานั้นตั้งอยู่ใกล้กับย่านโรงเรียน ลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นนักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษา ซึ่งคนหนุ่มสาวจะชอบอะไรที่ทันสมัยและไล่ตามแฟชั่นใหม่ๆ
ชุนฟางเป็นคนที่หลินเซี่ยสอนงานมากับมือ อีกทั้งยังเป็นคนรุ่นใหม่ รสนิยมจึงค่อนข้างไปด้วยกันได้กับลูกค้าวัยรุ่น
หลังจากร้านสาขาเปิด ชุนฟางก็พาลูกศิษย์ที่เพิ่งจบหลักสูตรจากโรงเรียนสอนแต่งหน้าทำผมอีกสองคนไปประจำอยู่ที่นั่น ธุรกิจไปได้สวยทีเดียว
อาจารย์หวังจึงอยู่ประจำที่ร้านใหญ่มาโดยตลอด
“เสี่ยวหลินกลับมาแล้วเหรอ พวกเราไม่เหนื่อยหรอก เธอสิที่เหนื่อยที่สุด”
อาจารย์หวังเห็นหลินเซี่ยแล้วก็ดีใจเป็นพิเศษ
หลินเซี่ยอุ้มลูกไปทำงานเป็นสไตลิสต์ในกองถ่าย เมื่ออาจารย์หวังรู้เรื่องนี้ ก็รู้สึกชื่นชมหญิงสาวคนนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ
เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งคงไม่มีความกล้าและจิตใจที่อดทนแบบนี้
ในฐานะลูกจ้าง เมื่อเจ้านายมีการพัฒนาที่ดี พวกเขาก็รู้สึกภูมิใจและดีใจมาก หากธุรกิจของหลินเซี่ยยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อาชีพของพวกเขาก็จะยิ่งมั่นคง สวัสดิการก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ
หลังทำงานกับหลินเซี่ยมาเกือบสองปี รายได้ของอาจารย์หวังก็มากกว่าตอนที่เขาทำงานในร้านตัดผมของรัฐบาลเป็นเวลาสี่ห้าปีเสียอีก
เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น สถานะในครอบครัวของเขาก็ดีขึ้นตามไปด้วย
ตอนนี้อาจารย์หวังกำลังตั้งใจเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ พยายามพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้ถูกยุคสมัยทิ้งไว้ข้างหลัง
หลินเซี่ยเห็นว่าในร้านมีลูกค้าแค่สองคน เธอจึงยิ้มแล้วถามว่า “ช่วงนี้คนน้อยเหรอคะ?”
“วันนี้ยังเช้าอยู่ ช่วงบ่ายคนจะเยอะ” อาจารย์หวังกล่าว “เสี่ยวหลิน บัญชีของเดือนนี้อยู่ในลิ้นชัก เธอลองดูสิ ฉันบันทึกรายละเอียดไว้ทุกวัน”
หลินเซี่ยเคยบอกไว้ว่า ตอนนี้ร้านทุกสาขาอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้จัดการร้าน หากจำนวนลูกค้าลดลงอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นเพราะเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานอย่างแน่นอน ในฐานะเจ้าของร้าน เธอจะตรวจสอบอย่างเข้มงวด
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะละเลยการทำงานแม้แต่น้อย
หลินเซี่ยหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาตรวจสอบ
พบว่าจำนวนลูกค้าโดยทั่วไปยังมีเสถียรภาพ
เนื่องจากฤดูร้อนอากาศร้อน ลูกค้าส่วนใหญ่ในร้านจึงเป็นผู้ชาย
คนทำผมดัดลอนมีน้อยลง
หลินเซี่ยเก็บเงินเข้ากระเป๋า
“อาจารย์หวัง เสี่ยวลี่ เหนื่อยหน่อยนะคะ เดือนนี้ฉันจะให้โบนัสพวกคุณ” หลินเซี่ยกำลังอารมณ์ดี เพราะนอกจากจะได้เงินก้อนโตจากกองถ่ายแล้ว อีกไม่นานตึกสำนักงานของอู๋เซิ่งหงก็จะสร้างเสร็จ ซึ่งเธอจะได้ส่วนแบ่งอีก
เจ้านายรวย ลูกน้องก็พลอยได้ดีไปด้วย
เมื่อเห็นความพยายามของหลินเซี่ย พวกเขาจึงพลอยฮึกเหิมไปด้วย ตอนนี้ในใจของพวกเขาไม่ได้ต้องการแค่เงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
แต่มีความทะเยอทะยานยิ่งกว่านั้น
อาจารย์หวังมีอายุเพียงสามสิบต้นๆ การทำงานที่ร้านตัดผมของรัฐบาลสำหรับเขาแล้วเหมือนกับการรอเกษียณ ไม่มีไฟในการทำงาน หาเช้ากินค่ำ แต่ตอนนี้หลินเซี่ยทำให้เขามีกำลังใจและมีความหวังในอนาคต
ตราบใดที่เขาทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ หลินเซี่ยจะต้องเห็นความพยายามของเขาแน่นอน
หลินเซี่ยรับประทานอาหารที่ร้านอาหารเสร็จแล้ว จึงให้หลิวกุ้ยอิงช่วยดูแลลูกให้ ส่วนเธอออกไปสำรวจสถานการณ์ที่ร้านเสริมสวยสาขาตรงถนนฟู่เฉียง
ใกล้สิ้นสุดวันหยุดฤดูร้อนแล้ว นักศึกษาที่กำลังจะกลับไปเรียนได้กลับมาล่วงหน้า ตอนนี้ในร้านเสริมสวยมีแต่หนุ่มสาวมากมายนั่งรอตัดผมอยู่
ทันทีที่หลินเซี่ยเข้าไป ชุนฟางก็ตื่นเต้นมากที่เห็นเธอ
ตอนนี้ชุนฟางกับหลินจินซานต่างก็เป็นผู้นำในหน้าที่การงานของตัวเอง หลินจินซานเป็นผู้จัดการที่ห้องเต้นรำแถวนี้ ทั้งสองคนต่างยุ่งมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีโอกาสไปเยี่ยมกอง และไม่ได้เจอหลินเซี่ยมาเกือบยี่สิบวันแล้ว
“จบแล้วล่ะ” หลินเซี่ยพูด “ไปประมาณสองอาทิตย์ หลังอาหญิงฉันถ่ายทำฉากสุดท้ายเสร็จ พวกเราก็กลับมาแล้ว”
ครั้นลูกค้าในร้านได้ยินว่าหลินเซี่ยเป็นสไตลิสต์ในกองถ่าย พวกเขาต่างมองเธอด้วยสายตาชื่นชม
หลินเซี่ยเห็นว่าชุนฟางกำลังยุ่ง และในร้านยังมีคนรออยู่เป็นแถว เธอจึงล้างมือ พับแขนเสื้อขึ้น แล้วลงมือทำงานทันที
แม้หลินเซี่ยจะเป็นแม่คนแล้ว แต่อายุของเธอก็ใกล้เคียงกับพวกนักศึกษาเหล่านี้ ทั้งมีหน้าตาสะสวยและมีชีวิตชีวา รูปร่างสูงโปร่ง แถมยังดูมีเสน่ห์มากกว่านักศึกษาทั่วไปเสียอีก
พอนักศึกษาชายคนหนึ่งได้ยินมาว่าเธอเป็นเจ้าของร้านและจะมาตัดผมให้เขาด้วยตัวเอง เขาก็หน้าแดง หัวใจเต้นแรง ทั้งประหม่าและตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกตอนที่เดินไปนั่งที่เก้าอี้
ในวินาทีนั้น เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกหลุมรัก
ระหว่างที่เธอตัดผมให้ ร่างกายของเขาก็เกร็ง หัวใจเต้นเร็วไม่หยุด ใบหน้าแดงเรื่อจนไม่กล้ามองตัวเองในกระจก
หลินเซี่ยชำนาญเรื่องการตัดผม เธอลงมือรวดเร็วมาก แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ออกมาก็ดูดีมากเช่นกัน
เธอตัดผมทรงเฟดให้เขาตามแบบทรงผมเดิม แต่ดูประณีตกว่าเดิมมาก
“เสร็จแล้วค่ะ” หลินเซี่ยพูดพร้อมกับยิ้มหลังจากที่เธอเป่าผมให้เขาเสร็จ
นักศึกษาชายยังคงนั่งเหม่อ ไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงไดร์เป่าผมหยุดลงแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียงของหลินเซี่ย เขาจึงรู้สึกตัว
“อ้อ ครับ”
เขาพูดติดอ่างขณะที่ถามหลินเซี่ยว่า “เท่า…เท่าไหร่ครับ”
หลินเซี่ยยิ้มแล้วชี้ไปที่ป้ายบนผนัง “ตัดผมนักเรียนราคาหนึ่งหยวน เขียนไว้บนผนังน่ะค่ะ”
“โอ้ ผมไม่เห็น” ชายหนุ่มรีบร้อนล้วงหยิบเงินจ่ายให้หลินเซี่ย แต่กลับยืนนิ่งมองหลินเซี่ยโดยไม่ยอมไปไหน
หลินเซี่ยยังคงสุภาพอ่อนโยน “สหาย มีอะไรหรือเปล่าคะ”
ชายหนุ่มเกาหัว “ไม่มีอะไรแล้วครับ”
หากตัดผมเสร็จแล้วยังไม่ยอมไปจากร้านตัดผมก็คงดูไม่งาม ชายหนุ่มจึงมองหลินเซี่ยอย่างละล้าละลัง ก่อนตัดสินใจเดินออกจากร้านไป
หลินเซี่ยหันไปบริการลูกค้าคนอื่นๆ ต่อ
หลังจากทำงานไปสองชั่วโมง เธอก็รู้สึกว่าน้ำนมเริ่มมา จึงตัดสินใจเลิกงานปล่อยให้ชุนฟางทำงานต่อ ส่วนเธอเดินทางกลับบ้าน
หลินเซี่ยเพิ่งจะก้าวออกจากร้าน ชายหนุ่มที่เพิ่งตัดผมเสร็จก็พาเพื่อนเดินเข้ามาในร้าน
“สวัสดีค่ะ ตัดผมใช่ไหมคะ?” ชุนฟางจำได้ว่าชายหนุ่มคนหนึ่งเพิ่งตัดผมที่ร้านไป
“เพื่อนผมจะตัดครับ” ดวงตาของชายหนุ่มเป็นประกาย ก่อนจะถามชุนฟาง “ช่างตัดผมคนเมื่อกี้ไปไหนแล้วครับ?”
“หล่อนกลับไปแล้วค่ะ” ชุนฟางกล่าว “เชิญนั่งก่อนสิคะ ฉันใกล้เสร็จจากลูกค้าคนก่อนแล้ว เดี๋ยวจะเป็นคนตัดให้ค่ะ”
นักเรียนชายได้ยินดังนั้น แววตาก็ฉายแววผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
หนุ่มเอ๊ย อย่าได้ไปจีบหลินเซี่ยเลย เขามีลูกมีสามีแล้วนะ
ไหหม่า(海馬)