ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 802 การเปลี่ยนแปลงของโจวลี่หรง
ตอนที่ 802 การเปลี่ยนแปลงของโจวลี่หรง
………………..
ตอนที่ 802 การเปลี่ยนแปลงของโจวลี่หรง
ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินเซี่ยและเฉินเจียเหอต่างเฝ้ารอคอยวันนี้ด้วยความคิดถึง ในที่สุดหู่จือก็กำลังจะกลับมาพร้อมกับโจวลี่หรงและเอ้อร์เลิ่ง
เฉินเจียเหอได้รับโทรศัพท์จากโจวลี่หรง บอกว่าพวกเขากำลังจะขึ้นรถไฟในบ่ายวันนี้ และจะถึงเซี่ยงไฮ้ในวันพรุ่งนี้
ทันทีที่วางสาย หลินเซี่ยก็รู้สึกดีใจอย่างมาก
หนึ่งเดือนที่ไม่ได้เจอ เธอคิดถึงหู่จือมากจริงๆ
นับตั้งแต่ที่เธอได้เกิดใหม่และแต่งงานกับเฉินเจียเหอ เธอก็ไม่เคยแยกจากหู่จือนานขนาดนี้มาก่อน
ถึงแม้เด็กคนนี้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ แต่หลินเซี่ยก็ผ่านอะไรมามากมายในชีวิตชาติก่อน เธอผูกพันกับหู่จือมาก่อน ดังนั้นความรู้สึกที่เธอมีต่อเด็กคนนี้จึงพิเศษ
หลินเซี่ยหันไปหาลูกน้อยในเปลด้วยความดีใจ “เสี่ยวหู่ พี่ชายของลูกกำลังจะกลับมาแล้ว คิดถึงพี่ชายไหม?”
เด็กน้อยในเปลขยับแขนเล็กๆ อย่างร่าเริง ราวกับกำลังตอบหลินเซี่ยในแบบของเขา
เขานอนอยู่บนเตียง มองดูหลินเซี่ยที่นั่งเล่นกับลูก แล้วเอ่ยปากว่า “คุณว่าหู่จืออยู่บ้านเกิดนานขนาดนี้ คงจะเข้าได้ดีกับแม่แล้วใช่ไหม?”
หลินเซี่ยถอนหายใจเบาๆ “ถ้าเข้ากันไม่ได้จะทำยังไง เด็กตัวเล็กขนาดนั้น จะกลับมาเองก็ไม่ได้”
ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้ หลินเซี่ยประสบความสำเร็จในด้านอาชีพการงานพอสมควร เสี่ยวหู่ก็เติบโตอย่างแข็งแรง แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้เธอกังวลใจอยู่ตลอดเวลาคือเรื่องของหู่จือ
เธอกลัวว่าโจวลี่หรงจะปฏิบัติต่อหู่จืออย่างเข้มงวดเกินไป หรือแม้กระทั่งแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่เขา
ปกติเวลาอยู่ในเมืองไห่เฉิง ถ้าหู่จือไม่สบายใจเพราะโจวลี่หรง เขายังหลบมาหาพวกเขาได้ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นที่บ้านเกิด เขาคงจะรู้สึกไร้ที่พึ่งมาก
ถึงอย่างนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าคุณตาคุณยายเป็นคนมีเหตุผลและรักหู่จือมาก พวกท่านคงไม่ปล่อยให้โจวลี่หรงปฏิบัติต่อหู่จืออย่างโหดร้ายเกินไปแน่นอน
เฉินเจียเหอยิ้มแล้วพูดว่า
“คุณยังไม่รู้จักลูกชายดีพอ ถ้าเขาอยู่ไม่ได้ เขาต้องขอให้คุณน้าส่งกลับมาแน่ๆ ผมโทรหาคุณน้าไปหลายครั้งแล้ว หู่จือยังคงอยู่ในหมู่บ้าน น้าบอกว่าเขากลับไปทุกสัปดาห์ หู่จือมีความสุขมากที่อยู่ในหมู่บ้าน ไม่ได้พูดถึงเรื่องอยากกลับมาเลย”
พอเฉินเจียเหอพูดแบบนี้ หลินเซี่ยก็รู้สึกสบายใจขึ้น
วันรุ่งขึ้นเฉินเจียเหอต้องไปทำงาน ไม่มีเวลาไปรับคนที่สถานีรถ หลินเซี่ยจึงตั้งใจจะฝากลูกไว้กับหลิวกุ้ยอิงแล้วไปรับหู่จือ แต่เฉินเจียเหอไม่ยอมให้เธอไป
พวกเขาบอกว่าทั้งสามคนจะกลับมาเอง ให้เธออยู่รอที่บ้านอย่างสบายใจได้เลย
ถ้าต้องไปรับก็มีเฉินเจียซิ่งกับเฉินเจียวั่งที่ไปด้วยกันได้
หลิวกุ้ยอิงมาช่วยหลินเซี่ยเลี้ยงลูกทุกวัน ทำให้หลินเซี่ยออกไปทำงานได้สะดวก
ครั้นว่างงานเธอก็จะพาลูกไปเดินเล่นร้านเช่าชุดแต่งงาน
วันนี้ก็เช่นกัน หลิวกุ้ยอิงมาแต่เช้า แถมยังเอาข้าวกลางวันมาให้หลินเซี่ยด้วย
พอหล่อนได้ยินว่าโจวลี่หรงจะกลับมากับหลานชาย ก็ดีใจรีบวิ่งไปตลาดซื้อกับข้าวมาเตรียมไว้ก่อน
บอกว่าพวกเขานั่งรถมาไกล คงจะหิวแล้ว
หลินเซี่ยไม่แน่ใจว่าโจวลี่หรงจะกลับไปบ้านตระกูลเฉินก่อนหรือเปล่า เพราะเธอไม่มีเบอร์ติดต่อ เลยได้แต่รออยู่ที่บ้าน
เมื่อถึงบ่ายสามโมง หลินเซี่ยก็กะว่าพวกเขาน่าจะลงรถกลับถึงบ้านแล้ว จึงอุ้มลูกลงไปรอข้างล่าง
หลินเซี่ยพูดคุยกับทุกคนสองสามประโยค บอกว่าจะรอแม่สามีกับหู่จือ
พอป้าหวังได้ยินว่าโจวลี่หรงจะมา หล่อนก็เหลือบมองไปทางประตูใหญ่ กระซิบบอกกับหลินเซี่ยด้วยท่าทางมีเลศนัย “แม่สามีเธอมาคราวนี้ เธอจะตามใจหล่อนไม่ได้นะ อย่าปล่อยให้หล่อนกดขี่เธอเหมือนเมื่อก่อน”
หลินเซี่ยยิ้มให้ป้าหวัง “ป้าหวังคะ ฉันกับแม่สามีเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่มีความคิดที่ใครจะกดขี่ใคร ท่านเป็นผู้ใหญ่ มีหลายอย่างที่ฉันควรเรียนรู้จากท่านค่ะ”
หลินเซี่ยพูดจบก็กล่าวลาทุกคน แล้วอุ้มลูกไปรอที่ประตูใหญ่
เธอรอประมาณสิบห้านาทีก็เห็นโจวลี่หรงจูงมือหู่จือ เอ้อร์เลิ่ง แบกกระเป๋าไนลอนใบโตไว้บนหลัง เดินคุยกันยิ้มแย้มเข้ามาในประตูใหญ่ของหมู่บ้าน
หู่จือเห็นหลินเซี่ยอุ้มน้องชายรออยู่แต่ไกล เขาก็ปล่อยมือโจวลี่หรง แล้ววิ่งเข้าหาเธอ “แม่ครับ พวกเรากลับมาแล้ว”
หลินเซี่ยเห็นเด็กชายตัวเล็กที่ถูกแดดเผาจนผิวคล้ำก็รู้สึกอธิบายไม่ถูก ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ
เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ก็ดูเชยระเบิด
“แม่ คิดถึงผมไหมครับ?” หู่จือวิ่งเข้ามากอด ใบหน้าน้อยๆ เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“คิดถึงสิ แม่คิดถึงลูกทุกวันเลย”
หู่จือมองดูเสี่ยวหู่ แล้วเอ่ยปากด้วยความดีใจ “แม่ครับ น้องชายโตขึ้นแล้วนะ”
หลินเซี่ยยิ้มพลางกล่าว “ใช่แล้ว ลูกไม่ได้เจอน้องมาเดือนกว่าแล้ว แน่นอนว่าต้องโตขึ้น”
โจวลี่หรงกับเอ้อร์เลิ่งเดินเข้ามา และเอ้อร์เลิ่งก็เอ่ยทักเธอว่าพี่สะใภ้
“เอ้อร์เลิ่ง กลับมาแล้วเหรอ? เหนื่อยไหม?”
“พี่สะใภ้ ไม่เหนื่อยครับ”
โจวลี่หรงมีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า มองหลินเซี่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เซี่ยเซี่ย”
หลินเซี่ยเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของโจวลี่หรงอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “แม่”
โจวลี่หรงรีบมองหลานชายคนโตอย่างรวดเร็ว เพราะเพิ่งนั่งรถมาจึงยังไม่ได้สัมผัสตัวหลาน ได้แต่มองหลานด้วยสายตาอ่อนโยนและส่งยิ้มให้
เห็นได้ชัดว่าหล่อนคิดถึงหลานชายมาก
แต่โจวลี่หรงปฏิเสธอย่างหนักแน่น “ไม่ได้ มือฉันมีเชื้อโรค”
ดูเหมือนหล่อนจะกลัวว่าหลินเซี่ยจะเข้าใจผิด จึงรีบอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันเพิ่งนั่งรถมา ยังไม่ได้ล้างมือ เลยไม่สะอาด”
“ค่ะ งั้นกลับบ้านกันเถอะ”
หลินเซี่ยสังเกตเห็นว่าเอ้อร์เลิ่งแบกกระเป๋าไนลอนที่ดูเหมือนจะหนักมาก จึงพูดว่า “เอ้อร์เลิ่ง แบกของหนักขนาดนี้ วางพักก่อนเถอะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เหนื่อย ผมแบกขึ้นไปข้างบนแล้วค่อยพักทีเดียว”
โจวลี่หรงชะโงกหน้าเข้าไปมองเสี่ยวหู่พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวหู่ ปะ ให้แม่กอดขึ้นบ้านไปหาคุณย่าก่อนนะ เดี๋ยวท่านอาบน้ำให้”
“ไปกันเถอะ พวกเรากลับบ้านกัน”
หลินเซี่ยอุ้มลูก ส่วนโจวลี่หรงก็จูงมือหู่จือเดินนำหน้าไปอย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลินเซี่ยก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด
เฉินเจียเหอคิดถูก โจวลี่หรงเข้ากับหู่จือได้ดีอย่างที่คิดจริงๆ
“เอ้อร์เลิ่ง ที่บ้านเป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม”
“เรียบร้อยดีครับพี่สะใภ้”
เอ้อร์เลิ่งกลับบ้านคราวนี้ ดูเหมือนเขาจะมีชีวิตชีวาและร่าเริงกว่าแต่ก่อน
หลินเซี่ยยื่นกุญแจให้โจวลี่หรงไขประตู แล้วทุกคนก็เข้าบ้านพร้อมกัน
เอ้อร์เลิ่งวางถุงไนลอนลง ส่วนโจวลี่หรงวางกระเป๋าของตัวเองลง แล้วรีบวิ่งเข้าไปล้างมือในห้องน้ำ
หลังจากล้างมือเสร็จ หล่อนก็รับหลานจากหลินเซี่ย
โจวลี่หรงอุ้มหลานชายไว้ในอ้อมกอดราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า น้ำตาคลอหน่วย “เสี่ยวหู่ ย่าคิดถึงหนูเหลือเกิน”
หู่จือเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วพูดกับโจวลี่หรงพร้อมกับยิ้มว่า “ย่าครับ ดูสิครับ น้องชายน่ารักมาก เหมือนผมเลย”
โจวลี่หรงยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ “ใช่ เหมือนเธอเลย”
ทันใดนั้นหลิวกุ้ยอิงก็เดินออกมาจากห้องครัว เมื่อโจวลี่หรงเห็นหลิวกุ้ยอิง หล่อนก็รีบลุกขึ้นจากโซฟา และกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิด “คุณแม่ยาย ขอโทษนะคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่นี่”
“ไม่เป็นไรๆ ฉันได้ยินว่าพวกเธอกลับมา ก็เลยทำกับข้าวไว้ให้”
หลิวกุ้ยอิงพูดพร้อมกับดึงหู่จือเข้ามาใกล้ๆ หู่จือก็เรียกหลิวกุ้ยอิงว่ายายอย่างใกล้ชิดสนิทสนม และบอกว่าคิดถึงยายมาก
คำพูดของหู่จือทำให้หลิวกุ้ยอิงรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คุณแม่นิสัยเปลี่ยนแบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ไปเจออะไรแล้วทำให้คิดได้ขึ้นมานะ?
ไหหม่า(海馬)