ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 803 ไม่ใช่แม่มดเฒ่าอีกต่อไป
ตอนที่ 803 ไม่ใช่แม่มดเฒ่าอีกต่อไป
เอ้อร์เลิ่งเอ่ยทักว่าคุณน้าเสร็จแล้วก็รีบหยิบของออกมาจากถุงไนลอน
มีทั้งของฝากพื้นเมืองและผลไม้
เขาหยิบไปพลางแนะนำไปพลาง “นี่สาลี่เซียงเจียว*จากบ้านผม ยังแข็งอยู่ แต่ทิ้งไว้สักสองสามวันก็กินได้แล้ว”
(*香蕉梨 ชื่อสาลี่พันธุ์หนึ่ง เป็นลูกผสมของสาลี่พันธุ์ปาหลี่กับพันธุ์ยาหลี่ เนื้อหวานหอม ไม่มีเสี้ยน)
“แล้วคุณยายโจวก็ฝากถั่วฝักยาวตากแห้งกับพริกป่นมาให้ด้วยครับ”
หลินเซี่ยมองถุงใบเล็กใบน้อยที่เอ้อร์เลิ่งหยิบออกมาจากถุงไนลอน “เอาของมาเยอะแยะเลยนะเนี่ย”
โจวลี่หรงอุ้มลูกน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “ตากับยายนั่นแหละยืนยันจะใส่มาให้ได้”
เอ้อร์เลิ่งหยิบถุงพลาสติกออกมาดู แล้วก็ใส่กลับเข้าไป “นี่พ่อกับแม่ผมใส่ใบยาสูบมาให้คุณปู่เย่”
ก่อนเอ้อร์เลิ่งจะมา คุณปู่เย่ได้กำชับเป็นพิเศษว่าให้เขาเอาใบยาสูบแถวบ้านมาฝากหน่อย
ย้อนกลับไปในวันนั้น ช่วงเวลาที่เขาถูกทรมานจนเกือบตายในคอกวัว สหายร่วมคอกคนหนึ่งได้ยื่นยาเส้นมวนมือให้เขาหนึ่งมวน ควันไฟจากยาเส้นมวนนั้นช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจของเขาได้
ตอนนี้แก่ตัวลงแล้ว เขาก็อดคิดถึงรสชาติของยาเส้นมวนนั้นไม่ได้
ซึ่งเอ้อร์เลิ่งตั้งใจมาก นำมันกลับมาให้เขาด้วย
หลิวกุ้ยอิงทำอาหารเย็นเสร็จแล้วก็ยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ
เมื่อเห็นอาหารที่หลิวกุ้ยอิงยกมาวางบนโต๊ะ โจวลี่หรงก็เอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ “แม่สะใภ้ ลำบากคุณอีกแล้ว”
หลิวกุ้ยอิงตักข้าวให้พวกเขาทั้งคู่พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ลำบากหรอกค่ะ พวกคุณเดินทางมาไกลคงหิวกันแล้ว กินข้าวพักผ่อนกันก่อนเถอะ”
“เชิญนั่งก่อน วางเด็กไว้ในเปลก็ได้”
โจวลี่หรงเองก็อยากอุ้มหลานต่อ แต่ตอนนี้อาหารถูกยกมาตั้งแล้ว ใจหนึ่งแม้อยากอุ้มหลานไปด้วยขณะกินข้าวแต่ก็กลัวหลานจะตก จึงได้แต่จำใจวางหลานลง
หลังจากกินข้าวอย่างรวดเร็วแล้ว หล่อนก็อุ้มหลานไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง และนั่งคุยกับหลิวกุ้ยอิงและคนอื่น ๆ
ขณะเอ้อร์เลิ่งไปเข้าห้องน้ำ หลิวกุ้ยอิงจึงกระซิบกระซาบกับหลินเซี่ยว่า
“เซี่ยเซี่ย แม่รู้สึกว่าแม่สามีลูกออกไปข้างนอกครั้งนี้กลับมาแล้วดูเปลี่ยนไปนะ”
หลินเซี่ยยิ้มเล็กน้อย “แม่ก็รู้สึกแบบนั้นเหรอคะ”
“ใช่ ดูใจดีกว่าเดิม”
“คงเป็นเพราะคุณตาคุณยายสอนท่านมาน่ะค่ะ”
หลิวกุ้ยอิงรู้สึกดีใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่โจวลี่หรงเปลี่ยนไปแบบนี้ ต่อไปนี้หล่อนคงจะเข้ากับหลินเซี่ยได้ดี
โจวลี่หรงวางเสี่ยวหู่ลงแล้วเดินออกมา หลินเซี่ยนั่งคุยกับเธอเรื่อยเปื่อย
“แม่คะ คุณตาคุณยายสบายดีไหมคะ”
โจวลี่หรงส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คุณยายสุขภาพไม่ค่อยดี ฉันเลยอยากพาท่านมาหาหมอที่โรงพยาบาลใหญ่แถวนี้ แต่ท่านดื้อมาก ไม่ยอมมา”
หลินเซี่ยพูดว่า “พาท่านมาไห่เฉิงให้หมอแผนจีนเย่ตรวจให้ก็ได้นะคะ”
โจวลี่หรงไม่สามารถโน้มน้าวแม่ของหล่อนได้ จึงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่เฉินเจียเหอและคนอื่นๆ
เมื่อพูดถึงตรงนี้ โจวลี่หรงลังเลไปครู่หนึ่ง มองไปที่หลิวกุ้ยอิงและพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด “คุณแม่สะใภ้คะ ที่จริงร่างกายของคุณย่าจินซานก็ไม่ค่อยดีนัก”
เมื่อได้ยินโจวลี่หรงพูดถึงแม่เฒ่าหลิน หลิวกุ้ยอิงก็ตอบรับด้วยสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติ “อ้อ”
“ตอนที่ฉันอยู่บ้านเก่า หล่อนเคยมาหาฉันที่บ้านหลายครั้งเพื่อถามที่อยู่ของพวกคุณ แต่ฉันไม่ได้บอกที่อยู่คุณไป” โจวลี่หรงกล่าว “ได้ยินมาว่าหล่อนไม่ค่อยดีกับพวกคุณ หล่อนอาจจะอยากมาหาจินซาน ให้จินซานดูแล ฉันเลยไล่ไป ฉันบอกพวกคุณไว้ก่อนว่าให้เตรียมใจ หากพวกเขาสืบหาที่อยู่จนเจอ พวกเขาคงมาหาแน่”
หู่จือพูดแทรก “คุณย่าของผมเก่งจะตาย ไล่พวกคนไม่ดี…
“ไล่ไปหมดแล้ว”
หลิวกุ้ยอิงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ขอบคุณแม่สามีมากค่ะ ฉันจะบอกเรื่องนี้กับจินซานเอง”
เพราะข่าวนี้ หลิวกุ้ยอิงจึงมีเรื่องให้คิดมาก เห็นโจวลี่หรงเปลี่ยนไปมากและเข้ากับหลินเซี่ยได้ ก็เลยให้หล่อนอยู่ที่นี่ต่อ ส่วนตัวเองก็กลับบ้าน
ตอนเฉินเจียเหอกลับมา โจวลี่หรงกำลังอุ้มลูกชายฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี มีหู่จืออยู่ข้างๆ คอยเล่นกับน้องชาย เป็นภาพที่อบอุ่นและน่ารัก
“แม่ เอ้อร์เลิ่ง พวกคุณกลับมาแล้วเหรอ” หู่จือเห็นเฉินเจียเหอก็รีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหา
เขาเงยหน้าขึ้นถามเฉินเจียเหอ “พ่อ คิดถึงผมไหม”
“คิดถึงสิ” เฉินเจียเหอกล่าวพร้อมอุ้มหู่จือขึ้นแล้วเดินไปถามแม่ของเขา
“นั่งรถมาราบรื่นดีไหมครับ?”
โจวลี่หรงตอบว่า “ราบรื่นดี ทุกอย่างเรียบร้อยดี”
เอ้อร์เลิ่งเห็นเฉินเจียเหอแล้วก็พูดถึงสถานการณ์ที่บ้านเกิดอย่างไม่หยุดหย่อน
ส่วนเฉินเจิ้นเจียงเลิกงานตอนบ่ายกลับบ้าน ไม่เห็นโจวลี่หรงกลับมา ที่บ้านมีแค่คนแก่สองคน เขาอดเป็นห่วงไม่ได้
ทั้งๆ ที่เมื่อคืนบอกว่าจะกลับมาวันนี้ แถมยังไม่ให้ใครไปรับ ทำไมถึงตอนนี้ยังไม่เห็นตัว?
เขาเดาว่าน่าจะไปส่งหู่จือกลับบ้าน แล้วแวะไปดูหลานด้วย
เฉินเจิ้นเจียงโทรไปที่บ้านเฉินเจียเหอ ได้ยินว่าโจวลี่หรงอยู่ที่บ้านลูกชาย เขาจึงรีบตามไปทันที
“ฉันมาดูหลานน่ะ”
“คืนนี้คุณจะกลับไหม?”
โจวลี่หรงดูลังเล เฉินเจิ้นเจียงเห็นเอ้อร์เลิ่งอยู่ตรงนั้น จึงเอ่ยขึ้นว่า
“คุณกลับไปเถอะ ปล่อยให้เอ้อร์เลิ่งพักที่นี่”
บ้านของปู่เย่ยังซ่อมแซมไม่เสร็จ เอ้อร์เลิ่งเลยไม่มีที่ไป
โจวลี่หรงทำได้เพียงแค่จากไปพร้อมเฉินเจิ้นเจียง “ก็ได้ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะแวะมาใหม่”
เฉินเจียเหอทำความสะอาดห้องและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ ให้เอ้อร์เลิ่งนอนในห้องของหู่จือ
ส่วนหลินเซี่ยพาหู่จือไปนอนด้วย
หู่จือกลับมาถึงก็ดูตื่นเต้นดีใจ รีบเปลี่ยนชุดนอนแล้วเข้าไปซุกตัวข้างๆ หลินเซี่ย “แม่ครับ ผมขอนอนข้างๆ แม่นะครับ”
“มานี่เลย”
หู่จือตอบอย่างร่าเริง “ย่าผมเปลี่ยนไปแล้วครับ ไม่ใช่แม่มดเฒ่าคนนั้นแล้ว”
หู่จือพูดถึงคุณย่าของเขาด้วยแววตาเป็นประกาย “คุณย่าใจดีกับผมมาก พูดจาอ่อนโยน แล้วยังขอโทษผมด้วย บอกว่าที่ผ่านมาเป็นความผิดของคุณย่าเอง คุณย่ายังพาผมไปจับจิ้งหรีดที่ทุ่งนา พวกเรายังไปช่วยคุณปู่ทำงานที่ไร่ด้วยล่ะครับ”
พอพูดถึงโจวลี่หรง หู่จือก็พูดไม่หยุด “ตอนนี้ผมชอบคุณย่ามากเลยครับ”
เฉินเจียเหอฟังหู่จือพูดด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข เขามองหลินเซี่ยแล้วเผยยิ้ม “เห็นไหม ผมบอกว่าแม่เปลี่ยนไปแล้ว”
หลินเซี่ยเหลือบมองสีหน้าภูมิใจของเฉินเจียเหอ
หู่จือหลับปุ๋ยในอ้อมกอดของหลินเซี่ย พอเขาหลับ เฉินเจียเหอก็อุ้มเขามาวางไว้ข้างๆ
หลินเซี่ยมองการกระทำของเขาแล้วก็ไร้ซึ่งคำพูด
เฉินเจียเหอขยับเข้ามาใกล้เธอแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก “ในที่สุดเรื่องหนึ่งก็ผ่านไปด้วยดี”
หลินเซี่ยพูด “ฉันก็รู้สึกดีใจที่แม่เปลี่ยนไปแบบนี้ หวังว่าท่านจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก”
เฉินเจียเหอพูดอย่างมั่นใจ “ไม่หรอก สหายโจวลี่หรงรู้ผิดชอบชั่วดี เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ชอบทำอะไรลับหลังหรอก ถ้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว นั่นต้องมาจากใจจริงของท่านแน่นอน”
เฉินเจียเหอเข้าใจแม่ของตัวเองดี เขารู้จักนิสัยใจคอของโจวลี่หรงดีว่าไม่ใช่คนชอบเสแสร้ง
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีเหลือเกินค่ะ หู่จือที่ปกติเคยถอยห่างก็เข้าใกล้ได้แล้ว