ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 805 ปล่อยวางอดีต เริ่มต้นใหม่ .
ตอนที่ 805 ปล่อยวางอดีต เริ่มต้นใหม่
เอ้อร์เลิ่งทำอาหารได้อร่อยมาก ทำให้หลินเซี่ยชมเขาไม่ขาดปาก บอกว่าถ้าเขาไม่เรียนแพทย์ ก็สามารถไปเป็นพ่อครัวที่ร้านอาหารของพ่อแม่เธอได้เลย
เอ้อร์เลิ่งยิ้มแก้มปริ ดีใจมากที่ฝีมือการทำอาหารของเขาได้รับการยอมรับจากพวกเขา
เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองที่เคยถูกมองว่าเป็นคนบ้าจะได้ใช้ชีวิตแบบนี้ในวันนี้ สามารถยืนหยัดอยู่ในเมืองได้ มีอาจารย์ที่เห็นคุณค่าของเขา และมีเพื่อนสนิทที่คอยห่วงใยดูแลเขาตลอด
ผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นของเขาก็เป็นเพราะความอบอุ่นจากคนรอบข้างเหล่านี้
ครั้งนี้ที่เขากลับบ้าน ชาวบ้านที่ได้ยินว่าเขาไปเรียนเป็นหมอในเมืองไห่เฉิงต่างก็ประหลาดใจกันมาก
หลายคนอิจฉาเขา พ่อแม่ของเขาก็หายกังวลเพราะเขาหายดีแล้ว สามารถเชิดหน้าชูตาในหมู่บ้านได้
พี่สะใภ้ของเขายังจะแนะนำงานให้เขาอีก ตอนนี้เขารู้สึกว่าชีวิตเต็มไปด้วยความหวัง ทุกอย่างสดใสขึ้นมาก
แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งเสียของพ่อก่อนที่เขาจะมา สีหน้าของเขาก็กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง
“ต้าเหอ ตอนที่ฉันมา พ่อบอกกับฉันว่า… ถ้าผู้หญิงคนนั้นอยู่ในเมืองไห่เฉิง ฉันต้องไปขอโทษหล่อนให้ได้”
พ่อของเขาต้องการให้เขาไปคำนับขอขมาไล่เสี่ยวอวิ๋นแทนคนในครอบครัว เพื่อให้หล่อนยกโทษให้พวกเขา
หลังจากได้รับการอบรมสั่งสอนจากหน่วยงานรัฐ พ่อแม่ของเขาก็ได้ตระหนักถึงความผิดของตัวเอง และยอมรับว่าสิ่งที่พวกเขาทำลงไปนั้นผิดกฎหมาย
ประกอบกับช่วงเวลาที่เอ้อร์เลิ่งไม่ได้อยู่บ้าน พวกเขาทั้งสองต่างคิดถึงลูกชายจนแทบป่วย เมื่อลองมองในมุมกลับกัน พวกเขาก็เข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่หญิงสาวคนนั้นมากขึ้น
พวกเขายังดีที่รู้ว่าลูกชายของตัวเองอยู่ที่ไหน แต่ก็ยังคงเป็นห่วงและคิดถึงมากขนาดนี้ แล้วพ่อแม่ของหญิงสาวที่ถูกพวกเขาลักพาตัวไปให้ลูกชายจะรู้สึกอย่างไร
พวกเขาคงจะกังวลใจมากแค่ไหน
พ่อของเอ้อร์เลิ่งรู้สึกขอบคุณเฉินเจียเหอมาก เพราะถ้าเฉินเจียเหอไม่ปรากฏตัวขึ้นและยับยั้งพวกเขาไว้ เรื่องราวคงจะบานปลายจนแก้ไขอะไรไม่ได้
ถ้าพวกเขายังคงทำบาปและทำเรื่องเลวร้ายต่อไป ลูกชายของพวกเขาก็คงไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขแบบนี้
พ่อของเขาบอกว่าเขารู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนนอนไม่หลับ และอยากจะขอโทษหญิงสาวอย่างเป็นทางการ
“เอ้อร์เลิ่ง นายไม่ต้องขอโทษหรอก ผู้หญิงคนนั้นได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว นายอย่าไปปรากฏตัวต่อหน้าหล่อนเด็ดขาด อย่าไปรบกวนชีวิตของหล่อน”
หลินเซี่ยพูดขึ้นบ้าง “วิธีชดเชยที่ดีที่สุดสำหรับหล่อนคือการปล่อยให้ความทรงจำนั้นจมหายไปตลอดกาล ไม่ต้องรื้อฟื้นขึ้นมาอีก”
สำหรับไล่เสี่ยวอวิ๋นแล้ว ความทรงจำนั้นเป็นเหมือนฝันร้ายและตราบาป หล่อนใช้เวลานานมากกว่าจะหลุดพ้นจากฝันร้ายนั้นมาได้ ทั้งยังทำให้ถังจวิ้นเฟิงถึงกับจงใจตีตัวออกห่างจากพี่น้องของเขาเพื่อหล่อน เวลาปกติที่นัดเจอกันก็แทบจะไม่เคยพาไล่เสี่ยวอวิ๋นไปด้วย พวกเขาเองก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใกล้ชิดกับไล่เสี่ยวอวิ๋นมากนัก หากเอ้อร์เลิ่งปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนอีก ก็คงไม่พ้นต้องไปสะกิดแผลใจของหล่อนอีกแน่
เอ้อร์เลิ่งก้มหน้า ตอบกลับเสียงแผ่วเบา “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ตอนที่ฉันมา พ่อยังคะยั้นคะยอให้ฉันมาขอโทษหล่อนให้ได้”
“นายก็บอกไปสิว่าหล่อนไม่ได้อยู่ในเมืองไห่เฉิงแล้ว และไม่รู้ว่าหล่อนเป็นคนแถวไหน ถ้ายังสืบหาข่าวของหล่อนอีก ครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นจะต้องคิดว่าที่บ้านนายมีแผนร้าย และจะแจ้งตำรวจจับพวกนายแน่”
พ่อของเอ้อร์เลิ่งถูกขังคุกไปหลายเดือน ตอนนี้เขาต้องกลัวตำรวจจนขี้ขึ้นสมองแน่ หากขู่แบบนี้แล้ว ต่อไปคงไม่กล้าพูดเรื่องนี้อีก
ที่พ่อของเอ้อร์เลิ่งให้เอ้อร์เลิ่งมาหาไล่เสี่ยวอวิ๋นเพื่อคุกเข่าขอโทษ ก็คงอยากจะชดเชยความรู้สึกผิดในใจของตัวเอง
ชายชราอายุขนาดนี้แล้ว พอนึกถึงเรื่องเลวๆ ที่ตัวเองเคยทำก็คงนอนไม่หลับทั้งคืน อยากใช้วิธีนี้เพื่อลดความรู้สึกผิดของตัวเองลง
เขาคิดถึงแต่ตัวเอง โดยไม่ได้คิดเลยว่าการที่เอ้อร์เลิ่งมาปรากฏตัวต่อหน้าไล่เสี่ยวอวิ๋น จะทำให้ชีวิตครอบครัวของหล่อนเดือดร้อนขนาดไหน
เฉินเจียเหอมองไปที่เด็กฉลาดของเขา พร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู
หลังจากกินข้าวเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นไปเปลี่ยนเป็นชุดทำงาน
“ผมไปทำงานก่อนนะ” เฉินเจียเหอกล่าวกับหลินเซี่ย “เซี่ยเซี่ย สองวันนี้อาจจะยุ่งหน่อย วันนี้พวกเราต้องทดสอบอุปกรณ์ ช่วงบ่ายผมคงกลับมาไม่ได้ เย็นนี้ไม่ต้องรอกินข้าวเย็นนะ ถ้าแม่มาก็บอกท่านให้ค้างคืนที่นี่ช่วยเลี้ยงลูก ผมอาจจะกลับมาถึงพรุ่งนี้เช้า”
หลินเซี่ยตอบรับ “คุณทำงานไปเถอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่บ้าน ตอนที่ฉันไปที่ร้านจะอุ้มลูกไปด้วย เสี่ยวเยี่ยนกับหงเสียจะช่วยดูแลลูกเอง”
เอ้อร์เลิ่งจะออกไปข้างนอกพร้อมกับเฉินเจียเหอ แต่เฉินเจียเหอกลับทำเหมือนเอ้อร์เลิ่งไม่มีตัวตน ก่อนออกจากบ้านก็จูบลาภรรยาทันที จนเอ้อร์เลิ่งอายและก้มหน้าวิ่งออกไปข้างนอก
ส่วนหู่จือคุ้นเคยกับเหตุการณ์แบบนี้ไปแล้ว เขายังเข้าไปใกล้ๆ แล้วขอให้พ่อจูบ บอกว่าเขาเองก็อยากได้
เขาเงยหน้าเข้าไปใกล้ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือพ่อดีดหน้าผากเข้าให้
ตอนที่เฉินเจียเหอกับเอ้อร์เลิ่งลงมาถึงข้างล่าง ก็บังเอิญเจอกับโจวลี่หรงที่ถืออาหารเช้ากำลังจะขึ้นไปข้างบน
“แม่ ทำไมวันนี้มาเช้าจังครับ” เฉินเจียเหอมองแม่ที่ถือน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาด้วยอย่างประหลาดใจ
โจวลี่หรงตอบว่า “แม่รีบมาแต่เช้าเพราะจะเอาอาหารเช้ามาให้ พอดีรถติดนิดหน่อย ดูเหมือนว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว เอาไปกินระหว่างทางก็แล้วกัน”
โจวลี่หรงกำลังจะหยิบปาท่องโก๋ให้เฉินเจียเหอ แต่เฉินเจียเหอก็ยกมือห้ามไว้ “เอ้อร์เลิ่งทำอาหารเช้าไว้ให้แล้ว พวกเรากินกันเรียบร้อยแล้วครับ”
“งั้นฉันขึ้นไปก่อนนะ” โจวลี่หรงกำลังจะขึ้นไปข้างบน เฉินเจียเหอก็เรียกหล่อนไว้
เขาเอ่ยกับแม่ของเขาพร้อมกระแอมเบาๆ “แม่ครับ เซี่ยเซี่ยยังเด็ก แม่เป็นผู้ใหญ่ควรจะใจเย็นและให้อภัยหล่อนหน่อย หากแม่กับหล่อนมีเรื่องไม่เข้าใจกัน แม่ก็น่าจะพูดกันดีๆ”
เฉินเจียเหอกลัวว่าแม่ของเขาจะปฏิบัติกับหลินเซี่ยแบบสมัยก่อนที่เหมือนเธอเป็นแค่ลูกน้อง จนทำให้ทุกคนอึดอัด
“ไม่ต้องห่วง แม่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” คำตอบของโจวลี่หรงทั้งตรงไปตรงมาและจริงใจ จนทำให้เฉินเจียเหอขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“แม่ขึ้นไปแล้วนะ” โจวลี่หรงกล่าวลาอย่างอ่อนโยน ขณะที่เอ้อร์เลิ่งออกไปพร้อมกับเฉินเจียเหอ
อย่างที่โจวลี่หรงพูด หล่อนตระหนักได้แล้วว่าทัศนคติของตนในอดีตนั้นไม่ถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงของหล่อนในตอนนี้มีมากเสียจนหลินเซี่ยไม่ค่อยคุ้นเคย
หล่อนปฏิบัติต่อหลินเซี่ยต่างไปจากเดิม แม้แต่ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านก็ดีขึ้นด้วย
เมื่อเห็นคุณลุงคุณป้าที่นั่งคุยกันอยู่ที่ชั้นล่าง หล่อนก็มักจะยิ้มทักทายพวกเขาก่อนเสมอ
เมื่อหลินเซี่ยบอกว่าที่ร้านยุ่ง โจวลี่หรงก็จะสนับสนุนเธออย่างเต็มที่ แล้วก็เข็นรถเข็นเด็กที่มีลูกชายตัวน้อยนั่งอยู่ไปที่ร้านพร้อมกับหลินเซี่ย
เวลาที่หลินเซี่ยยุ่ง หล่อนก็จะนั่งดูอยู่ตรงนั้นพร้อมกับลูกชายตัวน้อย
วันแรกที่หยางหงเสียเห็นแม่สามี หล่อนก็รู้สึกประหม่าจนไม่มีสมาธิในการทำงานและทำผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากที่รู้สึกได้ถึงความใจดีของแม่สามี หล่อนก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ถูกแล้วล่ะ อะไรที่เป็นอดีตก็ปล่อยให้เป็นอดีตไปเถอะ ต่างคนต่างใช้ชีวิตใหม่ อย่ารื้อฟื้นขึ้นมาอีกเลย
แม่สามีเปลี่ยนไปคราวนี้ถึงกับปรับตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว