ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 806 เฉินเจียซิ่งออกสู่โลกกว้าง
ตอนที่ 806 เฉินเจียซิ่งออกสู่โลกกว้าง
วันหยุดสุดสัปดาห์เป็นวันพักผ่อนของเฉินเจียซิ่ง แต่จางซ่วนนัดลูกค้ามาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งพอดี เฉินเจียซิ่งจึงถือโอกาสนี้มาเป็นผู้ช่วยจางซ่วน
ซึ่งวันนี้จางซ่วนบอกว่าจะให้เฉินเจียซิ่งเป็นคนถ่ายรูปชุดแต่งงานชุดนี้เอง
เพื่อทดสอบผลการเรียนรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของอีกฝ่าย
หากฝีมือยังไม่ถึง ในอนาคตเขาจะไม่พาเฉินเจียซิ่งมาด้วยอีก
ตอนแรกเฉินเจียซิ่งยังกระตือรือร้นอยากลองอยู่ แต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายของ จางซ่วน เขาพลันรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที
มือที่ถือกล้องถึงกับสั่น
“อาจารย์ครับ หรือผมควรไปฝึกฝนอีกหน่อย แล้วค่อยให้ผมลองถ่ายในครั้งหน้าดี?”
ที่สำคัญคือ วันนี้แม่ของเขานั่งอยู่ตรงนั้นด้วย
พอแม่เขามานั่งเป็นสักขีพยาน เขาก็อดประหม่าไม่ได้ กลัวว่าจะทำออกมาไม่ดี
หยางหงเสียเห็นเฉินเจียซิ่งถอยอย่างกะทันหัน จึงกระซิบให้กำลังใจเขา “เจียซิ่ง สู้ๆ นะ ก่อนหน้านี้ก็ถ่ายออกมาดีนี่ คุณทำได้อยู่แล้ว ตั้งใจทำนะ ถ้าผ่าน คุณก็ได้เลื่อนขั้นแล้ว”
ถ้าวันนี้เฉินเจียซิ่งยังทำออกมาได้ไม่ดี โอกาสในภายภาคหน้าคงจะหมดลง
เฉินเจียซิ่งเหลือบมองไปทางคุณนายใหญ่ที่นั่งอยู่ มือของเขายังคงสั่น
หากเป็นแบบนี้คงไม่มีทางทำผลงานออกมาได้ดีแน่
สุดท้ายเขาจึงได้แต่เอ่ยปากกับโจวลี่หรงอย่างระมัดระวัง “แม่ครับ แม่ไปเดินเล่นข้างนอกก่อนดีไหมครับ”
ตอนที่เขาพูดประโยคนี้ออกมา เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก
เพราะอย่างไรเสียคุณนายใหญ่ก็เป็นคนเด็ดขาดมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องงานของเขา หล่อนยิ่งชอบควบคุมดูแล
หลินเซี่ยและหยางหงเสียต่างก็รู้สึกว่าเฉินเจียซิ่งเรื่องมากเกินไปหน่อย
จิตใจช่างเปราะบางอ่อนแอเหลือเกิน
ทว่าเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น โจวลี่หรงได้ยินเฉินเจียซิ่งพูดดังนั้น หล่อนกลับลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย “ก็ได้ พอดีหลานเธอง่วงแล้ว ฉันขอพาเขากลับไปนอนก่อนนะ”
โจวลี่หรงหันไปพูดกับหลินเซี่ยว่า “เซี่ยเซี่ย ป้อนนมลูกหน่อย ฉันจะพาหลานกลับบ้าน”
“ค่ะ” หลินเซี่ยอุ้มเสี่ยวหู่ไปที่ห้องพัก ป้อนนมให้เขา จนเสี่ยวหู่หลับไปในอ้อมแขนของเธอ
“แม่ เสี่ยวหู่หลับแล้ว เอาเขากลับไปเถอะค่ะ แม่จะได้พักผ่อนบ้าง อุ้มเขามาทั้งวันคงจะเหนื่อยแล้ว”
ตอนที่โจวลี่หรงจะกลับ หล่อนจะพาหู่จือกลับไปด้วย แต่หู่จือบอกว่าอยากดูอารองถ่ายรูป โจวลี่หรงจึงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “หู่จือ กลับบ้านกับย่าเถอะ แม่กับอารองเขายุ่ง ไม่มีเวลาดูหนูหรอก ย่ากลัวหนูอยู่ที่นี่จะไม่ปลอดภัย”
หู่จือคิดถึงตอนที่ตัวเองถูกคนเอาผ้าคลุมหัวลักพาตัวที่หน้าร้าน เขาก็รู้สึกกลัวขึ้นมาทันที จึงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ครับ ย่า ผมกลับบ้านกับย่าก็ได้”
โจวลี่หรงเข็นรถเข็นเด็กด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งจูงมือหู่จือเดินไปด้วย พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเป็นธรรมชาติ “ไป กลับบ้านกัน ย่าจะไปถามในหมู่บ้านเราดูว่ามีเด็กป. 1 ไหม จะขอยืมหนังสือเก่า ๆ มาให้หนูเตรียมตัวเรียนล่วงหน้า”
เมื่อหู่จือได้ยินว่าย่าจะให้เขาเตรียมตัวเรียนล่วงหน้า เขาก็ดีใจมาก “เยี่ยมไปเลยครับ ผมอยากเรียนหนังสือ ผมชอบเรียน”
หู่จือออกไปกับโจวลี่หรงอย่างมีความสุข
เฉินเจียซิ่งเห็นภาพแบบนี้ก็รู้สึกเหมือนฝันไป
เขาจ้องมองไปที่ประตูอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งร่างของโจวลี่หรงเลือนหายไป จึงหันกลับมามองหลินเซี่ย สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ “พี่สะใภ้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น พวกเขาเข้ากันได้ดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หลินเซี่ยหัวเราะ “ก็คงจะสนิทกันตอนอยู่บ้านเกิดนั่นแหละ”
“พระเจ้า สหายโจวลี่หรงกลายเป็นคนอ่อนโยนได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เหลือเชื่อจริงๆ”
“นายก็รู้สึกเหลือเชื่อเหมือนกันเหรอ?” หลินเซี่ยเลิกคิ้ว มองเฉินเจียซิ่งพร้อมกับถามยิ้มๆ
“แน่นอนสิ ตั้งหลายปีมานี้หล่อนเคยอ่อนโยนแบบนี้กับพวกเราหรือไง ปกติเวลาคุยกับพวกเราก็ทำหน้าบึ้งตึง น่ากลัวชะมัด แค่คิดก็ยังกลัวเลย ตอนพวกเรายังเด็กๆ หล่อนไม่เคยทำแบบนี้กับพวกเราเลยสักนิด”
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สั่นกลัวจนไม่กล้าถ่ายทำต่อในตอนที่แม่ของเขายืนอยู่ตรงนี้หรอก
เป็นปมในใจที่ฝังลึกจริงๆ
หลินเซี่ยมองไปที่ประตูอย่างครุ่นคิด “อาจจะเป็นเพราะเด็กๆ ทั้งสองคนก็ได้ พวกเราเลยใกล้ชิดกันมากขึ้น”
“สหายโจวลี่หรงเปลี่ยนไปแบบนี้ก็ดีแล้ว หวังว่าหล่อนจะยังคงอ่อนโยนใจดีแบบนี้ไปเรื่อยๆ นะ”
พอโจวลี่หรงไป เฉินเจียซิ่งก็รู้สึกผ่อนคลายลงทันที รอจนคู่บ่าวสาวแต่งหน้าเสร็จ เขาก็เตรียมตัวพร้อม เริ่มถ่ายรูปให้พวกเขาภายใต้การแนะนำของจางซ่วน
ตอนแรก คู่บ่าวสาวไม่ยอมให้เฉินเจียซิ่งเป็นคนถ่ายรูปให้
เมื่อจางซ่วนรับประกันเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่กังวลอีกต่อไป ยินยอมให้เฉินเจียซิ่งถ่ายรูป
การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะมีจางซ่วนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ในที่สุดสิ่งที่เฉินเจียซิ่งเรียนรู้มาอย่างหนักก็ไม่เสียเปล่า จางซ่วนค่อนข้างพอใจกับผลงานของเขา ดูจากในม้วนฟิล์มแล้วก็ถือว่าออกมาดี
เมื่อเฉินเจียซิ่งได้รับคำชมเชยจากอาจารย์จางซ่วน เขาก็รู้สึกดีใจอย่างมาก ถามอย่างกระตือรือร้นว่า “งั้นผมออกไปทำงานได้แล้วใช่ไหมครับ”
จางซ่วนตอบว่า “ถ้าเป็นเรื่องถ่ายรูปก็ถือว่าออกไปทำงานได้แล้ว แต่ทักษะการถ่ายวิดีโอยังไม่ดีพอ ถ้าอยากเชี่ยวชาญด้านนี้ นายยังต้องพยายามต่อไป”
เฉินเจียซิ่งรีบกล่าวด้วยความเคารพและสุภาพว่า “อาจารย์จาง ผมยังคงหวังว่าจะได้เรียนรู้จากคุณต่อไปในเวลาที่คุณสะดวก จะได้เรียนรู้เทคนิคการถ่ายทำให้มากขึ้น มีวิชาติดตัวไว้ย่อมไม่เสียหาย”
ไม่ได้การ หากมีเทคนิคการถ่ายทำ ต่อไปก็ได้ไปกองถ่ายกับหลินเซี่ยอยู่แล้ว
เขาไม่อยากเป็นช่างภาพให้กับนักแสดงชื่อดังพวกนั้นสักเท่าใด
อยากใกล้ชิดกับวงการนั้นมากกว่า
จางซ่วนค่อนข้างใจดี ไม่ได้ปฏิเสธเฉินเจียซิ่ง “ตอนที่ฉันทำงาน เธอก็มาช่วยงานฉันได้ จะได้เรียนรู้ไปด้วย”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ”
แม้จะยังไม่ได้ล้างรูปถ่ายออกมา แต่เฉินเจียซิ่งที่ได้รับคำยืนยันจากจางซ่วนก็ดีใจจนเนื้อเต้น ตัดสินใจว่าจะต้องฉลองให้สมกับที่รอคอย
และในใจก็คิดว่าจะลาออกจากงาน
เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จของเขา เฉินเจียซิ่งจึงเสนอให้คืนนี้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ชุมชนบ้านพักทหาร เขาจะเป็นคนลงมือทำอาหารเอง แล้วฉลองกันให้เต็มที่
“พี่สะใภ้ ผมไปซื้อของก่อนนะ เดี๋ยวพี่กับหงเสียค่อยกลับบ้านพร้อมกัน ผมจะไปบอกแม่ แล้วก็โทรหาพี่ใหญ่”
โดยไม่ให้โอกาสหลินเซี่ย เฉินเจียซิ่งก็ได้วิ่งหนีไปแล้ว
เมื่อได้ยินว่าเทคนิคการถ่ายภาพของเฉินเจียซิ่งได้รับการยอมรับจากจางซ่วนผู้เป็นครูที่เข้มงวด หยางหงเสียก็รู้สึกดีใจมาก
ในที่สุดเฉินเจียซิ่งก็มีทางออกแล้ว
ต่อให้เขาจะไม่ลาออก แต่ถ้าเอาการถ่ายภาพมาเป็นงานพิเศษ ก็สามารถหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวได้บ้าง
พอเฉินเจียซิ่งสามารถหาเงินได้มากขึ้น ตัวเขาเองก็จะไม่คิดฟุ้งซ่านอีก และไม่เปรียบเทียบตัวเองกับหล่อน
เพื่อไม่ให้เฉินเจียซิ่งรู้สึกท้อแท้และด้อยค่าต่อหน้าหล่อน หยางหงเสียจึงไม่กล้าพยายามมากเกินไป แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะทำงานกับหลินเซี่ยเพื่อสร้างอาชีพ
ตอนนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
หยางหงเสียกลัวว่าหลินเซี่ยจะไม่ยอมไปกินอาหารที่เฉินเจียซิ่งทำที่ชุมชนบ้านพักทหาร หล่อนจึงยิ้มและพูดว่า “พี่สะใภ้ เรากลับบ้านหลังจากเสร็จงานกันเถอะค่ะ พอดีจะได้ไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าด้วย”
หลินเซี่ยตอบรับว่า “ได้ ถ้าเรามีเวลาเหลือ เราก็จะกลับไป”
หลินเซี่ยบอกให้หยางหงเสียส่งรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดให้เธอหน่อย เธอต้องการตรวจสอบข้อมูล
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ยินดีกับเจียซิ่งด้วยที่ทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน จะได้ไม่ต้องรู้สึกด้อยค่าตัวเองอีก
ไหหม่า(海馬)