ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 11 บทที่ 316 งูเลื้อยผ่านเท้า
ฟ้าสว่างแล้ว อาศัยจังหวะที่เวลานี้ยังไม่ร้อน มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยมาทำงานในไร่นา เมื่อเห็นเซียวยวี่อยู่ในแปลงนาเหมือนกัน แต่ละคนก็ตกใจจนอ้าปากค้าง
“นี่เซียวยวี่ เจ้ามาทำงานในไร่นาได้อย่างไร? ” มีคนเอ่ยถามอย่างมีความสุขเมื่อเห็นเขาต้องมาลำบาก “เจ้าเป็นบัณฑิตไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงมาทำงานหยาบต้อยต่ำเช่นนี้? เซี่ยยวี่หลัวบ้านเจ้าจะยอมหรือ? ”
เซี่ยยวี่หลัวออกแรงบีบขวดยา
เซียวยวี่ทำงานไม่หยุด ถึงแม้ฝ่ามือจะถูกเสียดสีจนเกิดตุ่มน้ำ เขาก็ไม่ได้หยุด เขาก้มหน้าพรวนดิน ไม่สนใจคนที่พูดจาเย้ยหยันอย่างมีความสุขที่เห็นเขาตกระกำลำบาก
ชาวบ้านที่เอ่ยวาจาเย้ยหยันเห็นเซียวยวี่ไม่สนใจ ก็ทั้งหงุดหงิดทั้งอายจนโมโหเกรี้ยวกราด จึงก่นด่า “ทำเป็นสูงส่งไปได้ สุดท้ายก็ต้องมาทำงานคลุกดินโคลนเหมือนพวกเราไม่ใช่หรือ”
เซียวยวี่ก้มหน้าทำงาน ทำเป็นหูทวนลม
ระหว่างทางที่เซี่ยยวี่หลัวเดินไป ได้ยินถ้อยคำเสียดสีไม่น้อยเลย
“ข้าว่าเซียวยวี่คงถอดใจแล้ว สอบมานานหลายปี รู้ว่าตัวเองสอบไม่ผ่าน จึงมาทำงานในไร่นาอย่างไรเล่า! ” มีคนกล่าวพลางหัวเราะอย่างดูแคลน
“ฮะฮะ เมื่อก่อนดูราวกับเมฆบนท้องฟ้าอย่างไรอย่างนั้น ตอนนี้ดูอีกที ก็เป็นแค่ดินโคลนบนพื้นไม่ใช่หรือ ต่างจากพวกเราตรงไหน”
“ข้าจะดูว่าเซี่ยยวี่หลัวนั่นยังจะทำเป็นได้ใจอีกนานแค่ไหน สามีของนางไม่อาจสอบเป็นซิ่วไฉ นางไม่อาจเป็นฮูหยินขุนนาง ดูว่านางจะอยู่ในบ้านตระกูลเซียวอีกนานแค่ไหน คาดว่าทนลำบากไม่ไหวก็คงจะหนีไปเอง”
ตลอดทางที่มา เซี่ยยวี่หลัวเดินมาด้วยจิตใจหนักอึ้ง
ราวกับแบกเครื่องพันธนาการหนักอึ้งไว้บนหลัง กดทับจนเซี่ยยวี่หลัวหายใจไม่ออก
นั่นสิ นางในอดีตเคยกล่าวไว้ ว่าจะไม่แต่งกับคนทำงานคลุกดินโคลน ไม่แต่งกับครอบครัวชาวนา เพราะเซียวยวี่เป็นบัณฑิต นางจึงยอมแต่งด้วย แต่ครอบครัวนี้ยากจนถึงเพียงนั้น ความอดทนของนางลดลงเรื่อยๆ จึงได้อาละวาดขอหนังสือหย่าฉบับนั้นมาก่อนที่เซียวยวี่จะไปสอบ
ขอเพียงเซียวยวี่สอบผ่าน นางจะอยู่ต่อ หากเซียวยวี่สอบไม่ผ่าน นางก็จะไปทันที
ช่างลุ่มหลงในอำนาจ ช่างไร้หัวใจนัก ไม่สนใจใยดีความสัมพันธ์สามีภรรยาแม้แต่น้อย!
เซี่ยยวี่หลัวไม่รู้ว่าเซียวยวี่คิดเช่นไร นางถือขวดยาไว้ เดินไปทีละก้าว จวบจนมีอะไรบางอย่างไหลผ่านหลังเท้าไป เซี่ยยวี่หลัวก้มหน้าดู ก็เห็นงูตัวหนึ่งกำลังเลื้อยโดยมุดออกจากใต้กระโปรงนาง ก่อนจะเลื้อยเข้าไปในพงหญ้าข้างๆ
“อ๊า…”
เซี่ยยวี่หลัวตกใจจนสติเตลิด เปล่งเสียงร้องดังลั่นราวกับคนเสียสติ จากนั้นจึงวิ่งพรวดพราดไปข้างหน้าราวกับแมลงวันไร้หัวก็มิปาน
เรียกว่าวิ่งประหนึ่งบินพุ่งได้เลย!
ทุกคนเห็นเพียงเบื้องหน้ามีคนผู้หนึ่งวิ่งผ่านไปด้วยความเร็วสูง เร็วเกินไป มองไม่ชัดด้วยซ้ำว่าหน้าตาเป็นอย่างไร คนผู้นั้นก็วิ่งผ่านไปแล้ว
ส่วนเซียวยวี่ ก็หันหน้ากลับมาด้วยความตกตะลึง
นั่นเป็นเสียงของเซี่ยยวี่หลัว ถึงแม้เสียงจะแหลมสูงจนเสียงหลง เขาก็ฟังออก ว่านั่นคือเสียงของเซี่ยยวี่หลัว
เห็นเพียงเงาร่างหนึ่งวิ่งพรวดมาทางตัวเองอย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีเสียงร้องดังลั่นเสียงแล้วเสียงเล่า
“เซียวยวี่ เซียวยวี่…”
เสียงแหลมสูง แผดเสียงร้องลั่นจนเสียงหลง
เซียวยวี่โยนจอบในมือทิ้ง วิ่งไปยังคันนา วิ่งไปทางเซี่ยยวี่หลัวเช่นกัน
“อาหลัว…”
เซียวยวี่ตะโกนเรียกด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่รู้ว่าเซี่ยยวี่หลัวเป็นอะไรไป ในห้วงภวังค์มีเพียงความคิดเดียว นางกำลังกลัว เขาต้องไปปกป้องนาง
ทั้งสองคนวิ่งไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เซี่ยยวี่หลัวตกใจจนน้ำตาไหล เบื้องหน้าดูพร่ามัว เพียงเห็นคนผู้หนึ่งวิ่งมาทางตัวเอง
“เซียวยวี่…”
เซี่ยยวี่หลัวพุ่งชนใส่อ้อมอกอันอบอุ่น คนตรงหน้ากอดนางไว้แน่น ทั้งสองคนถูกชนจนเซถอยหลัง เซียวยวี่ต้องใช้แรงอย่างมากจึงสามารถทรงตัวไม่ให้ล้มไปด้านหลังได้
“งู งู งู…” เซี่ยยวี่หลัวตกใจจนหยาดน้ำตาไหลรินเต็มใบหน้า กอดเซียวยวี่พลางร้องไห้แทบขาดใจ
งูตัวนั้นเลื้อยผ่านรองเท้าปักลายของนางไป ทั้งที่มีรองเท้าปักลายกั้นอยู่ นางยังสามารถสัมผัสได้ถึงผิวอันลื่นไหลของงู ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
“ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว ตรงนี้ไม่มีงู ไม่มีงู” เซียวยวี่โอบกอดคนในอ้อมอกไว้ กลิ่นสตรีหอมหวานลอยมาแตะจมูก เซียวยวี่ไม่ทันคิดอะไรมากกว่านั้น กอดเซี่ยยวี่หลัวพลางปลอบโยนไม่หยุด “ข้าอยู่นี่ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว! ”
เซี่ยยวี่หลัวร้องไห้สะอึกสะอื้น ร่างกายสั่นเทิ้มเพราะความกลัว
เซียวยวี่โอบกอดนางไว้ในอ้อมอก แทบอยากรั้งนางเข้ามาหากายตัวเอง มือขวาวางไว้ด้านหลังศีรษะเซี่ยยวี่หลัว กดไว้ในอ้อมอกแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเซี่ยยวี่หลัวกลัวงูถึงเพียงนี้ ท่าทางหวาดกลัวจนแทบคลุ้มคลั่ง ทำให้เซียวยวี่ตกใจจนขวัญกระเจิง
เขาเองก็ตกใจเหมือนกัน
เซี่ยยวี่หลัวร่ำไห้สะอื้น แนบติดตรงอกเซียวยวี่แน่น เมื่อได้ยินเสียงหัวใจของเซียวยวี่ที่เต้นอย่างทรงพลัง หัวใจของนางที่เมื่อครู่เต้นเร็วราวกับรัวกลองจึงค่อยๆ สงบลง
จวบจนนางพบว่า ตัวเองขดตัวอยู่ในอ้อมอกของท่านราชบัณฑิตน้อย กลิ่นอายบุรุษลอยมาแตะจมูก รวมถึงเสียงหัวใจเต้นอันทรงพลัง ทำให้เซี่ยยวี่หลัวทั้งรู้สึกสงบใจและปรารถนา
ไม่เคยมีผู้ใดทำให้นางเกิดความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน รู้สึกว่าจังหวะหัวใจที่เพิ่งสงบลง เริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง เต้นแรงเหมือนกับตอนเจองู แต่นั่นเป็นเพราะตกใจกลัวจนขวัญผวา นี่เป็น… ความอายจนหน้าแดงถึงใบหู
ร่างกายที่แข็งทื่อเคลื่อนไหวเล็กน้อย เซียวยวี่เสียงแทบจะแหบแห้ง “เป็นอะไรไป”
เซี่ยยวี่หลัวดิ้นรนอยู่ในอ้อมอกของเขา เซียวยวี่เข้าใจทันที
ได้แต่ปล่อยมือออกด้วยความจนใจ ร่างอ่อนนุ่มในอ้อมอกถอยหลังไปหลายก้าวอย่างรวดเร็ว เซียวยวี่กัดริมฝีปากทีหนึ่ง หัวใจราวกับร่วงหล่นลงต่ำ ความรู้สึกหดหู่ น้อยเนื้อต่ำใจ เศร้าโศกเสียใจ ทยอยคืบคลานเข้าสู่กลางใจ
สีหน้าของเซี่ยยวี่หลัวขึ้นสีแดงเรื่อผิดปกติ ไม่รู้ว่าเพราะนางตกใจหรือเขินอาย
นางถอยหลังไปสองก้าว หยุดยืน เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก จากนั้นจึงยื่นมือออกมา “ให้เจ้า”
รู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย
กลางฝ่ามือเรียวเล็ก มีขวดกระเบื้องขนาดเล็กหนึ่งขวด เซี่ยยวี่หลัวบีบไว้จนเหงื่อออก
เมื่อครู่นางวิ่งตามสัญชาตญาณ เกือบจะทิ้งขวดกระเบื้องไป ยังดีที่ถึงแม้นางตกใจจนขวัญกระเจิง ก็ยังจำได้ว่านี่เป็นยาที่จะให้ท่านราชบัณฑิตน้อย นางตกใจจนสติเลอะเลือนก็ไม่สำคัญ แต่ยาของท่านราชบัณฑิตน้อยจะทิ้งไปไม่ได้
ไม่ได้ทิ้งจริงๆ !
เซียวยวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่เข้าใจความหมายของเซี่ยยวี่หลัว
เซี่ยยวี่หลัวเห็นเขาไม่รับ ได้แต่เปิดขวดยาด้วยตัวเอง จากนั้นจึงจับมือซ้ายของเซียวยวี่ขึ้นมา
บาดแผลลึกสามแผลด้านหลังมือ ในนั้นมีสะเก็ดเลือดสีแดงเข้มด้วย เซี่ยยวี่หลัวเม้มริมฝีปากแน่น เทผงยาในขวดลงบนบาดแผลอย่างระมัดระวัง
เซียวยวี่จ้องมองการกระทำของเซี่ยยวี่หลัวอย่างตาไม่กะพริบ
นาง… กำลังใส่ยาให้เขา?
ไม่ได้ดูผิด เซี่ยยวี่หลัวกำลังใส่ยาให้เขาจริงๆ
ท่าทางระมัดระวังนั่น เซียวยวี่เห็นแล้วหัวใจแทบหล่นวูบ
สีหน้าท่าทางที่แฝงเร้นด้วยความรักลึกซึ้งเช่นนี้ บัดนี้เขารู้สึกปรารถนาสุดหัวใจ