ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 11 บทที่ 317 ตกใจจนล้มป่วย
บาดแผลลึกมาก เซียวยวี่เพียงล้างทำความสะอาดหนึ่งครั้ง ไม่ได้จัดการด้วยวิธีอื่นอีก คิดว่าอีกไม่กี่วันก็หายเอง ไม่ได้เก็บบาดแผลนี้มาใส่ใจแม้แต่น้อย
แต่เซี่ยยวี่หลัวกลับใส่ยาให้เขา นางรู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าเขาได้รับบาดเจ็บ?
นึกขึ้นได้ว่าตอนกินข้าวเมื่อครู่ เขาใช้มือซ้าย เซียวยวี่เข้าใจทันที น่าจะเป็นในตอนนั้นเอง ที่เซี่ยยวี่หลัวเห็นเข้า
เซียวยวี่ได้แต่ยิ้มขมอยู่ในใจ เขาไม่อยากใช้มือขวา เพราะปลายเล็บมือขวาเต็มไปด้วยคราบสกปรกสีดำ ล้างอย่างไรก็ไม่สะอาด เขาไม่ได้คิดจะให้ทุกคนเห็นบาดแผล และไม่เคยคิดอยากให้เซี่ยยวี่หลัวเศร้าใจ
“บาดแผลของเจ้าลึกมาก ทำไมถึงไม่พูดอะไรสักคำ หรือเจ้าคิดจะรอให้บาดแผลหายเอง? ” เซี่ยยวี่หลัวใส่ผงยาเสร็จ จึงหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดของตัวเองขึ้นมา พันตรงบาดแผลไว้
มีผ้าเช็ดหน้าเพียงผืนเดียว นิ้วมือสามนิ้วถูกพันไว้ด้วยกัน เหลือเพียงนิ้วมือสองนิ้วไว้ข้างนอก
คราวนี้แม้แต่จะทำเกษตรก็ทำไม่ได้แล้ว
“ไม่ต้องพันไว้ เดี๋ยวจะทำงานไม่สะดวก” เซียวยวี่ยื่นมือไปจะแกะผ้าเช็ดหน้าออก เซี่ยยวี่หลัวจับมือขวาของเขาไว้ กล่าวอย่างไม่พอใจ “ทำงานอะไร กลับไปอ่านตำราเสีย”
กล่าวจบ ไม่รอให้เซียวยวี่กล่าวอะไร เข้าไปในแปลง หยิบจอบที่ถูกโยนไว้ก่อนกล่าว “ไป กลับบ้าน”
เพิ่งขุดดินในแปลงได้เพียงสามส่วน ยังเหลืออีกมากกว่ากึ่งหนึ่ง เซียวยวี่ “ข้า…”
“กลับบ้าน” เซี่ยยวี่หลัวไม่ปล่อยให้เขากล่าวอะไร ดันเซียวยวี่ไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ “มือเจ็บขนาดนี้แล้ว ไม่พักผ่อนดีๆ ให้บาดแผลสมานตัว เจ้าคิดจะไม่เอามือข้างนี้แล้วหรืออย่างไร? ”
ยุคสมัยโบราณไม่เหมือนกับยุคปัจจุบันที่มียาดีนานาชนิด สามารถกินยาฆ่าเชื้อลดอาการอักเสบ ผ่านไปไม่กี่วันแผลก็สมานตัว ยุคสมัยโบราณทำได้เพียงใส่ผงยาเล็กน้อย คนที่หายก็หาย คนที่ไม่หาย หากบาดแผลติดเชื้อ เช่นนั้นยิ่งอันตราย!
เซี่ยยวี่หลัวสีหน้าบึ้งตึง แฝงเร้นด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน
เซียวยวี่กลับตวัดริมฝีปากขึ้น
นางกำลังเป็นห่วงเขาหรือ?
เซียวยวี่เดินอยู่ข้างหน้า เซี่ยยวี่หลัวตามอยู่ข้างหลัง เดินไปครู่หนึ่ง เซียวยวี่ที่อยู่ข้างหน้าพลันหยุดชะงัก เผชิญกับการหยุดกะทันหัน เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกเย็นสันหลังวาบ งูอีกแล้ว?
สายลมภูเขาพัดผ่าน เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกหนาวเล็กน้อย ร่างกายเริ่มสั่นไม่หยุด สมองเกิดอาการมึนงง สติเลื่อนลอยยิ่งกว่าเดิม
เซียวยวี่หันตัวกลับมา มองดูเซี่ยยวี่หลัวที่สีหน้าขาวซีด ก่อนเอ่ยถาม “เจ้ามาเพื่อมอบยาให้ข้าหรือ? ”
เซี่ยยวี่หลัวตัวสั่นเพราะความหนาว สติไม่แจ่มชัด ในหูมีเสียงดังอื้ออึง “เจ้า… ว่าอะไรนะ? ”
ใบหน้าเซียวยวี่ค่อยๆ พร่ามัว เซี่ยยวี่หลัวกะพริบตาปริบๆ ยังคงมองไม่ชัด ห้วงภวังค์สับสนวุ่นวาย จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีก เพียงจำได้ว่าก่อนเบื้องหน้านางจะมืดมิด สิ่งสุดท้ายที่ปรากฏสู่สายตาคือเซียวยวี่ที่เป็นห่วงถึงขีดสุดจนเกิดอาการลนลาน จากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีก
เซี่ยยวี่หลัวหมดสติไป
เซียวยวี่ตกใจเป็นอย่างยิ่ง
เอื้อมมือไปรับตัวนางที่ล้มลง รับตัวนางไว้ หลังจากนั้นจึงตกใจเมื่อพบว่า ตัวเซี่ยยวี่หลัวร้อนจัด ราวกับถูกไฟเผาไหม้ก็มิปาน
นางมีไข้
เซียวยวี่อุ้มนางขึ้นโดยช้อนใต้วงแขนและใต้เข่า วิ่งไปทางบ้านอย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านที่ทำงานกันอยู่ในท้องนาต่างหันมองกันไป มองกันมา ต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
เซี่ยยวี่หลัวกลัวงูจนถึงขั้นหมดสติไป!
ช่างเป็นคนขี้กลัวราวกับคุณหนูผู้ดีจริงๆ
เซียวยวี่อุ้มนางวิ่งไปในบ้านอย่างเร่งรีบ เด็กสองคนกำลังฝึกเขียนหนังสือ ได้ยินเสียงเตะประตูจากด้านนอก ก็ตกใจสะดุ้ง รีบวิ่งออกมา เห็นพี่ใหญ่อุ้มคนไว้ในอ้อมอกพุ่งพรวดเข้ามา
เซียวจื่อเซวียนตกใจจนกล่าวเสียงดัง “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่เป็นอะไรไปขอรับ? ”
“เร็ว รีบไปเชิญท่านลุงสองมา” เซียวยวี่ไม่มีเวลาอธิบาย เพียงตะโกนเสียงดัง
เซียวจื่อเซวียนไม่กล้ารีรอช้า รีบวิ่งออกไปทันที ท่านลุงสองเป็นหมอเท้าเปล่า[1]ในหมู่บ้าน ปกติถ้ามีคนปวดหัวไข้ขึ้นล้วนไปหาท่านลุงสอง
เซียวยวี่วางเซี่ยยวี่หลัวลงบนเตียง เห็นนางตัวร้อนไปทั้งตัว กลับหนาวสั่นอยู่ตลอด ริมฝีปากถูกกัดจนขาวซีด ดวงหน้าประณีตงดงามขมวดจนหน้ามุ่ย ดูท่าทางจะทรมานเป็นอย่างมาก
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่เป็นอะไรไปเจ้าคะ? ” เซียวจื่อเมิ่งเห็นท่าทางน่าสงสารของพี่สะใภ้ใหญ่ ตกใจจนส่งเสียงสะอื้นไห้
เซียวยวี่ “อาเมิ่งไม่ร้อง เจ้าไปเล่นก่อน อย่าอยู่รบกวนพี่สะใภ้ใหญ่ที่นี่”
เซียวจื่อเมิ่งสะอึกสะอื้น เดินไปสองก้าว ก่อนจะโผกลับมาอีกครั้ง “ไม่ได้เจ้าค่ะ พี่ใหญ่ ข้าจะอยู่ข้างๆ เฝ้าพี่สะใภ้ใหญ่”
นางไม่เคยเห็นพี่สะใภ้ใหญ่เป็นเช่นนี้มาก่อน เซียวจื่อเมิ่งเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ
เซียวยวี่เห็นนางยืนกราน จึงได้แต่ตอบตกลง “ได้ เจ้าเฝ้าพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าก่อน”
กล่าวจบ จึงรีบพุ่งพรวดเข้าไปในห้องครัว
เซี่ยยวี่หลัวตัวร้อนจัด กลับหนาวจนสั่นเทิ้ม เซียวยวี่ไม่รู้ว่านางเป็นอะไร ตักน้ำร้อนหนึ่งอ่าง เติมน้ำเย็นเล็กน้อย ผสมให้เป็นน้ำอุ่น แล้วจึงกลับมาในห้องอีกครั้ง นำผ้าเช็ดหน้าสะอาดชุบน้ำจนชุ่ม บิดจนหมาดแล้วจึงเช็ดร่างกายของเซี่ยยวี่หลัวที่ร้อนจัดเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ
เซียวจื่อเมิ่งไม่กล้ากล่าวอะไร อยู่ข้างๆ เบิกตากว้างจ้องมองเซี่ยยวี่หลัวอย่างไม่ละสายตา แววตาเต็มไปด้วยประกายห่วงใย
เซียวยวี่เห็นท่าทางของเด็กคนนี้ คิดอยากบอกให้นางออกไป แต่พอคิดว่าปกติเซี่ยยวี่หลัวรักใคร่เด็กคนนี้เป็นอย่างมาก บัดนี้นางล้มป่วย เซียวจื่อเมิ่งดูแลอยู่ข้างๆ ก็เป็นเรื่องสมควร จึงไม่ได้กล่าวอะไรอีก
ในที่สุดเซียวจื่อเซวียนก็มา ท่านลุงสองอายุใกล้หกสิบปีแล้ว เซียวจื่อเซวียนแทบจะดึงเขาวิ่งมาตลอดทาง เพิ่งถึงตรงประตูบ้าน ยังไม่ทันได้พักหายใจก็โดนเซียวจื่อเซวียนดึงเข้ามาในบ้านทันที
สีหน้าของเซียวยวี่แฝงเร้นด้วยความเป็นห่วงเต็มประดา รีบดึงท่านลุงสองมายังข้างเตียง “ท่านลุงสอง ท่านช่วยข้าดูอาหลัวด้วยขอรับ นางเป็นอะไรไปขอรับ? ”
ท่านลุงสองหายใจหอบเหนื่อย เห็นท่าทางวิตกกังวลของเซียวยวี่ ก็ไม่มีแก่ใจจะหายใจหอบอีก รีบนั่งลง เปิดเปลือกตาของเซี่ยยวี่หลัวดู จากนั้นจึงแตะหน้าผาก แล้วจึงเริ่มจับชีพจร
เซียวยวี่ที่ดูอยู่ข้างๆ รู้สึกอกสั่นขวัญหาย หัวใจแทบกระโดดออกมาจากช่องอก
ผ่านไปครู่ใหญ่ ท่านลุงสองวางมือของเซี่ยยวี่หลัวลง เซียวยวี่เดินขึ้นหน้าสองก้าว น้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านลุงสอง อาหลัวเป็นอะไรไปขอรับ? ”
“ก่อนหน้านี้นางเคยตกใจกลัวใช่หรือไม่? ”
“ขอรับ ไปในแปลงนา เจองูเข้า” เซียวยวี่กล่าว
“เช่นนั้นก็ถูกแล้ว นางตกใจกลัวเท่านั้นเอง ไม่เป็นอะไร ข้าจะเขียนใบสั่งยาให้นาง ให้จื่อเซวียนกลับไปเอายากับข้า กินวันละสองครั้ง กินสักสองวันก็หายแล้ว” ท่านลุงสองกล่าว
“แต่ตัวนางร้อนมาก จะเป็นอะไร…” เซียวยวี่ยังคงไม่วางใจ
ท่านลุงสองโบกมือ ก่อนกล่าว “ไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไร เพียงแค่ตกใจเท่านั้น ข้ารับรองว่านางกินยาสักสองชุด มะรืนนี้ก็กระโดดโลดเต้นได้แล้ว แต่ต่อไปอย่าให้นางเจองูอีก แม่หนูนี่ คาดว่าคงกลัวงูแทบตาย”
“ใช่ขอรับ นางกลัวแทบตาย” เซียวยวี่มองคนบนเตียง ใบหน้าเล็กที่ขาวซีดนั่น เขารู้สึกสงสารจนแม้แต่ตอนหายใจยังทรมานใจ
เซียวจื่อเซวียนรับยากลับมาอย่างรวดเร็ว ต้มยาเสร็จจึงยกมาให้
เซียวยวี่ “พวกเจ้าไปห้องข้างๆ เถอะ ให้พี่สะใภ้ใหญ่ของพวกเจ้าพักผ่อนครู่หนึ่ง”
เซียวจื่อเซวียนพาน้องสาวไปอย่างว่าง่าย ภายในห้องเหลือเพียงเซียวยวี่และเซี่ยยวี่หลัวที่หมดสติอยู่
—————————————–
เชิงอรรถ
[1] หมอเท้าเปล่า คือ ผู้ที่ได้รับการฝึกการแพทย์พื้นฐาน ซึ่งจะทำงานในหมู่บ้านชนบทในประเทศจีน