ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 470 นางเป็นดาวนำโชคของตระกูลซ่ง เป็นเทพแห่งโชคลาภของเซียนจวีโหลว
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 470 นางเป็นดาวนำโชคของตระกูลซ่ง เป็นเทพแห่งโชคลาภของเซียนจวีโหลว
บทที่ 470 นางเป็นดาวนำโชคของตระกูลซ่ง เป็นเทพแห่งโชคลาภของเซียนจวีโหลว
ซ่งฉางชิงในยามนี้มีเรื่องต้องคิดมากมาย กดดันเคร่งเครียด กังวลและหวาดกลัว เฝ้าอยู่ริมเตียงฮูหยินเฒ่ากู้ทุกวัน เชิญท่านหมอมากลุ่มแล้วกลุ่มเล่า แต่ก็ไม่อาจหาสาเหตุการป่วยของมารดาได้ เรื่องนี้ทำให้ซ่งฉางชิงรู้สึกราวกับเป็นแมลงวันไร้หัว ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร!
“คุณชาย…” ตอนที่ซ่งฝูเข้าไป ก็เห็นคุณชายกำลังนวดคลึงหว่างคิ้ว ท่าทางเหมือนกำลังเคร่งเครียด ซ่งฝูเห็นแล้วรู้สึกเห็นใจยิ่งนัก “คุณชาย ถ้าอย่างไรท่านพักสักครู่เถอะขอรับ ข้าจะเฝ้าฮูหยินเฒ่าให้ หากนางตื่นแล้ว ข้าจะไปตามท่านขอรับ! ”
“ไม่ต้อง! ” ซ่งฝูมองดูของในมือซ่งฝู ก่อนยื่นมือไปรับสมุดบัญชี
ที่ผ่านมาซ่งฝูจะนำสมุดบัญชีมาให้เขาตรวจสอบทุกช่วงระยะเวลาหนึ่ง เขานึกว่าครั้งนี้ยังคงเหมือนกับที่ผ่านมา
ซ่งฝูยื่นส่งสมุดบัญชีให้คุณชาย
ซ่งฉางชิงเปิดดูอยู่หลายหน้า จุดที่เมื่อก่อนผิดพลาด ซ่งฝูแก้ไขทั้งหมดแล้ว และเล่มล่าสุด ไม่มีจุดที่ผิดแม้แต่จุดเดียว ซ่งฝูช่างก้าวหน้าขึ้นมากเสียจริง
“เจ้าก้าวหน้าขึ้นมากทีเดียว! ” ซ่งฉางชิงเอ่ยชมอย่างหาได้ยากนัก
ทว่า ความก้าวหน้านี้มากเกินไปอย่างแท้จริง ตอนที่มาเมื่อไม่กี่วันก่อน แม้แต่การคำนวณตัวเลขยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะคำนวณผิด เหตุใดตอนนี้…
เมื่อเห็นประกายสงสัยในแววตาคุณชาย ซ่งฝูจึงยิ้มจนตาหยี “คุณชาย มีคนสอนข้าว่าควรคำนวณเช่นไรขอรับ วิธีของนางทั้งง่ายและเรียนรู้ได้ง่าย ข้าเรียนครั้งเดียวก็ทำเป็นแล้วขอรับ”
“ใครสอนเจ้าหรือ? ” ซ่งฉางชิงนึกว่าเป็นนายบัญชีของร้านค้าแห่งใดแห่งหนึ่งที่มีเคยติดต่อการค้ากัน จึงไม่ได้ใส่ใจนัก
ซ่งฝูตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าอะไร “ฮูหยินเซียวเป็นคนสอนข้าขอรับ นางตั้งใจไปเซียนจวีโหลว เพื่อสอนข้าคิดบัญชีโดยเฉพาะ ทั้งยังช่วยข้าตรวจสอบบัญชีทั้งหมด หลังจากเปิดร้าน นางก็อยู่ข้างๆ ช่วยข้าดูอีกครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าข้าคำนวณได้ไม่ผิดแล้วจึงไปขอรับ”
ตั้งแต่ตอนที่ซ่งฉางชิงได้ยินคำว่าฮูหยินเซียว ก็ทำหูผึ่งตั้งใจฟังทันที
ซ่งฝูรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก ไม่ทันสังเกตว่าคุณชายไม่มีท่าทางไม่ใส่ใจเหมือนเมื่อครู่แล้ว สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือท่าทางฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
“นางไปที่นั่นหรือ? นางไปเซียนจวีโหลวด้วยเหตุอันใด? ” ซ่งฉางชิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ฮูหยินเซียวได้ยินจากฮวาเหนียงว่าฮูหยินเฒ่าล้มป่วย ท่านไม่อยู่ที่ภัตตาคาร ทั้งยังได้ยินว่าข้าคิดเงินได้ช้า ทำให้เสียลูกค้า ดังนั้นจึง…” ซ่งฝูเกาศีรษะพร้อมยิ้มเจื่อนด้วยความเก้อเขิน “นางบอกว่าท่านมีบุญคุณต่อนาง ช่วยแก้ไขสถานการณ์คับขันให้นาง ดังนั้นจึงอยากตอบแทนท่านขอรับ”
ซ่งฉางชิงไม่เคยคิดว่าตัวเองมีบุญคุณใหญ่หลวงถึงเพียงนั้นต่อเซี่ยยวี่หลัว
เพียงแค่สิ่งที่นางส่งมา เป็นของที่เซียนจวีโหลวต้องการก็เท่านั้น หากนางส่งไปยังภัตตาคารแห่งอื่น ผู้ที่จะได้รับความเสียหายก็คือเซียนจวีโหลว
ซ่งฉางชิงรู้ว่าคนที่ได้ผลประโยชน์คือเซียนจวีโหลว ภายหลังจากที่รู้จักกับเซี่ยยวี่หลัว กิจการของเซียนจวีโหลวก็ดีขึ้นไม่รู้ตั้งเท่าใด ทั้งเรื่องการเก็บแป้ง ก็ช่วยพวกเขาแก้ปัญหาที่อาจเกิดหายนะจากการระเบิดครั้งใหญ่ได้ สิ่งเหล่านี้ ซ่งฉางชิงไม่ได้กล่าวขอบคุณเซี่ยยวี่หลัวแม้แต่ครั้งเดียว ทว่า เมื่อนางได้รู้ว่าเขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก กลับยื่นมือเข้าช่วยเหลืออีกครั้ง
บุญคุณเช่นนี้ ซ่งฉางชิงไม่รู้ว่าจะตอบแทนเช่นไร
“ฮูหยินเซียวมอบสูตรอาหารให้เซียนจวีโหลวอีกสองสูตรด้วยขอรับ อาจเพราะนางเห็นว่ากิจการของเซียนจวีโหลวในช่วงนี้ไม่ค่อยดีนัก หลังจากคิดบัญชีเสร็จ จึงเขียนสูตรอาหารให้สองสูตรขอรับ! ”
“สูตรอาหารที่นางเขียนเอง? ” ซ่งฉางชิงได้ฟังเรื่องนี้ ก็รีบเอ่ยถามทันที
ซ่งฝูพยักหน้า “ขอรับ ข้าเห็นกับตาว่าฮูหยินเซียวเขียนขอรับ”
“สูตรอาหารนั่นเล่า? ”
“สูตรอาหารมอบให้พ่อครัวแล้วขอรับ ตอนนี้น่าจะอยู่ที่พ่อครัว”
“เจ้ารีบนำสูตรอาหารมา วางไว้ในลิ้นชักภายในห้องของข้า” ซ่งฉางชิงกล่าวกำชับอย่างรีบร้อน
ตัวอักษรที่นางเขียน จะมอบให้ผู้อื่นโดยง่ายได้อย่างไร?
ซ่งฝูไม่รู้ว่าเหตุใดคุณชายถึงใส่ใจสูตรอาหารถึงเพียงนี้ รีบตอบกลับว่าได้ขอรับ เขาตื่นเต้นจนแววตาฉายประกายเคารพเลื่อมใสเซี่ยยวี่หลัวจากใจจริง “คุณชาย ก่อนหน้านี้ตอนเกิดเรื่องแป้งขึ้น ฮูหยินเฒ่าเคยกล่าวว่าฮูหยินเซียวเป็นดาวนำโชคของตระกูลซ่ง ข้าก็เชื่อเช่นนั้น แต่ตอนนี้ ข้ารู้สึกว่าฮูหยินเซียวไม่เพียงแต่เป็นดาวนำโชค แต่นางเป็นเทพแห่งโชคลาภของเซียนจวีโหลวขอรับ ขอเพียงมีนางอยู่ กิจการของเซียนจวีโหลวก็จะดี คำว่าฝูในชื่อข้า มอบให้ฮูหยินเซียวเลยก็ได้ขอรับ! ”
ซ่งฉางชิงที่ไม่ได้ยิ้มมานานเม้มริมฝีปากแย้มรอยยิ้มเล็กน้อย เบื้องลึกแววตาฉายประกายแสงสว่างพร่างพรายดุจดวงดารา
เป็นเช่นนั้นจริง!
นางเป็นดาวนำโชคของตระกูลซ่ง เป็นเทพแห่งโชคลาภของเซียนจวีโหลว และสำหรับเขา…
เพียงแค่คิดถึงนาง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็หายไปจนสิ้นในทันที
ซ่งฝูได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าคุณชาย เพียงคิดว่าเพราะปัญหาใหญ่ของเซียนจวีโหลวได้รับการแก้ไข จึงรู้สึกยินดี ไม่ได้คิดเป็นอื่น
บทสนทนาของทั้งสองคน ถูกกู้ซินเยว่ที่มาในภายหลังได้ยินทั้งหมด
ฮูหยินเซียว?
ฮูหยินเซียวอีกแล้ว!
กู้ซินเยว่เป็นคนที่มีจิตปรปักษ์ต่อเซี่ยยวี่หลัวเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินชื่อฮูหยินเซียวอีกครั้ง กู้ซินเยว่จึงโมโหจนกำหมัดไว้แน่น ดวงตาคู่โตดุจผลซิ่งที่เดิมทีงดงามอ่อนโยน บัดนี้ฉายประกายแสงโหดเหี้ยมที่เห็นแล้วต้องรู้สึกหนาวสะท้าน
จื่อเยียนที่อยู่ข้างๆ เห็นบ่อยจนไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกแล้ว นางตามอยู่ข้างหลังกู้ซินเยว่อย่างว่าง่าย ในมือถือโจ๊กรังนกที่เพิ่งต้มเสร็จ
นายบ่าวด้านในสนทนากันอย่างมีความสุข กู้ซินเยว่ได้แต่กลับห้องของตัวเอง เพิ่งเข้าไป นางก็หันกลับมา ง้างมือขึ้นปัดโจ๊กรังนกในมือจื่อเยียนจนหกคว่ำ
โจ๊กรังนกที่ร้อนจนเดือดหกใส่หลังมือของจื่อเยียนทันที จื่อเยียนโดนลวกจนแสยะปากกัดฟัน แต่กลับไม่กล้ากล่าวอะไรแม้แต่คำเดียว ทำได้เพียงอดทนไว้ นางรีบยื่นมือที่ถูกลวกจนเป็นสีแดงออกมา ก่อนหยิบชามที่ล้มคว่ำตั้งขึ้นอีกครั้ง
กู้ซินเยว่กำหมัดแน่น ออกแรงกดลงบนโต๊ะ ไม่กล้าออกแรงตบโต๊ะ ทั้งยังไม่กล้าขว้างปาข้าวของ
นับตั้งแต่ฮูหยินเฒ่ากู้ล้มป่วย นางก็อาศัยข้ออ้างที่จะดูแลท่านป้า เข้าไปอาศัยในเรือนของท่านป้า
ส่วนญาติผู้พี่ นับตั้งแต่ตอนนั้นก็อาศัยอยู่ในเรือนตระกูลซ่ง เพื่อดูแลมารดาที่ล้มป่วย จึงให้ท่านป้ากุ้ยเก็บกวาดห้องข้างๆ ให้เขา
กู้ซินเยว่รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เช่นนี้ก็จะได้พบญาติผู้พี่ทุกวัน นอกจากนั้น ทั้งสองคนยังร่วมกันปรนนิบัติฮูหยินเฒ่า กู้ซินเยว่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่ เชื่อว่า ขอเพียงนางพยายาม ญาติผู้พี่ต้องเห็นความดีของนางแน่
แต่ที่ไหนได้ หลายวันให้หลัง ซ่งฉางชิงกลับบอกว่า ทางฮูหยินเฒ่า ดูแลทีละคนก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ทั้งสองคน นั่นหมายความว่า ตอนที่ซ่งฉางชิงอยู่ กู้ซินเยว่ไม่จำเป็นต้องไป และตอนที่กู้ซินเยว่อยู่ ซ่งฉางชิงก็ไม่จำเป็นต้องไปเช่นกัน
แต่ช่วงเวลาส่วนใหญ่ เป็นซ่งฉางชิงที่คอยดูแล กู้ซินเยว่จะส่งของอะไรให้ ก็ได้แต่ส่งผ่านผู้อื่น
ถึงแม้จะอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน อยู่ใกล้กันมากขึ้น แต่เมื่อเป็นเช่นนี้กลับทำให้กู้ซินเยว่รู้สึกทรมานยิ่งกว่าตอนที่ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเสียอีก