ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย - บทที่ 1761 ลูกสาวภรรยาเอกเทียบกับลูกสาวอนุภรรยาไม่ได้
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
- บทที่ 1761 ลูกสาวภรรยาเอกเทียบกับลูกสาวอนุภรรยาไม่ได้
บทที่ 1761 ลูกสาวภรรยาเอกเทียบกับลูกสาวอนุภรรยาไม่ได้
………………..
บทที่ 1761 ลูกสาวภรรยาเอกเทียบกับลูกสาวอนุภรรยาไม่ได้
รอยยิ้มบนใบหน้าของฟางหลานซินกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และความพึงพอใจฉายไปทั่วใบหน้าของนาง เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้นางจึงรีบปิดหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้า แต่ไม่ว่านางจะเคลื่อนไหวเร็วแค่ไหน กู้เสี่ยวหวานก็ยังสามารถมองเห็นความพึงพอใจนั่นได้อย่างชัดเจน
ไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้เรื่องการหย่าร้างระหว่างฟางเจิ้งสิงและหลูเหวินซิน แม้แต่ ฟางเพ่ยหยาที่เป็นลูกสาวของภรรยาเอก ฟางเจิ้งสิงก็ไม่ใส่ใจที่จะถาม และฝากเรื่องนี้ไว้กับหลูเหวินซินดูแล
เป็นเรื่องใหญ่ที่เขาไม่เก็บลูกสาวที่ถูกต้องตามกฎหมายไว้
สิ่งนี้หมายความว่า…ในใจของฟางเจิ้งสิงไม่มีลูกสาวคนนี้อยู่เลย
เมื่อก่อนคนที่หย่าร้าง ทุกครั้งผู้หญิงกลับไปหาครอบครัวเดิม ลูก ๆ จะอยู่กับบิดา แต่ฟางเพ่ยหยาเลือกที่จะติดตามมารดาของตนไป นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสิ่งนี้ ทุกคนต่างเห็นได้ชัดเจนว่าฟางเจิ้งสิงเกลียดลูกสาวคนนั้นมากแค่ไหน
ทุกคนรู้ว่าฟางเพ่ยหยานั้นทั้งอ้วนและน่าเกลียด ไม่ว่านางจะแต่งงานได้หรือไม่ก็ล้วนเป็นปัญหาของตนเอง และฟางเจิ้งสิงก็ไม่ได้โง่เขลาที่จะเลี้ยงดูลูกสาวที่ไร้ประโยชน์
ไม่ต้องพูดถึงว่าไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ และยังต้องมากังวลเรื่องการแต่งงานของนางในอนาคตอีก
ยกเว้นบางคนที่ไม่พอใจในความโหดเหี้ยมของฟางเจิ้งสิง แต่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกระทำของเขา
ฟางเพ่ยหยาถึงวัยที่จะแต่งงานแล้ว แต่แทบไม่มีคนมาขอแต่งงาน เว้นเสียแต่ว่าจะมีคนรับใช้ของตระกูลฟางที่อยากไต่เต้าขึ้นมา ก็ไม่มีผู้ใดแล้วที่อยากแต่งงานกับนาง
ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลฟางยังมีลูกสาวที่เกิดกับอนุภรรยาสองคน ทั้งคู่งดงามราวกับดอกไม้และเป็นที่ชื่นชอบ หากทุกคนไม่ได้ตาบอดก็จะเห็นความแตกต่างนี้ดี
อย่างไรก็ตามฟางเพ่ยหยาโตกว่า และใครจะขอแต่งงานกับฟางหลานซินและฟางจู๋อวิ๋น
แต่ตอนนี้ฟางเพ่ยหยาไม่อยู่ และเหลือลูกสาวอนุภรรยาที่งดงามเพียงสองคน พลังของฟางเจิ้งสิง ประกอบกับระดับความโปรดปรานในตัวของลูกสาวทั้งสองคนแล้ว ในอนาคตความนรุ่งโรจน์ของตระกูลฟางจะต้องก้าวไปอีกขั้นอย่างแน่นอน
เช่นเดียวกับตอนนี้ ฟางหลานซินและฟางจู๋อวิ๋นสวมเสื้อผ้าสีม่วงแดงหรูหราและปฏิบัติต่อผู้คนอย่างสง่างามและเหมาะสม เมื่อเห็นสิ่งนี้ผู้หญิงหลายคนกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเงียบ ๆ
ฟางเจิ้งสิงมากด้วยอำนาจ และตอนนี้เขาได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับตระกูลหวง หากใครสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลฟางได้ก็ถือว่าเป็นโชค
เมื่อคิดได้ว่าก่อนที่จะเดินทางมาครั้งนี้ นายท่านของหลายตระกูลเคยบอกว่ามีอนุภรรยาหลายคน และทุกคนต่างมีแผนการในใจ และมีบางคนที่เฝ้าดูการแต่งงานของลูกสาวที่เกิดจากภรรยาเอกอย่างเงียบ ๆ
ทันทีที่คำพูดของถานอวี้ซูจบลง ฟางหลานซินก็ปิดปากหัวเราะเบา ๆ “จวิ้นจู่ ท่านล้อเล่นหรืออย่างไร ตอนนี้พี่สาวของข้ากลับไปกับแม่ของนางแล้ว”
หลังจากฟางหลานซินพูดจบ ก็เหลือบมองไปยังงานเลี้ยงของเหล่าหญิงสาว และเห็นผู้หญิงหลายคนพยักหน้าให้นางอย่างเห็นด้วย มันทำให้นางพึงพอใจได้
ท่านแม่บอกตัวเองว่าไม่ว่าคนอื่นจะพูดหรือทำอะไรก็อย่าลืมสถานะและหน้าที่ ตราบใดที่ไม่ละเลยสิ่งนี้พวกนางก็จะไม่ทำผิดพลาด
ฟางจู๋อวิ๋นตามไปด้านข้างโดยไม่พูดอะไร นางรู้ว่าท่าทางของท่านพี่หมายถึงอะไรในตอนนี้ ในใจจึงโลดแล่น
เพราะทันทีที่สาวชาวนาผู้นี้ปรากฏตัวขึ้น นางก็ดึงดูดความสนใจจากหญิงสาวหลายคน แม้แต่ผู้หญิงสูงศักดิ์บางคนที่กำลังคุยกับพวกนางก็เบนความสนใจไปยังหญิงสาวคนนั้น
ฟางจู๋อวิ๋นไม่คาดคิดว่าผู้หญิงระดับสูงจะพ่ายแพ้ให้กับสาวชาวนา ดังนั้นจึงรู้สึกไม่พอใจ ดังนั้นเมื่อนางพูดเช่นนั้นออกมา แม้ว่ามันจะทำให้ไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร
ถานอวี้ซูส่งเสียงด้วยความประหลาดใจ “ทำไมนางถึงอยู่บ้านแม่ล่ะ นางไม่ใช่ลูกสาวที่ถูกต้องตามกฎหมายของตระกูลฟางหรอกหรือ ทำไมนางถึงอยู่ที่ตระกูลหลูได้ล่ะ”
ถานอวี้ซูผู้นี้ต้องการอะไร
“จวิ้นจู่ที่รัก ไม่รู้หรือว่าหลูเหวินซินถูกท่านพ่อของข้าหย่าแล้ว?”
ถานอวี้ซูและจวิ้นจู่อันผิงไม่ใช่สหายของฟางเพ่ยหยาหรอกหรือ ทำไมพวกนางถึงไม่รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของฟางเพ่ยหยากันล่ะ
“ดูเหมือนท่านจวิ้นจู่ทั้งสองจะยังไม่รู้เรื่องที่ใต้เท้าฟางหย่าร้างกับอดีตฮูหยินแล้ว”ทันใดนั้นเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
กู้เสี่ยวหวานเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย และเห็นคนที่คุ้นเคยยืนอยู่ไม่ไกล นางมีใบหน้ารูปเรียวดูมีเสน่ห์ แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรนางก็ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนดี
คนที่พูดคือคุณหนูคนรองของตระกูลซู ซูเฉี่ยนเยว่ซึ่งเป็นผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ของหมิงตูจวิ้นจู่
ซูเฉี่ยนเยว่ก้าวเข้ามา และจ้องไปที่หญิงสาวข้างถานอวี้ซูอย่างตั้งใจ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ความอิจฉาในใจของนางก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ทำเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเฉยเมย กู้เสี่ยวหวานก็ดึงดูดความสนใจของแขกผู้หญิงทุกคนแล้วราวกับดอกบัวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นอิสระจากสังคม
ผู้หญิงคนนี้งดงามจนผู้หญิงด้วยกันอิจฉา ริษยาและเกลียดชัง ทำให้ผู้ชายละสายตาไม่ได้ และพี่ชายของนางก็หลงใหลผู้หญิงคนนี้เช่นกัน
ฟางหลานซิน ฟางจู๋อวิ๋น และซูเฉี่ยนเยว่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่แล้ว และเมื่อพวกนางเห็นสิ่งนี้ และรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกนางก็กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ซูเฉี่ยนเยว่เดินไปทางด้านหน้าของจวิ้นจู่ทั้งสอง ทักทายนางอย่างเป็นกันเอง และไม่รอให้กู้เสี่ยวหวานตอบ ก็ยืดตัวตรงด้วยสีหน้าพึงพอใจ “ไม่ใช่ว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลฟางเป็นสหายกับจวิ้นจู่ทั้งสองหรอกหรือ เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้กับคุณหนูใหญ่ แต่จวิ้นจู่ทั้งสองไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ ดูเหมือนสหายสนิทคนนี้จะไม่จริงใจต่อกัน”
“โอ้ว ข้าได้ยินเพียงว่าทั้งสองหย่าร้างกัน และใต้เท้าฟางส่งสินสอดทั้งหมดของฮูหยินกลับไปยังตระกูลหลู ข้าไม่คาดคิดเลยว่าแม้แต่เลือดเนื้อของเขาเองจะถูกส่งกลับไปยังตระกูลหลูด้วย” ถานอวี้ซูคร่ำครวญพลางถอนหายใจ “เฮ้อ ดูเหมือนว่าใต้เท้าฟางจะรักเจ้าสองคนมาก เพ่ยหยาลูกสาวของภรรยาเอกคงเทียบเจ้าสองคนไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วก้อย”
เมื่อเหล่าแขกผู้หญิงได้ยินก็มีสีหน้าแข็งทื่อ
………………..