ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย - บทที่ 1774 หลุมที่ไร้ก้นบึ้ง
บทที่ 1774 หลุมที่ไร้ก้นบึ้ง
“โอ้สวรรค์…” เมื่อคนรอบข้างได้ยินก็ได้แต่อ้าปากค้างตกตะลึง หลูเหวินซินคนนี้แต่งงานกับฟางเจิ้งสิงมากว่าสิบปี และฟางเจิ้งสิงใช้สินสอดทั้งหมดที่นางนำมาจนหมด?
เงินจำนวนหลายแสนตำลึง เขาใช้จ่ายอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ
“จำนวนเงินนั้นมันมากเกินไป ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าอดีตฮูหยินฟางผู้นั้นใช้เงินจนมือเติบ!”
ฮูหยินคนหนึ่งพึมพำ
“เจ้าคงไม่ได้สังเกต เมื่อครู่คุณหนูใหญ่บอกว่าท่านแม่ของนางให้เครื่องประดับผมมูลค่าสูงกับนางเพียงครั้งเดียว แต่ใต้เท้าฟางกล่าวว่ามันไม่สำคัญว่าจะเป็นพันตำลึงเงินหรือหมื่นตำลึงเงิน ตราบเท่าที่ลูกสาวสายรองชอบ เขาก็ซื้อให้ได้ทุกอย่าง!” คนบางคนกล่าวขึ้น
“เขาเลี้ยงดูลูกสาวและอี๋เหนียงด้วยเงินของภรรยาเอก! เหอะ เจ้าดูภรรยาเอกและลูกสาวสายตรงของเขาสิ ทั้งหมดล้วนคือเงินของพวกนาง ไม่แปลกใจที่พวกนางต้องการมันคืน”
สามแม่ลูกราวกับถูกผลักลงหลุมที่ไร้ก้นบึ้ง พวกนางใช้เงินซึ่งเป็นของจากสินเดินของหลูเหวินซิน
ใบหน้าของฟางเจิ้งสิงเคร่งขรึมขึ้น สองมือกำหมัดแน่น เขาโกรธจนแทบอยากจะทุบตีนางอีกครั้ง
ครั้งนี้ฟางเพ่ยหยาจะยอมให้เขาลงมืออีกได้อย่างไร “เดิมทีข้าคิดว่าข้าวของของท่านแม่ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว แต่ต่อมาเมื่อข้าได้เห็นรายการสินสอดที่ท่านพ่อมอบให้กับตระกูลหวง ข้าวของเหล่านั้นเหมือนกับสินเดิมของท่านแม่ของข้าไม่ผิดเพี้ยน ท่านพ่อให้สินสอดแปดสิบแปดอย่างแก่ตระกูลหวงไม่ใช่หรือ ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่มีห้าสิบแปดชิ้นเหมือนกับท่านแม่ของข้า มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ หรือท่านพ่อเอาสินสอดเดิมที่เหลือของท่านแม่ไปแต่งงานกับภรรยาคนใหม่?”
ฟางเพ่ยหยากระตุกยิ้มมุมปาก นางเพิกเฉยต่อสีหน้ามืดมนของฟางเจิ้งสิง “ไร้สาระ ไร้สาระ!”
ฟางเพ่ยหยายิ้มไร้เดียงสา ทำให้ฟางเจิ้งสิงคำรามด้วยความโกรธ “สาระเลว…”
เขาอยากจะสั่งสอนฟางเพ่ยหยาอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้นางไหวตัวทัน จึงหลบหลีกการโจมตีของบิดาได้
จากสิ่งที่ฟางเพ่ยหยาอธิบาย ดูเหมือนว่าสินเดิมของหลูเหวินซินยังไม่ถูกใช้ไปจนหมด แต่พวกเขาละโมบโลภมาก หลังจากการหย่าร้างกันตระกูลฟางก็ใช้ข้ออ้างใช้สินเดิมเหล่านั้นหมดแล้ว และไม่ส่งคืนให้หลูเหวินซิน!
และในที่สุดสินสอดทองหมั้นของหลูเหวินซินก็กลายเป็นสินสอดของฟางเจิ้งสิงสำหรับภรรยาใหม่ ส่วนเครื่องประดับอื่น ๆ ก็ส่งต่อให้ลูกสาวสายรองสองคน
“ท่านพ่อ อย่าเพิ่งโกรธไปเลย วันนี้เป็นวันสำคัญของท่าน ท่านโกรธกระฟัดกระเฟียดเช่นนี้จะไม่ดีต่อร่างกายเอาได้นะเจ้าคะ!” ฟางเพ่ยหยาคลี่ยิ้มอ่อนโยน ตอนนี้ฟางเจิ้งสิงไม่ได้ลงมือกับนางอีกแล้ว ร่างกายของเขาซวนเซ หากไม่ใช่เพราะมีคนประคองเขาไว้ตอนนี้คงล้มลงกับพื้นไปแล้ว
ใบหน้าของฟางเจิ้งสิงบิดเบี้ยวน่าเกลียด แต่ไม่สามารถหาคำมาโต้แย้งได้
ทำได้เพียงเฝ้าดูอย่างช่วยไม่ได้ เพราะห้องโถงที่เคยมีสินสอดกองพะเนินแต่ตอนนี้มันหายไปกว่าครึ่ง
ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของหลูเหวินซินจริง ๆ!
ฟางเพ่ยหยามั่นใจและแน่วแน่ในการกระทำนี้มาก เพราะนางรู้ดีว่าสิ่งของเหล่านี้เป็นของมารดาตนเอง
ในบรรดาสินสอดแปดสิบแปดอย่าง มีห้าสิบแปดอย่างที่เหมือนกับสินสอดของหลูเหวินซิน ต่อให้เป็นคนโง่เขลาก็รู้ว่าสิ่งเหล่านี้มาจากไหน
ฟางเจิ้งสิงรู้สึกอับอาย ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำ เดี๋ยวดำเดี๋ยวแดง มองดูแล้วมีสีสันยิ่งนัก ครั้นเห็นรูปลักษณ์ที่น่าอายของเขา ฟางเพ่ยหยาก็มีความสุข หากแต่ในความสุขนั้นยังเจือไปด้วยความทุกข์เล็กน้อย
“เฮ้อ ข้าไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าตระกูลฟางจะทำสิ่งน่ารังเกียจเช่นนี้ ละโมบในสินเดิมของอดีตภรรยา เหอะเหอะ ตั้งแต่ก่อตั้งต้าชิงมาก็คงมีเขาเป็นคนแรกที่ทำเช่นนี้!”
ผู้คนมากมายถอนหายใจ เมื่อพบกับเรื่องสนุกในงานเฉลิมฉลองวันนี้ หลายคนที่เคยมีความขัดแย้งกับฟางเจิ้งสิงอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าใบหน้าของฟางเจิ้งสิงมืดลงเรื่อย ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขมาก ดูเหมือนว่าในอนาคตฟางเจิ้งสิงจะต้องใช้เวลานานกว่าจะกอบกู้หน้าของตนเองขึ้นมาได้
ฮูหยินบางคนถอนหายใจอย่างเสียใจ “เฮ้อ ช่างเป็นฮูหยินที่วิเศษจริง ๆ สินสอดห้าสิบแปดชิ้น เงินหลายแสนตำลึงเงิน เกรงว่าการที่ลูกสาวตระกูลหลูแต่งงานกับเขาจะเป็นเรื่องโชคร้าย โชคดีที่ตระกูลหลูเป็นขุนนางมาหลายชั่วอายุคน พวกเขาจึงมีทรัพย์สมบัติมากมาย ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ธรรมดาจะมีสิ่งของมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร ดูเหมือนว่าตระกูลหลูจะใส่ใจการแต่งงานครั้งนั้นมาก!”
“อีกทั้งยังเคยได้ยินมาว่าใต้เท้าฟางเคยเป็นผู้ดูแลการหนังสือ บนตัวเขาไม่ได้มีเงินมากมาย ไม่มีเงินสิดสอนด้วยซ้ำ สินสอดที่คุณหนูหลูนำมาล้วนเป็นของตระกูลหลู และนางก็ให้เพิ่มขึ้นเป็นห้าสิบแปดชิ้นนับว่าเป็นเงินมากมาย ดูสินสอดที่ตระกูลหวงมอบให้สิ…”
คนรับใช้ขานรายการสินสอดทองหมั้นตั้งแต่ชิ้นแรกจนชิ้นสุดท้าย และทุกคนที่ได้ยินอย่างชัดเจน “ก็คงเป็นของที่ซื้อมาจากตลาด เมื่อเทียบกับของตระกูลหลูแล้ว มันแย่กว่ามาก เกรงว่าแม้จะนำมายี่สิบชิ้นก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่ตระกูลหลูนำมาสิบชิ้นไม่ได้”
ในตอนแรก มีคนพูดคุยเรื่องนี้เพียงหนึ่งหรือสองคน ต่อมามีคนเข้าร่วมการสนทนามากขึ้นเรื่อย ๆ
ทุกคนจ้องมองสิ่งที่อยู่ในห้องโถงด้านข้างด้วยความดูถูก
ชั่วพริบตา สินสอดทองหมั้นครึ่งหนึ่งจากหนึ่งร้อยแปดชิ้นนั้นถูกทิ้งไว้ และสินสอดห้าสิบแปดชิ้นที่เหลือนั้นถูกวางไว้อย่างเรียบร้อย ไม่มีใครขยับเขยื้อน แต่อีกห้าสิบแปดชิ้นมีเพียงกล่องเปล่าวางซ้อนกัน ผ้าไหมสีแดงและกระดาษสีแดงที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งดูยุ่งเหยิง
เมื่อเห็นว่าทั้งหมดถูกบรรจุลงกล่องเรียบร้อย ฟางเพ่ยหยาก็ปรบมือ ประสานมือคำนับ พูดว่า “ท่านพ่อ ลูกสาวขอตัวก่อน ข้าขอให้ท่านพ่อมีความสุขในกับการแต่งงานครั้งนี้ มีทายาทไว ๆ และอายุยืนนาน!”
หลังจากพูดจบโดยไม่รอให้ฟางเจิ้งสิงพูดต่อ ฟางเพ่ยหยาหันหลังกลับและเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ราวกับว่านางไม่สนใจเกี่ยวกับความวุ่นวายที่นี่
ใบหน้าของฟางเจิ้งสิงเปลี่ยนเป็นความโกรธ
ในวันนี้เขาถูกทำให้เสียหน้า
แต่น่าเสียดาย ตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากมองฟางเพ่ยหยาเดินจากไป ตอนนี้มีคนมากมายและวันนี้เป็นงานเฉลิมฉลองงานแต่งงานของเขา ไม่เช่นนั้น เขาจะทุบตีผู้หญิงที่ดื้อรั้นคนนี้ให้ตายจริง ๆ
ฟางหลานซินประคองฟางเจิ้งสิงตลอดเวลา ทันใดนั้นก็เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่แขน ทำให้นางเกือบร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
เมื่อมองที่มือของฟางเจิ้งสิงกำรอบแขนนางแน่น ราวกับว่าเขาต้องการบีบแขนนางให้ละเอียด
ในขณะนี้ ดวงตาของฟางเจิ้งสิงแดงก่ำราวกับวิญญาณชั่วร้ายที่คลานออกมาจากนรก