ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย - บทที่ 1782 อาเจียนแล้วจะหายดี
บทที่ 1782 อาเจียนแล้วจะหายดี
ฟางเจิ้งสิงไม่ได้สัมผัสโดนริมฝีปากบางแดงคู่นั้น เพียงแค่จูบไปที่ใบหน้านวลเนียน ฟางเจิ้งสิงต้องขมวดคิ้วเมื่อตนเองพบกับความว่างเปล่า
“นายท่าน…พวกเรายังไม่ได้ดื่มสุรามงคลกันเลย…” หวงหรูซื่อค่อย ๆ ถอยห่างจากฟางเจิ้งสิง และพูดด้วยท่าทางเขินอาย
เรื่องที่นางเป็นกังวลมากที่สุดในวันนี้คือเรื่องเข้าหอ ส่วนเรื่องสินสอด เรื่องพระราชโองการนางล้วนลืมสิ้นหมดแล้ว
ตราบที่นางผ่านคืนนี้ไปอย่างปลอดภัย และยังทำให้เขาคิดว่านางยังบริสุทธิ์อยู่ เรื่องสินสอดเรื่องพระราชโองการอะไรนั่นนางจะค่อย ๆ ไปคิดบัญชีทีหลัง
ฟางเจิ้งสิงกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปนำเหล้ามา หวงหรูซื่อช่างใส่ใจเขา “นายท่าน เดี๋ยวข้าไปเอง วันนี้ท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดที่อ่อนโยนและใส่ใจของหวงหรูซื่อ ฟางเจิ้งสิงจึงรู้สึกว่าในหัวใจของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน
ความไม่สบายใจมลายหายไปในชั่วพริบตา เขานั่งอยู่ขณะเดียวกันก็เหลือบสายตามองไปที่หวงหรูซื่อ
มีหญิงงามอยู่ในอ้อมกอด วันดี ๆ เช่นนี้จะสูญเปล่าไปได้อย่างไร
“เหนียงจื่อ*[1] ช่วงเวลาอันมีค่าเช่นนี้ พวกเรารีบไปพักผ่อนกันเถอะ!” ฟางเจิ้งสิงกอดหวงหรูซื่อไว้ในอ้อมกอด ไม่ได้จุมพิตไปที่ริมฝีปากของหวงหรูซื่อ กลับฝังใบหน้าไปที่ลำคอขาวเนียนของอีกฝ่าย
ร่างกายของหวงหรูซื่อสั่นเทาเล็กน้อย ฟางเจิ้งสิงกอดนางแน่น จึงรับรู้ถึงร่างกายอันสั่นเทาของนางได้ เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดในใจเล็กน้อย จากนั้นก็รู้สึกโล่งใจ
หรือว่าร่างกายนางยังบริสุทธิ์ ค่ำคืนแรก แน่นอนว่าต้องทั้งอายทั้งกลัว จะเหมือนกับตนเองได้อย่างไร…
ฟางเจิ้งสิงคิดเช่นนี้ จึงมองข้ามความผิดที่หวงหรูซื่อไม่ให้ตัวเองจุมพิตเมื่อครู่ไป
สาวงามที่ยังบริสุทธิ์ ความเขินอายที่ยากจะหลีกเลี่ยงไม่ได้!
ฟางเจิ้งสิงมองแก้มแดงระเรื่อของคนในอ้อมแขน ราวกับดอกุหลาบเบ่งบานที่รอวันให้เขามาเด็ดดม
“เหนียงจื่อ เจ้ารอก่อน ข้าจะไปดับไฟ!” ฟางเจิ้งสิงรีบเป่าเทียนในห้องให้ดับลง มีเพียงเทียนสีแดงสองเล่มขนาดใหญ่ในห้องที่อยู่ด้านนอกเท่านั้นที่ยังลุกโชนอยู่
หลังจากที่ผ้าม่านหนาถูกปลดลงมา แสงที่อยู่ทางด้านนอกก็หายวับไปทันที ในห้องเหลือเทียนสีแดงเพียงเล่มเดียว ฟางเจิ้งสิงเดินถือเทียนสีแดงมาที่เตียง และวางลงที่ข้างหน้าต่าง
แสงที่กำลังจะเลือนหายไปในตอนนี้ มีเพียงเทียนเล่มเดียวก็สามารถมองได้อย่างชัดเจน
หลังจากที่ฟางเจิ้งสิงดื่มสุรามงคลเข้าไป เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าหวงหรูซื่อนั้นงดงาม คนตรงหน้างดงามเช่นนี้เขาจะทนได้อย่างไร คนที่อยู่ใต้ร่างมีอาการสั่นเทาเล็กน้อย ฟางเจิ้งสิงพุ่งตัวไปด้านหน้า และผลักคนที่อยู่ในอ้อมแขนลงกับเตียง
ม่านของเตียงถูกปลดลง ทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยความรักใคร่เสน่หา
เป็นค่ำคืนแห่งการเสพสุข
ในบ้านมีคู่แต่งงานใหม่ที่กำลังเสพสุขในห้องหอเป็นค่ำคืนแห่งความสุข แต่กับหลิวเนี่ยนโหรว กลับไม่ได้ดีเช่นนั้น
หลิวเนี่ยนโหรวรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ลานหลักในตอนนี้แล้ว เล็บของจิกลงบนเนื้อด้วยความโกรธ
“เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าบอกว่าหลูเหวินซินได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็นเก้ามิ่งฟูเหรินระดับหนึ่งงั้นรึ? ฟางเพ่ยหยาก็สวยขึ้น เป็นไปได้อย่างไร นางอ้วนคนนั้นไม่ใช่ว่าทั้งอ้วนทั้งอัปลักษณ์หรือ แค่ไม่นานจะกลายไปเป็นสาวงามได้อย่างไร” หลิวเนี่ยนโหรวเบิกตากว้าง ถามตงเสวี่ยอย่างกระวนกระวายใจ
ตงเสวี่ยรีบคุกเข่าแสดงการคำนับ “อี๋เหนียง ข้าไม่ได้พูดผิด คุณหนูใหญ่ตอนนี้รูปโฉมงามจริง ๆ ทั้งผอมทั้งสวย ฮูหยินคนก่อนก็ได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็นเก้ามิ่งฟูเหรินระดับหนึ่ง ผู้คนมากมายพูดกันให้แซ่ด ข้าน้อยไม่ได้ไปจึงไม่ได้ทราบรายละเอียด!”
หลิวเนี่ยนโหรวได้ฟังจึงรุดขึ้นหน้าแล้วเตะไปที่เข่าของตงเสวี่ยด้วยความโกรธ ตงเสวี่ยกัดฟันด้วยความเจ็บปวด แต่กลับไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
“เจ้าคนไร้ประโยชน์ ข่าวไม่จริงเช่นนี้ เจ้าเอามาบอกข้าทำไม? เจ้าอยากให้ข้าโมโหงั้นหรือ” หลิวเนี่ยนโหรวโมโหจนหน้าอกกระเพื่อม ใบหน้าฉายแววดุร้าย
“เรื่องดี? นางคนชั่วนั่น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ข้าจะไล่นางไปจากตระกูลฟางได้ เจ้ามองดูตอนนี้สิ นางได้ตำแหน่งเก้ามิ่งฟูเหรินระดับหนึ่ง เจ้ายังพูดว่านี่เป็นเรื่องดี ตกลงแล้วเรื่องที่เจ้าพูดกับข้า มันเป็นเรื่องดีอะไร!”
“อี๋เหนียง ข้าได้ยินมาว่าพระราชโองการแต่งตั้งของฮูหยินคนใหม่กับอดีตฮูหยินอยู่ในแผ่นเดียวก่อน อดีตฮูหยินไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้สร้างความรำคาญให้พวกเรา แต่ฮูหยินคนใหม่ นางต้องการอ่านพระราชโองการ นางจะต้องเห็นชื่อฮูหยินคนก่อนแน่นอน ทั้งชีวิตของนางรู้ดีว่านางเทียบไม่ได้เลยกับอดีตฮูหยิน ท่านว่านางจะไม่ตกใจใช่ไหม?” ตงเสวี่ยรีบอธิบาย “ฮูหยินคนใหม่ไม่มีสินสอดแล้วก็เทียบกับอดีตฮูหยินคนก่อนไม่ได้ ท่านพูดว่านางจะไม่ตกใจใช่ไหม?”
หลิวเนี่ยนโหรวได้ฟังที่ตงเสวี่ยพูดก็ขมวดคิ้ว ทันใดนั้นสีหน้าก็คลายลงพร้อมหัวเราะออกมา “ใช่แล้ว หากเจ้าไม่พูด ข้าก็คงจะคิดไม่ถึง!”
ปาหินก้อนเดียวได้นกสองตัว วันนี้ข้าจะแทงหัวใจของหวงหรูซื่อ เรื่องที่สะใจเช่นนี้ นางจะไม่รู้ได้อย่างไร
หลูเหวินซินออกจากจวนตระกูลฟางไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็คงไม่ส่งผลกระทบกับนางสักนิด แต่หวงหรูซื่อไม่เหมือนกัน
เป็นฮูหยินของตะกูลฟางเหมือนกัน แต่งงานวันแรกหวงหรูซื่อที่ยังสวยยังสาวก็ถูกหลูเหวินซินที่อายุเยอะแสดงอำนาจถึงสองครั้งสองครา? นางจะไม่ตกใจงั้นรึ?
“ข้าน้อยยังได้ยินมาอีกว่า แขกที่มาร่วมอวยพรต่างพากันพูดว่า ตระกูลหวงให้สินสอดสิบสองกล่องเกรงว่าคงจะต้องการเทียบกับตระกูลหลูเมื่อสิบกว่าปีก่อน ต่างพากันพูดว่างานแต่งของลูกสาวของตระกูลหวงเทียบกับงานแต่งของลูกสาวตระกูลหลูเมื่อสิบกว่าปีก่อนไม่ได้!” เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลิวเนี่ยนโหรวดีขึ้น ตงเสวี่ยจึงรีบพูดต่อ
เมื่อนางพูดจบ สีหน้าของหลิวเนี่ยนโหรวก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ
“ฮ่าฮ่าฮ่า…” หลิวเนี่ยนโหรวปรบมือ จู่ ๆ ก็เกิดเสียงหัวเราะดังขึ้นมา “ใช่ใช่ใช่!”
จวนตระกูลฟางทุกอย่างในตระกูลฟางต้องเป็นของนาง ต่อไปก็ต้องเป็นของลูกนาง
หวงหรูซื่อผู้นั้น นางจะเอาอะไรมาสู้กับข้า?
นางมีอำนาจมีตำแหน่ง แต่ข้ามีลูกสาวที่งดงามถึงสองคน ทั้งยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขที่อยู่ในท้องอีก!
หวงหรูซื่อ เจ้าอย่าคิดว่าแต่งเข้ามาในตระกูลฟาง เป็นเก้ามิ่งฟูเหรินแล้วจะคิดว่าตัวเองสูงกว่าคนอื่น เจ้าถูกกำหนดให้เป็นเหมือนหลูเหวินซิน จำหน้าของเขาเอาไว้เถอะ!
[1] เป็นคำที่ใช้เรียกภรรยา
………………..