ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย - บทที่ 1792 ไปที่ชายแดน
บทที่ 1792 ไปที่ชายแดน
กู้เสี่ยวหวานเปิดกล่องผ้าและเห็นว่าภายในกล่องผ้ามีปิ่นปักผมหยกสีเขียวมรกตที่มีเอกลักษณ์มาก
กู้เสี่ยวหวานมองไปปิ่นปักผมอันนั้นพลันรู้สึกว่า ถ้าถานอวี้ซูให้สิ่งนี้กับตัวเองต้องแสดงว่านางจะต้องมีความลับบางอย่าง ดังนั้นจึงรีบเปิดดู
“ท่านพี่ ปิ่นปักผมนี้มีบางอย่างผิดปกติหรือไม่?”
กู้เสี่ยวหวานนึกถึงเครื่องประดับที่ฉินเย่จือมอบให้ตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่มีความลับซ่อนอยู่ข้างใน ดังนั้นนางจึงพยายามขยับปิ่นปักผม แน่นอนว่ากู้เสี่ยวหวานค้นพบบางอย่างในตำแหน่งหัวและท้ายของปิ่นปักผม
นางคลายเกลียวปิ่นปักผมอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพบข้อความภายในนั้น
“มีบางอย่างจริง ๆ ด้วย!” กู้เสี่ยวอี้อุทาน
กู้เสี่ยวหวานคลี่ม้วนข้อความ มันถูกเขียนขึ้นเพียงสั้น ๆ ว่า ‘ข้าจะไปหาหนิงผิง’
กู้เสี่ยวหวานกำกระดาษในมือแน่น
“ท่านพี่ นาง…นางไปได้อย่างไร?” กู้เสี่ยวอี้เองก็ตกใจเช่นกัน เมืองหลวงอยู่ห่างจากชายแดนหลายพันลี้ นางเป็นเพียงผู้หญิงตัวคนเดียว นางจะไปที่นั่นได้อย่างไร?
เมื่อถานเย่สิงเห็นข้อความในจดหมาย เขาก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและเข้าใจทันที
“นางไปหากู้หนิงผิง!” กู้เสี่ยวหวานเห็นท่าทางของถานเย่สิงเปลี่ยนไป จึงรีบอธิบาย “ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่านางกำลังทำอะไร ข้าจะส่งคนไปรับนางกลับมาเดี๋ยวนี้!”
“มันเป็นความผิดของข้าทั้งหมด ความผิดของชายชราคนนี้!” ถานเย่สิงส่ายหน้า
“ความผิดของท่านหรือ?” กู้เสี่ยวหวานประหลาดใจ “ท่านทำอะไรผิดไป?”
“เฮ้อ เรื่องนี้ข้าจะไม่ปิดบังเจ้า” ถานเย่สิงเอ่ยเสียงแผ่ว “มีเรื่องเกิดขึ้นกับน้องชายเจ้า…”
ร่างกายชาวาบราวกับถูกฟ้าผ่า กู้เสี่ยวหวานตกใจลนลานร่างกายซวนเซแทบจะล้มลง “ท่านแม่ทัพ ท่าน…ท่านว่าอย่างไรนะ?”
รองผู้บัญชาการเฉินซึ่งยืนอยู่ด้านข้างตลอด เอ่ยขึ้น “อันผิงจวิ้นจู่ เราได้รับข่าวจากกองทัพเมื่อไม่กี่วันก่อน พอเห็นชื่อก็รู้ว่ากู้หนิงผิงเป็นน้องชายท่าน ท่านแม่ทัพจึงสอบสวนต่อ จากนั้นเราก็รู้ว่ากู้หนิงผิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้!”
“บาดเจ็บสาหัส?” กู้เสี่ยวหวานและกู้เสี่ยวอี้อุทานพร้อมกัน ใบหน้าของสองพี่น้องซีดเผือดด้วยความตกใจ “เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ท่านแม่ทัพเพิ่งได้รับข่าวเมื่อสองวันก่อน และรู้เพียงว่าเขายังไม่ได้สติ!” รองผู้บัญชาการเฉินกล่าว
ไม่แปลกใจ ไม่แปลกใจ!
ไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีข่าวจากหนิงผิงในช่วงนี้ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนในการเดินทางจากชายแดนมายังเมืองหลวง ใช้เวลากว่าสองเดือนในการเดินทางไปกลับ เกรงว่าหลังจากส่งจดหมาย หนิงผิงก็คงได้รับบาดเจ็บ ความล่าช้านี้หมายความว่าไม่มีข่าวมาหลายเดือนแล้ว!
“อวี้ซู น่าจะได้ยินการสนทนาของเรา และรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของน้องชายเจ้า!” ถานเย่สิงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
กู้เสี่ยวหวานตกใจมากกับการหายตัวไปของถานอวี้ซูจนนอนไม่หลับ แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินข่าวว่ากู้หนิงผิงได้รับบาดเจ็บสาหัส นางรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ
“ท่านแม่ทัพถาน ในเมื่อรู้ว่าอวี้ซูหายตัวไปไหน เช่นนั้นข้าจะไปที่ชายแดนทันที!” กู้เสี่ยวหวานกล่าวอย่างหนักแน่น
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ถานเย่สิงก็เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจก็เห็นท่าทางที่มุ่งมั่นของกู้เสี่ยวหวาน “ชายแดนอยู่ห่างจากที่นี่หลายพันลี้และต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับมากกว่าสองเดือน เจ้าจะไปจริง ๆ หืรอ?”
นางเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอจะทนกับถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ และความยากลำบากตลอดทางได้อย่างไร?
“ถ้าอวี้ซูไปได้ ข้าก็ไปได้! ท่านแม่ทัพถานได้โปรดรีบเตรียมแผนที่ให้ข้าด้วย ข้าจะเก็บของและออกเดินทางทันที!”
ถานเย่สิงเห็นความมุ่งมั่นของนางจึงพูดว่า “ข้าจะส่งคนติดตามเจ้าไปตลอดทาง! อวี้ซูเคยเดินทางนานเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงคุ้นเคยกับมันแล้ว แต่เจ้าไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน ดังนั้นพาคนไปด้วยสักสองสามคน! หากเจ้าพบอวี้ซู โปรดส่งนกพิราบสื่อสารมาให้ข้าเพื่อที่ข้าจะได้สบายใจ!”
“อย่ากังวล ท่านแม่ทัพถาน ข้าจะรีบไปเตรียมของตอนนี้ และเราจะไปรวมกันที่ประตูเมืองในยามเว่ย*[1]!”
กู้เสี่ยวหวานถอนหายใจ ก้าวไปข้างหน้า จับมือกู้เสี่ยวอี้ไว้พลางพูด “เสี่ยวอี้ การเดินทางไปชายแดนมีหนทางยาวไกล ข้าไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ เจ้าอยู่ในเมืองหลวง ต้องดูแลบ้านแทนข้า ดูแลร้านและรอข้ากลับมา นี่คือสิ่งที่เจ้าช่วยข้าได้ เจ้ารู้ใช่ไหม? ข้ายังมีอาจั่วและอาโม่อยู่เคียงข้า ทั้งยังมีลูกน้องเก่าของท่านแม่ทัพถานติดตามไปด้วย การเดินทางครั้งนี้จะปลอดภัยอย่างแน่นอน แม้ว่าจะต้องเหนื่อยยากแค่ไหน ข้ายุ่งอยู่ข้างนอก ส่วนเจ้าก็ยุ่งอยู่ข้างใน ทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง ตกลงหรือไม่?”
เมื่อเก็บข้าวของเรียบร้อย กู้เสี่ยวอี้ก็เอ่ยว่าอยากจะไปกับนางด้วย “ท่านพี่ ข้าอยากไปกับท่าน ไม่ว่าท่านจะพูดอย่างไรข้าก็อยากไปด้วย! พี่ชายของข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าเป็นห่วงเขา!”
กู้เสี่ยวหวานก็กังวลมากเช่นกัน แต่ยังต้องทำเป็นนิ่งสงบ “ไม่มีข่าวจากที่นั่น ซึ่งหมายความว่าหนิงผิงสบายดี เจ้าไม่ต้องตกใจไป รอข้าอยู่ที่บ้าน หากข้าได้รับข่าว ข้าจะส่งข่าวให้เจ้าโดยเร็วที่สุด”
“ท่านพี่ ข้าอยากไปด้วย! หนทางยาวไกลท่านจะไปคนเดียวได้อย่างไร ข้าจะไปเป็นเพื่อนท่าน ท่านมักจะคอยปกป้องครอบครัวเราอยู่เสมอ ตอนนี้ข้าโตแล้ว ข้าจะช่วยแบ่งเบาความกังวลของท่านบ้าง!” เมื่อกู้เสี่ยวอี้เห็นว่าพี่สาวไม่เห็นด้วย หยาดน้ำตาพลันหลั่งรินลงมา
กู้เสี่ยวหวานถอนหายใจ ก้าวไปข้างหน้า จับมือกู้เสี่ยวอี้ไว้พลางพูด “เสี่ยวอี้ การเดินทางไปชายแดนมีหนทางยาวไกล ข้าไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ เจ้าอยู่ในเมืองหลวง ต้องดูแลบ้านแทนข้า ดูแลร้านและรอข้ากลับมา นี่คือสิ่งที่เจ้าช่วยข้าได้ เจ้ารู้ใช่ไหม? ข้ายังมีอาจั่วและอาโม่อยู่เคียงข้า ทั้งยังมีลูกน้องเก่าของท่านแม่ทัพถานติดตามไปด้วย การเดินทางครั้งนี้จะปลอดภัยอย่างแน่นอน แม้ว่าจะต้องเหนื่อยยากแค่ไหน ข้ายุ่งอยู่ข้างนอก ส่วนเจ้าก็ยุ่งอยู่ข้างใน ทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง ตกลงหรือไม่?”
กู้เสี่ยวหวานพูด
การไม่บอกสถานการณ์ของกู้หนิงผิงแก่ทุกคนเป็นการดีที่สุด
จากนั้นกู้เสี่ยวอี้ก็ผงกหัว “ถ้าอย่างนั้นท่านพี่ ท่านต้องดูแลตัวเองให้ดีเมื่ออยู่ข้างนอกรู้ไหม? ถ้าท่านได้ข่าวจากท่านพี่ โปรดแจ้งข้าโดยเร็ว ข้าจะได้ไม่กังวล ตกลงไหม?”
“ได้สิ ข้าจะทำอย่างนั้นแน่นอน! เจ้าอยู่เฝ้าบ้านและเฝ้าร้านกับท่านอา เมื่อถึงเวลาข้าจะนำข่าวดีมาบอกเจ้าและเจ้าก็จะนำข่าวดีมาบอกข้า เรามาทำงานหนักเพื่อครอบครัวนี้กันเถอะ!”
กู้เสี่ยวหวานพูดอย่างจริงจัง หลังจากผ่านไปนานพวกนางจึงร่ำลากัน
เนื่องจากข่าวการเดินทางของกู้เสี่ยวหวานไม่สามารถเก็บเป็นความลับได้ กู้เสี่ยวหวานต้องการบอกกู้ฟางสี่ก่อนที่นางจะออกเดินทาง อย่างไรก็ตามนางบอกว่านางกำลังจะไปหาใครบางคนข้างนอก แต่นางไม่ได้บอกว่าคนคนนั้นเป็นใคร ข่าวการบาดเจ็บของกู้หนิงผิงจึงไม่ได้รับการเปิดเผย
[1] 13.00-15.00 น.