ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย - บทที่ 1819 ทนรอไม่ไหว
บทที่ 1819 ทนรอไม่ไหว
ซูเฉี่ยนเยว่กล่าวว่า “ท่านแม่ ท่านคงยังไม่รู้ ตอนนี้ทั้งเมืองหลวงกำลังพูดถึงเรื่องนี้กันให้แซด เดิมทีตอนที่นางอยู่ในชนบท นางเคยช่วยขอทานคนหนึ่งไว้ ต่อมาเมื่อเห็นว่าขอทานสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ให้นางได้ นางจึงให้เขาอยู่บ้านในฐานะทาสรับใช้ หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็หมั้นกัน ด้วยการพึ่งพาขอทานคนนั้นชีวิตครอบครัวของนางจึงดีขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาเมื่อกู้เสี่ยวหวานมาถึงเมืองหลวง นางได้ไล่ขอทานผู้นั้นออกจากบ้าน ตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าขอทานไปอยู่ที่ไหนและไม่รู้ว่าเขามีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว!”
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?” ฮูหยินซูขมวดคิ้ว แม้ว่าในใจนางจะรู้สึกประหลาดใจ แต่นางก็รู้สึกขอบคุณเล็กน้อย โชคดีที่นางไม่ได้ส่งใครไปสู่ขออีกฝ่าย ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครสบายใจถ้ามีคนรู้เรื่องนี้!
“ข้าจะไปโกหกท่านทำไมกัน!” ซูเฉี่ยนเยว่พูดอย่างจริงจัง “นี่คือเรื่องที่ลูกพี่ลูกน้องของนางจากชนบทเล่าเอง นอกจากนี้กู้เสี่ยวหวานยังไล่นางออกจากบ้าน ไม่ต้องพูดถึงคนแปลกหน้า แม้แต่กับญาตินางก็ยังโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้!”
ฮูหยินซูพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าไม่คาดคิดว่าภายนอกอันผิงจวิ้นจู่ที่ดูมีเสน่ห์…จะทำสิ่งน่ารังเกียจเช่นนี้!”
ซูเฉี่ยนเยว่ถอนหายใจอย่างเย็นชา “ใครว่ามันไม่ใช่! ข้าคิดว่านางเป็นสาวชาวนาผู้ใสซื่อ และตอนนี้นางมีทุกอย่างด้วยความสามารถของตนเอง ข้าไม่คาดคิด ข้าไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าจะเป็นคนอื่นที่ช่วยนางหาเงิน แต่นางไม่แม้จะขอบคุณและยังขับไล่เขาไปอีก ท่านแม่ ใครได้แต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้ไปก็คงโชคร้ายไปชั่วชีวิตใช่หรือไม่?”
ฮูหยินซูพยักหน้า “ใช่แล้ว แล้วคนที่กำลังสู่ขอนางล่ะ?”
ซูเฉี่ยนเยว่ยิ้ม “จะเป็นอย่างไรได้? โชคดีที่กู้เสี่ยวหวานไม่ตอบตกลงกับใคร ทุกวันนี้ทุกคนก็แอบดีใจที่ถูกกู้เสี่ยวหวานปฏิเสธ! แต่ใครจะรู้ บางทีพรุ่งนี้เมื่อนางรู้ถึงข่าวตน นางอาจจะตกลงก็ได้! ชื่อเสียงของนางเสียหายขนาดนี้ ใครจะกล้าไปสู่ขอนางกัน ช่างน่าอายนัก!”
ฮูหยินซูพยักหน้า ในเมื่อเรื่องกลายเป็นแบบนี้แล้ว นางก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป
ด้านลูกชายของนาง จึงไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ชื่อเสียงของกู้เสี่ยวหวานกลายเป็นเช่นนี้แล้ว และนางไม่ใช่หญิงบริสุทธิ์ ครั้งนี้เมื่อจือเยว่กลับมา นางไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เรื่องนี้จะผ่านไปอย่างง่ายดาย
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน หัวใจของซูเฉี่ยนเยว่เต็มไปด้วยความเหนื่อนหน่าย “ท่านแม่ ท่านดูสิยิ่งหญิงผู้นี้ต่ำต้อยและสกปรกมากเท่าไหร่ ตอนที่นางทะยานขึ้นจุดสูงสุด วันหนึ่งกลับตกลงมาอย่างแรง และสุดท้ายความภาคภูมิใจนั้นก็ถูกบดขยี้เป็นชิ้น ๆ”
ฮูหยินซูพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าหวังว่าพี่ชายของเจ้าจะได้สติเสียที เขาจะต้องไม่ตกลงไปในโคลนอีก!”
ไม่มีใครรู้ว่าในขณะนี้ซูจือเยว่กลับมาแล้ว กลับมาเร็วกว่าเวลาที่กำหนดสองหรือสามวัน
หลังจากกลับมาถึงเขาก็ตรงไปที่ลานของฮูหยินซูเพื่อทักทายมารดา แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าทันทีที่เขาเข้าไปใกล้จะได้ยินเสียงพูดคุยของมารดากับน้องสาวดังออกมา
และคนที่พวกนางพูดถึง ถ้าไม่ใช่กู้เสี่ยวหวานแล้วจะใคร!
คนที่เขาเฝ้าคิดถึงทั้งวันทั้งคืน!
ช่วงนี้ซูจือเยว่ทำงานนอกบ้าน แน่นอนว่าเขาจึงไม่เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับกู้เสี่ยวหวาน
แต่ในขณะนี้ ซูจือเยว่รู้สึกตกใจเมื่อได้ยินซูเฉี่ยนเยว่และท่านแม่พูดถึงกู้เสี่ยวหวาน
หลังจากฟังไปสักพัก เขาก็ขมวดคิ้วและกลับไปที่ลานบ้านของเขาโดยไม่ได้ทักทายพวกนาง
ตั้งแต่ต้นจนจบ เกลียดคนจนและรักคนรวย ความไม่บริสุทธิ์ คำพูดที่น่าเกลียดเหล่านั้นราวกับเข็มเหล็กที่ทิ่มแทงหัวใจของซูจือเยว่
หลายชิ่งได้ยินการสนทนาระหว่างฮูหยินและคุณหนูชัดเจน และเขาค่อนข้างประหลาดใจเมื่อได้ยินสิ่งเหล่านี้
ในช่วงที่อยู่ข้างนอก นายน้อยมักจะมีอาการวอกแวกเป็นครั้งคราว มองไปในที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองใครอยู่ เมื่อคนอื่นถาม นายน้อยก็บอกแค่ว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง แต่หลายชิ่งรู้ว่านายน้อยอาจจะคิดถึงอันผิงจวิ้นจู่
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องดีที่มีข่าวเช่นนี้
นายน้อยจะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องนี้อีก ในตอนแรกเขาคิดว่านางเป็นผู้หญิงที่ดี แต่เขาไม่ได้คาดหวังว่านางจะเป็นคนเช่นนี้
ผู้หญิงที่มีชื่อเสียงไม่บริสุทธิ์เกรงว่าชีวิตของนางจะพังทลาย เขาจะไม่ปล่อยให้นายน้อยไปหาอันผิงจวิ้นจู่คนนั้นอีก ถ้าเขายังดึงดันจะไปหาอันผิงจวิ้นจู่อีก นางจะไม่มีวันปล่อยนายน้อยไป!
เมื่อคิดเช่นนี้ หลายชิ่งก็มีแผนเกิดขึ้นในใจโดยธรรมดา เมื่อเห็นผู้เป็นนายหมุนกายเตรียมออกจากเรือนอีกครั้งเขาจึงถามอย่างเป็นกันเองว่า “นายน้อย ท่านจะไปไหนหรือ?”
“ไปสวนชิง!”
สวนชิงหรือ?
สวนชิงเป็นสถานที่ที่อันผิงจวิ้นจู่อาศัยอยู่ไม่ใช่หรือ? นายน้อยต้องการทำอะไรกันแน่
เมื่อเห็นใบหน้าเศร้าหมองของนายน้อย หลายชิ่งก็คิดกับตัวเอง บางทีนายน้อยอาจจะไปคุยกับอันผิงจวิ้นจู่ก็ได้!
หลายชิ่งรู้สึกตื่นเต้นและรีบตามหลังไปทันที แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าซูจือเยว่จะหันกลับมา พร้อมสั่งเสียงดังลั่น “เจ้าไม่ต้องตามมา!”
หลายชิ่งหยุดฝีเท้า และเห็นนายน้อยก้าวเท้าออกจากลานและหายลับไปจากสายตา
นี่เป็นเรื่องที่ดี!
ซูจือเยว่ออกจากจวนตระกูลซูอย่างเร่งรีบ ชายหนุ่มกระโดดขึ้นม้าและมุ่งหน้าไปยังสวนชิง
เขาไม่เชื่อ ต่อให้ได้ยินกับหูตัวเองก็ยังคงไม่เชื่อ
ม้าของซูจือเยว่มาถึงประตูของสวนชิงรวดเร็ว หลังจากลงหลังมาได้ก็วิ่งไปเคาะประตูสวนชิงอย่างเร่งรีบ
เมื่อโค่วไห่ได้ยินเสียงเคาะประตู ก็รีบเปิดประตูอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเห็นซูจือเยว่ปรากฏตัวตรงนี้ก็รู้สึกงงงวย “นายน้อยซู ท่าน…”
“จวิ้นจู่อยู่ที่นี่หรือไม่?” ซูจือเยว่ถามอย่างกระวนกระวายใจ สีหน้าวิตกกังวล มือของเขาวางบนวงกบประตูและทำท่าจะเข้าไปข้างใน
“นายน้อยมาหาจวิ้นจู่ของข้าด้วยเรื่องอะไรขอรับ?” โค่วไห่สัมผัสได้ถึงความกระวนกระวายของซูจือเยว่และพูดด้วยความไม่พอใจ “จวิ้นจู่ไม่ต้องการพบผู้ชายแปลกหน้า ท่านโปรดกลับไปเถอะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็พยายามปิดประตู
ซูจือเยว่กลับขวางเอาไว้และพูดอย่างกระวนกระวาย “รบกวนเจ้าแล้ว โปรดแจ้งจวิ้นจู่แทนข้าทีว่า…ถ้าจือเยว่ไม่ได้พบจวิ้นจู่ในวันนี้ ข้าจะรอที่นี่จนกว่าจวิ้นจู่จะมาเจอข้า!”
ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากที่หลีกเลี่ยงสวนชิงและกู้เสี่ยวหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาสู่ขอ ในช่วงสองวันที่ผ่านมาจึงไม่มีใครมาที่สวนชิงเลย