ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย - บทที่ 1822 ท่านจะเลือกอย่างไร
บทที่ 1822 ท่านจะเลือกอย่างไร
แม้เขาจะเดาไว้แล้วว่าจุดจบอาจจะเป็นแบบนี้ แต่หลังจากได้ยินคำตอบยืนยัน เขาก็ยังทนไม่ได้
แค่…
“ใช่คนรับใช้คนนั้นหรือเปล่า?” ซูจือเยว่พยายามควบคุมอารมณ์ให้คงที่ และตอบโต้อย่างกระวนกระวาย “เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้กลับท่าน แต่เขาไม่แม้แต่จะออกมาชี้แจง การกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเลยสักนิด!”
กู้เสี่ยวหวานที่ก้าวเท้าออกไปแล้ว หันกลับมามองที่ซูจือเยว่ น้ำเสียงของนางเย็นชาขึ้นหลายส่วน “เหมาะสมหรือไม่ ไม่ได้ตัดสินกันในหนึ่งหรือสองประโยค ท่านบอกว่าไม่เหมาะสม แต่ข้าก็มีความสุข! ถึงคนทั้งโลกจะตำหนิข้า ข้าก็ไม่ได้นำมาใส่ใจ ต่อให้คนทั้งโลกต่อต้านข้า ข้าก็จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา”
ซูจือเยว่ทรงตัวไม่อยู่จึงซวนเซเล็กน้อย
ร่างทั้งร่างชาวาบราวกับถูกสาดน้ำเย็นใส่ หนาวเย็นไปถึงกระดูก เสียดแทงไปถึงหัวใจ
ซูจือเยว่มองสายตาอันแน่วแน่ของกู้เสี่ยวหวานอย่างเศร้าสร้อย ความมุ่งมั่นในดวงตาคู่นั้นเหมือนเข็มหลายเล็มทิ่มแทงไปทั่วร่างกาย
เขามาสายเกินไป
“จวิ้นจู่ แล้วข่าวลือข้างนอกล่ะ?” ข่าวลือเหล่านั้นทำร้ายจิตใจนาง เขาไม่อยากให้ผู้หญิงแสนดีเช่นนี้ต้องเจ็บปวดจากข่าวลือแย่ ๆ นี้เลย
“ข้าจงใจให้มันเกิดขึ้น แม่สื่อพวกนั้นช่างน่ารำคาญจริง ๆ จึงมีความคิดนี้เกิดขึ้นมา! ข้าจะไม่หักล้างสิ่งที่คนอื่นพูดถึงข้า! ดูสิ แม่สื่อพวกนั้นยังมาอีกหรือไม่?” กู้เสี่ยวหวานยิ้ม
หากซูจือเยว่จริงใจจริง ๆ กู้เสี่ยวหวานจะไม่สามารถกำจัดเขาได้
การมีคนชื่นชอบตนเองนั้นเป็นเรื่องวิเศษ
กู้เสี่ยวหวานจะไม่ตอบรับความรักของซูจือเยว่ แต่นางจะไม่ประเมินซูจือเยว่ต่ำเกินไป กลับกันนางรู้สึกเคารพเขามากขึ้น
ความจริงใจเช่นนี้ควรได้รับการปฏิบัติอย่างมีมารยาท!
หลังจากที่ซูจือเยว่ได้ฟัง พลันทำสิ่งใดไม่ถูก ไม่แปลกใจเลยที่เป็นเช่นนี้!
หญิงสาวผู้นี้ เพียงชายที่นางรัก แม้ว่าใต้หล้าจะหันหลังให้แต่นางก็ยังไม่เปลี่ยนใจ คนเช่นนี้ไม่ว่าใครได้ครอบครองก็คงเป็นโชคดีของเขา!
เขาไม่เคยรักใครมาก่อน แต่หลังจากได้เจอกู้เสี่ยวหวาน หัวใจของเขาก็ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของตนเองอีกต่อไป
ดูเหมือนว่าสายตาของเขาจะไม่เลว เพียงมองแค่ปราดเดียว เขาก็เลือกสิ่งที่ดีที่สุดจากทั้งหมดได้!
หากแต่เขาช้าไปก้าวหนึ่ง!
แต่ตราบใดที่นางยังไม่ได้แต่งงาน ก็ยังถือว่ามีโอกาสไม่ใช่หรือ?
ซูจือเยว่เอ่ยท่าทีจริงจัง “จวิ้นจู่ หากเป็นเช่นนี้จะเป็นการทำร้ายตนเองเกินไปหรือไม่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของท่าน หรือ…”
“ไม่เป็นไร!” กู้เสี่ยวหวานพูดเฉยเมย “ไม่ว่าโลกจะพูดอย่างไร แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ปากพวกเขาสามารถพูดอะไรก็ได้ตามต้องการ ตราบใดที่พวกเขาไม่รบกวนข้าก็พอ!”
ซูจือเยว่รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง
เวลานั้นเขาไม่รู้ว่าตนเองออกมาจากสวนชิงได้อย่างไร แต่หลังจากออกมาแล้ว ยังไม่วายหันกลับไปมองประตูสวนชิงที่ค่อย ๆ ปิดลง เวลานั้นความสงบบนใบหน้าของเขาได้พังทลายลง
เขาจ้องไปที่คำว่าสวนชิงไม่รู้ว่านานเท่าไร รู้เพียงว่าสีหน้าของเขาเย็นเยือก พอรู้ตัวอีกทีหยาดน้ำตาพลันหลั่งรินลงมา
ซูจือเยว่มาที่สวนชิงเพื่อทำให้นางหลุดพ้นจากข่าวลือ กู้เสี่ยวหวานไม่คาดคิดว่าเขามาเพื่อจุดประสงค์นี้ หลังจากกลับมาที่ลานบ้าน นางยังคงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
ครั้นยามมองดวงตาของอีกฝ่าย กู้เสี่ยวหวานเข้าใจความหมายนั้นดี แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าซูจือเยว่จะเสนอเงื่อนไขนี้ออกมา!
ยิ่งกว่านั้นคือการช่วยเหลือตัวเอง!
สิ่งนี้ทำให้กู้เสี่ยวหวานเสียหลักเป็นครั้งแรก
ซูจือเยว่ถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง ในทางกลับกันเขาเป็นนายน้อยที่มีความรู้ มีทักษะศิลปะการต่อสู้สูง ทั้งยังมีความอ่อนโยน
ไม่รู้ว่ามีหญิงสาวกี่คนในเมืองหลวงชื่นชมเขาและหวังว่าจะแต่งงานกับเขา!
แต่อย่างไรก็ตาม นางก็มีคนในหัวใจแล้ว!
หัวใจของกู้เสี่ยวหวานไม่ได้อยู่ในสภาวะที่จะลังเลได้ แต่นางไม่เคยเผชิญกับความจริงที่ว่ามีคนกำลังตกหลุมรักนาง
ซูจือเยว่รักนาง นั้นไม่ใช่เรื่องผิด
นางไม่รักอีกฝ่ายก็ไม่ใช่เรื่องผิดเช่นกัน
นางเข้าใจสิ่งที่เขาพูดในวันนี้อย่างชัดเจนแล้ว และไม่รู้ว่าซูจือเยว่เข้าใจและตระหนักได้เพียงใด
นางไม่ได้มีความรู้สึกต่อเขา หัวใจและสายตาของนางล้วนเต็มไปด้วยฉินเย่จือ ถ้าซูจือเยว่เข้าใจทุกคนก็จะมีความสุข
ถ้าเขาไม่เข้าใจ นางก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
แต่ความสับสนของกู้เสี่ยวหวานตกอยู่ในดวงตาของอาจั่ว สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว
คุณหนูของข้า ไม่ว่าซูจือเยว่จะดีแค่ไหนแต่ก็เทียบนายท่านของตัวเองไม่ได้ ท่าทางแบบนั้นหมายความว่าอย่างไรกันแน่!
โชคดีที่กู้เสี่ยวหวานไม่ปล่อยให้อาจั่วคาดเดาเป็นเวลานาน จึงเอ่ยขึ้น “อย่าบอกพี่เย่จือว่าเกิดสิ่งใดขึ้นวันนี้”
อาจั่วถามกลับ “ทำไมเจ้าคะ?”
“สำหรับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง ข้าไม่กล้าที่จะบอกพี่เย่จือ หากมีเรื่องทำให้วุ่นวายใจ ข้าเกรงว่ามันจะกระทบงานของเขา!” กู้เสี่ยวหวานอธิบาย
อาจั่วไม่เข้าใจ หลังจากคิดอยู่นานก็ไม่อาจเข้าใจได้ กู้เสี่ยวหวานอดไม่ได้ที่จะขำเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางงุนงงนั้น “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?”
อาจั่วรีบส่ายหน้าอย่างรีบร้อน ขมวดคิ้วแน่นพลางถาม “คุณหนู ข้ามีเรื่องไม่เข้าใจ ขอถามได้หรือไม่!”
“เจ้าถามมาเถอะ!” กู้เสี่ยวหวานพยักหน้า
“คุณหนู คนหนึ่งเป็นคนรับใช้ในบ้าน อีกคนเป็นถึงลูกชายของขุนนาง คนหนึ่งเปรียบดั่งโคลนสกปรกบนผืนผสุธา และอีกคนเหมือนเมฆาบริสุทธิ์บนท้องนภา หากเลือกได้ ทุกคนก็จะเลือกสิ่งที่อยู่สูงกว่า!” อาจั่วรู้ว่าถ้าเป็นตัวเอง นางเองก็ไม่รู้ว่าจะเลือกใครเช่นกัน
“คิ้กคิ้ก…” กู้เสี่ยวหวานหัวเราะเบา ๆ “เจ้าคิดว่าหากเป็นข้า ข้าก็จะเลือกก้อนเมฆบริสุทธิ์บนฟากฟ้าเช่นกันใช่หรือไม่”
“คุณหนู ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น!” อาจั่วรีบก้มหน้าลงแล้วแก้ตัว
กู้เสี่ยวหวานโบกมือโดยไม่กล่าวโทษอาจั่ว “สิ่งที่เจ้าคิดก็ไม่ผิด และที่พูดก็ไม่ผิดเช่นกัน ข้าเกรงว่าจะมีคนมากมายที่เลือกก้อนเมฆบนฟากฟ้า!”
“แล้วท่านล่ะ คุณหนูจะเลือกสิ่งใด” อาจั่วถาม หากความจริงแล้วยังคงรู้สึกงุนงง นายท่านของตนเองเก่งรอบด้าน แต่ตอนนี้สถานะของเขายังคงเปรียบดังคนรับใช้ของตระกูลกู้ ช่างแตกต่างจากนายน้อยซูผู้นั้น