ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย - บทที่ 1837+1838 อาชิงรายงาน/เยี่ยมอาอวี้
บทที่ 1837+1838 อาชิงรายงาน/เยี่ยมอาอวี้
หญิงคนนั้นยังมีความกังวล และตำหนิอย่างไม่พอใจ “ถ้ามีอะไรจะพูดก็รีบพูดมาเถอะ คุณหนูยังรอคำตอบอยู่! อย่าทำให้เรื่องล่าช้าเลย!”
ครั้นเห็นหญิงคนนั้นเกรี้ยวกราด อาชิงจึงรีบพูดว่า “ว่ากันว่านายน้อยตระกูลซูไปสวนชิงเพื่อสู่ขอด้วยตนเอง!”
อาชิงเอ่ยลิ้นรัวไม่หยุดหายใจ หญิงสาวคนนั้นไม่ได้พูดสิ่งใดอีก บรรยากาศระหว่างพวกนางเต็มไปด้วยความกดดัน นางไม่อยากจะเชื่อและมองอาชิงด้วยสายตาว่างเปล่า “เจ้า…เจ้าพูดอีกครั้งสิ เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
“ฮูหยิน ข้าน้อยได้ยินสาวใช้ข้างกายสองคนนั้นพูดกับปาก ข้าถามว่าการปรนนิบัติต่อนางควรมีข้อระวังใดไหม แต่พวกนางกลับตอบว่าไม่มี ต่อมาพวกนางก็แอบกระซิบกระซาบกันว่าห้ามพูดถึงนายน้อยซูต่อหน้าคุณหนู ทั้งยังบอกว่านายน้อยซูมาสู่ขอนางด้วยตนเองซึ่งสร้างปัญหาให้กับคุณหนูมาก!” อาชิงเล่าทุกอย่างที่ได้ยินให้หญิงคนนั้นฟัง
“เจ้า…เจ้าแน่ใจหรือว่าได้ยินเช่นนั้นจริง ๆ”
“เป็นความจริงอย่างแน่นอน แม้ว่าพวกนางจะคุยกันเสียงเบา แต่ข้าได้ยินพวกนางอย่างชัดเจน! บางทีพวกนางอาจเห็นว่าข้าไม่สนใจสิ่งที่พวกนางพูด แต่ข้าสามารถได้ยินอย่างชัดเจน! ไม่มีอะไรผิดอย่างแน่นอน!”
“ดี! ข้าจะรีบนำเรื่องกลับไปรายงานนายท่านเมื่อกลับไป! ข่าวที่เจ้าได้มาดีมาก ตามสัญญานี่คือรางวัลจากนายท่าน!” นางหยิบเงินออกมาจากตะกร้าและมอบให้อาชิง
ใบหน้าของอาชิงเปลี่ยนไปในทันที รับเงินด้วยความดีใจ ก่อนรีบร้อนขอบคุณ “ขอบคุณเจ้าค่ะ ขอบคุณเจ้าค่ะ!”
หลังจากที่ทั้งสองแยกทางกัน หญิงคนนั้นก็เดินไปอีกทาง ส่วนอาชิงก็กลับไปที่จวนท่านแม่ทัพ
ไม่มีคนเฝ้าอยู่ที่ประตูหลัง อาชิงผลักประตูเข้าไปในจวน จากนั้นจัดแจงปิดประตูให้เรียบร้อย แล้วกลับไปที่ห้องของตนเอง
นางเดินไปจนสุดทาง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับไปที่ห้อง หากแต่มุ่งหน้าไปยังห้องของอาอวี้
เมื่อเปิดประตูก็ได้กลิ่นฉุนของยาตลบอบอวลไปทั่วห้องซึ่งทำให้คนรู้สึกคลื่นไส้
อาชิงรีบปิดปากและจมูกแล้วเดินเข้าไปข้างใน!
หมอบอกถ้าอยากให้อาอวี้พักฟื้นก็ห้ามปล่อยให้อากาศหนาวเล็ดรอดเข้ามาในห้องได้เด็ดขาด!
ห้ามเปิดประตูห้องนี้เด็ดขาด!
อาชิงเปิดประตูและเดินเข้าไปข้างใน
ภายในห้องมืดสนิท เนื่องจากห้องนี้มีขนาดเล็กดังนั้นเตียงจึงอยู่ใกล้กับประตู พลันใดนั้นก็มีเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากเตียง ตามมาด้วยเสียงสำลักเล็กน้อยราวกับว่าหายใจไม่ราบรื่น
อาชิงไม่พูดอะไร และยืนห่างออกไปห้าถึงหกก้าวพลางมองดูอย่างเย็นชา บางทีนางอาจได้ยินเสียงข้างนอก จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงแผ่วเบา “นั่นใคร?”
เสียงของนางแหบแห้งและอ่อนแอราวกับวิญญาณที่คลานมาจากนรก และเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย
อาชิงมองไปทางผ้าม่านและก็ตกใจกับน้ำเสียงแหบแห้ง ร่างกายนางสั่นระริก และผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว
หลังจากพบหญิงสาวป่วยสภาพดูไม่ได้ นางก็รู้สึกโล่งใจและเอ่ยขึ้น “ข้าเอง!”
“อาชิงหรือ?” เมื่อได้ยินเสียงปริศนาดังขึ้น หญิงสาวก็ยื่นมือออกมาจากม่าน แขนข้างนั้นขาวซีดดูผอมแห้งราวกับท่อนฟืน เหมือนจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก “เจ้ามาหรือ?”
นางเห็นว่าคนที่โผล่หัวออกมาจากหลังม่านดูไม่เหมือนอาอวี้ที่เคยมีใบหน้าเปล่งปลั่งและสดใสในอดีต แต่สภาพในตอนนี้ของนางดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“เอาล่ะ เดี๋ยวข้าไปหาเจ้าเอง!” อาชิงไม่ขยับเขยื้อน นางยืนห่างจากเตียงห้าหกก้าวพลางมองไปที่อาอวี้ด้วยสายตาว่างเปล่า
อาอวี้ยกม่านขึ้นมุดศีรษะเข้าไปใต้ผ้าม่าน ก่อนเงยหน้าขึ้นเพื่อมองดูผู้คนภายนอก และพยายามอย่างยิ่งที่จะยิ้มออกมา “เจ้า..ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เสียงของนางแผ่วเบาราวกับพยายามเค้นเสียงออกมา
เมื่อเห็นรูปร่างผอมบางราวกับโครงกระดูกของอาอวี้ อาชิงก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย เกิดอะไรขึ้นกับนาง แล้วตัวเองมาที่นี่ทำไมกัน?
“ข้าสบายดี…” อาชิงตอบสั้น ๆ นางก้มศีรษะลงและไม่มองอาอวี้อีก ทันใดนั้นนางก็คิดอะไรบางอย่างออกและพูดว่า “จวิ้นจู่สบายดี นางมีความสุขมากทุกวัน!”
“งั้น…ก็ดี!”อาอวี้ไอสองสามครั้ง ตอนแรกไอเบา ๆ จากนั้นนางก็เริ่มหายใจไม่ทันและไอหนักขึ้นเรื่อย ๆ!
“แค่กแค่ก…แค่กแค่ก…” อาอวี้นอนอยู่บนขอบเตียง ตัวสั่นและไออย่างรุนแรง!
เมื่อเห็นนางไออย่างหนัก อาชิงก็ขมวดคิ้วด้วยใบหน้าที่รังเกียจ เพราะกลัวว่านางจะติดโรคจากอีกฝ่าย ดังนั้นนางจึงหันหลังกลับและเตรียมเดินออกไปข้างนอก แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “จวิ้นจู่ พี่อาอวี้ป่วย ท่านห้ามเข้าไป รอพี่อาอวี้ดีขึ้นก่อนแล้วท่านค่อยเข้าไป!”
จากนั้นข้าก็ได้ยิน ถานอวี้ซูตำหนิว่า “ออกไปจากที่นี่ ข้าแค่อยากเจอนาง ข้าต้องได้รับอนุญาตจากพวกเจ้าด้วยหรือ?”
จากนั้นมีเสียงของสาวรับใช้คุกเข่าลงขออภัย
เสียงฝีเท้าของอาชิงหยุดชะงัก นางรีบหันศีรษะและเห็นอาอวี้ที่กำลังไอไม่หยุดและกำลังจะหมดลมหายใจอยู่ข้างเตียง จึงรีบก้าวไปที่โต๊ะเทน้ำหนึ่งแก้ว แล้วนั่งลงข้างเตียงพลางลูบหลังอาอวี้
เมื่อนางนั่งลงประตูก็ถูกเปิดออก และถานอวี้ซูก้าวเข้ามาด้วยความโกรธ ด้านหลังตามมาด้วยสาวใช้คนหนึ่ง
เมื่อถานอวี้ซูเดินเข้ามา นางก็ได้ยินเสียงจากข้างใน “ดื่มน้ำก่อนเถอะ ดื่มน้ำให้ชุ่มคอ เจ้าจะได้หยุดไอ”
นางไม่คาดคิดว่าอาชิงจะมาที่นี่ และคิ้วของนางที่ขมวดอยู่ตอนนี้คลายลงเล็กน้อย “เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
“จวิ้นจู่…ท่าน…ท่านเข้ามาได้อย่างไร?” เมื่อเห็นดังนั้น อาชิงจึงรีบผละจากอาอวี้ แล้วรีบทำความเคารพอีกฝ่าย จากนั้นดุสาวรับใช้ที่อยู่ข้างหลังด้วยความโกรธ “พวกเจ้าเป็นอะไรไป ข้าขอให้พวกเจ้าดูแลจวิ้นจู่ให้ดีไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงปล่อยให้จวิ้นจู่มาที่นี่? จวิ้นจู่เป็นคนสูงส่ง หากป่วยขึ้นมาจะทำอย่างไร เจ้ารับผิดชอบไหวหรือไม่?”
สาวรับใช้ที่อยู่ข้างหลังตกใจหวาดกลัว และคุกเข่าลงอีกครั้ง
สีหน้าของถานอวี้ซูอ่อนลงมาก “อย่าโทษพวกเขาเลย ข้าอยากมาที่นี่เอง!”
หลังจากพูดจบ นางก็เดินไปที่เตียงและเห็นใบหน้าที่เหนื่อยล้าของอาอวี้ ดวงตาของถานอวี้ซูพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ “อาอวี้ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่?”
……
บทที่ 1838 เยี่ยมอาอวี้
เมื่อเห็นว่าเป็นจวิ้นจู่ที่มา อาอวี้ก็พูดอย่างกระวนกระวาย “คุณหนุ…ท่านรีบ…ออกไป อย่าเข้ามา…เดี๋ยวจะป่วย! รีบกลับไป!”
อาอวี้พยายามหายใจและในที่สุดก็รวบรวมคำพูดออกมาจบประโยค ราวกับว่าใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดของนาง จึงอดไม่ได้ที่จะไอออกมาอีกครั้ง
ถานอวี้ซูรีบลูบหลังของอีกฝ่าย “เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว นอนพักเถอะ ข้าแค่มาเยี่ยมเจ้า! เจ้าป่วยมาหลายวันแล้ว ทำไมจึงยังไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นเลยล่ะ?”
ขณะที่ถานอวี้ซูกำลังพูดน้ำตาก็ไหลลงมา หัวใจของอาอวี้ร้อนรน ยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ถานอวี้ซู “คุณหนูไม่ต้องเสียใจ ข้าสบายดี…สบายดี… ข้า…ดีขึ้นมากแล้ว!”
ถานอวี้ซูสะอื้น “อาอวี้ เจ้าต้องรีบหายนะ ข้ารอให้เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าง”
เมื่อเห็นท่าทางเศร้าของถานอวี้ซู อาชิงก็รู้สึกราวกับว่ากินแมลงวันเข้าไป! จะมีเจ้านายที่รักคนรับใช้ขนาดนี้ได้อย่างไร แต่คุณหนูของนางเป็นคนแบบนี้!
อย่างไรก็ตาม นางไม่ใช่คนรับใช้ที่โปรดปรานของคุณหนู
เดิมทีหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณหนู นางก็ปรนนิบัติอยู่ข้างกายคุณหนูตลอด นางคิดว่าชีวิตวันเวลาดี ๆ ของนางกำลังจะมาถึง คุณหนูเป็นคนสูงส่ง จิตใจดี เมื่อเห็นอาอวี้ที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายคุณหนูก็ไม่รู้ว่าดีแค่ไหน!
เดิมทีนางคิดว่าตนเองสามารถทำเช่นนั้นได้ แต่นางก็รู้ได้ว่า ถึงอย่างไรหลังจากผ่านมาหลายปี เมื่อก่อนเคยเป็นอย่างไรตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ตราบใดที่อาอวี้ยังอยู่ นางจะไม่สามารถเข้าใกล้คุณหนูได้ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นหน้าที่ของอาอวี้
แม้จะปรนนิบัติต่อหน้าคุณหนูนางยังไม่มีโอกาส
นางเป็นคนรับใช้ส่วนตัวแบบไหนกัน? ปล่อยให้นางไปทำความสะอาดข้างนอกดีกว่าอยู่เป็นอากาศที่นี่!
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ อาชิงก็หยิบผ้าเช็ดหน้าและก้าวไปข้างหน้าพลางพูดว่า “จวิ้นจู่ ท่าน…อย่าร้องไห้ไปเลย ท่านต้องรักษาตัวเองนะเจ้าคะ”
ถานอวี้ซูไม่ได้รับผ้าเช็ดหน้ามาจากอาชิงและจ้องมองที่อาอวี้ด้วยดวงตาสีแดงก่ำ “เจ้าต้องรีบดีขึ้นรู้หรือไม่ ข้าจะส่งคนไปที่โรงหมอเพื่อหายาที่ดีที่สุดมาให้เจ้าได้กินอาหารเสริมบำรุงร่างกายได้ตามที่ต้องการ
อาอวี้หยุดพยักหน้าไม่ได้เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมา “อาอวี้รู้ว่าอาอวี้จะฟื้นตัวในไม่ช้า และจะไม่ทำให้คุณหนูเป็นกังวลเด็ดขาด”
เจ้านายและคนรับใช้ต่างรักใคร่ปรองดองกัน และสาวใช้ที่ประตูมองดูภาพตรงหน้าทั้งน้ำตา
แต่อาชิงแตกต่างออกไป ความอิจฉาริษยาและความโกรธในใจของนางเหมือนประกายไฟที่กำลังลุกโชนขึ้น!
นางยืนอยู่ด้านข้างและก้มหน้าลง แต่สายตาของนางจับจ้องไปที่อาอวี้และคิดอย่างมาดร้าย เจ้ายังต้องการอีกหรือ? ข้าจะปล่อยให้เจ้าไปรอรับใช้เจ้านายในยมโลกแล้วกัน!
ถานอวี้ซูไม่ได้สังเกตเห็นความแปลกประหลาดของอาชิง และหลังจากสั่งให้สาวใช้ปรนนิบัติอาอวี้อย่างดี นางก็ออกจากห้องไปอย่างไม่เต็มใจ โดยที่อาชิงรีบตามออกไป
ตอนนี้ถานอวี้ซูกำลังร้องไห้และเสียงสะอื้นก็ดังกึกก้อง เมื่อเห็นสิ่งนี้ อาชิงจึงก้าวไปข้างหน้าเพื่อปลอบโยน “จวิ้นจู่ไม่ต้องกังวล พี่อาอวี้เป็นคนใจดี คนดีย่อมได้รับการช่วยเหลือ และสวรรค์ย่อมประทานพร พี่อาอวี้จะหายจากอาการป่วยแน่นอนเจ้าค่ะ!”