ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย - บทที่ 1846 กู้ฟางสี่โมโห
บทที่ 1846 กู้ฟางสี่โมโห
“จริงหรือ?” กู้เสี่ยวหวานเห็นว่าท่านแม่กู๋กำลังโกรธ จึงยิ้มอย่างมีความสุขมาก “ข้าไม่เคยได้ยินคนซื่อสัตย์คนไหนที่ไปบ่อนพนันทุกวัน และก็ไม่เคยเห็นคนซื่อสัตย์คนไหนไม่ไปทำงาน แต่คนผู้นี้กลับไปบ่อนพนันและอ้างว่าต้องกลับไปดูแลมารดาที่ป่วยหนัก ข้ายิ่งไม่เคยเห็นคนดีที่ไหนที่รับเงินเดือนสูง ๆ แต่มาด่าเจ้าของร้านถึงที่บ้าน การกระทำเช่นนี้มันเรียกว่าดีหรือ?”
น้ำเสียงของกู้เสี่ยวหวานเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ และสุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา “ท่านแม่กู๋ ถ้าลูกชายของท่านกลับมา โปรดบอกเขาด้วยว่าร้านเล็ก ๆ ของข้าไม่สามารถรักษาลูกจ้างที่มีความสามารถเช่นนี้ไว้ได้ ดังนั้นโปรดให้เขาหางานใหม่เถอะ!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ใครจะยังไม่เข้าใจว่าที่กู๋ไห่หายตัวไป บางทีเขาอาจซ่อนตัวอยู่ในบ่อนเพื่อเล่นพนัน!
กู้เสี่ยวหวานถามเองตอบเองเสร็จสรรพ ท่านแม่กู๋ไม่สามารถรับมันได้อีกต่อไป นางหยุดร้องไห้โฮ ใบหน้าของนางซีดเผือดเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาของกู้เสี่ยวหวาน แต่ทุกคำพูดของนางกระทบถึงลูกชายนางเต็ม ๆ มันเจ็บปวดยิ่งนัก
“เจ้า…เจ้ากำลังพูดไร้สาระ ลูกชายของข้า… โอ้ ลูกชายของข้าจะไม่ทำงานกับเจ้าอีกต่อไป! ด้วยชื่อเสียงของเจ้าไม่ช้าก็เร็วจะทำให้เกิดเรื่องกับร้านหล่านเยว่แน่นอน!” ท่านแม่กู๋โกรธเคือง และไม่รู้จะพูดอะไรจึงทำได้แค่สาปแช่งและถ่มน้ำลายใส่กู้เสี่ยวหวาน
อาจั่ว โค่วไห่ และเจี่ยงปู้หวนต่างก็ยืนอยู่หน้าท่านแม่กู๋ ทำให้นางไม่อาจเข้ามาใกล้กู้เสี่ยวหวานได้
กู้เสี่ยวหวานมองไปที่ท่านแม่กู๋อย่างเย็นชา ดวงตาของนางเย็นชาราวกับน้ำแข็ง
นางเป็นแค่คนธรรมดาแต่นางกล้าทำเกินเหตุ เป็นเพราะนางผู้นี้ไม่มีสมองและไม่มีความหวั่นเกรง หรือว่ามีใครอยู่เบื้องหลังนางกัน อีกฝ่ายจึงชี้หน้าและจงใจทำให้ตัวเองอับอาย!
ท่านแม่กู๋ไม่สามารถทำอะไรกู้เสี่ยวหวานได้ ไม่เช่นนั้น นางคงวิ่งไปข้างหน้าและทุบตีกู้เสี่ยวหวานไปนานแล้ว มันจะดีที่สุดถ้านางตบกู้เสี่ยวหวานสักที
เมื่อเห็นว่านางอยู่ตรงหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงทรุดตัวนั่งลงกับพื้น “โอ้สวรรค์ ชีวิตข้าช่างน่าสงสาร ลูกชายข้าหายตัวไปแล้ว แต่เจ้ายังยืนกรานว่าเขาไปเล่นพนัน ฮือฮือ เป็นเจ้าที่ฆ่าลูกชายของข้าอย่างแน่นอน เจ้าคืนชีวิตลูกชายของข้ามาเดี๋ยวนี้! ฮือฮือ โอ้สวรรค์ เปิดตาของท่านดูเถิด ข้าเป็นคนธรรมดาแต่นางคืออันผิงจวิ้นจู่! ลูกชายของข้าอยู่ที่ไหนกัน?”
โค่วไห่รำคาญลูกหูลูกตา ดังนั้นก้าวไปข้างหน้าเพื่อดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น เมื่อท่านแม่กู๋เห็นโค่วไห่เดินอาด ๆ มาหาตน นางจึงแสร้งล้มลงตรงหน้าเขาและตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “ฆาตกร ฆาตกร โอ๊ย โอ๊ย…”
โค่วไห่ไม่ได้สัมผัสโดนตัวนางเลยแม้แต่น้อง แต่ท่านแม่กู๋กลับหมอบลงบนพื้น กุมหน้าอกตัวเองและตะโกนว่า “เจ็บ มันเจ็บ! โอ๊ย โอ๊ย ฆาตกร ฆาตกร!”
ภายใต้การสายตาทุกคน ท่านแม่กู๋คนนี้…
ท่านแม่กู๋ดิ้นทุรนทุรายอยู่พื้น ทำให้ผู้คนซุบซิบนินท่าอย่างสนุกปาก
ท่านแม่กู๋คนนี้ไม่กลัวความตายเลยหรือ จึงกล้าทำให้อันผิงจวิ้นจู่ขุ่นเคือง พวกเขาละหวาดกลัวจริง ๆ
มีคนมากมายกำลังมองดู หากแต่ไม่มีผู้ใดพูดอะไรสักคำ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดแทนตนเอง ท่านแม่กู๋ก็คร่ำครวญเสียงดัง และกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น
เมื่อเห็นสภาพนี้ อาจั่วและโค่วไห่จะทำอย่างไรได้ หากพวกเขาก้าวเข้าไปใกล้บุคคลนี้มากกว่า นางจะต้องเกาะติดกับร่างกายของพวกเขาเหมือนกอเอี๊ยะหนังสุนัข และไม่มีวันกำจัดนางได้!
กู้เสี่ยวอี้และกู้หนิงอันก็ได้ยินเสียงโวยวายพลันรีบวิ่งออกมาจากข้างใน และก็ต้อง ขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นสถานการณ์ข้างนอก
พวกเขาเอ่ยถามเสียงแผ่วว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ใบหน้าของกู้หนิงอันก็เปลี่ยนไป และเขาจ้องมองที่ท่านแม่กู๋ที่อยู่บนพื้นอย่างโหดร้าย และอยากจะฉีกเนื้อนางเป็นชิ้น ๆ
พี่สาวที่แสนดีของเขาจะถูกคนเหล่านี้ใส่ร้ายได้อย่างไร!
เมื่อเขากำลังจะปริปากพูดก็มีเสียงคำรามจากข้างใน “คนสารเลว เจ้ากล้าดีอย่างไรมาใส่ร้ายเสี่ยวหวานของข้า เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำเสียงดังเอะอะโวยวายที่หน้าบ้านของข้าอย่างนี้…”
การเคลื่อนไหวของทุกคนหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องแหลม พวกเขาเห็นกู้ฟางสี่วิ่งออกมาจากด้านในด้วยใบหน้าดุร้าย ภายในมือถือท่อนไม้ขนาดเท่าแขนไว้ ยกมันขึ้นเหนือหัวและวิ่งตรงเข้ามาอย่างดุเดือด ดูเหมือนนางกำลังต้องการเอาชีวิตท่านแม่กู๋
กู้ฟางสี่กรีดร้อง “หญิงแก่ตายยาก เสี่ยวหวานของข้าใจดีกับครอบครัวเจ้ามาก ให้เงินให้สิ่งของแก่เจ้า แต่กลายเป็นการเลี้ยงหมาป่าตาขาวสองตัว! กล้าดีอย่างไรมาใส่ร้ายเสี่ยวหวานของข้า เสี่ยวหวานบริสุทธิ์! เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไร กล้าดีอย่างไรมาพูดแบบนี้!”
ท่านแม่กู๋นอนอยู่บนพื้น และเมื่อได้ยินคำพูดที่ชั่วร้าย เมื่อเงยหน้าก็เห็นหญิงใบหน้าดุร้ายกำลังถือท่อนไม้วิ่งมาทางตนเอง ดวงตาของนางคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ …
นางต้องการจะฆ่าคน
ท่านแม่กู๋ไม่กล้าขยับเขยื้อน นางลุกขึ้นจากพื้นและกระโดดหลบอย่างเสียสติพลางตะโกนลั่น “ฆาตกร ฆาตกร!”
ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรงเช่นนี้ ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด!
ท่านแม่กู๋คนนี้เพียงแค่แสร้งทำ!
ทุกคนเริ่มเข้าใจกระจ่างแจ้ง และชี้ท่าทางน่าอายของท่านแม่กู๋ที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ทำให้ผู้คนหัวเราะออกมาด้วยความขำขัน
ท่านแม่กู๋เห็นว่ากู้ฟางสี่กำลังไล่ตามตัวเองมา ในขณะที่กู้เสี่ยวหวานและคนอื่น ๆ กำลังยืนมองมานิ่ง ๆ
หากนางวิ่งช้ากว่านี้ เกรงว่าไม้ท่อนนั้นคงฟาดโดนร่างกายตนเอง!
กู้ฟางสี่ไล่ตามนางไป “หญิงแก่ตายยาก ข้าให้อาหารรสเลิศแก่เจ้า แต่เจ้ากลับมาแว้งกัดข้า เห็นเสี่ยวหวานไม่สนใจ ดังนั้นจึงคิดว่าจะรังแกนางได้ง่าย ๆ งั้นเรอะ นางมีจิตใจดี แต่ข้าไม่ใช่ การที่เจ้ามากวนประสาทข้าแบบนี้ ข้าจะฉีกปากเหม็นเน่าของเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ เสีย!”
ท่านแม่กู๋กำลังวิ่งไปข้างหน้าพลางร้องโหยหวน ขณะที่กู้ฟางสี่ไล่ตามไปด้านหลัง ไม้ในมือฟาดลงไปหลายครั้ง ทำให้ท่านแม่กู๋หวาดกลัว และวิ่งร้องไห้หนีไป “ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”
เมื่อเห็นท่าทางน่าอายเช่นนี้ ทุกคนก็หัวเราะออกมา เมื่อกู้ฟางสี่เห็นว่าท่านแม่กู๋หนีไปแล้ว นางจึงหยุดฝีเท้า ยกมือเท้าเอวแล้วตะโกนเสียงดัง “เจ้าคนหยาบคาย ถ้าเจ้ายังกล้ามาที่นี่อีก ข้าจะฉีกปากเน่า ๆ ของเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ เสีย!”