ทะลุมิติไปเป็นเศรษฐีนียุค 80 [重生八零致富记] - ตอนที่ 392 ไม่กตัญญูตรงไหน
ตอนที่ 392 ไม่กตัญญูตรงไหน
“แล้วพูดกับฉันมันจะไปได้อะไรคะ!” อวิ๋นลี่ลี่พูดอย่างอารมณ์ไม่ดี
หล่อนไม่ต้องการข้องเกี่ยวใด ๆ กับจี้อวิ๋นอวิ๋นแม้แต่น้อย ครั้งนี้หล่อนไม่มีวันยกโทษให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น!
“ลี่ลี่ พวกเรากำลังเข้าใจเรื่องของอวิ๋นอวิ๋นผิดกันนะ เป็นเพราะพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอพูดเรื่องไร้สาระ อวิ๋นอวิ๋นกำลังท้องก็จริง แต่ในท้องของหล่อนเป็นลูกของคนอื่น หล่อนพูด ดกับแม่แล้ว” คุณแม่จี้เอ่ย
อวิ๋นลี่ลี่ตกตะลึง
คุณแม่จี้เห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยถึงเรื่องของจี้อวิ๋นอวิ๋นในวันนี้ บอกว่าหล่อนมีชีวิตที่สุขสบายแล้ว ซึ่งนางเล่าอย่างปลื้มใจและโพล่งออกมา “อวิ๋นอวิ๋นพูดหมดแล้ว พี่ใหญ่ของเธ ธอเป็นแบบนั้น หล่อนจะไปมีลูกด้วยกันกับเขาได้ยังไง ไม่ใช่ว่าหล่อนคิดไม่เป็นเสียหน่อย พี่ชายใหญ่ของเธอต้องการเงินแต่ไม่มีเงิน อีกอย่างยังมีภรรยากับลูกอยู่แล้ว ทำไมอวิ๋นอ อวิ๋นถึงจะคิดไม่ได้?”
อวิ๋นลี่ลี่หัวเราะเสียงเย็น หล่อนนึกว่าจะเป็นเรื่องอะไร ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้
ถึงแม่สามีของหล่อนไม่รู้ แต่หล่อนรู้ดีว่าลูกของจี้อวิ๋นอวิ๋นเป็นลูกของพี่ชายใหญ่อย่างแน่นอน
พี่สะใภ้ใหญ่ของหล่อนเคยพูดไปแล้ว ว่าจี้อวิ๋นอวิ๋นรวมหัวกับพี่ชายใหญ่ของหล่อนหลอกเอาทรัพย์สมบัติของคนอื่น ไม่ต่างจากแมวดาวสับเปลี่ยนองค์ชาย* คุณแม่จี้เองก็คงถูกหล่อนเกลี ยกล่อมไปแล้ว
*แมวดาวสับเปลี่ยนองค์ชาย = ตำนานพระสนมสลับองค์ชายเพื่อขึ้นเป็นฮองเฮา ที่ว่าพระสนมคนหนึ่งหวังจะเป็นฮองเฮา จึงนำแมวดาวที่ถลกหนังแล้วมาสับเปลี่ยนกับบุตรของพระสนมอีกคนหน นึ่งแล้วใส่ร้ายว่าอีกฝ่ายให้กำเนิดตัวประหลาดเป็นกาลกิณีต่อราชสำนัก
“ครอบครัวเราไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก คุณแม่คะ ถ้าคุณแม่อยากอยู่แบบสุขสบายใจ ก็ไปมาหาสู่กับหล่อนให้น้อยลง เจี้ยนเหวินก็เคยพูดไปแล้วว่าไม่ให้หล่อนย่างกรายเข้ามาในบ้า านแม้แต่ครึ่งก้าว ไม่อย่างนั้นเขาจะลากฉันมาต่อว่าเอาได้ คุณแม่รู้อะไรไหมคะ ว่าเจี้ยนเหวินจะไม่ค่อยมายุ่งเรื่องในบ้าน แต่ถ้าเขายุ่งขึ้นมา ฉันเองก็ไม่กล้าขัด บ้านหลัง งนี้เจี้ยนเหวินพูดอะไรก็ถือว่าเป็นคำสั่งเด็ดขาดค่ะ” อวิ๋นลี่ลี่เอ่ย
ส่วนจี้อวิ๋นอวิ๋นกับพี่ใหญ่อวิ๋นจะวางแผนทำอะไร หล่อนไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง
อย่างไรเสียหล่อนก็แต่งงานแล้ว พี่ชายของหล่อนจะทำอะไรนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับหล่อนเลย ครอบครัวของหล่อนยังคงเป็นหนี้จำนวนมาก หล่อนต้องการหาเงินให้ได้มากๆ และทำให้ครอบครัวตัว วเองสุขสบายเสียก่อน!
“ลี่ลี่ เงินนี่… ”
คุณแม่จี้ยังไม่ทันพูดจบ อวิ๋นลี่ลี่ก็ตัดบทนางทันที “เงินนี่คุณแม่สามารถเอาไปคืนจี้อวิ๋นอวิ๋นได้เลยค่ะ หรือจะเก็บเอาไว้ใช้เองก็ได้ สำหรับเงินที่ยืมพี่สามมา ครอบครัวขอ องฉันหาคืนเองได้!”
ตอนนี้กิจการร้านค้าแผงลอยนอกโรงงานของหล่อนกำลังเฟื่องฟูมาก แม้จะไม่สามารถเพิ่มกำไรได้เป็นสองเท่าเหมือนอย่างช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่หล่อนก็สร้างรายได้ราว 200 หยวนต่อเดือนทีเ เดียว หากเก็บออมไว้ดี ๆ ก็จะมีเงินเหลือเก็บตลอดทั้งปี
แถมยังมีเงินเดือนของเจี้ยนเหวินอีกส่วนหนึ่ง และยิ่งตอนนี้คุณแม่จี้มาอยู่ด้วย ที่บ้านจึงไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงอาจเก็บเงินได้มากขึ้น เมื่อถึงเวลาก็อาจจะมีเงินมาก พอ ครั้นถึงสิ้นปีก็จะสามารถซื้อเสื้อกันหนาวบุฝ้ายบางส่วนไปขาย เพื่อให้ทำเงินได้มากกว่าเดิม
อวิ๋นลี่ลี่วางแผนเอาไว้แล้ว หากทำตามนี้ ไม่ถึงสองปี หล่อนกับเจี้ยนเหวินก็จะสามารถใช้หนี้ที่เหลือได้จนหมด โดยที่ไม่ต้องแตะเงินของจี้อวิ๋นอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย!
อวิ๋นลี่ลี่ไม่ได้เอ่ยถามสถานการณ์ของจี้อวิ๋นอวิ๋น แค่ให้คุณแม่จี้ทำกับข้าวให้กินทุกวัน เรื่องอื่นไม่ต้องสนใจ
วันต่อมาจี้อวิ๋นอวิ๋นก็มาหาอีกครั้ง คุณแม่จี้จึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
“ฉันว่าแล้วค่ะว่าพี่สะใภ้สี่คงไม่ให้อภัยฉันง่าย ๆ แน่” จี้อวิ๋นอวิ๋นถอนหายใจ
ครั้งนี้หล่อนสัมผัสได้ถึงฟางเส้นสุดท้ายจากพี่สะใภ้สี่ของหล่อน หล่อนเคยคบหาอยู่กับพี่ชายใหญ่ของพี่สะใภ้สี่ คนนิสัยอย่างพี่สะใภ้คนสี่จะให้อภัยหล่อนได้อย่างไร?
“อวิ๋นอวิ๋น อย่าเพิ่งกังวลไปเลย เป็นเพราะพี่สี่กับพี่สะใภ้สี่ของแกเป็นห่วงแกก็เลยโกรธนานหน่อย แกยังไม่รู้หรอกว่าซูตานหงมีท่าทางยังไง หล่อนไม่สนใจเลยสักนิดเดียว ถึงได ด้ยินก็ทำเหมือนไม่ได้ยินอยู่ตลอดเวลา!”
“ฉันรู้ค่ะ” จี้อวิ๋นอวิ๋นเอ่ย
“เงินพวกนี้อวิ๋นอวิ๋นเอากลับไปเถอะ” คุณแม่จี้เอาเงินยัดใส่มือหล่อน
จี้อวิ๋นอวิ๋นอดจะถามขึ้นไม่ได้ “พี่สะใภ้สี่ไม่รับไว้อีกแล้วเหรอคะ?”
“แม่ว่าสะใภ้สี่คงอยากจะรับเอาไว้ แต่แกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าพี่สี่ของแกน่ะดื้อรั้น ขนาดไหน เขายอมกินแกลบมากกว่าจะรับของบริจาคจากคนอื่นเสียอีก” คุณแม่จี้กล่าว
“ฉันบริจาคที่ไหนกันคะ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ฉันต้องรับผิดชอบ ที่ฉันให้เงินก็เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องรับผิดชอบต่างหาก” จี้อวิ๋นอวิ๋นเอ่ย
“แม่รู้ว่าแกหวังดี แต่พี่สี่ของแกน่ะดื้อเกินไป ถ้าเขาจะรับไว้คงรับไปนานแล้ว ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก ตอนนี้พี่สะใภ้สี่จะออกไปทำธุรกิจเล็ก ๆ แถมยังมีเงินเดือนของพี่สี่อีก เรื่องเงินมันก็จะจบลงเร็ว ๆ นี้แหละ” คุณแม่จี้เอ่ย
“ธุรกิจเล็ก ๆ แบบนั้นเดือนหนึ่งได้มาแค่ 200 หยวน แล้วเงินเดือนของพี่สี่ก็ได้แค่นั้นเอง จะเก็บเงินยังไง? ข้าวเขิ้วไม่ต้องซื้อไม่ต้องกินกันหรือไงคะ?” จี้อวิ๋นอวิ๋นกัดฟัน
คุณแม่จี้ว่า “ไม่ใช่แบบนั้นหรอก แม่ก็ยังอยู่ทั้งคนไม่ใช่เหรอ? พี่ชายสามของแกส่งข้าวมาที่นี่เดือนละ 50 ชั่ง ยังมีเนื้อมีปลามีไข่พวกนั้นอีก มันพอกินได้ทั้งเดือน แถมยังมีเ เงินเบี้ยเลี้ยงของแม่อีก 50 หยวน เงินแค่ 10 หยวน แม่ก็ออกไปซื้อผักได้ ไม่ต้องใช้เงินของพวกเขาสองสามีภรรยาเลย ช่วยพวกเขาเก็บได้ไม่ใช่น้อย!”
“แม่ไม่ต้องไปสนใจจี้เจี้ยนอวิ๋นแล้ว แม่ยังมีฉันอยู่นะ เงิน 4,000 หยวนฉันให้แม่เก็บเอาไว้ใช้ อยากกินอะไรก็ซื้อกินเอาได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น!” จี้อวิ๋นอวิ๋นกล่าว
“ไม่ได้หรอก เงินนี่แกเอากลับไปเถอะ ไม่งั้นแม่ก็คงเอาเก็บไว้ให้แก แกกำลังตั้งท้องอยู่ ถ้าได้ลูกผู้ชาย อีกหน่อยก็คงจะใช้เงินไม่น้อยเลย เก็บเอาไว้ให้แม่ก็เหมือนเอาไว้ใ ให้หลาน” คุณแม่จี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ต่อไปหลานชายของแม่จะได้รับมรดกหลายล้านหยวน ยังจะต้องใช้เงินนี่ทำไมกันคะ?” จี้อวิ๋นอวิ๋นพูดอย่างไม่ยี่หระ
หล่อนอยู่พูดคุยกับแม่ของตัวเองอีกสักพักแล้วจึงกลับไป
อวิ๋นลี่ลี่กลับมาในช่วงกลางวัน ก็พบว่าที่บ้านมีเนื้อหมูกับกระดูกหมูเพิ่มมาอีกสองชิ้นใหญ่ ถึงไม่ต้องเอ่ยปากถามก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเพราะพี่สามส่งมาให้แน่
พอถามออกไป ก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้
“พี่สามกับพี่สะใภ้สามกตัญญูมาก ๆ เลยนะคะ พอคุณแม่มาที่นี่ก็ส่งเนื้อมาไม่ขาดเลย” อวิ๋นลี่ลี่เอ่ย
สองสามวันก็ส่งมาให้ทีหนึ่ง
“เจี้ยนอวิ๋นน่ะใช่ แต่กับซูตานหง ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว” คุณแม่จี้เอ่ยพึมพำ
“พอแล้วน่าแม่ รีบไปตุ๋นเถอะค่ะ เจี้ยนเหวินจะกลับมาแล้ว” อวิ๋นลี่ลี่โบกมือรีบพูดขัด คร้านจะฟังนางต่อว่าในเรื่องที่ซูตานหงไม่กตัญญูอย่างไรบ้าง!
ไม่กตัญญูตรงไหน? อวิ๋นลี่ลี่ยิ้มเย็น ในบรรดาสะใภ้ด้วยกัน มีเพียงซูตานหงเท่านั้นที่หล่อนนึกประทับใจ
ลูกสะใภ้เป็นแบบนี้ถือว่าดีมากแล้ว ตอนคุณแม่จี้อยู่ที่บ้านเกิด นางไม่ได้ทำงานใด ๆ และเอาแต่กินกับนอน เธอก็ยังให้เงินเดือนนาง ทั้งหมดคือสิ่งที่ลูกสาวของหล่อนกลับมาเล่า ให้ฟังหลังปิดเทอม บอกว่าผู้เป็นย่าเอาแต่อยู่เฉย หาเรื่องไปเรื่อยเปื่อย
อย่างเนื้อสัตว์เหล่านี้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาก ซูตานหงเป็นคนสอนให้หล่อนตุ๋นซุปกระดูกหมูเอง มันเป็นของอร่อยและยังมีราคาถูก ไม่ว่าจะเป็นโจ๊กกระดูกหมูหรือซุปกระดูกหม มู ต่างรสชาติอร่อยล้ำ โดยเฉพาะกระดูกชิ้นใหญ่ที่อุดมไปด้วยไขกระดูกแบบนี้
แต่แม่สามีของหล่อนกลับยังไม่พอใจ
อวิ๋นลี่ลี่กลับไปเมื่อคราวปีใหม่ปีก่อน เป็นธรรมดาที่จะไปทำความเคารพแม่สามี
อย่างไรเสียหนึ่งปีจะกลับไปเพียงครั้งสองครั้ง ซึ่งแบบนั้นหล่อนยังพอทนได้ แต่เมื่อต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกันแบบนี้ แน่นอนว่าหล่อนเองก็ไม่มีความเกรงใจแล้วเช่นกัน
บ้านหลังนี้ใครเป็นคนคุม หล่อนจะต้องทำให้แม่สามีเข้าใจชัดเจนเสียที!
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ลี่ลี่จะเล่นบทโหดแล้วนะ อยากอยู่บ้านนี้หรืออยากระเห็จไปอยู่กับลูกสาวก็เลือกเอาตามสบายเลยนะแม่จี้
ไหหม่า(海馬)