ทะลุมิติไปเป็นเศรษฐีนียุค 80 [重生八零致富记] - ตอนที่ 394 ลูกม้าป่า
ตอนที่ 394 ลูกม้าป่า
แม้ว่าท่านแม่ของเธอจะมีความสามารถมาก แต่แท้จริงแล้วในมุมมองของซูตานหง ชีวิตของท่านแม่ของเธอก็ยากลำบากมากเช่นกัน
นางต้องดูแลทุกคนในครอบครัว ทุกอย่างต้องผ่านมือนางทั้งสิ้น เธอรู้สึกว่าแม้ว่าครอบครัวจะสงบสุข แต่ท่านแม่ของเธอไม่ได้มีความสุขขนาดนั้น
เพียงแต่เมื่อเทียบกับเหล่าภรรยาหลวงในตระกูลอื่นแล้ว ชีวิตท่านแม่ถือว่าดีกว่ามาก
สตรีบางคนอิจฉาท่านแม่ของเธอ แต่ท่านแม่ก็ทำเพียงยิ้มและไม่ได้พูดอะไร
ซูตานหงไม่เคยเข้าใจเรื่องเหล่านี้มาก่อน และไม่รู้ว่าในบางครั้งท่านแม่ของเธอก็มีร่องรอยแห่งความเศร้าโศกฉายผ่านแววตาของนาง
ตอนนี้เธอกลายมาเป็นนายหญิงของบ้านแล้ว จึงได้เข้าใจดี
การเป็นสตรีต้องทนในเรื่องหลายอย่างที่ไม่ควรทน ท่านแม่ของเธอจะมีความสุขได้อย่างไร? ลืมตาขึ้นมาทุกวันก็มีแต่เรื่องวุ่นวายที่นางต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว จะไม่ให้กังวลได้อย่า างไร?
ครั้งหนึ่งเธอเคยได้ยินท่านยายบอกว่าท่านแม่ของเธอหน้าบึ้งตึงมากกว่าเมื่อก่อนนัก…
มีอยู่หลายคืนทีเดียวที่เธอเข้าภวังค์แห่งฝัน ซึ่งในคืนหนึ่งซูตานหงได้ฝันถึงท่านแม่ของเธอ ท่านแม่ยกย่องว่าเธอโตขึ้นและรู้วิธีปกป้องครอบครัวของเธอแล้ว และเธอก็ไม่ใช่ สาวน้อยตัวเล็ก ๆ อย่างแต่ก่อนอีกต่อไป ตอนนี้นางมีความสุขมาก
ซูตานหงร้องไห้ เธอหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเงียบ ๆ
แม้อาการของเธอจะแสดงออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจเล็ดรอดจากจี้เจี้ยนอวิ๋นซึ่งเป็นทหารมาก่อนได้ ทำให้เขาตื่นขึ้นจากการเคลื่อนไหวที่เล็กน้อยนั้น
จี้เจี้ยนอวิ๋นกอดปลอบภรรยาของตนอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา แต่ในใจกลับรู้สึกปวดร้าว
ซูตานหงไม่รู้ความคิดของเขา หลังจากความฝันผ่านพ้นไป เธอจึงหยุดร้องไห้และผล็อยหลับไปอย่างช้า ๆ
มีเพียงจี้เจี้ยนอวิ๋นที่นอนไม่หลับทั้งคืน กระทั่งอีกไม่ช้ายามรุ่งสางจะมาเยือน
ซูตานหงตื่นขึ้นมาเพื่อจะทำอาหาร แต่พบว่าจี้เจี้ยนอวิ๋นทำเสร็จแล้ว เสื้อผ้าของเขาถูกแขวนเอาไว้ ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องทำอะไร
“วันนี้เป็นวันอะไรกันคะเนี่ย?” ซูตานหงเอ่ยอย่างขำ ๆ “เถ้าแก่จี้ลุกขึ้นมาทำงานแทนฉัน บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่จ่ายเงินให้หรอกนะคะ”
“ไม่ให้เงินก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมทำงานหนักขนาดนี้ ต้องมีรางวัลให้บ้างแล้ว” จี้เจี้ยนอวิ๋นยื่นหน้ามาหา
ซูตานหงยื่นหน้าออกไปหอมแก้มคนเป็นสามี
“โห พ่อกับแม่ทำไมถึงมาแอบหอมกันตรงนี้ ผมต้องเป็นตากุ้งยิงแน่!” เสียงเสียงที่ไม่รู้ว่าตื่นตั้งแต่เมื่อใดกำลังปิดตาด้วยมือทั้งสอง แต่ช่องว่างระหว่างนิ้วกลับใหญ่อย่างไ ไม่ควรจะเป็น
เจ้าตัวเล็กในตอนนี้ช่างน่าเอ็นดูนัก จี้เจี้ยนอวิ๋นจึงอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาทันที หยวนหยวนได้ยินเสียงจึงเดินออกมา และมองดูพี่ชายด้วยความอิจฉา หลังจากนั้นซูตานหงจึงอุ้มเธอขึ้นบ้ าง ทำให้เธอยิ้มร่าได้
ตอนนี้สาวน้อยมาอาศัยอยู่ที่บ้านแล้ว และนอนห้องเดียวกับพี่ชาย
ไม่นานนักเหล่าจางก็พาเหรินเหรินกับฉีฉีสองพี่น้องมากินข้าวเช้า
“อีกสักพักฉันจะไปอาบน้ำให้วัวและม้า พวกนายจะไปด้วยกันไหม” ฉีฉีถามพวกเขาทั้งสอง
“ไป” เสียงเสียงพยักหน้า หยวนหยวนก็เช่นกัน
ตอนนี้ม้าและวัวที่สวนโตขึ้นแล้ว แต่ด้วยอายุขัยของวัวและม้า นับว่าพวกมันมีอายุใกล้เคียงกับคนในช่วงวัยรุ่นพอดี
วัวและม้ามีความเป็นมนุษย์สูงมาก ซูตานหงมักสั่งลูกชายคนโตให้พาน้อง ๆ ไปป้อนน้ำพุวิเศษให้ ตอนนี้พวกมันยิ่งดูเป็นมนุษย์มากขึ้นไปอีก
มันจำผู้คนได้ ทั้งเหล่าจาง เด็กชายสามพี่น้อง หยวนหยวน จี้เจี้ยนอวิ๋นกับซูตานหง และคนอื่น ๆ รวมแม้กระทั่งคุณพ่อจี้ซึ่งไม่ค่อยสนใจพวกมันมากนัก
วัวนั้นทั้งดีและเชื่อง ส่วนพวกม้านั้นต่างออกไป ในขณะที่ม้าตัวอื่น ๆ อยู่อย่างสงบ กลับมีม้าตัวหนึ่งแตกต่างจากตัวอื่น ๆ มันเป็นม้าสีพุทราสุกตัวหนึ่งซึ่งพยศเป็นพิเศษ
มันมักจะวิ่งเล่นในสวนผลไม้ ในขณะที่ม้าและวัวตัวอื่น ๆ กินหญ้ากันอย่างสงบเสงี่ยม แต่มันไม่เคยอยู่สุข ทั้งยังชอบกระโดดโลดเต้นไปรอบ ๆ
จี้เจี้ยนอวิ๋นรู้ที่มาของมัน นี่คือสายเลือดม้าป่า ดังนั้นมันจึงย่อมไม่ธรรมดา
ดังนั้นเมื่อเห็นมันวิ่งห้ออยู่ในสวนผลไม้ เขาจึงสั่งให้เหรินเหรินพามันลงมาจากเขาเพื่อเดินเล่น
ม้าวัยฉกรรจ์เหล่านั้นมีความสุขมาก แต่ไม่ใช่แค่พวกมันที่มีความสุขมาก เด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่างก็ประหลาดใจเมื่อได้เห็น ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเกินคำบรรยาย
“ห้ามไปเดินเหยียบในไร่ เหยียบคนก็ไม่ได้ รู้ไหม?” เหรินเหรินบอกกับมัน
เจ้าม้าส่งเสียงขานรับ มันวิ่งออกไปอย่างมีความสุข เด็ก ๆ ตื่นเต้นกันมาก แต่ผู้ใหญ่กลับเป็นกังวล ถ้าพวกเขาวิ่งลุยเข้าไปในไร่จะทำอย่างไร?
แม้ว่าพวกเขาจะมีความสุขและรู้สึกแปลกตาที่ได้เห็นม้าตัวนี้ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่ว่าจะแปลกใหม่แค่ไหน ก็ไม่สามารถเทียบได้กับพืชผลในไร่นา
โชคดีที่ม้าเชื่องดีมากแม้ว่าจะวิ่งบนถนนอย่างมีความสุข แต่ก็อยู่บนถนนเท่านั้น และไม่ได้เข้าไปในไร่ที่ปลูกพืชผลเอาไว้
หลังจากวิ่งไปได้ครู่หนึ่งจนพอใจแล้ว มันจึงวิ่งกลับมา
เหรินเหรินลูบหัวของมันและเอ่ย “เมื่อพืชผลในไร่เก็บเกี่ยวหมดแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นแกก็ออกมาวิ่งได้ตามใจชอบแล้วล่ะ”
ม้าพยักหน้าราวกับว่าเข้าใจในคำพูดของเขา
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อายุไล่เลี่ยกับเหรินเหรินพูดขึ้นมา “จี้เหริง ฉันขอจับม้าของนายหน่อยได้ไหม?”
“ฮี่!” ก่อนที่เหรินเหรินจะตอบ เจ้าม้าก็พ่นลมใส่เด็กชาย แล้ววิ่งขึ้นไปบนภูเขาโดยไม่หันกลับมามอง
“ครั้งต่อไปจะเอาม้าตัวอื่นลงมาให้จับนะ เสี่ยวหงหยิ่งเกินไป มันจะระวังตัวกับคนที่ไม่รู้จัก” เหรินเหรินกล่าว
“ได้สิ” เด็กชายรู้สึกผิดหวัง แต่ก็ยอมตอบตกลง
เสี่ยวหงเป็นม้าที่เย่อหยิ่งมาก แม้ว่ามันจะถูกพาตัวไปเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่นิสัยของม้าป่านั้นรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย มันไม่ลดความระมัดระวังและระแวงบุคคลภายนอก นี่แห หละพรสวรรค์โดยกำเนิด
ในบรรดาม้า 7 ตัวที่จี้เจี้ยนอวิ๋นนำกลับมา มันถือเป็นผู้นำด้วยเช่นกัน
เสี่ยวหงมีความรับผิดชอบมาก เมื่อเห็นม้าตัวอื่นอยู่ไกล บางครั้งมันจะวิ่งไปต้อนให้กลับมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มกับทุกตัว ไม่ให้อยู่ลำพังตัวเดียว
จี้เจี้ยนอวิ๋นขึ้นมาเพื่อช่วยอาบน้ำให้พวกมันในวันนั้น
ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้เห็นหญ้าบนภูเขาถูกกินไปอย่างรวดเร็ว และรู้สึกโชคดีขึ้นมา
ยังดีที่เขาไม่ได้เลี้ยงม้ามากเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจมีหญ้าจะไม่พอกิน ม้าทั้ง 7 ตัวต้องการอาหารมากในทุก ๆ วัน
จี้เจี้ยนอวิ๋นหว่านเมล็ดหญ้าเอาไว้ทั่วทั้งภูเขา และตอนนี้มีทุกที่บนภูเขา เพียงพอที่จะให้พวกมันได้กิน มิฉะนั้นไม่มีทางอื่นแล้วจริง ๆ คงจะต้องกังวลอีกว่าจะเลี้ยงม้าพวกน นี้อย่างไรดี
พูดถึงเรื่องนี้ ทุ่งหญ้าของครอบครัวเขาโตเร็วมาก หลังจากกินเข้าไป มันก็เติบโตใหม่ภายในเวลาไม่กี่วัน
จี้เจี้ยนอวิ๋นพาลูกชายไปอาบน้ำม้าและวัว จากนั้นจึงลงมารับซูตานหงและไปที่สวนผลไม้ที่สี่ พวกเขาจะทำอะไรกัน? แน่นอนว่าไปขี่ม้า
และยังคงเป็นเสี่ยวหง
เสี่ยวหงเชื่อฟังซูตานหงมาก ซูตานหงขึ้นขี่มัน และนั่งชมไปรอบ ๆ กับจี้เจี้ยนอวิ๋น
วันนี้ซูตานหงอารมณ์ดี ส่วนเรื่องน้ำตาที่เธอไม่ทันได้รู้ตัว มันคือความฝันที่ชวนให้เศร้าด้วยคิดถึงท่านแม่ของตนจากก้นบึ้งจิตใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
การเป็นภรรยาหลวงหรือฮองเฮาในยุคโบราณนี่ถือเป็นงานหนักจริงค่ะ ถึงไม่เหนื่อยกายก็เหนื่อยใจตรงที่ต้องใช้จิตวิทยาปกครองบรรดาบ้านเล็กบ้านน้อยของสามีอยู่ตลอด บางครั้งก็ต้องง งัดเล่ห์กลออกมายึดตำแหน่งภรรยาหลวงของบ้านไว้ให้มั่นด้วย
มีม้าเจ็ดตัวยังเหนื่อยขนาดนี้ ถ้ามีเยอะกว่านี้จะขนาดไหนคะเนี่ย
ไหหม่า(海馬)