ทะลุมิติไปเป็นเศรษฐีนียุค 80 [重生八零致富记] - ตอนที่ 398 ผู้หญิงมีอำนาจทางการเงิน
ตอนที่ 398 ผู้หญิงมีอำนาจทางการเงิน
เป็นเพราะพวกลูกชายล้วนดื้อซน จี้เจี้ยนอวิ๋นจึงชวนซูตานหงมาทำเด็กผู้หญิงแสนน่ารัก
ซูตานหงถูกโถมแรงเข้าใส่ไม่ยั้ง เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด เขาอายุปูนนี้แล้ว ทำไมถึงได้เก่งกาจขนาดนี้กันนะ?
ทุกครั้งที่รังแกเธอล้วนไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ทำเอาเธอแทบหมดแรง
เรื่องที่ฉีฉีทะเลาะวิวาทที่โรงเรียนได้ผ่านพ้นไปหลังจากผ่านไปหลายวัน จนเกือบจะเป็นปกติ
ถ้าเป็นนักเรียนธรรมดา คุณครูคงทนสอนไม่ไหว แต่เด็กคนนี้มีผลการเรียนดีเยี่ยม ทั้งภาษาจีนและคณิตศาสตร์ต่างได้ร้อยคะแนนเต็ม การบ้านเสร็จตรงเวลาและทำได้ถูกต้อง
แต่ข้อเสียที่น่าเสียดายก็คือเขาชอบการทะเลาะวิวาท
หากมีคนมาทำให้เขาไม่พอใจ หรือมีอะไรทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ เขาก็จะไม่เกรงใจเลยสักนิดเดียว
ด้วยเหตุนี้คุณครูจึงปวดหัวไม่น้อย
เหล่าจางไปรับเขาที่โรงเรียนบ่อยเช่นกัน ในฐานะที่เขาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เขาต้องเจรจากับครูหนุ่มสาวเพื่อหลานคนนี้ ทำให้ไม่มีใครคิดถือสาอีก
ส่วนซูตานหงนั้นแน่นอนว่าเธอไม่ยอมไป เพราะรู้สึกขายหน้า
จึงมีเพียงเหล่าจางกับจี้เจี้ยนอวิ๋นที่ไป และทุกครั้งจะต้องไปขอโทษขอโพยบรรดาคุณครู แต่เด็กน้อยฉีฉีเมื่อขอโทษเสร็จก็ทำผิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ไม่สนใจกฎอะไรทั้งสิ้น เพราะเขาคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมที่โรงเรียนแล้ว ไม่เหมือนตอนมาใหม่ ๆ ที่ยังต้องการความคุ้นเคย
หากตอนนี้จะบอกว่าเขาอวดดี อันที่จริงก็คงไม่ใช่ เขาแค่ชอบทะเลาะกับนักเรียนที่มาหาเรื่อง เด็ก ๆ ทะเลาะกันตามประสาเด็ก จะเป็นเรื่องใหญ่โตแค่ไหนกันเชียว?
เขามีผลการเรียนดี การบ้านก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ คุณครูที่สอนเขาย่อมไม่กังวลแต่อย่างใด
ถึงบอกว่าเรื่องนี้ไม่น่ากังวล แต่ก็ไม่มีใครที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันทุกวันแบบนี้
ทว่ามันเป็นเรื่องในช่วงเดือนแรก พอเข้าเดือนที่ 2 เรื่องทะเลาะวิวาทน้อยลง เพราะทุกคนต่างรู้แล้วว่าใครเป็นที่หนึ่ง คนมาหาเรื่องจึงน้อยลง ทำให้เรื่องทะเลาะวิวาทน้อยลงตามไปด้วย
ฉีฉีแสดงออกชัดเจนมากว่าเขาเสียดาย ทุกครั้งที่เขามีเรื่องทะเลาะวิวาทก็เป็นเพราะคนอื่นเริ่มลงมือก่อนทั้งนั้น ตอนนี้แค่คิดจะลงมือก่อนก็ยังหาเรื่องลงมือไม่ได้เลย ประชันฝีปากกันสองสามคำยังกล้าดีอยู่ แต่พอเริ่มลงมือก็ปอดแหกกันไปเสียหมด
ตอนนี้ซูตานหงมาเยี่ยมพี่สะใภ้รองซู อีกฝ่ายจึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
สือโถวที่กลับมาจากโรงเรียนแล้วมาเล่าให้หล่อนฟัง ทำให้หล่อนตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว
“พี่ชายของเขาไม่ได้ดุขนาดนี้นี่จ๊ะ” สะใภ้รองซูเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ
“ใช่ที่ไหนล่ะคะ เหรินเหรินทะเลาะกับคนอื่นก็ไม่คิดจะบอกฉัน แต่พ่อเขากลับรู้เรื่อง เด็กคนนั้นทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว พอฉันพูดกับเขาตอนกลับมาถึงบ้าน เขาก็ดันเถียงฉันว่าถ้าโดนคนอื่นรังแกแล้วก็ไม่ต้องตอบโต้งั้นเหรอ? เหตุผลบ้าบออะไรกันเนี่ย” ซูตานหงเอ่ย
สะใภ้รองซูหัวเราะไม่หยุด
“เด็กผู้ชายตอนเด็กก็ชอบทะเลาะกันแบบนี้ล่ะค่ะ พอโตขึ้นก็คงไม่โดนรังแกแล้ว ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ให้เขาต่อสู้ไปเถอะ” หยางต้าหยาเอ่ยยิ้ม ๆ
เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ในตอนนั้นได้กลายเป็นแม่คนแล้ว และมีลูกชายอายุได้เกือบ 3 ขวบ
“ไม่ได้สิ ต่อสู้แบบนั้นไม่ได้ นี่มันเชื้อไม่ทิ้งแถวจากพี่ชายของเขาเลย มันมากเกินไปแล้ว” ซูตานหงยังคงพูดต่อ
“เด็กน้อยต่อสู้กันนี่ต้องมีขีดกำจัดเหรอคะ?” หยางต้าหยายิ้ม
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่ต้าหยา เธอจะสอนลูกชายแบบนี้ไม่ได้ เธอต้องเข้มงวดมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเธอจะทำให้เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องถูกแล้วที่เขาจะสู้” สะใภ้รองซูเอ่ย
“ฉันรู้ค่ะ” หยางต้าหยาหัวเราะ
“ต้าหยาก็แค่ให้ท้ายฉีฉีก็เท่านั้นเอง” ซูตานหงยิ้ม และถามเรื่องของลูกชายต้าหยาแทน
“ที่บ้านมีปู่กับย่าคอยดูแลเขาอยู่ค่ะ ส่วนฉันไม่มีเรื่องอะไร อีก 2 วันฉันก็จะไปเยี่ยมเขาอยู่พอดี” หยางต้าหยาเอ่ย
หล่อนยังรู้สึกขอบคุณการแต่งงานที่ซูตานหงเป็นคนแนะนำมาให้ ถึงแม้ช่วงแรกที่ตั้งท้องลูกชายจะรู้สึกกดดันไปบ้าง ด้วยจี้กวงซงเป็นลูกคนเดียว
แต่ตอนนี้ลูกชายคลอดออกมาแล้ว หล่อนจึงไม่ได้ถูกกดดันอะไรอีก
ตอนนี้จี้กวงซงทำสัญญาเช่าบ่อปลูกรากบัว และไม่ได้ให้หล่อนมายุ่งกับงานนี้ ส่วนตัวหล่อนเองก็ไม่อยากจะยุ่งด้วยเช่นกัน เพราะยังชอบที่จะดูแลร้านขายผักต่อไป
จี้กวงซงก็ตามใจหล่อน ไม่บังคับหล่อนแม้แต่น้อย ทางเขายุ่งจนหัวหมุนก็จริง แต่เขาสามารถทำมันได้ มีบ้างบางครั้งที่พ่อของเขาจะเข้าไปช่วย
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นเขาเองที่ทำงานเกือบทั้งหมด
ที่จริงหยางต้าหยาลำบากใจไม่น้อย แต่หล่อนดูแลร้านค้านี้มานานแล้ว จึงไม่คิดอยากไปตากลมและฝน ตอนนี้หล่อนยังคงทำงานได้อยู่ หากว่าตามคำพูดของจี้กวงซงแล้ว เขาก็ยังยืนกรานว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้น
ตอนนี้ลูกมีปู่กับย่าคอยดูแล หล่อนเองก็แวะไปเยี่ยมเสมอ ชีวิตของหล่อนตอนนี้จึงสงบสุขพอสมควร
ทุกเดือนหล่อนมีรายได้เป็นของตัวเอง ซึ่งทำให้หล่อนมั่นใจมาก แม้ว่าจะให้พ่อแม่เป็นการส่วนตัว แต่ตัวหล่อนก็ไม่ต้องปิดบังอะไร
โดยเฉพาะเงินของจี้กวงซงที่หล่อนไม่ได้รับเอาไว้เลย แม้เขาอยากให้หล่อนเก็บเอาไว้ แต่ก็โดนหยางต้าหยาปฎิเสธและให้เขาเป็นคนเก็บเอาไว้เอง หล่อนกลับมาเพียงไม่กี่ครั้ง จึงไม่อยากจะดูแลเรื่องพวกนี้
พอพูดถึงตรงนี้ คำถามก็ผุดขึ้นมาในทันที ซูตานหงเกิดความสงสัยก่อนถามขึ้น “ทำไมเธอไม่เก็บเงินเอาไว้ล่ะจ๊ะ?”
“ฉันคิดว่าเขาทำธุรกิจ ต้องจ่ายเงินจำนวนมากเข้าและออกจากบัญชี ฉันเลยไม่อยากยุ่มย่ามเงินของเขา แล้วฉันเองก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านเหมือนกันค่ะ” หยางต้าหยาเอ่ย
“ไม่ว่าเธอจะอยู่หรือไม่อยู่ แต่เธอก็เป็นนายหญิงของบ้านหลังนั้น ฟังฉันนะ มะรืนนี้เธอจงกลับไปคิดบัญชีเงินของจี้กวงซงให้ละเอียด ให้เงินเขาเก็บเอาไว้ลงทุนในธุรกิจของเขาก็พอ เงินที่เหลือก็เก็บเข้าบัญชี ไว้ให้ลูกตอนเข้ามหาวิทยาลัย” ซูตานหงพูดขึ้น
“เงินที่จะให้ลูกเรียนมหาวิทยาลัย ฉันเก็บเอาไว้แล้วค่ะ” หยางต้าหยาหัวเราะ
“เธอเองก็เก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัวบ้างสิ ลูกจะใช้เงินเธอเรียนมหาวิทยาลัยได้ที่ไหนกัน?” สะใภ้รองซูเองเอ่ยปากพูดขึ้น
“นั่นไม่ใช่เหตุผลหรอกเหรอ? หากเธอไม่สนใจในบัญชีของจี้กวงซง เธอก็จะไม่รู้ว่าเขาเอาเงินไปใช้ที่ไหนบ้าง ต่อให้ไม่จำเป็นต้องสงสัยในตัวเขา แต่ตอนนี้สังคมเปลี่ยนไปมาก มันยากที่จะวางใจแล้วว่าใครบางคนเห็นเขามีเงินแล้วจะไม่เข้ามายุ่ง ถึงตอนนั้นเธอจะไปร้องไห้กับใครได้” ซูตานหงพูด
เรื่องพูดคุยนี้เหมือนจะเป็นเรื่องตลกขบขัน ด้วยนิสัยของจี้กวงซงแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่กับหยางต้าหยานั้นไม่ใช่ ซึ่งแน่นอนว่าอำนาจทางการเงินของครอบครัวควรอยู่ในมือของผู้หญิง ผู้ชายมีหน้าที่ทำงานหาเงิน นั่นถึงเรียกว่าหน้าที่ใครหน้าที่มัน
ก่อนหน้านี้ซูตานหงไม่ค่อยสนใจ มีแต่จี้เจี้ยนอวิ๋นเอาเงินมาให้เธอเก็บ เธอถึงได้ยอมเก็บ
ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด เธอถึงเริ่มคำนวณเงิน คำนวณบัญชีในแต่ละเดือน ตอนนี้นอกจากเงินค่าน้ำมันรถแล้ว เงินอย่างอื่นเธอล้วนเป็นคนถือทั้งหมด
แม้แต่จี้เจี้ยนอวิ๋นยังไม่มีกุญแจตู้เก็บเงิน มีเพียงเธอเท่านั้นที่มี ถ้าเขาอยากจะใช้เงินก็จะต้องไปหาเธอก่อนเป็นอันดับแรก
จี้กวงซงทำเงินได้มากเช่นกัน รายได้ต่อปีของเขามากกว่าหยางต้าหยาหลายเท่า หล่อนชอบกินรากบัวที่เขาปลูก และมันเติบโตได้ดีมาก
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่รากบัวในสระเท่านั้น แต่ยังมีปลาอีกด้วย มันเป็นแหล่งรายได้เช่นกัน พวกเขาทั้งหมดมีกำไรมาก ตามการประเมินของจี้เจี้ยนอวิ๋น จี้กวงซงมีรายได้สามถึงสี่พันหยวนต่อปี จี้กวงซงอายุเพียงเท่านี้แต่กลับหาเงินได้มากขนาดนี้ นับว่าไม่ใช่เล่น ๆ แล้ว!
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ไอ้เจ้าฉีฉีเอ๊ย ทะเลาะไม่เว้นวันเลยลูก เดือดร้อนพ่อกับปู่บุญธรรมต้องตามล้างตามเช็ดอีก
เป็นวิธีสืบหาบ้านเล็กบ้านน้อยของสามีในสมัยนั้นสินะคะ ตรวจบัญชีแล้วพบรายจ่ายผิดปกติเมื่อไหร่ก็คือเตรียมเคลียร์งี้
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันส่งท้ายปีเก่าจีนนะคะ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ค่ะ
ไหหม่า(海馬)