ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - ตอนที่ 383 คำเตือน
ตอนที่ 383 คำเตือน
แต่เมื่อนางรู้สึกว่าเนี่ยหย่วนเฉียวกระตือรือร้นกับเรื่องของนางมากเกินไป จางซิ่วเอ๋อก็ไม่ต้องการให้เขารู้ว่านางกำลังมีปัญหา
แม้ว่าหากเนี่ยหย่วนเฉียวเข้ามาช่วยเหลือ ปัญหาคงคลี่คลายได้เร็วกว่านี้
แต่จางซิ่วเอ๋อไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณมากเกินไป มิฉะนั้นนางกลัวจริง ๆ ว่าวันหนึ่งนางจะไม่สามารถตอบแทนบุญคุณเหล่านี้ได้
เมื่อรวมกับความกระตือรือร้นของเนี่ยหย่วนเฉียวแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็มีความรู้สึกว่าไม่สามารถหนีรอดไปได้
จางซิ่วเอ๋อคิดในใจว่าหากนางสามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ นางจะไม่มีวันขอความช่วยเหลือจากเนี่ยหย่วนเฉียว
ไม่เพียงแต่นางจะไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากเนี่ยหย่วนเฉียว แต่นางจะคอยระวังไม่ให้เนี่ยหย่วนเฉียวเข้ามาช่วยเหลือด้วย
เมื่อเนี่ยหย่วนเฉียวได้ยินจางซิ่วเอ๋อกล่าวเช่นนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
พาแผ่นป้ายวิญญาณไปผ่อนคลายอย่างนั้นหรือ?
เขาเป็นคนและยังมีชีวิตอยู่ ยืนอยู่ตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อไม่เห็นหรือไร? การออกไปเที่ยวกับตัวเขาเองจะมีประโยชน์มากกว่าการออกไปเที่ยวกับแผ่นป้ายวิญญาณมิใช่หรือ?
แน่นอนว่าตอนนี้เนี่ยหย่วนเฉียวทำได้เพียงคิดอยู่ในใจ ไม่กล้าพูดออกไป
เนี่ยหย่วนเฉียวและเถี่ยเสวียนช่วยจางซิ่วเอ๋อขนย้ายข้าวของและไปส่งพวกนางที่ทางออกของป่าผีสิง
จางซิ่วเอ๋อเป็นคนควบคุมลา นางขึ้นนั่งประจำเกวียนลาแล้วเริ่มออกเดินทาง
เนี่ยหย่วนเฉียวและเถี่ยเสวียนกำลังยืนอยู่ในป่าผีสิง และมองเห็นว่าเกวียนลาของจางซิ่วเอ๋อออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้านาย พวกเราควรทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ?” เถี่ยเสวียนถาม
เถี่ยเสวียนรู้จักเนี่ยหย่วนเฉียวดี เขาย่อมรู้ว่าเนี่ยหย่วนเฉียวไม่สามารถละเลยเรื่องนี้ได้
หากกล่าวถึงก่อนหน้านี้ เถี่ยเสวียนคงไม่คิดว่าวันหนึ่งเจ้านายของเขาจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องของสตรีคนหนึ่งได้ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้สิ่งต่าง ๆ กลับเปลี่ยนแปลงไปทีละอย่าง
เถี่ยเสวียนต้องยอมรับว่าหากเรื่องใดเกี่ยวข้องกับจางซิ่วเอ๋อ เจ้านายของตนก็จะรีบรุดไปช่วยเหลือ
ตอนนี้เขารู้ว่าเจ้านายของตนกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง เถี่ยเสวียนก็อยากรู้เช่นกันว่าเจ้านายของเขาจะทำอะไร เช่นนี้เขาจึงถามคำนั้นออกไป
เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าว “ตามไปดูนาง”
เถี่ยเสวียนพยักหน้า “เช่นนั้นไปกันเถิดขอรับ”
จางซิ่วเอ๋อมาถึงในเมือง นางส่งพะโล้ให้กับเถ้าแก่เฉียนตามปกติ
เถ้าแก่เฉียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ซิ่วเอ๋อ เข้ามานั่งในนี้ก่อนเร็ว”
ในเวลานี้ เถ้าแก่เฉียนเลิกเรียกจางซิ่วเอ๋อว่าแม่นางซิ่วเอ๋อแล้ว ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น
จางซิ่วเอ๋อยิ้ม “ไม่ล่ะเจ้าค่ะท่านลุงเฉียน ข้าต้องออกไปขายพะโล้”
“เฮ้ สาวน้อยซิ่วเอ๋อ บอกข้าเถิดว่าทำไมเจ้าจึงไม่หยุดขายพะโล้วันนี้เล่า? ข้ากังวลว่าคนพวกนั้นอาจจะยังไม่ยอมแพ้” เถ้าแก่เฉียนกล่าวอย่างกังวล
โรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อจวีของเขาเป็นกิจการที่ดีและสามารถปกป้องจางซิ่วเอ๋อได้ในระดับหนึ่ง
เพราะอาจมีบางคนที่คิดตุกติกหรือไม่เล่นตามกติกาที่กำหนดไว้
เถ้าแก่เฉียนกังวลว่าฟู่ต้าเตาและคนอื่น ๆ จะใช้กลอุบายที่น่ารังเกียจกับจางซิ่วเอ๋อ
ถึงเวลานั้นเขาอาจจะไม่สามารถปกป้องได้
จางซิ่วเอ๋อเห็นความกังวลในสายตาของเถ้าแก่เฉียน หัวใจของนางพลันอบอุ่นขึ้นมา
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าตนและเถ้าแก่เฉียนไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากคู่ค้าที่ร่วมมือกัน หรือแม้กระทั่งยังให้ความร่วมมือกันอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ตอนนี้นางกลับรู้สึกแตกต่างออกไ ไป
“ขอบคุณท่านลุงเฉียนที่เป็นห่วง แต่ข้ายังต้องขายพะโล้นี้อยู่ ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถเลิกขายเพียงเพราะถูกกลั่นแกล้งได้” จางซิ่วเอ๋อกล่าวต่อ
เมื่อเถ้าแก่เฉียนได้ยินจางซิ่วเอ๋อกล่าวเช่นนั้น เขาพยักหน้ารับและพูดว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่คิดถอยกลับเมื่อประสบปัญหาเพียงเล็กน้อย ดังนั้นหากมีใครมารังแกเจ้าอีก เจ้าสามารถให ห้คนวิ่งมาส่งข่าวให้ข้า แล้วข้าจะพยายามช่วยอย่างเต็มที่”
จางซิ่วเอ๋อกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณท่านยิ่ง”
การค้ายังต้องดำเนินต่อไป
แม้ว่าจะเป็นเพียงการค้าขนาดเล็ก ไม่สามารถทำเงินได้มากมายนัก แต่หากการค้าขนาดเล็กดังกล่าวไม่สามารถไปต่อได้ นางก็ไม่อาจทำการค้าใดที่ใหญ่กว่านี้ได้อีกในอนาคต
ไม่ว่าจะทำการค้าใด ดังที่ทราบ คนเรามักจะต้องเผชิญหน้ากับเรื่องน่าอายเสมอ
หากนางท้อถอยเมื่อเผชิญหน้ากับความยากลำบาก นางก็เพียงต้องอยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิตเท่านั้น
จางซิ่วเอ๋อไม่คิดว่าตนเองต้องร่ำรวยเพียงใด แต่อย่างน้อยขอเพียงนางเดินออกไปบนถนนแล้วไม่มีผู้ใดกล้ารังแกก็เพียงพอ!
ตอนนี้นางไม่อยากทำการค้าใหญ่อีกต่อไป หากไม่มีใครร่วมมือด้วย เช่นนี้นางจึงไม่กล้าขยายการค้าเครื่องเทศอย่างลวก ๆ ได้
จางซิ่วเอ๋อรู้ต้นทุนของเครื่องเทศ และหากทำได้จริง มันจะสร้างผลกำไรอย่างมหาศาลแน่นอน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น อย่าได้กล่าวถึงหมู่บ้านเล็กน้อยเลย ต่อให้เป็นคนของสำนักปกครอง หรือขั้วอำนาจหรือผู้มีอำนาจ ก็คงไม่ปล่อยผลกำไรนี้แน่
ในเวลานั้น นางเป็นเพียงเด็กสาวชาวนาไร้ซึ่งอำนาจใด จะเก็บชิ้นเนื้อนี้ไว้กับตัวได้เช่นไร?
การค้าเดียวที่นางพอจะทำได้คือขายพะโล้
การค้านี้ทำเงินได้ และยังไม่โดดเด่นจนเตะตาผู้คนมากเกินไป นางจะยอมแพ้ง่าย ๆ ได้เช่นไร?
จางซิ่วเอ๋อตั้งร้านอีกครั้ง
มันดึงดูดความสนใจจากแผงลอยรอบ ๆ อย่างมาก
แม่เฒ่าผู้หนึ่งที่ขายบะหมี่หยางชุนเข้ามาพร้อมกล่าวเสียงกระซิบ “เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่อีก?”
จางซิ่วรู้ว่าแม่เฒ่าผู้นี้ไม่มีเจตนาร้าย เพราะบะหมี่หยางชุนและพะโล้ไม่ได้ขัดผลประโยชน์กัน
บางคนที่มาซื้อพะโล้ ก็จะกินบะหมี่หยางชุนหนึ่งชาม และคนที่มากินบะหมี่หยางชุน ก็จะแวะซื้อพะโล้บ้างเป็นบางครั้ง
ทั้งสองน่าจะเอื้อผลประโยชน์ต่อกันเสียมากกว่า
จางซิ่วเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “การขายพะโล้นี้ต้องดำเนินต่อไปเจ้าค่ะ”
“สาวน้อย ข้าขอแนะนำ… หากเป็นไปได้ อย่ามาค้าขายที่นี่อีก” นางพูดพร้อมเอามือลูบใบหน้าซีดเผือดของตนเอง
นางอยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน มีรอยเปื้อนตามเสื้อผ้าเป็นด่างดวง ซึ่งมันอาจจะเป็นรอยจากน้ำแกงที่กระเด็นใส่ขณะปรุงบะหมี่
แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยสะอาดนัก แต่คนที่มาที่นี่ล้วนแต่มาเพื่อกิน พวกเขาไม่ค่อยสนใจกับผู้อื่นมากนัก
ในบรรดาคนเหล่านี้ มีเพียงจางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถาที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านเกินไป และกลายเป็นคนนอกรีต
“ท่านป้า ข้ารู้ว่าท่านกำลังพูดสิ่งเหล่านี้กับข้าเพียงเพราะหวังดี แต่ตอนนี้มีอิ๋งเค่อจวีอยู่ข้างหลังข้าแล้ว คนเหล่านั้นย่อมไม่กล้าทำอะไรกับข้าอีก” จางซิ่วเอ๋อตอบ
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับตระกูลเนี่ย จางซิ่วเอ๋อย่อมไม่อ้าปากกล่าวมันออกไปพล่อย ๆ ในตอนนี้
เมื่อแม่เฒ่าผู้นั้นได้ยิน นางก็ลดเสียงลงพร้อมกล่าวเสียงกระซิบ “เจ้าไม่รู้หรือว่าฟู่ต้าเตาเป็นคนชั่วร้าย ทั้งน้องสาวของเขายังแต่งงานกับคนรับใช้ตระกูลเนี่ย…”
“การที่เจ้าแย่งการค้าของเขาเช่นนี้ พวกเขาจะปล่อยเจ้าไปได้อย่างไร? ข้าคิดว่าแม้จะเป็นโรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อจวี แต่คนพวกนั้นคงไม่หวั่นเกรงมากนัก” แม่เฒ่าพูดออกมาพร้อมมองซ้ายข ขวา
นางเกรงว่าจะมีใครเข้ามาแอบฟังถ้อยคำของตน
เพราะการเข้ามายุ่งเรื่องคนอื่นย่อมไม่ดีนัก
“ข้าเห็นแล้วว่ามันไม่ง่ายเลยที่สาวน้อยทั้งสองอย่างพวกเจ้าจะทำการค้า ข้าเลยอดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือน การหาเงินเป็นสิ่งที่ดี แต่หากพวกเจ้ามีปัญหากับใครที่ไม่สามารถจัดการ ได้ มันจะกลายเป็นเรื่องไม่ดีทันที” แม่เฒ่ากล่าวอย่างกังวล
จางซิ่วเอ๋อกล่าวอย่างอบอุ่นใจ “ท่านป้า ไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว”
แม่เฒ่ามองจางซิ่วเอ๋อและเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อยังคงยืนยัน นางทำได้เพียงถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะมองจางซิ่วเอ๋ออย่างเสียใจแล้วเดินกลับไปที่ร้านบะหมี่ของตน
………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ในวันที่มืดมนยังมีหนทางอยู่ สู้ ๆ นะซิ่วเอ๋อชุนเถา ขอให้ขายได้ขายดีนะ
ไหหม่า(海馬)