ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - ตอนที่ 389 แม่สื่อ
ตอนที่ 389 แม่สื่อ
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า สองคนนั้นอยู่อย่างเงียบเชียบเสมอมา ดังนั้นจึงไม่แปลกนักหากพวกเขาจะออกไปทำอะไรบางอย่าง
แต่นางกลับไม่เข้าใจตนเอง บางครั้งนางก็ลอบกังวลอยู่เล็กน้อย
แม้หนิงอันและเถี่ยเสวียนจะไม่ได้รับบาดเจ็บมานานแล้ว แต่จางซิ่วเอ๋อก็ยังคงกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเพิกเฉยต่อเรื่องนี้
จางซิ่วเอ๋อไม่ได้สนใจติ่มซำหรือเรื่องใดเป็นพิเศษ หลังจากกินไปได้สองชิ้น นางก็รู้สึกเบื่ออาหาร นางหยิบกระดาษทาน้ำมันขึ้นมาหนึ่งแผ่นก่อนจะวางติ่มซำลงไปสองสามชิ้น จากนั้ นจึงเดินออกไป
“กินข้าวอยู่ที่บ้านก่อนนะ ข้าจะไปหาท่านแม่” จางซิ่วเอ๋อกล่าว
เมื่อจางซิ่วเอ๋อใกล้จะถึงบ้านตระกูลจาง นางสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ไกล ๆ
เนื่องจากบ้านตระกูลจางไม่ใช่สถานที่ที่คนแปลกหน้าจะโผล่มาบ่อยนัก จางซิ่วเอ๋อจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้พบเจอบุคคลนี้ นางเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ
ขณะนั้น ผู้หญิงคนนั้นหยุดฝีเท้าตรงหน้าจางซิ่วเอ๋อ “นี่คือบ้านตระกูลจางหรือไม่?”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อมองผู้หญิงคนนั้นพร้อมตอบกลับ ผู้หญิงคนนี้สวมชุดสีแดง มีดอกไม้สองดอกอยู่บนศีรษะของนาง ใบหน้าถูกทาด้วยแป้ง นางอ้วนเล็กน้อยแต่มีรอยยิ้มที่ดูใจดีนัก
จางซิ่วเอ๋อจำไม่ได้จริง ๆ ว่าบุคคลผู้นี้เกี่ยวข้องกับตระกูลจางอย่างไร
ผู้หญิงคนนั้นมองจางซิ่วเอ๋อพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แล้วเจ้าอยู่ในตระกูลจางด้วยหรือไม่?”
จางซิ่วเอ๋อลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ข้านามว่าจางซิ่วเอ๋อ”
นางไม่ต้องการยอมรับว่าตนเป็นคนในตระกูลจาง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคนนอก นางไม่สามารถบอกกล่าวความขับข้องใจระหว่างตนกับตระกูลจางได้ ดังนั้นนางจึงแนะนำตัวอย่างคลุมเครือ
แต่ใครจะรู้ว่าหญิงผู้นั้นถึงกับเบิกตากว้างราวกับเห็นอะไรบางอย่าง นางมองจางซิ่วเอ๋อตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “เจ้าคือจางซิ่วเอ๋อ?”
“ยินดีด้วย ยินดีด้วย เจ้าช่างโชคดีนัก!” ผู้หญิงคนนั้นพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
จางซิ่วเอ๋อถามด้วยความสงสัย “ข้าไม่รู้… ท่านชื่ออะไรหรือ?”
แม้ว่าคำพูดของคนผู้นี้จะดูเข้าใจยากสักหน่อย แต่นางก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้น่ารำคาญนัก จางซิ่วเอ๋อสงสัยว่าจางซิ่วคนเดิมรู้จักคน ๆ นี้หรือไม่ ดังนั้นนางจึงคิดถามว่าอี กฝ่ายชื่ออะไร บางทีนางอาจจะพอจดจำได้บ้าง
“ข้าสกุลฮวา เรียกข้าว่าป้าฮวาก็ได้” ผู้หญิงคนนั้นแนะนำตัว
นางคือแม่สื่อของเมืองนี้ ทุกคนเรียกนางว่าแม่สื่อฮวา แต่เพราะนางแก่กว่าจางซิ่วเอ๋อ นางจึงขอให้จางซิ่วเอ๋อเรียกหาตนว่าป้า ซึ่งมันจะดีต่อทั้งสองฝ่าย
“ป้าฮวา ท่านมาหาใครในตระกูลจางงั้นหรือ?” จางซิ่วเอ๋อไม่ได้สนใจเรื่องของตระกูลจางมากนัก แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะถาม
“แม่ของเจ้าคือนางโจว เหมยจือใช่หรือไม่? ข้ามาหาแม่ของเจ้า” แม่สื่อฮวาพูดพร้อมกับยิ้ม
เมื่อจางซิ่วเอ๋อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาที่เคยมองแม่สื่อฮวาตรงหน้ากลับแปรเปลี่ยน คราวแรกนางแค่สงสัย แต่ในตอนนี้จางซิ่วเอ๋อรู้สึกกระตือรือร้นยิ่งขึ้น “อ้อ ท่านกำลังมองหาแม่ ของข้า อย่างนั้นก็เข้าไปพร้อมกับข้าเถิด”
นางไม่ค่อยเห็นว่าจะมีใครมาหาแม่โจวเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรแล้วแม่โจวก็คือมนุษย์คนหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่มีเพื่อน และเป็นเรื่องปกติที่แม่จะรู้จักใครบางคนที่นางไม่รู จัก
อย่างที่ว่ากันว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ จางซิ่วเอ๋อรู้สึกดีเมื่อได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ ใบหน้าของนางสดใส และนางก็ยังดูเป็นมิตร ไม่น่ารำคาญ
จางซิ่วเอ๋อเดินตรงไปที่ห้องทางทิศตะวันตกพร้อมกับแม่สื่อฮวา นางกล่าวทักทาย “ท่านแม่ มีแขกมาพบ”
นางโจวอยู่ในห้อง นางลุกขึ้นจากเตียงและเห็นแม่สื่อฮวาเดินเข้ามา
นางโจวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่านางไม่รู้จักแม่สื่อฮวาผู้นี้
จางซิ่วเอ๋อสงสัยไม่น้อยเมื่อเห็นความประหลาดในใจแววตาของแม่โจว “ท่านแม่?”
แม้ว่าแม่สื่อจะดูเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ทว่าฝีปากของพวกเขานั้นเก่งกาจและแข็งแกร่งยิ่ง
ในขณะนั้น แม่สื่อฮวาไม่เพียงแต่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม นางยังจับมือของนางโจวเอาไว้แน่น “น้องหญิงใหญ่ ตัวข้าสกุลฮวา เรียกข้าเป็นพี่หญิงใหญ่ฮวา”
จางซิ่วเอ๋ออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ จากแม่สื่อฮวากลับกลายเป็นพี่หญิงใหญ่ฮวาเสียได้
ในชาติก่อน มีแมลงน้อยชนิดหนึ่งที่ชื่อเรียกเหมือนดังพี่หญิงใหญ่ฮวา
นางโจวตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด “เรื่องนั้น… ข้าไม่รู้ว่าท่านจะมา…”
แม่สื่อฮวาไม่ได้กล่าวแทรกนางโจว นางยิ้มพร้อมตอบกลับ “ข้ามาเพื่อแจ้งข่าวดีแก่เจ้า! เจ้าได้รับพรที่ดียิ่ง”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ แม่สื่อหันไปหาจางซิ่วเอ๋อ “นี่คือลูกสาวคนโตของเจ้า นางงดงามยิ่ง และข้าเห็นว่ามีไม่กี่คนที่สามารถเทียบเทียมลูกสาวเจ้าได้”
เมื่อจางซิ่วเอ๋อได้ยินเช่นนั้น นางไอออกมาเบา ๆ การได้รับคำชมเช่นนี้ทำให้ใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
แต่ทั้งหมดก็คือความจริง แต่ที่จริงแล้ว… แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะดีมาก แต่นางก็เพิ่งจะเข้าครอบครองร่างนี้ได้ไม่นานนัก แม้ว่านางจะดูแลตัวเองบ้างแล้ว แต่ก็ยังผอมอยู่บ้าง เ เช่นนี้จึงรู้สึกว่าตนเองไม่มีความงามเลยจริง ๆ
นางไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อในอนาคต แต่ตอนนี้… แม้ว่านางไม่ต้องการที่จะยอมรับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยรูปลักษณ์ในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับหลีฮวาและจางอวี่หมินแล้ว นางยังม มีบางอย่างที่ด้อยกว่า
ไม่ต้องพูดถึงการเปรียบเทียบในระยะสิบลี้กับอีกแปดเมือง
นางรู้สึกอับอายในสิ่งที่ป้าฮวากล่าวยกยอ
แม้ว่าจะเป็นเรื่องดีที่ถูกยกยอ แต่มันก็ยังห่างไกลจากความเป็นจริงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อนางโจวได้ยินแม่สื่อฮวากล่าวเช่นนี้ นางคล้ายกับตระหนักได้ถึงบางอย่างในทันใด จู่ ๆ จะมีผู้หญิงหน้าตาดีจากบ้านไหนมาเยี่ยมได้ นอกเสียจากว่า… เป็นแม่สื่อ!
เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดของหมอเมิ่งที่กล่าวเอาไว้ก่อนจะจากไป นางโจวจึงเข้าใจความหมายของแม่สื่อฮวาอย่างสมบูรณ์และเข้าใจถึงเจตนาการมาเยี่ยมในวันนี้
หมอเมิ่งกลับไปและไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เลย นางโจวรู้สึกกังวลจริง ๆ ว่าหมอเมิ่งจะกลับมาที่นี่หรือไม่ หรือเขาเพียงผลัดวันประกันพรุ่งไปเท่านั้น
ชายผู้นี้หาได้หวาดเกรงใดไม่ ขณะที่สตรีนั้นหวาดเกรงการผลัดวันเป็นที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้ในหมู่บ้านมีข่าวลือมากมาย นางโจวรู้สึกว่ายิ่งเรื่องนี้ยืดเยื้อออกไปนานเท่าไหร่ ชื่อเสียงของจางซิ่วเอ๋อก็จะยิ่งเลวร้ายลงเท่านั้น
นั่นเป็นเหตุผลที่นางตัดสินใจช่วยจางซิ่วเอ๋อให้หลุดพ้นจากเรื่องนี้
“เช่นนั้นนั่งลงก่อนเถิด” นางโจวเอื้อมมือไปหยิบเก้าอี้ให้แม่สื่อฮวา
แม่สื่อฮวามองท้องใหญ่ของนางโจวพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้ากำลังตั้งครรภ์ ไม่ต้องสุภาพกับข้ามากนัก”
“น้องหญิงใหญ่ เจ้าได้รับพรอย่างแท้จริง ข้าเห็นแล้วว่าในท้องของเจ้าต้องมีเด็กตัวอ้วนอยู่แน่นอน แล้วลูกสาวคนโตของเจ้าก็มีอนาคตสดใสนัก เจ้าเพียงรอและเพลิดเพลินกับความสุ ขในวันข้างหน้า” แม่สื่อฮวากล่าวด้วยรอยยิ้ม
สำหรับแม่สื่อ ผู้หญิงที่แต่งงานได้ด้วยดีย่อมมีอนาคตไกล
แต่จางซิ่วเอ๋อไม่ได้คาดเดาคำพูดของแม่สื่อฮวา และนางคิดว่าตนคงรุ่งเรืองเพราะการค้าพะโล้ของตนเอง ป้าฮวาผู้นี้คงจะรู้เรื่องนั้น