ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - ตอนที่ 449 ไก่แก่
ตอนที่ 449 ไก่แก่
จางต้าหูไม่ทราบเรื่องนี้
เป็นครอบครัวของจวี๋ฮวาที่รู้เรื่อง แต่พวกเขาไม่คิดที่จะแพร่งพรายมันออกไป ดังนั้นผู้คนในหมู่บ้านจึงไม่ค่อยทราบเรื่องนัก
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้าและตอบกลับ “ใช่”
นางไม่ต้องการจะกล่าวเรื่องนี้อย่างรวดเร็วนัก แต่เมื่อจางต้าหูถามเช่นนี้ จึงไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป นางต้องการให้จางต้าหูเห็นแสงสว่างเพื่อกระตุ้นให้จางต้าหูแยกครอบครัวออกไป
จางต้าหูมองจางซิ่วเอ๋อด้วยดวงตาเบิกกว้าง มีคนมากมายในหมู่บ้านนี้ทำงานร่วมกับเขา ทว่าพวกเขาไม่สามารถสร้างบ้านใหม่ได้แม้ผ่านไปนานหลายปี
จางซิ่วเอ๋อเพียงแยกออกจากบ้านไปได้ 1 ปี และนางก็สามารถสร้างบ้านได้จริง ๆ!
หยางชุ่ยฮวามองจางซิ่วเอ๋อด้วยความชื่นชม “ข้าทราบดีว่าซิ่วเอ๋อเป็นคนมีความสามารถ”
สิ่งที่หยางชุ่ยฮวาเบื่อหน่ายมากที่สุดคือความขี้ขลาดของแม่โจว และสิ่งที่นางชื่นชมมากที่สุดคือคนอย่างเช่นจางซิ่วเอ๋อ นางทั้งว่องไว มีไหวพริบ ฉลาด และยังมีความสามารถพัฒนาตนเองได้เสมอ
หลังจากจางต้าหูฟื้นคืนสติจากเหตุการณ์นี้ได้ เขาบ่นพึมพำ “บ้านผีสิงนั้นมืดมนนัก ข้าไม่ไปที่นั่นได้หรือไม่?”
จางซิ่วเอ๋อ “…”
จางต้าหูอาจจะรู้สึกถึงเงาบางอย่างของบ้านผีสิงนั้น หรือบางทีจางต้าหูเพียงหาเหตุผลแก้ตัวเพราะไม่ต้องการแยกครอบครัวออกไป
แม่โจวมองจางต้าหูพร้อมถอนหายใจ และกล่าวว่า “หากไม่ใช่เพราะซิ่วเอ๋อ แม้ลูกของข้าจะเกิดมาได้ เขาก็คงจะต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน และคงไม่อาจมีอาหารดื่มกินได้อย่างเพียงพอ”
จางต้าหูหน้าแดงอยู่ชั่วขณะ แต่เขาก็รู้สึกว่าตนเองทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูตระกูลจาง แต่เขาไม่อาจเลี้ยงดูบุตรชายของตนเองได้
หยางชุ่ยฮวากล่าวเหยียดหยาม “คนเช่นนี้โง่เขลานัก ไม่มีปากเสียงใด ๆ เหมยจื่อเพียงเจ้าบอกข้าว่าต้องการกลับบ้าน พวกข้าจะรีบพาเจ้ากลับไปโดยเร็วที่สุด แม้ว่าชีวิตของตระกูลโจวจะยังไม่ได้ดีนัก แต่พวกเราย่อมสนับสนุนเจ้าได้ดีกว่าคนที่นี่แน่นอน”
จางต้าหูที่ถูกเย้ยหยันเช่นนี้ ใบหน้าของเขาพลันมืดมนลงในทันใด ขณะนี้เขาก้มศีรษะเงียบและไม่กล่าวอะไรอีก
จางซิ่วเอ๋อกลอกตาไปมา แม้คำพูดของหยางชุ่ยฮวาจะไม่น่าฟังนัก แต่นางก็ยังเห็นด้วยกับคำพูดของหยางชุ่ยฮวา
เดิมทีจางซิ่วเอ๋อต้องการทำอาหารให้กับแม่เฒ่าโจวและหยางชุ่ยฮวา แต่หยางชุ่ยฮวาบอกว่านางอยากกินอาหารที่บ้านตระกูลจางมากกว่า
จางซิ่วเอ๋อไตร่ตรองเรื่องนี้ หยางชุ่ยฮวาคงจะรังเกียจตระกูลจาง ดังนั้นนางจึงไม่ได้กล่าวอะไรต่อ
เมื่อถึงเวลาอาหาร หยางชุ่ยฮวาเดินเข้าไปในลานพร้อมตะโกนว่า “ครอบครัวของพวกเจ้าไม่มีผู้ใดทำอาหารหรืออย่างไร? เราเดินทางมาไกลเพื่อมาเยี่ยมเยียน แต่ตระกูลจางจะไม่มอบความบันเทิงแก่พวกเราหน่อยงั้นหรือ?”
แม่เฒ่าจางเดินออกมาจากในห้อง “เจ้าก็เอาเนื้อมาให้ข้า แล้วข้าจะทำอาหารให้เจ้า!”
“ฮึ่ม คิดใช้ของที่ข้านำมางั้นหรือ ท่านยังไม่คิดเลิกรากับเนื้อเหล่านี้หรือไรกัน? แม้สิ่งเหล่านี้จะมีไว้สำหรับเหมยจื่อ แต่เหมยจื่อก็เป็นคนในตระกูลจางเช่นเดียวกัน เจ้าไม่ได้คิดทำอาหารให้กับนางใช่หรือไม่?” หยางชุ่ยฮวากล่าวอย่างไม่พอใจ
เพราะไม่มีเนื้อสัตว์ แม่เฒ่าจางจึงชักสีหน้า “ที่บ้านของเราไม่มีอะไรจะกิน รีบเอามาเร็วเข้า!”
“มีไก่แก่อยู่ในบ้านของท่าน! พูดออกมาได้อย่างไรว่าไม่มีอาหาร? ข้าคิดว่าท่านคงไม่ต้องการทำอาหารให้กับเราเสียมากกว่า! ข้าไม่เคยพบเจอคนไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน! ครอบครัวของลูกสะใภ้มาเยี่ยมเยียนถึงที่ ทั้งยังส่งของมากมายมาให้ แต่ข้าวเพียงหนึ่งคำยังไม่ได้ลิ้มรส!” หลังกล่าวจบ หยางชุ่ยฮวาเดินออกไปด้านนอก
เมื่อพวกเขาออกไปยืนที่ท้องถนน หยางชุ่ยฮวาเท้าสะเอวก่อนจะตะโกนเสียงดัง “ทุกคนที่ผ่านไปผ่านมา เร่เข้ามาเถิด! ข้าจะเล่าให้ฟัง! วันนี้เราจะได้เห็นดีกันว่าแม่เฒ่าจางเป็นคนอย่างไร มีหลานชายตัวน้อยมาเกิดในตระกูล ข้าก็ตระเตรียมสิ่งของมามอบให้มากมาย เดินทางมาตั้งไกล แต่ตระกูลจางกลับไม่คิดหุงหาอาหารให้ข้าได้กินสักหนึ่งคำ!”
“ข้าเคยพบเจอคนไร้ยางอายมาบ้าง แต่ไม่เคยพบเจอใครที่ไร้ยางอายได้มากเพียงนี้!” หยางชุ่ยฮวายังคงสาปแช่ง
“ในศีรษะนั้นคงมีแต่เรื่องไร้สาระ! หากพวกท่านมีบุตรสาว ในอนาคตอย่าได้พามาตบแต่งกับตระกูลจาง!” หยางชุ่ยฮวาเริ่มหยิบของ
เมื่อแม่เถาได้ยินเช่นนั้นจึงเกิดกังวลใจ และรีบออกมาตะโกนว่า “ลูกของแม่โจวก็เป็นผู้ชายมิใช่หรือไร? เจ้าไม่ต้องการให้หลานชายเจ้ามีภรรยางั้นหรือ?”
“เป่าเอ๋อร์อายุเท่าไรกัน? กว่าเขาจะได้แต่งงานกับภรรยานั้นมีเวลาอีกเป็นสิบปี ถึงเวลานั้นน้องสาวข้าก็คงเป็นอาวุโสในบ้านแล้ว และข้าก็คงไม่ต้องโกรธหญิงชราผู้นี้อีกต่อไป! นางจะเป็นคนอ่อนโยนและใจดีกับสะใภ้คนอื่น ๆ ในอนาคตอย่างแน่นอน! ถึงจะเป็นบุตรชายของเจ้า… ก็คงจะหาภรรยาไม่ยากนัก!” หยางชุ่ยฮวากล่าวยินดีในความโชคร้ายของอีกฝ่าย
ยิ่งแม่เถาได้ฟัง ก็ยิ่งกังวล
หากปล่อยให้หยางชุ่ยฮวากล่าวต่อไปเช่นนี้ ในอนาคตผู้ใดเล่าจะอยากเป็นสะใภ้ตระกูลจาง?
นางหันไปกล่าวกับแม่เฒ่าจางทันที “ท่านแม่ ไปดูแลเรื่องอาหารการกินของพวกเขากันเถิด!”
“ไม่เป็นไร!” แม่เฒ่าจางกล่าวอย่างโกรธเคือง
ใบหน้าของแม่เถากลายเป็นน่าเกลียดเล็กน้อย และนางยังกล่าวต่อ “ท่านแม่ มันไม่ง่ายเลยที่เป่าเกินจะหาภรรยาได้หากเรื่องราวเป็นเช่นนี้”
แม่เฒ่าจางไม่พูดอะไร หัวใจของแม่เถาแทบจะหยุดเต้น นางจึงกล่าวต่อ “ต้าเหอต้องจัดการเรื่องของเป่าเกินเสร็จสิ้นก่อนที่จะออกไปทำงานอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีอารมณ์ที่จะออกไปหาเงินในปีนี้!”
แม่เฒ่าจางเงยหน้าขึ้นก่อนจะกล่าวอย่างไม่อดทน “อืม เจ้าไปทำอาหารให้นางได้!”
แม่เถารีบตอบ “เช่นนั้นข้าจะรีบไปจัดการ”
แม่เฒ่าจางกำลังคิดเรื่องการไปทำงานหาเงินของจางต้าเหอ เมื่อกล่าวถึงสิ่งนี้แล้วความคิดของนางจึงอ่อนลง
แม่เถาออกไปด้านนอกและดึงหยางชุ่ยฮวาเข้ามาข้างใน
“เจ้าคิดทำอะไร? เจ้ามัวแต่อยากเอาชนะข้า แต่กลับไม่เอาเวลานี้ไปทำอาหารงั้นหรือ?” หยางชุ่ยฮวาเปิดปากสาปแช่งทันที
แม่เถาทราบดีว่าคนอย่างหยางชุ่ยฮวานั้นรับมือได้ยาก ในเวลานี้นางจึงกล่าวขึ้น “ข้าจะทำให้เจ้าเอง แล้วเจ้าจะกินอะไร?”
“ข้ารู้สึกว่าไก่แก่ในบ้านของเจ้าดูดีไม่น้อย!” หยางชุ่ยฮวาเชิ่ดหน้าขึ้น
“อะไรนะ? อยากกินสิ่งนี้หรือ? ไม่ได้เด็ดขาด!” แม่เถาคัดค้านทันที
หยางชุ่ยฮวาขึ้นเสียงตะโกน “น้องสาวของข้ากำลังพักฟื้นหลังคลอด แม้แต่ไก่แก่ในครอบครัวเจ้ายังไม่อาจได้ดื่มกินงั้นหรือ! ข้าอยากจะรู้นักว่าในอนาคตผู้ใดกันจะมาแต่งงานกับบุรุษตระกูลจาง!”
“ตกลง ตกลง ข้ายอมแล้ว อย่าตะโกนได้หรือไม่?” แม่เถายอมพ่ายแพ้
นางรู้สึกผิดเล็กน้อย หากต้องฆ่าไก่แก่จริง ๆ มันจะสามารถปิดปากของหยางชุ่ยฮวาได้ แต่แม่เฒ่าจางย่อมไม่มีความสุขแน่นอน
แต่ในเวลานี้ สำหรับบุตรชายของนางแล้ว นางจึงไม่คิดสนใจความรู้สึกของแม่เฒ่าจาง!
ใบหน้าของหยางชุ่ยฮวาเผยรอยยิ้มทันที จากนั้นจึงจับไก่แก่ที่อ้วนที่สุดในลานขึ้นมา
นางตรงไปที่ห้องครัวและเชือดคอไก่อย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวนี้เป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อแม่เฒ่าจางรู้ตัว ก็สายเกินไปที่จะหยุดยั้งแล้ว ส่วนแม่เถาเห็นทุกอย่างชัดเจน แต่นางก็ไม่สามารถหยุดอีกฝ่ายได้
สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงไก่แก่ และแม้ว่ามันจะถูกฆ่าในอนาคต มันก็ไม่อาจตกหล่นถึงท้องของนางได้ เป็นเรื่องดีหากจะใช้มันเพื่อปิดปากของหยางชุ่ยฮวา
แม่เฒ่าจางโกรธมากในยามนี้ แต่เมื่อนึกถึงครั้งสุดท้ายที่หยางชุ่ยฮวาทำอาหาร นางจึงคิดอยากจะหยุดยั้งนาง
แต่นางจะหยุดหยางชุ่ยฮวาได้อย่างไร?
ความแข็งแกร่งของหยางชุ่ยฮวาไม่ใช่การแสร้งทำเพียงชั่วขณะ ทุกสิ่งมันฝังลึกอยู่ในกระดูกของนาง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแม่เฒ่าจาง นางเต็มไปด้วยความอวดดีและไม่เผยความอ่อนข้อแม้แต่น้อย
ท้ายที่สุด แม่เฒ่าจางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าไปร่วมทำอาหารกับหยางชุ่ยฮวา โดยพยายามจับตาดูนางเอาไว้
หยางชุ่ยฮวาเริ่มตุ๋นไก่
เมื่อนำมันออกมาจากหม้อ น่องไก่และอกไก่ถูกฉีกออกและนำใส่ชาม
“เจ้ากำลังทำอะไร?” แม่เฒ่าจางอดไม่ได้ที่จะถาม
……………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เป็นการเอาคืนที่เผ็ดมาก ยกสองนิ้วรัว ๆ
ไหหม่า(海馬)