ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - บทที่ 382 เครื่องราง
ตอนที่ 382 เครื่องราง
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่านอกเหนือจากความแปลกประหลาดของหนิงอันแล้ว หนิงอันก็นับว่าเป็นคนที่ค่อนข้างโดดเด่น
สองวันต่อมา
จางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถาเตรียมเนื้อพะโล้ไว้เรียบร้อยแล้ว พวกนางกําลังจะนำไปขายในเมือง
จางชุนเถามีท่าทางลังเลขณะถือเนื้อพะโล้
“ชุนเถา รีบหน่อยสิ” จางซิ่วเอ๋ออดไม่ได้ที่จะทักจางชุนเถา เมื่อนางเห็นว่าจางชุนเถามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
จางชุนเถาวางงานในมือลงและเดินไปหาจางซิ่วเอ๋อ “พี่หญิง ถ้าพวกเราเข้าเมืองอีกครั้ง แล้วเจอคนพวกนั้นอีกจะทําอย่างไรดีเจ้าคะ?”
ในเวลานี้นี้เนี่ยหย่วนเฉียวและเถี่ยเสวียนก็อยู่ในลานบ้านเช่นกัน
เมื่อเนี่ยหย่วนเฉียวได้ยินจางชุนเถาพูดเช่นนี้ ก็หันหน้าเงี่ยหูฟังเงียบ ๆ
จางซิ่วเอ๋อไม่ทันสังเกตการกระทําเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเนี่ยหย่วนเฉียว แต่กลับมองจางชุนเถาด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าว “ครั้งนี้เราไม่กลัวพวกเขาแล้ว! ข้ามีวิธีจัดการกับพวกเขา!”
ดวงตาของจางชุนเถาเป็นประกาย “พี่หญิง ท่านมีวิธีจัดการกับพวกเขาหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้าแล้วกล่าว “เจ้ารอก่อนนะ ข้าจะไปเอาของบางอย่าง”
กล่าวจบจางซิ่วเอ๋อก็เดินเข้าไปในห้องของเนี่ยหย่วนเฉียว ปกติแล้วจางซิ่วเอ๋อจะไม่เข้าไปในห้องนี้ แต่ตอนนี้นางนึกขึ้นได้ว่าป้ายวิญญาณของคุณชายเนี่ยยังคงอยู่ในห้องนี
นี่คือเครื่องรางของจางซิ่วเอ๋อ
ปกตินางไม่ได้นึกถึงมากนัก แต่บางครั้งนางก็เผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ตามคําแนะนำของเนี่ยเฟิ่งหลิน
ทว่าวันนี้จางซิ่วเอ๋อกลับคิดถึงเครื่องรางนี้
คนเหล่านั้นไม่ได้บอกว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเนี่ยหรอกหรือ?
นางไม่กลัวสิ่งนี้จริง ๆ! หากคนพวกนั้นมาหาเรื่องอีก นางก็จะควักของสิ่งนี้ออกมา! อยากเห็นนักว่าจะมีผู้ใดกล้ามารังแกนางอีก!
ถึงแม้ว่าคุณชายเนี่ยจะตายไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงมีสถานะบางอย่างในตระกูลเนี่ยอยู่บ้าง
ป้ายวิญญาณนี้ไม่สามารถทําให้ผู้ที่เป็นเจ้านายหวาดกลัวได้ แต่จางซิ่วเอ๋อกลับคิดว่ามันไม่มีปัญหาในการใช้ป้ายวิญญาณนี้กับเหล่าบ่าวไพร่ที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้นางยังดึงเนี่ยเฟิ่งหลินมาเป็นผู้สนับสนุนได้!
อืม ถึงแม้นางจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเนี่ยเฟิ่งหลิน แต่การดึงหนังเสือมาเป็นธงใหญ่*นั้นเป็นความคิดที่ดี
* สำนวน แปลว่าอาศัยบารมีของผู้อื่นเป็นเกราะคุ้มภัย
กล่าวได้ว่าเนี่ยเฟิ่งหลินผู้นี้ไม่มีทางมาตำหนินางด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็ไม่ได้ทําอะไรผิดเช่นกัน
ในฐานะแม่ม่ายที่ถูกคนรังแก ผิดหรือที่จะหยิบป้ายวิญญาณของสามีที่ตายไปแล้วติดตัว? ในฐานะสตรี การปล่อยให้สามีที่ตายไปแล้วของตนปกป้องตัวเองนั้นถือว่าผิดหรือไม่?
ยิ่งจางซิ่วเอ๋อคิดมากเท่าใดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นความคิดที่ดีมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อมาถึงประตูห้อง จางซิ่วเอ๋อก็หยุดเดินชั่วขณะ
นางหันกลับไปมองเนี่ยหย่วนเฉียวแล้วจึงเอ่ยถามขึ้น “หนิงอัน ข้าขอเข้าไปหยิบของในห้องเจ้าได้หรือไม่?”
แม้ว่านี่จะเป็นบ้านของนาง แต่ตอนนี้ห้องนี้เป็นของหนิงอันและเถี่ยเสวียน
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่านางควรให้ความเคารพหนิงอันและเถี่ยเสวียน
ไม่สามารถเข้าออกตามใจชอบได้
ตอนนี้นับว่าหนิงอันเป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่ง หนิงอันต้องให้เงินค่าอาหารและที่พัก แม้ไม่มีเงินก็ให้เป็นอาหารแทน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นางจึงไม่มีเหตุผลที่จะเข้าหรือออกบ้าน นอย่างตามอำเภอใจ
เนี่ยหย่วนเฉียวพยักหน้า
เมื่อจางซิ่วเอ๋อได้รับอนุญาตจากเนี่ยหย่วนเฉียวแล้ว นางจึงผลักประตูเข้าไป
ห้องนี้สะอาดสะอ้านมาก ภายในห้องมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพร
แม้ว่าจางซิ่วเอ๋อจะไม่ค่อยได้เข้ามาภายในห้องนี้มากนัก แต่หน้าต่างบานนี้ก็เปิดอยู่ทุกวัน และจางซิ่วเอ๋อก็สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในห้องได้เช่นกัน ดังนั้นนางจึงไม่อยาก กรู้อะไรมากนัก
นางตรงเข้าไปหาของสำคัญ
มุ่งหน้าไปยังแผ่นป้ายจารึกที่ปูทับด้วยผ้าลายดอกไม้
จางซิ่วเอ๋อมองไปที่แผ่นป้ายจารึกที่ล้มลงและรู้สึกสงสัยเล็กน้อย หรือว่าหนิงอันกับเถี่ยเสวียนจะรังเกียจป้ายนี้? ดังนั้นคว่ำมันลง?
แต่นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ถึงอย่างไรก็อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเอง การขยับของสิ่งนี้นั้นเป็นเรื่องผิดหรือ?
เป็นเพราะนางไม่มีที่วางสำหรับของสิ่งนี้ จริง ๆ แล้วนางคิดว่าหนิงอันและเถี่ยเสวียนคงอยู่อาศัยไม่นาน จึงเก็บป้ายนี้ไว้ที่นี่ และตัวนางเองก็ไม่ได้ใส่ใจเจ้าคนขี้โรคที่ต ตายไปแล้วมากนัก
หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจแผ่นป้ายนี้สักเท่าใด จึงลืมหยิบออกมา
จางซิ่วเอ๋อคิดกับตัวเองว่าตนคงคิดมากเกินไป แม้ว่าหนิงอันกับเถี่ยเสวียนจะไม่ทราบที่มา แต่คำพูดและพฤติกรรมของพวกเขาก็สุภาพและมีมารยาท พวกเขาคงไม่ได้ตั้งใจที่จะคว่ำแผ่ นป้ายลง
เมื่อถอยหลังมาหนึ่งก้าว แผ่นป้ายนี้… หาได้สำคัญกับนาง แม้ว่าจะเป็นคนจริง ๆ ล้มลงตรงนี้ก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบอันใด
เนื่องจากเป็นสิ่งของที่ไม่สําคัญ จางซิ่วเอ๋อจึงไม่ได้กังวลอีกต่อไป
เมื่อครู่นางสับสน ไม่ใช่เพราะป้ายนี้ เพียงแต่รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกพิสดารนัก
จางซิ่วเอ๋อจะรู้ได้อย่างไรว่าเถี่ยเสวียนคว่ำมันลง
เมื่อเขานึกถึงบ้านที่เขาและนายท่านอาศัยอยู่ มีความแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ได้ในหัวใจของเขา
เจ้านายของเขายังมีชีวิตอยู่และสบายดี อยู่ ๆ ก็มีแผ่นป้ายจารึกเช่นนี้อยู่ในห้อง นี่มิใช่การสาปแช่งให้เจ้านายตายหรอกหรือ?
หากเขาไม่เห็นมันก็แล้วไปเถิด ในเมื่อเขาเห็นมันแล้ว จึงคว่ำมันลงทันที
แผ่นป้ายนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก และมันอยู่ในบ้านของคนอื่น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะแตะต้องของสิ่งนี้ แต่ปัญหาคือคนบนป้ายนี้ยังมีชีวิตอยู่ และยังเป็นเจ้านายของเขาอีกด ด้วย!
ในสถานการณ์เช่นนี้ เถี่ยเสวียนไม่สนใจว่าการที่ตัวเองคว่ำแผ่นป้ายลงนั้นถือเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่
จางซิ่วเอ๋อใช้ผ้าลายดอกไม้ห่อป้ายนี้ไว้ จากนั้นจึงเดินออกไปข้างนอกโดยไม่เหลียวหลังทันที
ทุกคนในลานบ้านต่างสงสัยว่าจางซิ่วเอ๋อไปหยิบอะไรมา
เมื่อทุกคนเห็นผ้าลายดอกไม้ที่คุ้นเคยและรูปร่างภายในของผ้าลายดอกไม้ พวกเขาก็รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือของจางซิ่วเอ๋อคืออะไร
เมื่อเถี่ยเสวียนเห็นแผ่นป้ายจารึกนั้น ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน
“เจ้านาย ท่านเห็นหรือไม่?” เถี่ยเสวียนเอนตัวไปด้านข้างเนี่ยหย่วนเฉียวและมองไปยังเจ้านายของเขา
เนี่ยหย่วนเฉียวหันหน้าไปมองเถี่ยเสวียนแวบหนึ่ง เพื่อบ่งบอกว่าเขาเห็นแล้ว
เถี่ยเสวียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้าวไปข้างหน้า “แม่นางซิ่วเอ๋อ เจ้าไม่ได้ออกไปขายเนื้อพะโล้หรอกหรือ? เจ้ากำลังจะทําอะไรกับแผ่นป้ายนี้?”
จางซิ่วเอ๋อยกป้ายในมือขึ้น “มันมีประโยชน์ต่อตัวข้าเอง”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อก็นึกขึ้นได้ว่านี่เป็นไพ่ตายของนางต่อหน้าคนนอก นี่คือแผ่นป้ายวิญญาณของสามีผู้ล่วงลับของนาง การพกติดตัวเช่นนี้มันคงดูไม่ดีนัก แต่ถึง งอย่างไรก็ต้องทำไม่ใช่หรือ?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จางซิ่วเอ๋อก็ถือแผ่นป้ายในมืออย่างเคร่งเครียด
“มีประโยชน์กับตัวเอง? เจ้าจะเอาแผ่นป้ายนี้ไปทําอะไรกันแน่?” เมื่อเถี่ยเสวียนคิดว่าจางซิ่วเอ๋อจะถือแผ่นป้ายวิญญาณของเจ้านายออกไปก็ให้รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก จึงอดไม่ได้ ที่จะถามออกไป
จางซิ่วเอ๋อพูดอย่างสบาย ๆ “ข้าจะพาเขาออกไปเดินเล่นและผ่อนคลายบ้างไม่ได้หรือ?”
นางไม่มีทางบอกเถี่ยเสวียนว่าตนเองพกป้ายวิญญาณไว้คอยระวังคนตระกูลเนี่ยอยู่
ที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่าว่าแต่เป็นความลับเลย
………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
น้องมีไพ่ตายแล้ว ใครกล้ามารังแกน้องได้เจอดีแน่
ไหหม่า(海馬)