ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 614 เมื่อมีทะเบียนสมรสก็ถือว่าเป็นคนของท่านอาจารย์แล้ว
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 614 เมื่อมีทะเบียนสมรสก็ถือว่าเป็นคนของท่านอาจารย์แล้ว
บทที่ 614 เมื่อมีทะเบียนสมรสก็ถือว่าเป็นคนของท่านอาจารย์แล้ว
ตั้งแต่โรงงานสบู่หอมก่อตั้งขึ้นมันก็กลายเป็นเสาหลักให้จินเฟิงมาโดยตลอด
แม้ระยะหลังรายได้จะสู้ดาบทมิฬและสุ่ยอวี้ไม่ได้ แต่ดาบทมิฬและสุ่ยอวี้ก็มีราคาสูงลิ่ว คนทั้งต้าคังที่พอซื้อหาได้ก็มีเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นแต่จะให้มันขายดีเป็นที่นิยมต่อไปเรื่อย ๆ คงไม่ได้
โดยเฉพาะสุ่ยอวี้ เมื่อเวลาผ่านไปมูลค่าก็ต้องค่อย ๆ ลดลง
แต่สบู่หอมไม่เหมือนกัน
สบู่หอมจัดเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน แม้แต่เจ้าของที่ดินรายย่อย พ่อค้ารายย่อยก็ยังพอซื้อหาได้ รวมทั้งหอนางโลมถือว่าเป็นตลาดรายใหญ่ที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงสม่ำเสมอให้กับจินเฟิงได้
อีกทั้งกวานเสี่ยวโหรวกับหว่านเหนียงยังคงวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต่อไปก็จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ยาสระผม ผงซักฟอก น้ำหอม เป็นต้น
ดังนั้นจินเฟิงจึงให้ความสำคัญกับเขาเถี่ยกว้านมากเป็นพิเศษ
แถมยังอยู่ไม่ไกลจากซีเหอวานเท่าไร จินเฟิงกับกวานเสี่ยวโหรวจึงมักจะแวะเวียนมาที่นี่อยู่บ่อย ๆ
คนงานหญิงในเขาเถี่ยกว้านล้วนน่าสงสาร ด้วยภาระหน้าที่การงานจึงไม่สามารถลงจากภูเขาได้โดยง่าย จินเฟิงเกรงว่าพวกนางจะอัดอั้นตันใจหากต้องแต่บนภูเขาเป็นเวลานาน หลังจากที่โรงงานสิ่งทอจัดการแข่งขันกีฬาไปแล้ว เขาจึงสั่งให้จั่วเฟยเฟยจัดการแข่งขันที่เขาเถี่ยกว้านเช่นกัน
โดยปกติคนงานหญิงในโรงงานสบู่หอมก็ไม่มีอะไรให้ผ่อนคลายอยู่แล้ว ดังนั้นพวกนางจึงมีความกระตือรือร้นสูงกว่าคนงานหญิงจากโรงงานสิ่งทอเสียอีก ทั้งยังให้จินเฟิงจัดการแข่งขันเพื่อไปประลองความสามารถกับคนงานหญิงจากโรงงานสิ่งทอที่ซีเหอวานด้วย
ตอนนั้นจินเฟิงโดนหญิงสาวกลุ่มหนึ่งรุมล้อม ชอบพูดจาแทะโลมเพื่อที่จะหาทางหนีให้เร็วที่สุดเขาจึงรับปากว่าจะให้พวกนางไปแข่งขันในหมู่บ้านช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
เขาพูดไปตามลมปากเฉย ๆ แต่คนงานหญิงในเขาเถี่ยกว้านกลับจริงจังมาก ช่วงหลังมานี้พวกนางมีการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงมาก
เนื่องจากอยู่ใกล้กับซีเหอวานมาก ดังนั้นผู้คุ้มกันภัยที่ประจำการอยู่ในเขาเถี่ยกว้านจึงมีจำนวนน้อยกว่าที่ซวงถัวเฟิงและเฮยสุ่ยโกวมาก
แต่จั่วเฟยเฟยไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากกวานเสี่ยวโหรวเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ประการแรก พื้นที่ของเขาเถี่ยกว้านนั้นง่ายต่อการป้องกันและยากแก่การรุกราน ประการที่สองก็คือคนงานหญิงในเขาเถี่ยกว้านนั้นเก่งในด้านการต่อสู้
ก่อนหน้านี้มีโจรบุกรุกหลายครั้ง แต่ก็เป็นเพราะมีคนงานหญิงที่ให้ความช่วยเหลือจึงทำให้ผู้คุ้มกันภัยสามารถทำให้ศัตรูถอยออกไปได้โดยง่ายดาย
หญิงสาวในโรงงานสบู่หอมล้วนเป็นผู้ที่น่าสงสาร แต่จินเฟิงที่ช่วยพวกนางออกมาจากนรก
หญิงสาวเหล่านี้มีความซาบซึ้งต่อจินเฟิงมาโดยตลอด
หากจะกล่าวถึงความจงรักภักดีแล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาของจินเฟิงที่มีความจงรักภักดีมากที่สุดคือคนงานจากโรงงานสบู่
คนจากสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนยังเทียบไม่ติด
พอเมื่อเช้าได้ยินว่ามีโจรท้องถิ่นปิดล้อมซีเหอวาน คนงานหญิงจำนวนมากก็ไปหาจั่วเฟยเฟยและขออาสาไปช่วยเหลือซีเหอวาน
แต่จั่วเฟยเฟยยังไม่ได้คิดให้รอบคอบว่าจะยินยอมหรือไม่ พวกนางก็ได้รับข่าวสารว่าโจรถูกกลุ่มผู้กล้าหาญและคนงานหญิงจากโรงงานสิ่งทอร่วมมือกันปราบปราม พวกนางจึงวางใจ
แต่แล้วไม่นานนัก จั่วเฟยเฟยก็ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับไกว่จือโกวอีกครั้ง
ครั้งนี้นางไม่ได้บอกใครแต่เลือกที่จะนั่งคิดหามาตรการรับมือเพียงลำพังอยู่ในลานบ้าน
เขาเถี่ยกว้านมีเสบียงอาหารเพียงพอสำหรับบริโภคได้อีกนาน และพื้นที่นั้นก็ง่ายต่อการป้องกันและยากแก่การรุกราน หากเพียงแค่ตั้งรับอย่างเด็ดเดี่ยว จั่วเฟยเฟยมั่นใจว่าจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปีหน้า
แต่ตอนนี้มีโจรจำนวนมากรวมตัวอยู่ที่ซีเหอวาน หากกลุ่มโจรจากไกว่จือโกวเดินทางไปสมทบที่ซีเหอวานคงต้านไม่อยู่
ทั้งที่นางมีโอกาสในการขัดขวางโจรกลุ่มนี้แต่กลับเพิกเฉยและไม่สนใจปล่อยให้โจรท้องถิ่นบุกเข้าซีเหอวาน หากจินเฟิงกลับมา นางจะชี้แจงกับจินเฟิงอย่างไร
ทว่าที่ไกว่จือโกวรวมตัวโจรไว้มากมายขนาดนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังคอยจัดการ หากนางส่งคนลงจากภูเขาไปขัดขวางก็อาจจะสูญเสียอย่างย่อยยับ
ควรหยุดยั้งพวกโจรหรือไม่?
จั่วเฟยเฟยก็ไม่กล้าตัดสินใจเองง่าย ๆ
จั่วจางซื่อเห็นว่าจั่วเฟยเฟยนั่งนิ่งอยู่เฉย ๆ ในสวนครึ่งชั่วยามแล้วจึงเดินเข้าไปถามว่า “เฟยเฟย เจ้าเป็นอะไร?”
“ท่านแม่ ข้าควรจะทำอย่างไรดี?”
จั่วเฟยเฟยไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะเลือกอย่างไรจึงเล่าสถานการณ์ทั้งหมดให้จั่วจางซื่อฟัง
จั่วจางซื่อฟังจบก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า “เฟยเฟย หากเจ้าไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เช่นนั้นลองฟังความคิดเห็นของแม่ดีหรือไม่?”
จั่วเฟยเฟยเงยหน้าขึ้นมองจั่วจางซื่อด้วยความแปลกใจ
จั่วจางซื่อเป็นหญิงที่มีความคิดโบราณมากในยุคศักดินาและเรื่องงาน จั่วเฟยเฟยก็ไม่เคยพูดเคยบ่น
เมื่อครู่ที่จั่วเฟยเฟยพูดมากขนาดนั้นก็ไม่ได้หวังให้จั่วจางซื่อช่วยแสดงความคิดเห็น เพียงแต่อยากจะหาคนพูดระบายที่ไว้ใจได้เท่านั้น
ทว่าใครจะรู้ว่าจั่วจางซื่อจะกลับช่วยให้คำแนะนำได้
จั่วเฟยเฟยก้มหน้าลงคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า “เชิญท่านแม่!”
“ข้าคิดว่าเจ้าควรจะจัดการกลุ่มโจรท้องถิ่นนี้!” จั่วจางซื่อกล่าว
“เพราะเหตุใดหรือ?”
“เพราะท่านอาจารย์จินมีพระคุณต่อพวกเรา ต่อหญิงสาวทั้งเขาเถี่ยกว้าน หากเจ้าปกปิดไม่บอกหรือไม่ให้คนงานหญิงออกไปช่วยเหลือ ภายหลังเจ้าไม่เพียงไม่สามารถแก้ตัวกับท่านอาจารย์จินได้ แต่คนงานหญิงคนอื่นก็จะตำหนิเจ้าด้วย แล้วในอนาคตเจ้าจะดูแลโรงงานได้อย่างไร?”
จั่วจางซื่อกล่าวว่า “ดังนั้นข้าคิดว่าเจ้าควรจะพูดเรื่องนี้ให้ชัดเจนเช่นเดียวกับกวานเสี่ยวโหรว และให้คนงานหญิงได้เลือกเอง หากใครที่สมัครใจจะไปขัดขวางโจรท้องถิ่นก็ให้มาลงชื่อ แบบนี้ก็จะไม่มีใครตำหนิเจ้าได้”
เมื่อจั่วเฟยเฟยได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อย “วิธีนี้ก็ไม่เลว…”
“เฟยเฟย ไกว่จือโกวกับเขาเถี่ยกว้านไม่ไกลกันมากนัก ถ้าเจ้าตัดสินใจแล้วต้องรีบไปจัดการ มิฉะนั้นจะไม่ทันกาล”
จั่วจางซื่อกล่าวเตือนอีกครั้ง
“ข้าเชื่อท่านแม่!”
จั่วเฟยเฟยกำมือแน่นแล้วลุกขึ้นทันที
“เฟยเฟย เจ้าเป็นถึงหัวหน้าโรงงาน เวลาออกรบก็คือแม่ทัพ ภารกิจของเจ้าคือบัญชาการรบ แต่เจ้ามิอาจออกหน้ารบเองได้ เข้าใจหรือไม่?”
จั่วจางซื่อจับแขนเสื้อจั่วเฟยเฟยแล้วกำชับอีกครั้ง
“ข้าเข้าใจแล้ว!” จั่วเฟยเฟยลูบแขนมารดา “ท่านแม่วางใจ ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย!”
จั่วจางซื่อจึงปล่อยมือจากจั่วเฟยเฟย
จั่วเฟยเฟยยิ้มแล้วหันหลังจากไป
จั่วจางซื่อมองแผ่นหลังบุตรสาวด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
“เฟยเฟย เจ้าจะได้เป็นใหญ่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว”
เมื่อกวานเสี่ยวโหรวส่งคนมาเขาเถี่ยกว้านเพื่อถามเหล่าหญิงสาวว่าใครเต็มใจไปเป็นอนุหรือหญิงรับใช้ ด้วยความอาย จั่วเฟยเฟยจึงเลือกที่จะเป็นหญิงรับใช้ แต่นางกลับถูกจั่วจางซื่อกดดันให้เลือกเป็นอนุภรรยา
เมื่อหญิงสาวคนอื่น ๆ เห็นจั่วเฟยเฟยเป็นตัวอย่างเช่นนั้น ยกเว้นบางคนที่อายุไล่เลี่ยกับจั่วจางซื่อ หญิงสาวแทบทั้งหมดต่างเลือกเป็นอนุเช่นกัน
จั่วจางซื่อแนะนำให้จั่วเฟยเฟยไปสกัดกั้นพวกโจรนอกจากเหตุผลข้างต้นที่กล่าวไป สิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่งคือนางหมายที่จะสานสัมพันธ์ระหว่างจินเฟิงกับจั่วเฟยเฟย
ถ้าหากว่าจั่วเฟยเฟยช่วยซีเหอวานสกัดโจรท้องถิ่นไว้ได้ ไม่ว่าผลจะออกมาแพ้หรือชนะ กวานเสี่ยวโหรวก็ต้องรู้สึกขอบคุณ
เมื่อจินเฟิงกลับมาแล้วรู้เรื่องนี้ แน่นอนว่าจะต้องมองจั่วเฟยเฟยด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป
จั่วเฟยเฟยเป็นถึงหัวหน้าโรงงาน ออกรบก็ไม่ต้องออกไปเสี่ยงตายข้างหน้า ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต ทั้งยังสร้างความประทับใจให้จินเฟิงได้อีกด้วย ใครจะไม่ทำล่ะ?
แต่จั่วเฟยเฟยจะรู้ได้อย่างไรว่าคำแนะนำของจั่วจางซื่อนั้นแฝงไปด้วยความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้อีกชั้นหนึ่ง
หลังจากออกจากบ้านมา นางก็สั่งให้คนไปตีฆ้องทันที
สองสามวันนี้พวกคนงานหญิงต่างก็เฝ้าระวังกันมาตลอด พอได้ยินเสียงฆ้องก็รีบมารวมตัวกันที่ลานบ้านทันที
“พี่น้องทั้งหลาย ทุกคนคงรับทราบสถานการณ์ของซีเหอวานกันแล้ว เมื่อครู่ข้าได้รับข่าวมาว่า…”
จั่วเฟยเฟยถือโทรโข่งแผ่นเหล็กเล่าเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะถามว่า “พี่น้องคนใดที่มีความประสงค์จะออกไปสกัดกั้นโจรท้องถิ่นขอให้ยกมือขึ้น”
เมื่อเสียงพูดหยุดลง คนงานหญิงหลายสิบคนก็ยกแขนขึ้น
จากนั้นก็มีหญิงสาวอีกหลายสิบยกตาม
แล้วก็มีคนยกมือมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนในที่สุด คนงานหญิงแทบทุกคนก็ยกแขนขึ้น
จั่วเฟยเฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่นางก็สงบสติอารมณ์ลงได้อย่างรวดเร็วและกล่าวเตือน “พี่น้องทั้งหลาย พวกเจ้าต้องคิดให้รอบคอบ หากก้าวลงจากภูเขาไปแล้วจะมีชีวิตกลับมาได้หรือไม่นั้นยังไม่เป็นที่แน่นอน!”
“หัวหน้าโรงงานจั่ว หากไม่มีท่านอาจารย์ ข้าก็คงตายไปนานแล้ว!”
“อาเฉยวี่ยน พวกเราทุกคนต่างก็เป็นอนุภรรยาของสกุลจินแล้ว ท่านยังจะเรียกท่านอาจารย์อยู่ได้อย่างไร ควรเรียกว่าสามีต่างหาก!”
“ถูกต้อง เมื่อมีทะเบียนสมรสก็ถือว่าเป็นคนของท่านอาจารย์แล้ว ซีเหอวานคือบ้านหลังที่สองของเรา สามีไม่อยู่ พวกเราจะปล่อยให้โจรท้องถิ่นมาทำลายบ้านของเราได้อย่างไร!”
“คนงานหญิงในโรงงานสิ่งทอยังกล้าต่อกรกับโจรท้องถิ่น พวกเราเขาเถี่ยกว้านห้ามแพ้พวกนางเด็ดขาด!”