ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 182 หยิบเซียนกลับบ้านไปเฉยๆ
หลี่เนี่ยนฝานพาต๋าจี่ออกจากเรืออู๋เผิง
เมื่อเห็นทิวทัศน์ภายนอกกลับผงะเล็กน้อย
ไม่มีทะเลสาบและภูเขาที่อยู่ในความคิด ไม่รู้ว่าเมื่อไร ที่เรืออู๋เผิงลำนี้ได้ล่องลอยมายังที่ที่คล้ายกับถ้ำใต้น้ำแห่งหนึ่ง
ที่นี่คล้ายกับเป็นโลกฝั่งเดียว ในถ้ำค่อนข้างมืดสลัว มองเห็นทิวทัศน์รอบข้างได้เพียงรางๆ
เรืออู๋เผิงไหลตามกระแสน้ำมาจอดเทียบบนโขดหินใกล้ฝั่ง เมื่อมองขึ้นไป ด้านบนถ้ำมีหินงอกหินย้อยนับไม่ถ้วน ปลายหินที่แหลมคมมีน้ำไหลหยดลงมาเล็กน้อย
“ติ๋งๆๆ”
เสียงแผ่วเบาดังก้องอยู่ในถ้ำ
เมื่อมองไปรอบๆ กำแพงหินในถ้ำไม่ได้ราบเรียบ กระทั่งกล่าวได้ว่าเป็นหินขรุขระที่มีรูปร่างแปลกประหลาด มักจะมีหินโผล่ออกมาจากผนังถ้ำ
สองพ่อลูกหลินมู่เฟิงยืนรออยู่ข้างนอกอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นหลี่เนี่ยนฝานออกมา ก็รีบพูดว่า “คุณชายหลี่ แม่นางต๋าจี่ อรุณสวัสดิ์”
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้า “ผู้เฒ่าหลิน แม่นางชิงอวิ๋น อรุณสวัสดิ์”
และทันใดนั้นเขาก็ถามด้วยความสงสัย “ที่นี่ที่ไหนหรือ?”
หลินมู่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “คุณชายหลี่ ที่นี่คือภายในของซากโบราณเซียน”
“อะไรนะ? ซากโบราณเซียนหรือ?” หลี่เนี่ยนฝานตกใจจริงๆ เขามองไปรอบๆ อีกครั้ง จิตใจขึ้นลงไม่สงบ
เซียน!
ไม่ว่าจะเป็นในโลกก่อนหรือชาตินี้ ความหมายของเซียนนั้นไม่ต้องพูดก็เข้าใจ สุดยอดแห่งรุ่นใหญ่ระดับพระกาฬ
แม้ว่าเขาจะพบเจอผู้บำเพ็ญเซียนจนชินแล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าเซียนจริงๆ ก็อดไม่ได้ที่หัวใจจะเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่ง
นี่ตนเข้าใกล้เซียนขนาดนี้แล้ว เจ๋งเป้ง สุดยอดไปเลย!
หลี่เนี่ยนฝานพูดอย่างอดไม่ได้ “ผู้เฒ่าหลิน ท่านนี่นา ข้าก็บอกแล้วว่าไม่ต้องมาที่ซากโบราณ ท่านคง…เสี่ยงอันตรายมาไม่น้อยกระมัง?”
พ่อลูกทั้งสองใช้โอกาสตอนที่ตนหลับแอบพาตนมาที่นี่ แม้จะบอกว่าต้องการตอบแทน แต่ก็ยังคงทำให้หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกซาบซึ้ง
ขณะเดียวกัน เขาก็ประเมินพ่อลูกคู่นี้สูงขึ้นไปอีก วรยุทธ์ของทั้งสองเกรงว่าจะสูงกว่าที่ตนเคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ ความรู้สึกที่ได้กอดขาใหญ่ ช่างสดชื่นจริงๆ!
สีหน้าหลินมู่เฟิงกระอักกระอ่วน เขากระแอมเบาๆ “คุณชายหลี่ พวกเรามาที่นี่ได้เพราะโชค ลอยไปลอยมาก็ไม่รู้เหตุใดมาอยู่ที่นี่เสียแล้ว ข้าก็ไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย”
หลี่เนี่ยนฝานอดหัวเราะไม่ได้ “ฮ่าๆๆ อารมณ์ขัน ผู้เฒ่าหลิน ท่านช่างมีอารมณ์ขันจริงๆ”
หลี่เนี่ยนฝานคิดว่า คนที่เชื่อคำพูดเขาก็มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละ
ชายชราผู้นี้มาก็มาแล้ว ยังไม่คิดจะเอาผลงาน เนื้อแท้ไม่ต้องพูดถึง
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “จริงสิ พวกท่านยังไม่ได้ทานอาหารเช้าเลยกระมัง ข้ากับต๋าจี่น้อยรีบเดินทางออกมา จึงนำผลไม้มาเป็นอาหารเช้านิดหน่อย หากไม่รังเกียจก็กินด้วยกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินมู่เฟิงและหลินชิงอวิ๋นก็ดีอกดีใจ รีบระงับจิตใจที่กระดี๊กระด๊าของตน “ไม่รังเกียจ ไม่มีทางรังเกียจอยู่แล้ว พวกเราชอบผลไม้เป็นที่สุด”
หลี่เนี่ยนฝานหยิบผลไม้ออกมาทันที แล้วยื่นให้ทุกคน พูดอย่างชื่นใจ “เช่นนั้นก็ดี ข้าก็กลัวว่าพวกท่านจะรังเกียจว่าต่ำต้อย”
“กร้วม!”
เมื่อหลินมู่เฟิงได้แอปเปิลก็อดใจไม่ไหวรีบกัดคำหนึ่ง ทันใดนั้น น้ำสดชื่นรสหวานพลันแทรกกระจายเต็มปาก ทำให้ดวงตาเขาหรี่ลงอย่างไม่อาจควบคุม
ได้อยู่กับคุณชายหลี่ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่เพียงแต่ได้ดื่มกินของอร่อย ที่สำคัญของเหล่านี้ยังมีบัฟชั้นยอด จุดสูงสุดของชีวิตคนไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว
“อร่อย!” หลินมู่เฟิงเอ่ยปากชม “ผลไม้ของคุณชายหลี่รสชาติหวานล้ำ เลิศรสเหนือสิ่งใด จะรังเกียจว่าต่ำต้อยได้อย่างไร?”
หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกภูมิใจ “ข้าไม่ได้โม้นะ รสชาติผลไม้ของข้าน่ะ แม้แต่เซียนก็ยังอดใจไม่ไหวกระมัง”
หลินมู่เฟิงและหลินชิงอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงใจ “ใช่ๆ!”
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มบางๆ ผู้บำเพ็ญเซียนกลุ่มนี้เหาะเหินขึ้นฟ้าลงดิน สมบัติธรรมดาคงจะไม่สนใจ กลับเป็นอาหารรสเลิศของตนที่สามารถตอบสนองความต้องการ ได้ผลอย่างอัศจรรย์ ทำให้พวกเขาโปรดปราน
ดูเหมือนกลับไปตนต้องทำวิจัยเพิ่มเติมให้มาก ดูว่าสามารถปลูกถ่ายผสมพันธุ์ผลไม้และยาอายุวัฒนะ ให้เป็นผลไม้พันธุ์ใหม่ได้หรือไม่ เช่นนี้จึงจะสามารถกอดขาใหญ่ได้มากขึ้นไปอีก!
หลี่เนี่ยนฝานหยิบผลไม้จำนวนหนึ่งออกมา และพูดอย่างเป็นมิตร “ถ้าชอบก็หยิบไปเยอะๆ ไม่ต้องเกรงใจ”
สองพ่อลูกหลินมู่เฟิงดีใจแทบบ้า ตอบอย่างกริ่งเกรง “ขอบคุณมาก ขอบคุณคุณชายหลี่มาก”
พวกเขาชำเลืองมองตะเกียงอย่างซาบซึ้งตื้นตัน ครั้งนี้ต้องขอบคุณปีศาจหิ่งห้อย หากไม่ใช่เพราะพวกมันเตือน พวกเราก็คงไม่เข้าใจนัยแฝงของปรมาจารย์ พลาดโอกาสนี้ไปอย่างเปล่าประโยชน์
แน่นอนว่าเราพาปรมาจารย์มาที่ซากโบราณ จึงทำให้ได้รับความพึงพอใจ และได้รับรางวัลตอบแทน!
ต่อไปต้องใส่ใจให้ดี อย่าได้ละเลยนัยแฝงของปรมาจารย์
หลังอาหารเช้า หลี่เนี่ยนฝานจึงได้ออกไปเยี่ยมชมซากโบราณเซียนอย่างเป็นทางการ
แม้ว่าจะมีคำว่าเซียน แต่ก็ไม่ใช่มีไอเซียนล่องฟ้า แดนสวรรค์บนโลกมนุษย์แต่อย่างใด
ต๋าจี่รีบฉวยโอกาสใกล้ชิด พยุงหลี่เนี่ยนฝานลงจากเรืออู๋เผิงช้าๆ “คุณชาย ช้าหน่อย”
หลี่เนี่ยนฝานแอบสูดจมูกอย่างเนียนๆ อื้ม เป็นกลิ่นหอมของต๋าจี่น้อยจริงๆ
ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้น “จริงสิ นำตะเกียงไปด้วยดีกว่า”
เขากับต๋าจี่น้อยต่างก็เป็นคนธรรมดา ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้มีตะเกียงสักดวงจะสบายกว่า
หลินมู่เฟิงรีบพูด “คุณชายหลี่รอสักครู่ ข้าจะไปนำมาเดี๋ยวนี้!”
ไม่ช้าเขาก็หยิบตะเกียงเดินมาข้างหลี่เนี่ยนฝานเพื่อให้แสงสว่าง
หลี่เนี่ยนฝานพูดกับตะเกียง “มืดไปแล้ว สว่างขึ้นอีกหน่อย”
ทันใดนั้นแสงสว่างก็เพิ่มขึ้นทันใด การควบคุมด้วยเสียงมีประสิทธิภาพสูง หลี่เนี่ยนฝานพอใจเป็นอย่างมาก
หลินมู่เฟิงมองตะเกียงอย่างครุ่นคิด สีหน้าซับซ้อน
เจ้าสิ่งนี้ยามอยู่ต่อหน้าปรมาจารย์ก็เป็นแค่สุนัขรับใช้ กล้ามาบอกให้ข้าเรียกท่านพ่อ แล้วที่สำคัญที่สุดข้าก็ยังเรียกจริงๆ!
เฮ้อ ในโลกนี้ เกรงว่ามีแต่ต้องไปถึงระดับที่ไม่ธรรมดาอย่างปรมาจารย์ถึงไม่ต้องสอพลอผู้ใดแล้วกระมัง
ระหว่างทางไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่หลังจากเดินไปได้สักพัก ด้านหน้ากลับมีแท่นสูงแห่งหนึ่งปรากฏขึ้น บนแท่นสูงนั้นมีหินสีขาวขุ่น ซึ่งดูปกติเรียบร้อยเป็นอย่างมาก ด้านข้างมีดาบยาวสีขาวราวหิมะเล่มหนึ่ง เปล่งแสงสว่างจ้า ปัดเป่าความมืดมิดในถ้ำไปจนหมดสิ้น
“น่ะ นี่มัน…”
ลำคอหลินมู่เฟิงและหลินชิงอวิ๋นต่างขยับไหว รู้สึกเพียงคอแห้งผาก ตื่นตะลึง
ดูจากกลิ่นอายบนดาบเล่มนั้น มาถึงที่สุดแห่งการบำเพ็ญเซียนแล้วเป็นแน่ เกรงว่าคล้ายกับฉินเทียนซินแห่งสำนักเต๋าหลินเซียน เป็นระดับเทียบศาสตราเซียน!
เทียบศาสตราเซียนเชียวนะ!
เป็นสมบัติสุดยอดเคล็ดวิชาอย่างไม่ต้องสงสัย!
สมกับเป็นซากโบราณเซียน แค่ดาบเล่มเดียวก็เพียงพอจะทำให้ทุกคนในโลกบำเพ็ญเซียนคลั่งไคล้!
ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือหินที่อยู่ถัดจากดาบ นั่นคือหินศิลาจารึกเซียน!
ไม่ว่าจะเป็นสำนักใด ความหวังสูงสุดคือให้สำนักตนมีหินศิลาจารึกเซียนสักก้อน เพราะสิ่งนี้แสดงว่าสำนักนั้นๆ มีผู้เหินหาวสู่โลกเซียนแล้ว! ยังสามารถเรียกบรรพบุรุษเซียนให้มาปรากฏกายเพื่อต่อสู้ ผ่านหินศิลาจารึกเซียนก้อนนี้อีกด้วย!
เอ่อ…หยิบเซียนกลับบ้านไปได้เฉยๆ?
มีอะไรสุดยอดกว่านี้อีกไหม?
………………………………………………